เมื่อเยี่ยนชิงหยางได้ยินเสียงก็ใอย่างมาก หันหลังกลับไปมอง พบใบหน้าอ่อนเยาว์ปรากฏตรงหน้าตนเอง
เป็เด็กผู้ชายคนหนึ่ง อายุประมาณสิบเอ็ดหรือสิบสองปี ประเมินแล้วอายุน่าจะไม่ต่างจากตนมาก
รูปลักษณ์หล่อเหลา ใบหน้ากลมเล็ก คิ้วหนา ตาโต มองมาด้วยรอยยิ้มเต็มแก้ม
เด็กผู้ชายคนนั้นยิ้มขึ้นมาอย่างอ่อนโยน อดไม่ได้ที่จะรู้สึกดีด้วย
เยี่ยนชิงหยางขมวดคิ้วมองเด็กชายคนนั้น แปลกใจเล็กน้อย ไม่ใช่รูปลักษณ์ของเด็กคนนี้ที่ทำให้นางแปลกใจ แต่เป็เพราะเสื้อผ้าของเด็กชายคนนี้ เขาอยู่ในชุดสีขาว คอและแขนของชุดเป็สีม่วง ปักด้วยลายเมฆสีทอง
ดูจากรูปแบบของชุดนี้ เป็เครื่องแต่งกายของศิษย์ในสำนักหลิงเซียวเจี้ยน ทั้งยังเป็ชุดของศิษย์สายใน
เสื้อผ้าสีขาวของเด็กชายคนนี้ส่องแสงระยิบระยับในถ้ำมืดมิด ทั้งยังเป็อาภรณ์อาคม ชุดคลุมนี่ไม่ใช่แค่เสื้อผ้าของศิษย์สายในธรรมดาๆ
ในชีวิตที่แล้วเยี่ยนชิงหยางเป็ผู้เชี่ยวชาญด้านการสร้างยุทธภัณฑ์อาคม เห็นเพียงแค่แสงของเสื้อผ้าก็สามารถบอกได้ว่ามันยังเป็ยุทธภัณฑ์อาคมที่ยอดเยี่ยม
เพียงแวบเดียวเยี่ยนชิงหยางก็รู้ได้ทันที เด็กชายคนนี้ต้องมีความเป็มาที่ไม่ธรรมดา!
“น้องสาว~” เด็กชายเห็นเยี่ยนชิงหยางมองตัวเองท่าทีเคร่งขรึม เงียบอยู่ครู่หนึ่ง อดไม่ได้ที่จะกังวลจึงดึงแขนของเยี่ยนชิงหยาง
“เรียกพี่สาว!” เยี่ยนชิงหยางพูดอย่างไม่เกรงใจ นางไม่ชอบให้คนอื่นเรียกตัวเองว่าน้องสาว มีเพียงพี่ใหญ่เยี่ยนผิงเท่านั้นที่สามารถเรียกตนว่าน้องสาวได้
เด็กชายใมากด้วยดวงตาที่เบิกกว้าง ทำปากจู๋ราวกับไม่ได้รับความเป็ธรรม ถามออกไปช้าๆ “ตอนนี้ข้าอายุสิบสองปีแปดเดือนกับอีกหนึ่งวัน เกิดยามโย่ว เ้าล่ะเกิดเมื่อไร”
เยี่ยนชิงหยางมองเด็กคนนั้น สบถออกมา “แก่กว่าเ้าหนึ่งวัน!”
ในความเป็จริงเยี่ยนชิงหยางอายุเพียงสิบเอ็ดปี อายุน้อยกว่าเด็กชายหนึ่งปี
“ได้สิ งั้นข้าจะเรียกพี่สาว” เด็กชายเปลี่ยนเป็ยิ้มทันทีเมื่อได้ยิน แล้วกล่าวอย่างมีความสุข “พี่สาว เมื่อครู่ข้าเห็นท่านล้ม แขนมีเืออกด้วย ข้ามีโอสถอยู่ ท่านจะกินมันหน่อยไหม”
พูดอย่างนั้นแล้วเด็กชายก็หยิบขวดหยกออกมา ขวดหยกของเขาวิจิตรงดงามมาก มีลายเส้นสีทองวาดขึ้นเป็กระบี่เล็กๆ บนขวดสีเขียว มีตัวอักษรที่สลักจารึกเอาไว้ เป็ตัวอักษรคลุมเครือตัวเดียวเขียนคำว่า ‘มู่’
เด็กชายเทโอสถใส่มือออกมาห้าหกเม็ด อาจเป็โอสถทั้งหมดในขวดที่ถูกเทออกมา เขายื่นมือไปให้เยี่ยนชิงหยาง พูดด้วยรอยยิ้ม “พี่สาว ให้!”
เมื่อเยี่ยนชิงหยางเห็นโอสถในมือที่เด็กชายยื่นมาดวงตาพลันตรงเขม็ง นี่คือโอสถต้าเซิงกู่ตานและมันเป็โอสถที่ระดับชั้นยอด!
โอสถแต่ละชนิดแบ่งตามระดับ ระดับต่ำ ระดับกลาง ระดับสูง และระดับชั้นยอด ในบรรดาทั้งหมดระดับชั้นยอดหายากที่สุด
โอสถต้าเซิงกู่ตานเป็โอสถที่มีชั้นสูง มักถูกใช้โดยผู้บำเพ็ญเพียรที่ได้รับาเ็สาหัส การาเ็เช่นเยี่ยนชิงหยางไม่จำเป็ต้องใช้โอสถ ถึงแม้ว่าจะใช้ ใช้แค่โอสถสรรพคุณห่างไกลจากมันอย่างโอสถระดับต่ำอย่างเสี่ยวเซิงกู่ตานก็เพียงพอแล้ว
โอสถต้าเซิงกู่ตานชั้นยอด! มันสิ้นเปลืองเกินไป และนี่ตั้งเจ็ดแปดเม็ด!
เด็กชายคนนี้ช่างฟุ่มเฟือยเสียจริง เยี่ยนชิงหยางวิเคราะห์อีกครั้ง ประวัติความเป็มาของคนคนนี้ต้องไม่ธรรมดา
“ข้าเอาสองเม็ดก็พอ” เยี่ยนชิงหยางหันไปมองและเอ่ยคำ ถึงแม้ว่าเด็กชายจะเป็คนใจกว้าง แต่ก็ไม่ควรโลภเกินไป เมื่อพูดจบเขาก็ส่งโอสถต้าเซิงกู่ตานสองเม็ดมาให้ นางค่อยๆ เก็บใส่ไว้ในกระเป๋าอย่างระมัดระวัง เสียดายที่จะกินมัน
“พี่สาว…” เด็กชายยังคงพูด เยี่ยนชิงหยางโบกมือไปมา เดินไปรอบๆ สำรวจดูรอบถ้ำ
ในถ้ำเล็กมาก รัศมีรอบวงมีความยาวประมาณสองจั้งเท่านั้น ภายในนั้นชื้นมาก และมีก้อนหินทั้งขนาดใหญ่และเล็ก ผนังหินก็เปียกชื้นด้วย มีทางออกเล็กๆ แห่งเดียว ทั้งยังมีประตูเหล็กที่ถูกพันธการไว้
เด็กชายเดินตามเยี่ยนชิงหยางไปสองก้าวแล้วเอ่ยถาม “พี่สาว ท่านกำลังทำอะไรน่ะ”
เยี่ยนชิงหยางััผนังหิน ส่งเสียงพูดออกมา “ออกไปจากที่นี่ มันมืดมาก ทำไมเ้าไม่ออกไป จริงสิ เ้าถูกคนในชุดคลุมดำนั่นจับมาเหรอ”
หลังจากสำรวจสภาพแวดล้อมแล้ว ก็เริ่มมาสืบข้อมูลของเด็กชาย
เด็กชายกะพริบดวงตาดำกลมโต ใส่นิ้วโป้งขวาเข้าไปในปาก กัดนิ้วมือนั้น หัวเราะและพูดว่า “ไม่ใช่ ข้ากับศิษย์พี่เล่นซ่อนหากัน อาชุดดำบอกว่ามันเป็ที่ซ่อนที่ดีที่สุด ข้าก็เลยซ่อนที่นี่”
เล่นซ่อนหาเนี่ยนะ อาชุดดำงั้นเหรอ เยี่ยนชิงหยางหรี่ตา มองดูเด็กไร้เดียงสาที่ยิ้มอย่างไร้กังวล รู้สึกว่ามีบางอย่างผิดปกติ
ทันใดนั้น นางพลันนึกถึงสิ่งที่คนในชุดคลุมดำพูดก่อนที่เขาจะจับนาง...ดีกว่าเด็กปัญญาอ่อน!
หรือว่า...เด็กคนนี้สติไม่สมประกอบ แถมยังเป็คนสติไม่สมประกอบที่มีฐานะพิเศษ
คิดมาถึงตรงนี้ เยี่ยนชิงหยางก็ถามด้วยน้ำเสียงใจดี “เ้าชื่ออะไรเหรอ”
เด็กชายเผยรอยยิ้มจนตาหยี กล่าวอย่างมีความสุข “ในที่สุดพี่สาวก็นึกขึ้นได้ว่าจะต้องถามชื่อข้า ข้าชื่อมู่เทียนเหอ!”
“มู่เทียนเหออย่างนั้นเหรอ” เยี่ยนชิงหยางขมวดคิ้วมุ่น “เ้าแซ่มู่เหรอ”
“ใช่แล้ว!” เด็กชายพยักหน้าแล้วพยักหน้าอีก
สำนักหลิงเซียวเจี้ยนกับสำนักอวิ๋นหวานั้นมีความใกล้ชิดกันอย่างมาก ระหว่างสองสำนักติดต่อกันบ่อยครั้ง มันเป็ความสัมพันธ์ของการเฝ้าระวังและการช่วยเหลือซึ่งกันและกัน ดังนั้น สำหรับเยี่ยนชิงหยางแล้วคุ้นเคยกับสำนักหลิงเซียวเจี้ยนเป็อย่างดี
ในสำนักหลิงเซียวเจี้ยน จำไม่ได้ว่ามีผู้าุโหรือเจินเหรินคนใดที่แซ่มู่
“บิดาของเ้าคือใคร” เยี่ยนชิงหยางถามต่อไป
“อ่า” มู่เทียนเหอเปิดดวงตากลมกว้างอยู่ครู่หนึ่ง จากนั้นก็เกาศีรษะ ตามด้วยขมวดคิ้ว “โธ่เอ๊ย ศิษย์พี่แค่ให้ข้าจำว่าชื่ออะไร อายุเท่าไร แต่ว่า ท่านพ่อข้าชื่ออะไร ชื่ออะไรล่ะ”
เยี่ยนชิงหยางได้รับการยืนยันแล้ว ว่าเป็ความจริง นี่เป็คนสติไม่สมประกอบ
แต่มันไม่มีประโยชน์ที่จะคิดเื่นี้ต่อ เยี่ยนชิงหยางยกมือขึ้นและพูดว่า “ไม่ต้องคิด เรายังต้องคิดหาทางออกไปจากที่นี่!”
เห็นแก่โอสถต้าเซิงกู่ตานระดับชั้นยอด จะช่วยเขาออกไปด้วยก็ได้
“ออกไปเหรอ ข้าไม่ออก ข้ายังต้องเล่นซ่อนหา ศิษย์พี่ยังหาข้าไม่พบเลย” มู่เทียนเหอเอ่ยบอก
“ออกไปก่อนเถอะ ข้ามีที่ที่ดีกว่านี้จะบอกเ้า ที่นั่นมีทัศนียภาพที่สวยงาม มันไม่มืดมากเช่นนี้ เ้าซ่อนตัวอยู่ในนั้น แน่ใจได้เลยว่าศิษย์พี่ของเ้าจะหาเ้าไม่พบ!” เยี่ยนชิงหยางกล่าวอย่างจนปัญญา
“ได้ ถ้าอย่างนั้นข้าก็จะออกไปกับท่าน” มู่เทียนเหอกล่าวอย่างมีความสุข จากนั้นเขาก็เดินตรงไปผลักประตูเหล็ก แล้วกล่าวอย่างผิดหวัง “พี่สาว ผลักไม่ออก ทำยังไงดี”
เยี่ยนชิงหยางจ้องมองมู่เทียนเหอ ค่อยๆ พูดชี้นำสั่งสอน “เ้าไม่มีอาวุธอะไรในมือเลยเหรอ ดาบสั้น กระบี่สั้นหรืออะไรสักอย่าง”
ฐานะของมู่เทียนเหอไม่ธรรมดา นับจากเมื่อครู่ที่มีโอสถต้าเซิงกู่ตานระดับชั้นยอด เยี่ยนชิงหยางเดาว่ายุทธภัณฑ์ที่เขาใช้น่าจะพิเศษ
เป็ไปอย่างที่คิด มู่เทียนเหอครุ่นคิด สั่นศีรษะและกล่าวว่า “ไม่มี แต่เดิมมีกระบี่สั้นอยู่ แต่อาชุดดำเอามันไป บอกว่ามันเป็รางวัลที่พาข้ามาที่นี่”
“เ้า...” เยี่ยนชิงหยางมองมู่เทียนเหออย่างหดหู่ใจ ครุ่นคิดแล้วเอ่ยถาม “แล้วเ้ายังมีอะไรอยู่ในมืออีกบ้าง เ้าไม่ได้มีกระเป๋าเก็บของหรอกเหรอ มีอะไรอยู่ในนั้น ให้ข้าดูหน่อย”
“โอ๊ะ อาชุดดำก็เอากระเป๋าเก็บของไปด้วย แต่ข้ายังมีใบเล็กอยู่นะ” มู่เทียนเหอเอ่ยบอก เมื่อเอ่ยจบก็หยิบกระเป๋าเก็บของออกมา เปิดมันแล้วเททุกอย่างออก
ในกระเป๋าเก็บของใบเล็กมีของอยู่ไม่มาก มีเพียงขวดโอสถไม่กี่ขวด และเสื้อผ้าหนึ่งหรือสองชุด เยี่ยนชิงหยางก้มลง ปราดมองชั่วครู่
ทันใดนั้น ยันต์สีเหลืองแผ่นหนึ่งดึงดูดความสนใจนาง อดไม่ได้ที่ความรู้สึกยินดีปรีดาจะปรากฏขึ้นที่ใบหน้า
**ติดตามตอนต่อไปก่อนใครได้ที่ https://www.readawrite.com/a/c054af1f144fd2b59ae896f52d0f6c37