มหากาพย์ดาบอนันต์มนตรา ภาค : โลกมนตรากฤตยา (มี E-Book)

    ตอนที่ 64 เจ้ากรมการทูต (1)

    ก้อนหินปลิวว่อนไปทั่ว เป้าหมายของมันคือฝ่ายกบฏ ไม่เว้นแต่เจ้ากรมกลาโหม แต่จะเน้นเจ้ากรมการทูตเป็นเป้าหมายหลัก



    เกิดความปั่นป่วนในหมู่เหล่าทหารกบฏขึ้นทันที หลายคนโดนหินพุ่งชนอย่างจังจนบาดเจ็บ หลายคนต้องละทิ้งการคุมตัวเหล่าเชลยเพื่อป้องกันตัวเอง



    เจ้ากรมกลาโหมต้องหยุดการอัญเชิญอสูรจักรราศีอีกครั้งเพื่อมารับมือกับก้อนหินเวทมนตร์จากดาริน แม้ไม่มากมาย แต่เขาก็จำเป็นต้องหยุดมันเพื่อป้องกันตัว



    แม้แต่เจ้ากรมการทูตก็เจอเข้ากับช่วงเวลายากลำบาก เนื่องจากเขาเป็นเป้าหมายหลักของเหล่าก้อนหินบินที่ดารินเสกออกมา เขาจำเป็นต้องคอยหลบหลีกมันมากกว่าทำลายมัน มีหลายครั้งที่เจ้ากรมการทูตเกือบถูกก้อนหินอัดเข้าใส่ แต่เขาก็เร็วพอที่จะใช้มือที่เหมือนมีดฟันเพื่อทำลายมัน จนในที่สุดเขาก็ทำลายก้อนหินลงได้ทั้งหมด



    เป็นเวลาเดียวกันกับที่เหล่าตัวประกันอิสระ พวกเขาไม่รอช้า ธัญญ่าและดิเรกนำขบวนในการตอบโต้กลับทันที แม้พวกเขาจะมีจำนวนน้อยกว่ามาก แต่ด้วยอำนาจของมนตร์มณีสิบทิศของดาริน เธอได้จัดการลดจำนวนทหารกบฏได้เกินครึ่ง การสู้กลับครั้งนี้จึงมีประสิทธิภาพมากกว่าเก่า



    เกิดภาพตะลุมบอนไปทั่วบริเวณ แสงสีเสียงระเบิดจากอาวุธต่าง ๆ นานาและเวทมนตร์อยู่ไปทั่ว แต่เมื่อเริ่มเสียเปรียบเหล่าทหารกบฏหวังโจมตีใส่เหล่าราชวงศ์ทั้งสามเพื่อสร้างความแตกต่าง แต่ก็ถูกดิเรกที่คอยอารักขาป้องกันไว้ได้ทั้งหมด แม้แต่เด็กอย่างเก้าและเกตก็ยังตกเป็นเป้าหมายของพวกทหารชั่ว แต่โชคยังดีที่เก้าเองก็พอป้องกันตัวเองได้ และยังมีเทพไทที่เข้ามาช่วยได้อย่างทันท่วงที



    แม้กระทั่งเจ้ากรมการทูต ก็ยังกระโดดเข้าหาปลายฝนหวังจะจับเธอเป็นตัวประกันเพื่อพลิกสถานการณ์อีกครั้ง แต่ไม่เป็นผล หนนี้ธัญญ่าเข้ามาสกัดเอาไว้ทัน เธอทำหน้าที่แทนดิเรกที่กำลังง่วนอยู่กับการช่วยเหลือเชื้อพระวงศ์ทั้งสาม



    แม้ความเร็วของเจ้ากรมการทูตจะดูเหนือกว่าธัญญ่า แต่ธัญญ่ามีดาบจำนวนมากกว่า ทำให้เจ้ากรมการทูตต้องล่าถอย




    “ขอบคุณค่ะ” ปลายฝนกล่าวจากใจจริงของเธอ



    “ไป รีบไปหลบกับพ่อแม่ของเธอ” ในเวลาออกศึกเช่นนี้ ไม่มีใครมามัวสนยศถาบรรดาศักดิ์แล้ว ธัญญ่าไล่ปลายฝนให้ออกไปจากสนามรบ



    “ไม่ค่ะ ฉันต้องไปเอากษาปณ์มีนกลับมา” ปลายฝนดูมุ่งมั่น



    ธัญญ่ากัดฟันขณะมองปลายฝน แล้วเธอก็หันไปทางเจ้ากรมกลาโหมก่อนจะพูดโดยไม่มองเธอ “ไปหลบไป เดี๋ยวฉันไปเอามาให้เอง”



    หลังพูดจบ ธัญญ่าก็พุ่งทะยานออกตัวไปทันทีโดยไม่รอคำพูดใด ๆ จากปลายฝน ปลายฝนเองก็อยากจะพูดบางอย่าง เธออยากมีส่วนร่วมในการเอากษาปณ์มีนกลับมา แต่เธอก็รู้ตัวเองดี เมื่อไร้ซึ่งกษาปณ์มีน เธอก็เป็นเพียงแค่กล่องพยาบาลเคลื่อนที่ เธอไม่ได้เก่งกาจเวทมนตร์ด้านโจมตี สิ่งที่เธอมีก็เพียงแค่เวทมนตร์รักษากับกำแพงเท่านั้น เวทมนตร์ขั้นพื้นฐานของเธอก็ใช้ได้มีแค่กระสุนวารี มันคงไร้ประโยชน์เมื่อต้องโจมตีใส่ใคร



    กรี๊ด...อ๊า...



    ทันใดนั้นก็มีกรีดร้องดังขึ้นมา ในขณะที่ฝ่ายพระราชากำลังได้เปรียบ เมื่อจู่ ๆ ก็ได้ยินเสียงกรีดร้องออกมา และทุกคนหันไปทางหนึ่งพร้อมกัน พวกเขาก็ตัวนิ่งแข็งอย่างฉับพลันกับสิ่งที่ปรากฏขึ้นต่อหน้า สีหน้าทีมสองมืดมนลงทันที



    “นี่เจ้ากรมกลาโหมอัญเชิญอสูรจักรราศีมีนออกมาได้จริง ๆ อย่างนั้นเหรอ?” ดิเรกมีสีหน้าที่เคร่งเครียด



    “นี่เขาไม่ได้เป็นคนทรงที่อ่อนแออีกแล้วสินะ” แม้แต่ดารินเองก็รู้สึกแย่



    “แย่แล้ว เราไปไม่ทัน” ธัญญ่าหน้าถอดสี เธอเองก็รู้สึกถึงความแข็งแกร่งของอสูรจักรราศีดี



    “อานนท์ช่วยจัดการท่านอาที” ปลายฝนพูดคำนี้ออกมาพร้อมกับมองหาอานนท์แต่เธอหาเขาไม่เจอ



    “...”




    ตอนนี้ทุกคนต่างสิ้นหวังเมื่อนางเงือกขนาดใหญ่ลอยตัวอยู่กลางอากาศได้ประจักษ์แก่สายตาทุกคน หลายคนเริ่มคุกเข่าพนมมือตัวสั่นเทิ้มด้วยความหวาดกลัว พวกเขาต่างร้องขอชีวิตกัน ฝ่ายทหารกบฏต่างโห่ร้องยินดี เริ่มมีคนส่งเสียงเชียร์ให้เจ้ากรมกลาโหมจัดการศัตรูของพวกเขา



    “มันสายเกินไปแล้วที่มานั่งร้องขอชีวิตกันในตอนนี้” เจ้ากรมกลาโหมพูดด้วยท่าทางเย่อหยิ่ง “แต่เพื่อแสดงให้เห็นว่าฉันเป็นคนที่มีความเมตตา ฉันจะให้โอกาสกับคนที่ไปจับตัวราชา ราชินีและ...อ๊อก”

    คล้ายกับเรื่องมหากาพย์ดาบอนันต์มนตรา ภาค : โลกมนตรากฤตยา (มี E-Book) ที่คุณอ่าน