“วิชาพิฆาตตะวันอะไรนะ” โจวหลิงเฟิงถามด้วยความงุนงง
“พ่อไม่ได้ให้อันจิ้งเอาวิชาพิฆาตตะวันมาให้ผมเหรอ” โจวเหวินสับสนเหมือนกัน
“ลูกก็รู้นี่ว่าพ่อไม่สนใจเรื่องการฝึกฝน พ่อไม่ค่อยเข้าใจเรื่องพวกนี้สักเท่าไร” โจวหลิงเฟิงกล่าว
โจวเหวินนิ่งเงียบ ถ้าโจวหลิงเฟิงไม่ได้เป็นคนมอบวิชาพิฆาตตะวันให้เขา แล้วทำไมอันจิ้งถึงบอกว่าโจวหลิงเฟิงเป็นคนมอบให้เขา ดูเหมือนว่าเรื่องนี้จะซับซ้อนขึ้นแล้ว
“อันจิ้งมีแผนอะไรกันแน่ วิชาพิฆาตตะวันเป็นของจริงไหมนะ” โจวเหวินทำความเข้าใจไม่ได้
โจวเหวินแยกไม่ได้ว่าวิชาพิฆาตตะวันเป็นของแท้ไหม คนทั่วไปไม่มีโอกาสเข้าถึงวิชาพิฆาตตะวัน นับประสาอะไรกับการแยกแยะว่าเป็นของจริงหรือของปลอม
โจวหลิงเฟิงพูดต่อ “ถ้าอันจิ้งเป็นคนให้ลูก นี่อาจเป็นน้ำใจเล็ก ๆ ของเธอ ลูกเก็บไว้ก่อนเถอะ ไว้พ่อเจอเธอแล้วจะลองถามดู”
“เข้าใจแล้วครับ” โจวเหวินไม่ได้พูดอะไรต่อ ดูเหมือนโจวหลิงเฟิงจะมองพี่น้องตระกูลอันในแง่ดี ในเมื่อยังไม่รู้ข้อเท็จจริง การพูดมากเกินไปก็ไร้ประโยชน์
แต่ละคนล้วนมีมุมมองของตัวเอง แม้แต่คนที่ใกล้ชิดที่สุด ก็ไม่สามารถบังคับให้พวกเขามองสิ่งต่าง ๆ ในแบบเดียวกันได้ มีเพียงความจริงเท่านั้นที่มีอำนาจในการโน้มน้าว โจวเหวินเข้าใจหลักการนี้มาตั้งแต่ยังเด็ก
หลังจากวางสาย โจวเหวินก็ปล่อยใจให้สงบ เขาไม่ได้เล่นเกมต่อ แต่เริ่มฝึกวิชาฝ่ามือ
เขาเคยลองมาหลายครั้งแล้ว แต่ก็ยังไม่สามารถใช้หมัดเฮอร์คิวลิสด้วยวิธีการออกแรงแบบหมัดหนึ่งนิ้ว จึงทำได้แค่ยอมรับความจริง แล้วหันไปลองประสานฝ่ามือโครงกระดูกกับหมัดหนึ่งนิ้วแทน
โจวเหวินมุ่งมั่นไม่ว่อกแว่ก ขณะที่ปล่อยฝ่ามือโครงกระดูก ก็ใช้ทักษะของหมัดหนึ่งนิ้วพร้อมกัน
คุณสมบัติของฝ่ามือโครงกระดูกกับหมัดหนึ่งนิ้วค่อนข้างเข้ากันได้ดี กระบวนการประสานก็เป็นไปอย่างราบรื่นกว่าที่เขาคิดไว้ ถึงแม้ช่วงแรก ๆ จะยังติดขัดอยู่บ้าง ไม่สามารถประสานทั้งสองอย่างถูกต้อง
แต่หลังจากลองไปหลายหมัด โจวเหวินก็เริ่มเข้าใจหลักแล้ว ทำให้ประสานทั้งสองสิ่งได้ดีขึ้นเรื่อย ๆ
หลังจากปล่อยไปสิบหมัด ลมปราณของโจวเหวินก็หมดเกลี้ยง เขาจึงทำได้แค่เข้าเกมสังหารมดแกร่งกลายพันธุ์ เก็บผลึกมาฟื้นฟูลมปราณ จากนั้นค่อยฝึกต่อ
แต่หลังจากเข้าเกมได้ไม่นาน และยังไม่ทันได้เจอผลึก โจวเหวินก็ต้องตกใจเมื่อพบว่าลมปราณของเขาเพิ่มขึ้นเองหนึ่งแต้ม
เมื่อก่อนตอนที่เขาฝึกฌานวิบาก ต้องใช้เวลาประมาณหนึ่งชั่วโมงถึงจะฟื้นฟูลมปราณได้หนึ่งแต้ม แต่เมื่อครู่ผ่านไปแค่ไม่กี่นาทีก็ฟื้นฟูขึ้นหนึ่งแต้ม ความเร็วการฟื้นฟูนี้ช่างเหนือความคาดหมาย
“นี่เป็นผลของคัมภีร์สะกดเซียนงั้นเหรอ” โจวเหวินรับรู้ถึงลมปราณที่ไหลเวียนอยู่ภายในร่างกาย พลางรู้สึกดีใจเล็กน้อย
โจวเหวินไม่เคยได้ยินมาก่อนว่า ระดับธรรมดาจะมีความเร็วในการฟื้นฟูลมปราณขนาดนี้
ไม่ว่าคัมภีร์สะกดเซียนจะมีประโยชน์อย่างอื่นอีกไหม แต่เพียงจุดนี้ก็ถือว่าน่าทึ่งมากแล้ว
โจวเหวินยังคงควบคุมตัวละครสีเลือดฟาร์มอยู่ในเกม ถึงแม้โทรศัพท์ปริศนาจะเป็นระบบสัมผัสหน้าจอ แต่การควบคุมตัวละครสีเลือดกลับไม่ได้อาศัยการสัมผัสหน้าจออย่างเดียว ส่วนใหญ่จะใช้การควบคุมผ่านความคิด จึงพูดได้ว่าทั้งสองมีความคิดความรู้สึกเชื่อมถึงกัน
ทั้งความคิดและความรู้สึกต่างเชื่องโยงกัน ทำให้โจวเหวินได้รับประสบการณ์ต่อสู้ในเกมของตัวละครสีเลือดเหมือนกัน
เมื่อเห็นมดแกร่งกลายพันธุ์ตัวหนึ่งไต่เข้ามา โจวเหวินก็ควบคุมมุมกล้องภายในเกม พร้อมกับใช้ความคิดควบคุมตัวละครสีเลือด ลองใช้ทักษะที่ประสานฝ่ามือโครงกระดูกเข้ากับหมัดหนึ่งนิ้ว
เมื่อตัวละครสีเลือดฟาดฝ่ามือลงบนหัวของมดแกร่งกลายพันธุ์ ถึงแม้เปลือกส่วนหัวของมันกลับไม่เสียหายสักนิด แต่เมื่อมดแกร่งกลายพันธุ์พุ่งไปข้างหน้าต่ออีกไม่กี่ก้าว มันกลับตัวสั่นแล้วล้มตายลงพื้นทันที
มุมซ้ายล่างของหน้าจอโทรศัพท์มีข้อความแจ้งเตือนแสดงขึ้นสองบรรทัด ‘สังหารมดแกร่งกลายพันธุ์ระดับธรรมดา’
ข้อความแจ้งเตือนบรรทัดแรกไม่มีอะไรพิเศษ โจวเหวินเคยเห็นมาหลายครั้งแล้ว อีกทั้งมดแกร่งกลายพันธุ์ตัวนี้ก็ไม่ได้ปรากฏอะไรออกมา
แต่ข้อความแจ้งเตือนบรรทัดที่สองกลับทำให้โจวเหวินตกตะลึงเล็กน้อย
‘เข้าใจทักษะขั้นสูงของฝ่ามือโครงกระดูก ฝ่ามือโครงกระดูกพัฒนาเป็นฝ่ามือธุลี’
โจวเหวินเปิดดูข้อมูลของตัวละครสีเลือด และพบว่าชื่อฝ่ามือโครงกระดูกหายไปจากช่องสกิลแล้ว แต่ถูกแทนที่ด้วยสกิลที่ชื่อว่าฝ่ามือธุลี
สกิล : หมัดเฮอร์คิวลิส ระดับเก้า
สกิล : ฝ่ามือธุลี ระดับสิบ
“ระดับสิบงั้นเหรอ ก่อนหน้านี้ฝ่ามือโครงกระดูกเป็นแค่สกิลระดับหนึ่งไม่ใช่เหรอ ทำไมหลังจากที่มันพัฒนาเป็นฝ่ามือธุลี ถึงได้กลายเป็นระดับสิบ” โจวเหวินรู้สึกสงสัย
การใช้ฝ่ามือธุลีระดับสิบในแต่ละครั้งใช้ลมปราณแค่ห้าแต้มเท่านั้น ซึ่งเทียบเท่ากับการใช้หมัดเฮอร์คิวลิสระดับเก้า
“ดูจากอัตราการใช้ลมปราณ อานุภาพของฝ่ามือธุลีระดับสิบเหมือนจะไม่ค่อยแตกต่างจากหมัดเฮอร์คิวลิสระดับเก้า” โจวเหวินอยากลองอานุภาพของฝ่ามือธุลี แต่มดแกร่งทั่วไปกับมดแกร่งกลายพันธุ์ล้วนรับมือพลังฝ่ามือของเขาไม่ได้ ไม่ว่าจะเป็นระดับหนึ่งหรือระดับเก้า ก็มองไม่ค่อยเห็นความแตกต่าง
โจวเหวินครุ่นคิดครู่หนึ่งแล้วตัดสินใจออกจากดันเจี้ยนรังมด และเปลี่ยนเป็นดันเจี้ยนนครจักรพรรดิโบราณ
ตราบใดที่ตัวละครสีเลือดยังไม่ตาย การออกจากดันเจี้ยนแล้วเข้าใหม่ หรือเปลี่ยนดันเจี้ยน ก็ไม่ต้องใช้เลือดใหม่อีกครั้ง
แต่ถ้าตัวละครสีเลือดไม่ตาย เกมก็จะไม่รีเซตดันเจี้ยน สิ่งมีชีวิตต่างมิติในดันเจี้ยนก็ไม่รีเซตเหมือนกัน
เมื่อครู่ตัวละครสีเลือดได้ตายในรังมดแล้ว ดังนั้นหลังจากเข้าดันเจี้ยนนครจักรพรรดิโบราณ สิ่งมีชีวิตต่างมิติที่อยู่ในนั้นก็รีเซตแล้ว ตอนนี้ตัวละครสีเลือดขี่มดแกร่งกลายพันธุ์บุกเข้าไป และเจอเข้ากับแม่ทัพโครงกระดูกที่รีเซตขึ้นอย่างรวดเร็ว
เฉกเช่นทุกครั้งที่ผ่านมา เขาควบคุมตัวละครสีเลือดกระโดดลงจากหลังมดแกร่งกลายพันธุ์ แล้วพุ่งเข้าใส่แม่ทัพโครงกระดูก
อาศัยทักษะการเคลื่อนที่หลบหลีกวนรอบม้ากระดูก หลังจากผ่านไปสิบกว่านาที ในที่สุดโจวเหวินก็เจอโอกาส ตัวละครสีเลือดกระโดดขึ้นขี่บนหลังม้ากระดูก นั่งอยู่ด้านหลังแม่ทัพโครงกระดูก
แต่คราวนี้โจวเหวินไม่ได้ให้ตัวละครสีเลือดโจมตีใส่เบ้าตาที่เป็นจุดอ่อนของแม่ทัพโครงกระดูก แต่ให้ฟาดฝ่ามือลงบนกะโหลกด้านหลังของแม่ทัพโครงกระดูก
หลังจากฟาดฝ่ามือลง กะโหลกของแม่ทัพโครงกระดูกปราศจากความเสียหายแม้แต่น้อย แต่เปลวเพลิงสีเลือดในกะโหลกกลับกระจายออกมาราวกับแตงโมที่ถูกทุบแหลก
แม่ทัพโครงกระดูกขี่ม้ากระดูกพุ่งไปข้างหน้าหลายก้าวด้วยความเคยชิน แต่หลังจากนั้นกระดูกทั่วร่างกายก็กระจายกลายเป็นเศษกระดูกที่กองเต็มพื้น
“สังหารแม่ทัพโครงกระดูกระดับตำนาน พบผลึกแม่ทัพโครงกระดูก”
โจวเหวินมองผลึกแวววาวที่เกิดขึ้นในเกมด้วยความรู้สึกที่ทั้งดีใจทั้งประหลาดใจ
ฝ่ามือธุลีทำลายแม่ทัพโครงกระดูกได้โดยที่ไม่ต้องโจมตีใส่จุดอ่อน แสดงให้เห็นว่าอานุภาพของมันเหนือกว่าหมัดเฮอร์คิวลิสระดับเก้า
“สกิลระดับสิบสุดยอดจริง ๆ ไม่รู้ว่าฝ่ามือธุลีจะฆ่ามดบินปีกเงินได้ไหมนะ” โจวเหวินอยากลองสู้กับมดบินปีกเงินทันที
ความเร็วการออกหมัดเฮอร์คิวลิสนั้นช้าเกินไป ทำให้โจมตีไม่โดนมดบินปีกเงิน แต่ฝ่ามือธุลีกลับไม่มีข้อเสียในจุดนี้ สามารถฟาดฝ่ามือได้อย่างรวดเร็ว