[ลูเบียร์]
แอนเดอร์สันมองจ้องไปยังป้ายบนบานประตูขนาดใหญ่ตลอด 7 วันที่เขาบินด้วยความเร็วเต็มกำลังมาจนถึงเมืองที่ผู้อำนวยการพูดถึง ในที่สุดเขาก็มาเจอเมืองที่พูดถึง แต่ยังไม่เดินเข้าไปข้างในเพราะยังไม่รู้ว่ามีอะไรรออยู่ แอนเดอร์สันจึงกระจายสายลมเข้าไปรับข้อมูลพร้อมกับตรวจจับทุกอย่างด้วยมานา กระทั่งเขารู้ว่าเมืองลูเบียร์เต็มไปด้วยเผ่าพันธ์ุดั้งเดิมอันหลากหลายของมิสเทอรี่จึงเดินเข้าไปเพื่อซื้อข้อมูลเกี่ยวกับเขต 15 ที่ต้องการเข้าไปล่า
“วาว มีเผ่าพันธ์ุมากมายเลยล่ะ”
ภูติน้อยทั้งสองโผล่หัวออกมาจากหมวกเกราะมองจ้องไปรอบตัวด้วยความตื่นเต้นดีใจ ระหว่างก้าวขาเดินเข้าไปในเมืองแอนเดอร์สันก็ได้ยินเสียงพีทชี้ไปยังสิ่งของแปลกประหลาดน่าสนใจพลางได้ยินเสียงพิกซี่เตือนให้เขาระวังบุคคลที่น่ากลัว นับว่าตอนนี้แอนเดอร์สันมีเครื่องตรวจสอบถึง 2 อย่างไว้ช่วยเขามองดูสิ่งที่อาจจะผ่านตาเขาไป
“ชายคนนั้นอันตราย อยู่ให้ห่างนะ” พิกซี่กล่าวเตือน
“แอนเดอร์สัน ลูกแก้วสีนั่นปลดปล่อยมานาธาตุไฟออกมาเยอะมาก มันจะต้องเป็นอุปกรณ์เวทย์ระดับ 9 แน่นอน” พีทชี้ไปยังสิ่งของด้วยท่าทางสนใจ
“ฝากมองดูทุกอย่างหน่อยนะ ฉันจะไปซื้อข้อมูลสักหน่อย”
ก่อนจะออกเดินทางแอนเดอร์สันสืบข้อมูลของพี่ชายมาก่อน ทำให้เขาต้องเร่งมือเช่นเดียวกันเพราะนอกจากเขาจะพยายามตามหาพลัง พี่ของเขายังทำไม่ต่างกัน ทั้งหาคนที่เข้าร่วมไม่ว่าจะเป็นคนในสหพันธ์โคเวียและคนจากสหพันธ์อื่นๆ พวกเขายังพยายามใช้ทรัพยากรของตระกูลหลักในการตามหาสิ่งที่สามารถยกระดับพลังให้สูงยิ่งขึ้น จากการพ่ายแพ้ให้กับแอนเดอร์สันพี่ชายของเขาแต่ละคนจึงพยายามอย่างหนักในการเพิ่มพลังเวทย์สะสมให้มากกว่าเดิม
“อยากได้ข้อมูลของพื้นที่เขต 15 ”
แอนเดอร์สันพูดกับพนักงานขายข้อมูลภายในเมืองแห่งนี้ ชายตรงหน้าที่ไม่สามารถมองได้ว่าแอนเดอร์สันเป็นใคร จึงมองไปยังภูติทั้งสองที่กำลังมองจ้องเขาเช่นเดียวกัน
“เจ้าเป็นใคร ทุกคนที่ขายหรือซื้อข้อมูลต้องยืนยันตัวตน”
“จ้าวแห่งภูติแอนเดอร์สัน”
กลิ่นไอภูติปลดปล่อยออกมาจากร่างแอนเดอร์สัน ระหว่างนี้เองพนักงานก็ได้ใช้จมูกดมกลิ่นเพื่อแยกแยะเผ่าพันธ์ุ แอนเดอร์สันที่เห็นการสรุปของชายตรงหน้าว่าเขาเป็นภูติถึงขั้นยิ้มกว้าง ดูเหมือนว่าเขาจะไม่ใช่มนุษย์จริงๆหากไม่ได้มองที่รูปลักษณ์ภายนอก
“เจ้าอยากได้อะไรเกี่ยวกับเขต 15”
“ฉันอยากรู้ว่ามันเป็นเขตยังไง สภาพอากาศด้านในอันตรายมากน้อยแค่ไหน แล้วก็ ทุกคนที่เข้าไปล่า พวกเขาล่าอะไร ถ้ามีตำแหน่งลับหรือตำแหน่งปรากฎการณ์พิเศษบอกมาด้วยก็ดี ”
“ค่าใช้จ่ายทั้งหมด 5 คอร์”
แอนเดอร์สันควักคอร์ 900 ปีจำนวน 5 ชิ้นออกมาให้กับพนักงาน มันเป็นสกุลเงินที่เมืองลูเบียร์ใช้สำหรับซื้อขาย หลังจากเขาได้ข้อมูลที่เขียนลงไปบนกระดาษไม่ทันสมัยเหมือนของมนุษย์ที่มีเทคโนโลยีผสมผสาน แอนเดอร์สันจึงเดินหาที่นั่งอ่านมัน
“แอนเดอร์สันดูนั่น เขาบินได้เหมือนกับเรา”
แอนเดอร์สันมองไปยังนักเวทย์คนหนึ่งรูปร่างภายนอกของเขาเหมือนมนุษย์ยกเว้นหัวและปีกที่เหมือนกับนกบางชนิดที่เขาไม่รู้จัก เมื่อภูติน้อยทั้งสองกำลังตื่นเต้นกับสิ่งมีชีวิตหลากหลายเผ่าพันธ์ุเขาจึงนั่งอ่านข้อมูลต่อไป
—----------------------------
“ตายอีกแล้วสินะ”
หน่วยเงามองจ้องไปยังร่องรอยการต่อสู้ระหว่างคนของตระกูลสกอร์เปี้ยนส์และศัตรูที่ยังไม่ยืนยันได้แน่ชัดว่าเป็นใคร เพียงแต่ว่าพวกเขาก็สามารถรู้ได้ถึงตัวตนของกลุ่มคนที่ลงมือทั้งที่ยังไม่ยืนยัน 100 %
จากสภาพจุดเกิดเหตุในเขตเหมืองที่พวกเขาดูแล มันไม่ใช่การต่อสู้วงกว้าง มันเป็นการลอบสังหาร ศัตรูใช้พิษได้เชี่ยวชาญ ทางฝั่งตระกูลสกอร์เปี้ยนส์ก็ใช้คำสาปต่อสู้เช่นกัน ร่องรอยที่ทิ้งเอาไว้นั้นจึงมีเพียงรอยเปื้อนบนพื้น
“เข้ามาลอบสังหารอย่างรวดเร็วและถอยกลับไปอย่างรวดเร็วโดยเก็บร่างของพวกมันไปด้วย”
“ใช่ ทิ้งไว้เพียงแค่คนของเราเพื่อหลอกให้เรากลัว”
การที่คนของตระกูลสกอร์เปี้ยนส์ตกตายฝ่ายเดียวในที่เกิดเหตุ ทำให้คนที่ทำงานภายในเหมืองเกิดความหวาดกลัวได้ ดังนั้นการนำศพของกลุ่มคนที่บุกเข้ามากลับออกไปจึงนับว่าสำเร็จผล อย่างไรก็ตามกลุ่มคนที่ดูแลเหมืองกลับมีวิธีอีกมากมายในการลบความกลัวออกไป สิ่งที่น่ากลัวสำหรับพวกเขาไม่ใช่ศัตรูแต่เป็นคำสาปที่อยู่กับพวกเขา
“ถ้าเหตุการณ์ลอบสังหารเกิดขึ้นอีก ฉันคิดว่าสงครามครั้งสุดท้ายอาจจะไม่ได้เริ่มก็ได้”
“ไม่แน่หรอกนะ ดูจากการที่พวกมันลงมือแล้วคงจะวางแผนลงมือพร้อมกันกับสงครามครั้งสุดท้าย ในวันนั้นตระกูลมากมายจะส่งคนไปยังสถานีที่เราสร้าง มันจะทำให้สหพันธ์โคเวียอ่อนแอเป็นอย่างมาก พวกมันอาจจะต้องใช้เวลานั้นแน่นอน”
หน่วยเงากระจายกำลังกันออกไปตรวจสอบรอบๆเขตทรัพยากรเหมืองที่พวกเขาขุดขึ้น ทุกคนจึงภาวนาขอให้ได้ตำแหน่งผู้นำตระกูลคนใหม่เกิดขึ้นเร็วๆ ไม่อย่างนั้นมันจะวุ่นวายแน่นอนเพราะศัตรูของตระกูลสกอร์เปี้ยนส์ครั้งนี้ ไม่ใช่ระดับที่จะใช้กำลังหลักของตระกูลเข้าข่ม มันจำเป็นต้องใช้หน่วยเงาที่อยู่เบื้องหลังเข้าร่วมด้วยเพื่อให้ชนะ
—---------------------------
“เอาล่ะ เดินทางกันต่อเถอะ”
“ไปเลย!”
“สู้ๆ” ภูติน้อยทั้งสองชูไม้ชูมือเป็นสีสันให้แอนเดอร์สันรู้สึกโล่งใจเล็กน้อยหลังจากมีเพื่อนร่วมทางไม่ได้เดินทางในป่าอันมืดมิดเช่นเดิมอีกต่อไป
จากข้อมูลที่เขาอ่านตำแหน่งที่เขากำลังจะเดินทางไปคือ เขตนิรันดร์ผันผวน มันเป็นสถานที่เต็มไปด้วยมอนสเตอร์ตั้งแต่ 800 ปี ไปจนถึงมอนสเตอร์ที่ก้าวข้ามขีดจำกัด แล้วยังเป็นเขตที่ถูกวัดระดับให้มีความน่ากลัวเทียบเท่ากับเกทระดับ 11 เพียงแค่ประโยคนี้ทำให้แอนเดอร์สันรู้สึกกลัว เพียงแค่เกทระดับ 10 ยังต้องใช้กำลังผู้ก้าวข้ามขีดกำกัด 200 กว่าคนในการโจมตี การที่เขตเขานิรันดร์ผันผวนระบุว่ามีระดับเท่าเกทระดับ 11 นี้ ส่งผลให้เขาต้องระวังตัวเป็นพิเศษ
ทว่าเรื่องน่าสนใจของเขตนี้ไม่ใช่แค่ระดับความอันตรายเท่ากับเกทระดับ 11 เพียงเท่านั้น ในข้อมูลที่แอนเดอร์สันซื้อมายังอธิบายอีกด้วยว่า เขตนิรันดร์ผันผวนเป็นเขตที่มีพื้นที่มากมายซ้อนทับกัน แต่ละพื้นมีมอนสเตอร์แตกต่างและมีลักษณะพื้นที่ที่ต่างกัน พลังลึกลับที่ต้องเจอนั้นก็เปรียบเทียบกันไม่ได้
สิ่งที่นักเวทย์เข้าไปล่าจึงมีมากมายตามประเภทของพื้นที่ที่ซ้อนทับกัน จากข้อมูลที่อ่าน สิ่งที่นักเวทย์เข้าไปหานั้นมีความน่าสนใจหลายอย่าง ยกตัวอย่างเช่น น้ำยาแห่งความเยาว์วัยที่สามารถคงความหนุ่มสาวได้จนแก่เฒ่า หรือจะเป็นยาอายุวัฒนะที่เพิ่มอายุขัยได้ 100 ปี ยาเพิ่มพลังเวทย์สะสมและอื่นๆอีกมากมายที่ทำให้ผู้ค้นพบแข็งแกร่งขึ้น
ยิ่งเห็นตัวอย่างสิ่งที่นักเวทย์เข้าไปล่า แอนเดอร์สันก็ยิ่งตื่นเต้นเพราะพื้นที่แห่งนี้ตอบโจทย์เขาเป็นอย่างมาก นอกจากอันตรายที่เขาได้รับจะนำมาเป็นตั๋วได้แล้ว อันตรายที่เขาเผชิญหน้ายังทำให้เขาได้รับโอกาสในการแข็งแกร่งจากสิ่งของที่จะแย่งชิงจากคนอื่นๆ ทันทีที่เขาล็อกเป้าหมายเอาไว้ว่าจะต้องเดินทางไปยังเขตหินนิรันดร์หนึ่งในพื้นที่ซ้อนทับของเขตนิรันดร์ผันผวน แอนเดอร์สันก็เริ่มบินออกจากเมืองลูเบียร์ไปในทันที เพราะคำอธิบายที่ซื้อมานี้แนะนำให้เขาบินผ่านเขตต่างๆ ไม่อย่างนั้นเขาจะต้องเสียเวลามากกว่าจะผ่านแต่ละเขตที่ซ้อนทับกันไปได้
“วาว นั่นเรือเหาะล่ะ เรือเหาะเวทมนตร์”
แอนเดอร์สันมองตามนิ้วมือของพิกซี่ เธอกำลังชี้ไปยังเรือลำใหญ่ลอยอยู่บนท้องฟ้า แอนเดอร์สันเคยเห็นสิ่งนี้ที่หมู่บ้านเอลฟ์มาก่อน แต่ไม่เคยเห็นตอนขึ้นบินเลยสักครั้ง หลังจากที่เขารู้ว่ามันสามารถบินได้ด้วยการใช้เพียงแค่เวทมนตร์เท่านั้นจึงตื่นเต้นกับมันเช่นกัน แต่ถึงอย่างนั้นเขาไม่คิดจะเข้าไปใกล้เพราะรู้ว่ามันเป็นสิ่งอันตราย อาจจะถูกยิงด้วยปืนใหญ่ข้างเรือเหาะได้ แอนเดอร์สันจึงตัดสินใจบินตรงไปยังเขตหินนิรันดร์ในทันที
“แอนเดอร์สันตรงนั้นมีผลไม้แปลกประหลาด”
“งั้นแวะ” แอนเดอร์สันแวะไปเก็บผลไม้ให้เหล่าภูติแล้วบินต่อไป มันไม่ได้เสียเวลาเลยสักนิดเพราะไม่มีมอนสเตอร์คอยดูแล ผลไม้ที่เก็บมาก็ไม่ใช่สิ่งล้ำค่า เป็นเพียงผลไม้อาหารที่เกิดตามป่าเท่านั้น
“น่าสนใจแฮะ”
แอนเดอร์สันมองไปยังพลังเวทย์มากมายที่ปลดปล่อยออกมาจากเขตตรงหน้าที่กำลังจะเข้าไป การที่มันชื่อเขตนิรันดร์ผันผวน คงจะมาจากพลังเวทย์มากมายที่ไม่สามารถควบคุมได้จนทำให้เกิดพื้นที่ซ้อนทับกัน ทันทีที่เขามาถึงแล้วนั้นแอนเดอร์สันก็ได้บินตรงด้วยความรวดเร็วทะลวงม่านพลังจางๆบนท้องฟ้าเข้าไปในทันที ภูติน้อยทั้งสองที่สัมผัสได้ถึงมานามหาศาลของเขตที่เข้ามานี้ต่างตื่นเต้นกับประสบการณ์ใหม่ที่ได้รับ
“มอนสเตอร์ หลบเร็ว!” พีทร้องตะโกนลั่น การทะลวงเข้ามาในม่านพลังสิ่งที่รอพวกเขาอยู่คือตูดมอนสเตอร์ตัวใหญ่ แอนเดอร์สันจึงบินด้วยความสูงที่มากขึ้น จนทำให้พวกเขารอดพ้นจากการชน
“แอนเดอร์สัน พิกซี่สัมผัสได้ว่าป่าอันตรายมาก”
“ใช่ ฉันก็สัมผัสได้ว่ามันอันตรายเช่นกัน” แอนเดอร์สันย่นคิ้ว พลังของมอนสเตอร์ที่ก้าวข้ามขีดจำกัดหนาแน่นเป็นอย่างมาก ยังไม่ทันที่เขาจะเจอหน้าพวกมันระดับอันตรายจากทางระบบก็ได้แจ้งเตือนถึง 10 แล้วทำให้เขารู้ว่าตัวเองมีโอกาสถูกลากลงไปบนพื้นดิน
“เอาล่ะ มาดูกันว่าเราจะต้องไปทางไหน”
แอนเดอร์สันเปิดแผนที่ของผู้อำนวยการพร้อมกับเปิดแผนที่ที่ได้ซื้อมาจากเมืองลูเบียร์ไปพร้อมกัน เมื่อรู้ว่าทั้งสองเป็นแผนที่ที่คล้ายกันมาก แอนเดอร์สันจึงบินตรงไปยังทิศตะวันตกของพื้นที่แห่งนี้ ที่นั่นมีพื้นที่หินนิรันดร์ซ่อนอยู่
“จะเพิ่มความเร็วแล้วนะ”
“ไปเลย!” ภูติน้อยทั้งสองชูมือด้วยความตื่นเต้น ทันใดนั้นเองแอนเดอร์สันต้องรีบหลบลำแสงทำลายล้างที่พุ่งขึ้นมาจากป่า มันเป็นพลังที่น่ากลัวมากถึงอย่างนั้นเขากลับไม่ยอมให้มันโจมตีเขาฝ่ายเดียว แอนเดอร์สันได้รวบรวมมานามาไว้ที่มือก่อนจะโยนเวทย์เพลิงแห่งการทำลายล้างระดับ 9 ลงไปยังจุดที่มีการลอบโจมตีจากมอนสเตอร์เมื่อครู่ในทันที
บรึ้ม!
“เอาล่ะ ฉันน่าจะพอเอาชีวิตรอดภายในเขตนี้ได้”
ชุดเกราะถูกถอดออกหลังจากสัมผัสมอนสเตอร์มากมาย ต่อให้พวกมันจะแข็งแกร่งมากจนฆ่าได้ยาก แต่ก็ยังหาตัวที่สามารถฆ่าเขาให้หายไปในการโจมตีเดียวไม่ได้ แอนเดอร์สันจึงถอดชุดเกราะเพื่อให้ระดับอันตรายเพิ่มสูงขึ้นอีก
“การโจมตีมาอีกแล้ว!” พิกซี่ร้องเตือนแอนเดอร์สัน พีทที่เห็นการโจมตีกำลังพุ่งตรงมาด้วยความเร็วถึงขั้นร้องตกใจด้วยความกลัว แอนเดอร์สันกลับเป็นฝ่ายยิ้ม เมื่อรู้ว่าสิ่งที่พุ่งเข้ามาหายังอยู่ในระดับที่เขาโจมตีสวนกลับไปได้ หอกไม้ภายในมือของเขาจึงถูกซัดออกไปทำลายลำแสงที่พุ่งเข้ามาหาก่อนจะเสียบลงไปยังคอของมอนสเตอร์ตัวที่ลอบโจมตีจนตายไปในที่สุด