บึงสายหมอกจัดเป็หนึ่งในสถานที่เร้นลับที่อยู่ใกล้กับอาณาเขตของเมืองหลิงซี ในทุกปีสถานที่แห่งนี้จะดึงดูดเอานักผจญภัยจำนวนมากจากทั้งภายในเมืองหลิงซีเองและจากเมื่องอื่นๆ ทั่วดินแดนให้เข้ามาเยือน คนเหล่านี้ล้วนมาเพื่อตามหาประสบการณ์ท้าทายใหม่ๆ และมีจำนวนไม่น้อยที่เอาชีวิตมาทิ้งไว้ที่บึงแห่งนี้
ตามตำนานเล่าขานกันว่า บึงแห่งนี้จะถูกปกคลุมด้วยกลุ่มหมอกหนาที่ขาวโพลนคล้ายก้อนเมฆตลอดทั้งปีทำให้แม้แต่ในเวลากลางวันที่ฟ้าใสและแดดจ้าแสงอาทิตย์ก็ยังไม่สามารถส่องผ่านม่านหมอกหนานั้นเข้าไปได้ ซึ่งนั่นก็เป็ที่มาของนามเรียกขานของบึงน้ำกว้างใหญ่นี้
ตำนานยังกล่าวไว้ด้วยว่า แท้จริงแล้วบึงสายหมอกเป็ชื่อเรียกโดยรวมของกลุ่มบึงขนาดั์ ที่แห่งนี้ประกอบไปด้วยบึงน้ำใหญ่น้อยจำนวนมากมาย บ้างก็ตื้นเขินจนมองเห็นก้นบึง บ้างก็ลึกจนสุดจะหยั่ง ทว่าจากคำเล่าขาน ว่ากันว่าหากผู้ใดพลัดตกลงไปในบึงเ่าั้ คนผู้นั้นก็ยากจะเอาชีวิตรอดมาได้ บางคนเชื่อว่าที่เป็เช่นนั้นส่วนหนึ่งก็เป็เพราะกลุ่มหมอกหนาจัดที่ปกคลุมไปทั่วทั้งพื้นที่แห่งนี้ทำให้แม้แต่นักผจญภัยมากประสบการณ์ก็ยังพลาดพลั้งได้
เนื่องจากไม่เคยมาเยือนบึงสายหมอกมาก่อน ทำให้ฉินอวี้โม่เองก็ไม่ทราบว่าตำนานดังกล่าวนั้นเป็เื่จริงหรือไม่
แม้ว่าจะเต็มไปด้วยอันตรายรอบด้าน แต่ที่แห่งนี้ก็มีอสูรมายาระดับต่ำอยู่เป็จำนวนมาก ถ้าหากมีโชคมากพอเหล่าผู้มาเยือนก็สามารถกอบโกยแก่นมายาหรือแม้กระทั่งจับอสูรมายาที่หายากได้ แต่แน่นอนว่าคนผู้นั้นก็จะต้องแข็งแกร่งเพียงพอที่จะหลบเลี่ยงหรือเอาชนะอสูรมายาระดับสูงได้ด้วย
บริเวณโดยรอบของบึงสายหมอกถูกห้อมล้อมด้วยพื้นที่ของป่าพรุที่หนาทึบและกว้างใหญ่ การจะไปถึงตัวบึงได้จึงต้องตัดผ่านป่าพรุนี้ไปให้ได้เสียก่อน
ในระหว่างทางที่กำลังเร่งติดตามหลินจิ้งหงและหานโม่ฉือไป ฉินอวี้โม่ก็ใช้เวลาครุ่นคิดเกี่ยวกับภารกิจในครั้งนี้ไปด้วย
…..เพราะว่าภารกิจที่พวกเขารับมานั้น มีความยากใน ‘ระดับพิเศษ’….
ระดับความยาก-ง่ายของภารกิจในสมาคมทหารรับจ้างจะถูกแบ่งออกเป็เจ็ดระดับ นั่นก็คือ มือใหม่, ง่าย, ทั่วไป, ยาก, พิเศษ, เชี่ยวชาญ และระดับยอดฝีมือ
ภารกิจระดับมือใหม่นั้นง่ายที่สุดและรางวัลที่ได้รับก็จะเป็รางวัลที่สุดแสนธรรมดา ส่วนระดับที่ยากที่สุดคือระดับยอดฝีมือซึ่งจะได้รับรางวัลที่เรียกได้ว่าล้ำค่าเป็อย่างยิ่ง
ถึงแม้จะประหลาดใจอยู่บ้างที่บุรุษสองคนนี้เชื้อเชิญเธอเข้าร่วมภารกิจระดับพิเศษที่ถือว่าค่อนข้างยาก และมีข้อสงสัยถึงระดับฝีมือของคนทั้งสอง แต่ฉินอวี้โม่ก็ยังคงมุ่งหน้าติดตามพวกเขาสองคนไปอย่างไม่หวั่นเกรง
ในครั้งนี้ภารกิจที่หานโม่ฉือและหลินจิ้งหงรับมาก็คือการค้นหาและระบุพิกัดของสถานที่ซึ่งเป็แหล่งอาศัยของอสูรมายาที่ทรงพลังที่สุดในบึงสายหมอกแห่งนี้ --- ยูนิคอร์นสีนิล
การที่ภารกิจนี้มีความยากแค่เพียงระดับพิเศษก็เป็เพราะสิ่งที่พวกเขาต้องทำมีเพียงการค้นหาตำแหน่งที่อยู่ให้เจอแต่ไม่ต้องลงมือสังหาร ซึ่งถ้าหากต้องฆ่ายูนิคอร์นสีนิลด้วย ความยากของภารกิจนี้จะถูกยกขึ้นเป็ระดับยอดฝีมือ
สิ่งที่ทำให้ฉินอวี้โม่รู้สึกกดดันอยู่บ้างก็คงจะเป็เื่ที่ยูนิคอร์นสีนิลที่ว่านั้น เป็ถึงอสูรมายาระดับศักดิ์สิทธิ์เก้าดารา ซึ่งใกล้ที่จะวิวัฒนาการณ์ไปเป็ระดับเทวะแล้ว
ในดินแดนแห่งนี้ ระดับของอสูรมายาจะถูกแบ่งออกเป็ระดับต่ำ, ภูต, ศักดิ์สิทธิ์, เทวะ, เทวะราชัน และระดับที่สูงกว่านั้น
ในแต่ละระดับจะถูกแบ่งย่อยออกไปอีกเก้าขั้นและถูกเรียกแทนในแต่ละขั้นด้วยจำนวนดวงดารา เริ่มต้นจากหนึ่งดาราไปจนถึงเก้าดาราซึ่งก็คล้ายกันกับรูปแบบของการจัดระดับขอบเขตพลังของมนุษย์
และหาก้าจะรับมือกับอสูรมายาระดับศักดิ์สิทธิ์เก้าดารา ก็จะต้องใช้ยอดฝีมือในขอบเขตมายารัตนะระดับเก้าดาราเท่านั้น จึงจะมีพลังเพียงพอที่จะต่อสู้กับมันอย่างสูสีได้
ในทวีปนี้ไม่ว่าจะเป็มนุษย์หรืออสูรมายาก็ล้วนแล้วแต่ต้องอาศัยพลังมายาในการบ่มเพาะร่างกาย ดังนั้นการแบ่งระดับพลังของทั้งมนุษย์และอสูรมายาจึงมีระบบที่คล้ายคลึงกันมาก
ขอบเขตพลังของมนุษย์ถูกจัดแบ่งออกเป็ระดับต่างๆ อันได้แก่ จิตมายา, ทิพย์มายา, มายารัตนะ, นภมายา และระดับที่สูงยิ่งกว่า
สำหรับเมืองหลิงซี ยอดฝีมือในขอบเขตมายารัตนะถือเป็ตัวตนระดับแนวหน้าแล้ว พวกเขาคือผู้ที่แข็งแกร่งที่สุดของเมือง ยังไม่มีผู้ใดในเมืองที่ก้าวถึงขอบเขตที่สูงกว่า การจะให้ตามหาถิ่นที่อยู่ของอสูรมายาที่มีระดับเทียบเท่ากับขอบเขตมายารัตนะนั้นจึงถูกจัดเป็ภารกิจยากระดับพิเศษนั่นเอง
เมื่อผ่านพ้นเขตป่าพรุไป ฉินอวี้โม่ก็รู้สึกว่าหมอกที่ดูบางเบาในตอนแรกเริ่มหนาขึ้นอย่างช้าๆ
“คุณหนูฉิน ท่านต้องตามพวกเราอย่าให้ห่าง บึงสายหมอกแห่งนี้อันตรายมาก ถึงแม้ข้าจะทราบดีว่าท่านไม่ใช่ผู้ไร้พร์อย่างที่คนเล่าลือกัน แต่อสูรมายาบางตัวที่อยู่ที่นี่ก็ไม่ใช่สิ่งที่ท่านจะรับมือได้”
หลินจิ้งหงหันไปเตือนฉินอวี้โม่ แม้ว่าเขาจะ้าทดสอบความแข็งแกร่งของคุณหนูสี่ผู้นี้ แต่ทว่าเขาก็ยังต้องคำนึงถึงความปลอดภัยของผู้ร่วมภารกิจทุกคนในกลุ่มก่อนเสมอ โดยเฉพาะเมื่ออยู่ในจุดที่มีอันตรายสูงในสถานที่ที่มีอันตรายรอบด้านเช่นนี้
ฉินอวี้โม่พยักหน้ารับทราบก่อนจะกล่าวเสียงเรียบ “คุณชายหลิน ท่านไม่ต้องเกรงใจถึงเพียงนั้นหรอก เรียกข้าว่าฉินอวี้โม่ก็พอแล้ว อย่าเรียกว่า ‘คุณหนู’ อีกเลย ตอนนี้ข้าไม่ได้เป็คุณหนูของตระกูลไหนอีกต่อไปแล้ว”
เพราะคำว่าคุณหนู นั้นไม่เหมาะสมกับตัวนางในตอนนี้...หรือถ้าจะพูดให้ถูกต้องก็คือ มันไม่เหมาะกับเธอเลยเสียมากกว่า
แม้ว่าฉินอวี้โม่จะเป็นักอดีตฆ่า แต่จริงๆ แล้วพื้นฐานนิสัยของเธอไม่ใช่คนเ็าหรือโหดร้าย เธอเป็ผู้หญิงเรียบง่ายธรรมดาๆ ที่อยากจะทำอะไรก็ทำ อยากจะไปไหนมาไหนก็ได้ เธอให้อิสรเสรีกับชีวิตเสมอ มีเพียงแค่เวลาปฏิบัติภารกิจเท่านั้นที่เธอจะสวมใส่หน้ากากแห่งความเ็าเคลือบใบหน้าที่แท้จริงไว้
อย่างไรก็ตาม มันอาจจะเป็เพราะงานที่ทำและสิ่งที่เป็ ทำให้ปกติแล้วฉินอวี้เป็คนเข้าถึงยากและจะไม่ยอมเชื่อใจใครง่ายๆ และนั่นก็ทำให้นักฆ่าสาวมีเพื่อนอยู่น้อยมาก แต่ใครก็ตามที่สามารถเอาชนะใจและทำให้เธอเชื่อใจได้ คนคนนั้นก็จะกลายเป็เพื่อนแท้ที่รู้ใจและพร้อมจะปกป้องซึ่งกันและกันในที่สุด
“ก็ได้ งั้นเ้าก็เรียกข้าว่าหลินจิ้งหง ไม่จำเป็ต้องเรียกว่าคุณชายหลิน”
หลินจิ้งหงพยักหน้าพลางแย้มรอยยิ้มที่ดูเป็มิตรให้ ก่อนจะหันไปมองหานโม่ฉือที่ยังไม่เคยเอ่ยปากพูดสิ่งใดออกมาแม้แต่คำเดียวั้แ่เข้ามาที่นี่ หลินจิ้งหงยักไหล่เล็กน้อยแล้วหันกลับมาพูดคุยกับสหายคนใหม่อีกครั้ง “สำหรับหานโม่ฉือ เ้าจะเรียกเขาว่าอะไรก็ได้ เขาไม่ถือสาเ้าหรอก”
เมื่อฟังวาจาของหลินจิ้งหงและหันไปมองหานโม่ฉือที่อยู่ข้างๆ เขา ฉินอวี้โม่ก็อดไม่ได้ที่จะอมยิ้มขำ นางลอบพิจารณาคนทั้งสองอยู่ชั่วครู่ก่อนจะยกยิ้มมุมปากขึ้นอย่างถูกใจ
‘พวกเขาสองคน เป็คนที่น่าสนใจจริงๆ’
“เข้าไปกันเถอะ”
ทันใดนั้นหานโม่ฉือก็เอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเยือกเย็นและเดินตรงเข้าไปยังกลุ่มหมอกหนาที่อยู่เบื้องหน้าข้างหน้าเป็คนแรก
.
.
.