ลวงสวรรค์สู่วิถียุทธคลั่ง [จบ]

บทที่793 ชั้นที่10

        อี้เฉิน ครั้นถอนลมหายใจออกมายาว ร่างเขาก็หายวับไปอยู่เบื้องหน้า อี้หลินในทันใด แม้แต่หญิงสาวเอง ยังตกใจกับความรวดเร็ว ปราดเปรียวของอี้เฉิน ก่อนอี้เฉินน้อยจะตบฝ่ามือ ออกมาเสียงดังก้องฟ้า ปัง!!
 


        พร้อม ระฆังสีทองคุ้มกันกาย ก่อร่างเต๋า แพร่กระจัดกระจาย คุ้มกันกายพวกเขาเอาไว้ในเสี้ยววินาที แม้แต่พิษร้าย ยังไม่อาจเข้ามา กล้ำกรายพวกเขาได้ พร้อมด้วยสายตาอี้หลิน มองอี้เฉินด้วยสายตาคมกล้า ภายในใจเต็มไปด้วยความประหลาดใจ ครั้นเห็นวิชาที่อี้เฉินน้อย สำแดงออกมา มีความคลับคล้ายคลับคลา วิชาของจักรพรรดิมนุษย์ เกอซูหยาง นางหดหรี่ดวงตาจนเล็กแคบ กล่าวพูดขึ้นมาทันใด “เจ้า!! เจ้าหนูเหตุใด เจ้าถึงมีวิชาที่คล้ายกับผู้ยิ่งใหญ่อย่าง จักรพรรดิมนุษย์ เกอซูหยางได้”

 


        อี้เฉินส่ายหัว “ก็แค่วิชาที่คล้ายกัน ใช่ว่าจะเหมือนกัน เสียที่ไหน” ก่อนสายตาอี้เฉิน จะจ้องมองไปที่อาภรณ์ ขาดส่วนบนของอี้หลิน บริเวณหน้าอกนาง มีบางอย่างที่อี้เฉินคุ้นตาเขาเป็นอย่างมาก

 


       ก่อนอี้หลินนางจะรีบปกปิดมัน ส่งสายตาดุร้ายมาให้อี้เฉิน “เจ้าเองก็เหมือนชายหนุ่มคนอื่นๆ ซินะ!!” ก่อนนางจะกัดกรามขึ้นมาน้อยๆ เมื่อม่านพลังคุ้มกันกายอี้เฉินแตกสลาย นางเตรียมจะปิดฉากการต่อสู้ เข้าไปพัวพันโรมรันอีกครั้งในทันใด

 


       สายตาอี้เฉินวูบไหวขึ้นมาเล็กน้อย พร้อมกับส่งหอกเลือดออกไป ลอยเบื้องหน้าอี้หลิน ก่อนบอกกล่าวตัวนางออกมา “แมงมุมทะเลทรายบรรพกาล จุดอ่อนอยู่ที่ส่วนท้อง เจ้าลองโจมตีไปบริเวณนั้นดู”

 


       อี้หลินใบหน้านางมีความไม่จำยอมอยู่ไม่น้อย ที่ให้อี้เฉินน้อยสั่งการ นางเช่นนี้ ครั้นนางจับหอกโลหิต อบอุ่นมือนางน้อยๆ มันก็เปล่งแสงสีแดง ออกมาพร่างพราว มาพร้อมกับริ้วคลื่นความเฉียบคม ราวกับไม่มีสิ่งใด ที่มันแทงไม่ทะลุ ยิ่งทำให้นางยิ่งมั่นใจ ในการง้างเกาทัณฑ์สีทองครั้งนี้เป็นอย่างมาก ว่าจะฆ่าสังหารศัตรูได้

 


       ฉับพลันที่เสียงฟึบ!!ดังออกมาก้อง หอกเลือดสีแดง มันก็ฉายวาบ ฉาบผืนฟ้าสนามประลองโบราณในทันใด จากสุดยอดสองศาสตราวุธของมหาพิภพ ส่งให้ร่างแมงมุมทะเลทรายบรรพกาล แหลกสลายหายไปพร้อมแสงวาบในเสี้ยวพริบตา

 


       แม้แต่อี้หลิน นางยังกลืนน้ำลายลงคอไปอึกใหญ่ “นี่มันสุดยอดพลังทำลายล้างเลยนะ” ‘แล้วเหตุใด ไอ้เด็กหนุ่มนี่มันถึงมี ศาสตราวุธระดับจักรพรรดิ แถมเหมือนว่าอานุภาพจะร้ายกาจกว่า เกาทัณฑ์คลื่นจันทร์เสี้ยวของนางเสียด้วย’

 


       อี้หลินที่กำลังหันขวับ กลับมามองเด็กหนุ่มอายุ14-15ปี นางก็ต้องสีหน้าบึ้งตึง เมื่อเห็นหอกเลือดอีกอัน ปรากฏลอยขึ้นมาหาตัวนาง จากการขับเคลื่อน ศาสตราวุธระดับจักรพรรดิ ทำให้นางศูนย์เสียปราณพลัง ภายในกายไปไม่ใช่น้อยๆ ก่อนจะเห็นรอยยิ้มกว้าง ของอี้เฉินน้อย

 


       “เจ้า! เจ้า! คิดจะให้ข้าปลดปล่อย การโจมตีที่รุนแรง จบการต่อสู้ ออกไปอีกครั้ง เช่นนั้นงั้นหรือ?” ทว่านางมีทางเลือกที่ไหน เมื่อรับรู้ปราณพลังนางหดหายไปมาก มาอยู่ในสภาพที่อิดโรย ไม่อาจต่อสู้ยืดเยื้อได้อีกต่อไป ก่อนนางจะปลดปล่อยการโจมตี บ้าคลั่ง ออกไปอีกครั้ง ฆ่าสังหาร แมงมุมทะเลทรายบรรพกาล ลงไปอย่างง่ายดาย จนร่างมันแหลกสลาย แต่ทว่าก็แลกมากับ ขานางที่สั่นเทิ้ม ปราณพลังแทบจะหมดตัว จวนจะยันกับพื้นไม่อยู่อีกต่อไป

 


       ก่อนอี้เฉินจะไปพยุงร่างนางไว้ พร้อมกล่าวชมอี้หลินออกมา ทว่าสายตาอี้เฉินก็ยังจดจ้อง บริเวณหน้าอกที่มีรอยขาดของนาง ครั้นเห็นสร้อย กับแหวนไม้เก่าที่เขาคุ้นตา ก่อนหน้านี้อยู่แวบหนึ่ง “เจ้าเก่งมาก ขับเคลื่อนศาสตราวุธ ระดับจักรพรรดิได้ขนาดนี้ ถือว่าไม่ธรรมดาแล้ว”

 


       อี้หลินนางเม้มริมฝีปากขึ้นมาทันใด รีบปกปิดบริเวณหน้าอกขาวนางอย่างมิดชิด เมื่อเห็นสายตาอี้เฉิน “ไหนกลายเป็นเจ้าที่ทำตัวเหนือข้าไปเสียนี่ ไอ้เด็กเวร ข้าล่ะอยากเอานิ้วจิ้มตาเจ้าจริงๆ”

 


        ด้านอี้เฉินเขาถึงกับส่ายหัว “เอาน่าไหนๆ เราก็ผ่านการทดสอบแล้ว” ก่อนจะชี้นิ้วไปบริเวณประตูที่เปิดขึ้น พร้อมกับพยุงร่างนาง ที่สูญเสียปราณพลังไปไม่ใช่น้อย ไปอีกฟากหนึ่งของประตูทดสอบ

 


        ...ภาพที่อี้เฉิน พยุงร่างอี้หลินสืบฝีเท้าออกมาอยู่บริเวณชั้นที่10 ต่างก็เป็นที่สนใจของหมู่ชนไม่น้อย ครั้นพวกเขาเห็นสภาพหญิงสาว แทบหมดปราณพลัง เนื้อตัวมีบาดแผลเล็กน้อยทั่วร่าง ผิดกับตัวของอี้เฉิน ที่ไร้ริ้วรอยขีดข่วน พวกเขาต่างก็ส่งสายตาเพ่งพิจารณา พร้อมกับคาดเดาออกมาว่า จะต้องเป็นอี้หลิน ที่ต้องสู้เพียงลำพังแน่ นางถึงมาอยู่ในสภาพเช่นนี้

 


         แม้แต่จอมยุทธ์ บนหอคอยสูงตระหง่าน ชั้นที่60 ยังกล่าวชมอี้หลินออกมา “สตรีนางนั้นไม่เลว ถึงกับผ่านด่านการทดสอบกลุ่ม ด้วยตัวคนเดียว เลยเช่นนั้นหรือ?” ชายหนุ่มใบหน้าหล่อเหลา ผมสีดำยาวประบ่า กล่าวชม อี้หลิน ออกมาอย่างไม่ปิดบัง

 


        ก่อนชายหนุ่มอีกคนจะกล่าวพูดหยอกล้อออกมา “คุณชาย เฟิงเหมียน สตรีนางนั้นทั้งงดงาม ทั้งเก่งกาจไม่เลว ท่านว่าเหมาะให้พวกเรา พูดคุยทำความรู้จักนางหรือไม่?”

 


ชายหนุ่มพยักหน้า “อืมๆ น่าจะอีกพักหนึ่ง กว่านางจะขึ้นมาถึงชั้นที่60”

 


       ก่อนสตรีงดงามนามว่า เมิ่งซาง จะเลียริมฝีปาก ขึ้นมาน้อยๆ “ข้าว่าไอ้เด็กที่ชื่อฟู่เทียน น่าสนใจกว่า ไอ้เด็กผมขาว ตัวน้อยนั้นก็ไม่เลวเช่นกัน หากเขาเติบโตจะต้องหล่อเหลาแน่” ทำให้คนที่ได้ยินคำพูด ของนางขนลุกซู่ ชูชันออกมา ครั้นพวกเขาเห็นงูพิษ บริเวณฝ่ามือนางชูคอ ตวัดลิ้นเลีย ส่งเสียงซู่!! ออกมาอย่างชั่วร้าย

 


        ด้านของเหยียนอู๋ เขารีบสืบฝีเท้า เข้ามาปัดแขนอี้เฉิน ออกจากเอวอี้หลินในทันใด ก่อนจะพยุงร่างหญิงสาว ไต่ถามนางออกมา “เจ้าเป็นอย่างไรบ้างอี้หลิน” ก่อนสายตาชายหนุ่ม จะหดหรี่ดวงตาจนเล็กแคบ มองอี้เฉินด้วยสายตาเอาเรื่อง

 


อี้เฉินที่เห็นว่า อี้หลินนางมีมิตรสหาย คอยปกป้องดูแล เขาจึงสืบฝีเท้าจากไปทันที ไม่ได้กล่าวพูดอะไร กับนางอีกต่อไป

 


        เหยียนอู๋ที่มองแผ่นหลังอี้เฉิน เริ่มเดินไปสำรวจของล้ำค่า ภายในประตูห้องต่างๆ ไม่แม้จะสนใจ อี้หลิน เหยียนอู๋เอ่ยพูด เย้ยหยัน อี้เฉินออกมาทันใด “เห็นหรือไม่ อี้หลิน เจ้าช่วยมันให้ผ่านด่านมาได้ ทว่ามันกับสนใจของล้ำค่า ที่อยู่ภายในประตูทองเหล่านั้น มากกว่าเจ้าเสียอีก”

 


       ครั้นหลายคนได้ยินต่างก็พยักหน้า เห็นด้วยกับคำพูดของเหยียนอู๋ ทว่าสายตาอี้หลิน นางมีความดึงดันดื้อรั้นไม่น้อย ก่อนจะสะบัดฝ่ามือออกจาก เหยียนอู๋ หาที่นั่งฟื้นคืนปราณพลังของนาง ไม่สนใจเหยียนอู๋อีกต่อไป

 


        ทว่าทันใดอี้เฉินก็ต้องสีหน้าบูดบึ้ง เมื่อจักรพรรดิเต่าชรา ขำออกมาดังสนั่นไปทั่ว หอคอยร้อยชั้น พร้อมกับกล่าวพูดลอยๆ ขึ้นมา “ข้าจะจับตาดูเจ้าต่อไป ดูซิว่าเจ้าจะ ปกปิดพลังของเจ้า ไว้ได้อีกนานเท่าใดกันเชียว”

 


        แม้แต่คนอื่นๆ พวกเขายังสีหน้าบึ้งตึง ครั้นได้ยินคำพูดของจักรพรรดิเต่าชรา บริเวณใจกลางห้องโถงใหญ่ ครั้นอยากจะถามไถ่ชายแก่ออกมา พวกเขาก็ไม่กล้าเมื่ออยู่ต่อหน้า ผู้ยิ่งใหญ่อย่างแท้จริง ทำให้ผู้คนภายในหอคอยร้อยชั้น เริ่มเกิดการระแวดระวังตัว อย่างเห็นได้ชัดจากคำพูดนั้นของ จักรพรรดิเต่าชรา

 


         อี้เฉินที่เดินสำรวจประตูบานใหญ่สีทองต่างๆ เลิกสนใจจักรพรรดิเต่าชรา มองหาของล้ำค่าที่เขาต้องการ บางประตูทองบานใหญ่ ภายในห้องถึงกับมีสระกลั่นหลอมกายาล้ำค่า แม้แต่สวนสมุนไพร ระดับศักดิ์สิทธิ์ยังมีให้เห็น แต่ของล้ำค่าเหล่านั้น มันก็ยังไม่เข้าตาของอี้เฉินเท่าใดนัก

 


         เกรงว่าจักรพรรดิเก้าภพ ในยามที่เขามีชีวิตอยู่ เขาคงจะชอบสะสมของล้ำค่า อย่างไม่ต้องสงสัย อี้เฉินไม่คิดว่าภายในสถานที่แห่งนี้ จะเต็มไปด้วยกฎเกณฑ์ ของล้ำค่ามากมายเช่นนี้

 


         ก่อนร่างอี้เฉินจะมาหยุดหน้าประตูทองใหญ่บานหนึ่ง ด้านในห้องเต็มไปด้วยต้นไม้สูง มีชีวิตชีวา พร้อมกับสิ่งล้ำค่า ที่เขาตามหาประเภท ช่วยเสริมศักยภาพ อี้เฉินจึงคิดใช้ ผลโพธิ ช่วยในการฟื้นฟูอาการบาดเจ็บ ปรับเลือดลมสมดุล ภายในกายใหม่ทั้งหมด ปราณพลังที่ฝ่ามืออี้เฉิน ลอยออกไปดึงคว้า ผลโพธิขนาดเท่ากำปั้นในทันใด

 


        ผลโพธิสีเหลืองทอง คล้ายลูกท้อ ที่ลอยลงมาอย่างแช่มช้า เตรียมจะมาอยู่ในฝ่ามือของอี้เฉิน กลับถูกชายหนุ่มผู้ติดตามของ คุณชาย ฟู่เทียน ดึงผลโพธิ ไปจากฝ่ามืออี้เฉินในเสี้ยวพริบตา หมายจะยั่วโทสะอี้เฉินอย่างเห็นได้ชัด พร้อมรอยยิ้มกว้าง บริเวณริมฝีปาก ที่เผยความชั่วร้ายออกมา ทำให้อี้เฉินสีหน้าดำมืดขึ้นมาทันใด

 


คล้ายกับเรื่องลวงสวรรค์สู่วิถียุทธคลั่ง [จบ] ที่คุณอ่าน