ระบบตระกูลท้าปฐพีย่ำสวรรค์ 【จบ】

    เล่มที่ 6 บทที่ 175 มรสุมที่ซ่อนอยู่เบื้องล่างสำนักศึกษาหุนคุน ความสัมพันธ์ทางเครือญาติของตระกูลซู

            “ผู้อาวุโสซูท่านสบายดีหรือไม่!” ผู้แข็งแกร่งจากเผ่าเซียนคนหนึ่งกล่าวคำนับ

            ซูอวิ๋นประสานมือคำนับตอบกลับด้วยรอยยิ้ม

            “สบายดีขอรับท่าน!”

            “ซูอวิ๋นคารวะท่านเย่ ท่านกู้!”

            ผู้อาวุโสจากตระกูลเย่และตระกูลกู้สองตระกูลเซียนที่มาเป็นผู้นำต่างยิ้มแย้มและทำความรู้จักกับซูอวิ๋นอย่างรวดเร็วท้ายที่สุดแล้วบรรพบุรุษของตระกูลตนได้เคยกล่าวไว้แล้วว่าให้พยายามผูกมิตรกับตระกูลซูให้เต็มที่ พวกเขาจึงไม่กล้าที่จะวางท่าใดๆยิ่งไปกว่านั้นศักยภาพของซูฉางเซิงเป็นสิ่งที่ทุกคนต่างรู้ดี

            “ตระกูลซูแห่งนี้มีรากฐานที่ลึกซึ้งยิ่งนักสามารถคบค้าสมาคมกับตระกูลเซียนโบราณเหล่านั้นได้อย่างทัดเทียม!”

            “สหายท่านยังไม่ทราบรึ สองตระกูลเซียนใหญ่นี้ได้ผูกสัมพันธ์ทางเครือญาติกับตระกูลซูแล้วดังนั้นพวกนั้นจึงปฏิบัติต่อตระกูลซูอย่างเท่าเทียม”

            “ทว่าตระกูลซูเพิ่งจะผงาดขึ้นมาใหม่แม้จะได้รับการขนานนามว่าสามารถเป็นตระกูลเซียนได้ในอนาคตแต่ก็ไม่น่าจะทำให้ตระกูลเซียนยอมลดตัวลงมาผูกมิตรด้วยได้เช่นนี้!”

            สิ่งมีชีวิตจากแดนสวรรค์ฉางเซิงมองเขาอย่างครุ่นคิดแล้วถามขึ้น

            “สหายท่านเข้าฌานบำเพ็ญเพียรนานเกินไปใช่หรือไม่”

            “ถูกต้องท่านมีสิ่งใดจะกล่าวรึ”

            “ท่านยังไม่ทราบหรือว่าบรรพบุรุษซูฉางเซิงแห่งตระกูลซู คือผู้ที่ยุติถ้ำปิศาจด้วยตนเอง!”

            “กระไรนะ!”

            “ท่านผู้นั้นมาจากตระกูลซูเช่นนั้นรึ!”

            ครานี้คนผู้นั้นก็เข้าใจได้ในทันทีตระกูลซูเขาอาจจะไม่รู้จัก แต่สำหรับการต่อสู้ในถ้ำปิศาจนั้นเงาของซูฉางเซิงนั้นฉายชัดไปทั่วทุกห้วงจักรวาล

            นอกจากตระกูลเซียนโบราณเหล่านั้นแล้วมีเพียงชื่อเสียงของเขาที่เลื่องลือส่วนสำนักกองกำลังที่อ่อนแอกว่านั้นมิได้ล่วงรู้

            ทว่าการมีอยู่ของผู้แข็งแกร่งไร้ผู้ใดเทียบนั้นก็ไม่มีผู้ใดไม่รู้จักผู้ที่สามารถตัดแขนของกึ่งราชันเซียนอมตะได้และยังคงสามารถยืนอยู่บนจุดสูงสุดได้ในโลกเสวียนหวงแห่งนี้

            “ไม่แปลกใจเลยตระกูลซูจึงสามารถยืนเคียงข้างตระกูลเซียนได้อย่างเท่าเทียม!”

            ชื่อของซูฉางเซิงราวกับมีพลังลึกลับบางอย่างเมื่อกล่าวถึงก็อดไม่ได้ที่จะรู้สึกอยากได้ใคร่มี อยากที่จะเลื่อมใสศรัทธาแม้แต่ผู้ที่มีความคิดเป็นอื่นก็ยังหวาดกลัวจนขนลุก

            การปราบถ้ำปิศาจและตัดแขนของกึ่งราชันเซียนอมตะนั้นก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงที่เกินความคาดหมายของผู้คนมากมาย

            แม้แต่โลกอมตะแห่งความมืดมิดก็ยังเงียบสงบลงชั่วคราวดูเหมือนว่าจะลดตัวลงอย่างเงียบๆ

            ...

            “อืมกลิ่นอายของรังพญาปักษากรงเล็บเพลิงกำลังใกล้เข้ามาเรื่อยๆ หากเป็นเช่นนี้อีกไม่นานก็สามารถเข้าไปได้แล้ว!”

            ซูฉางเซิงมาถึงเหนือสำนักศึกษาหุนคุนแล้วซ่อนเร้นกลิ่นอายของตนเองไว้ จึงไม่มีผู้ใดสามารถรับรู้ได้

            ดวงตาของเขามุ่งไปยังรังพญาปักษากรงเล็บเพลิงที่กำลังจะปรากฏ

            ร่างของเขาก็ปรากฏขึ้นข้างกายซูเหยาเหยาในชั่วพริบตาดวงตาของเขาอ่อนโยน

            “เหยาเหยา!”

            “ท่านพ่อ!”

            ซูเหยาเหยาร้องอุทานและโผเข้าสู่อ้อมกอดของซูฉางเซิงหากซูฉางเซิงไม่ได้แยกโลกออกไปเสียก่อน นางคงจะถูกผู้คนพบเข้าแล้ว

            “เหยาเหยาคราวนี้สถานการณ์มีการเปลี่ยนแปลงเล็กน้อยการที่เจ้าอยู่ที่นี่อาจจะทำให้มีผู้คนบางกลุ่มสนใจเจ้าทางที่ดีเจ้าควรกลับบ้านไปพักก่อน”

            ซูเหยาเหยาเป็นคนฉลาดจึงเข้าใจในสิ่งที่บิดาของตนกล่าวได้ในไม่ช้า นางรู้สึกผิดหวังเล็กน้อยแต่ก็ไม่ได้โทษบิดา

            การบำเพ็ญเพียรในระดับกึ่งจักรพรรดิของนางที่มีอายุไม่ถึงร้อยปีนั้นน่าตกตะลึงยิ่งนักผู้ที่กล้าเป็นศัตรูกับบิดาของนาง หากพบเห็นนางแล้วเกรงว่าจะไม่ลังเลที่จะสังหารนางอย่างแน่นอน!

            “ท่านพ่อข้าจะกลับไปกับท่าน!”

            ซูฉางเซิงยังคงมีสีหน้าไม่เปลี่ยนแปลงทว่ามีแววตาแห่งความเย็นชาที่ซ่อนอยู่

            บุตรีของตนเกิดมาพร้อมกับพลังอันแข็งแกร่งเคยทำให้เขาประกาศว่าไม่ต้องตัดพลังตนเองบัดนี้ภายใต้การคุกคามของโลกแห่งความมืดมิด กลับไม่สามารถเดินอยู่ในที่สาธารณะได้นี่เป็นความผิดพลาดของบิดาอย่างเขา

            เขาบีบมือแน่นเล็กน้อยก่อนจะคลายออก เมื่อนึกถึงบุตรทั้งสองที่กำลังจะเกิด

            บุตรที่ฉู่เยวี่ยและลู่ชิงฉานกำลังตั้งครรภ์กำลังจะเกิดเมื่อถึงเวลานั้นพลังของเขาจะแข็งแกร่งขึ้นอย่างแน่นอน

            ในไม่ช้าเขาก็จะสามารถมีพลังที่ไม่ต้องเกรงกลัวสิ่งใดได้เพียงแต่จะทำให้เหยาเหยาต้องเหนื่อยยากไปบ้าง

            เขาลูบศีรษะของซูเหยาเหยาเบาๆซูฉางเซิงจับจูงมือนางแล้วกล่าวด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล

            “ไปเถิด พ่อจะพาเจ้ากลับบ้าน!”

            “เจ้าค่ะ!”

            เมื่อมาถึงที่แห่งนี้ซูฉางเซิงก็รู้สึกถึงภัยคุกคามลางๆ สิ่งนี้เป็นลางสังหรณ์ และเป็นเช่นเดียวกับที่กู้ชิงเกอเคยกล่าวไว้ที่นี่อาจจะวางกับดักรอเขาเข้าไป

            เขาจับจูงมือซูเหยาเหยาก้าวไปเพียงก้าวเดียวก็กลับสู่ตระกูลซูได้

            “เหยาเหยาอยู่บ้านอย่างเชื่อฟัง เมื่อพ่อกวาดล้างอุปสรรคทุกอย่างแล้วเจ้าก็จะสามารถเดินเล่นได้ตามใจชอบในทุกภพภูมิ!”

            “ท่านพ่อห้ามโกหกข้าอีกนะ มิฉะนั้นข้าจะไม่สนใจท่านแล้ว!”

            ซูเหยาเหยาบ่นพึมพำ นางเพิ่งออกไปได้เพียงไม่กี่วันก็ถูกลากกลับมาเสียแล้ว

            “พ่อสัญญาหากเจ้าบำเพ็ญเพียรถึงระดับจักรพรรดิ พ่อก็จะไม่ควบคุมเจ้าอีก เจ้าว่าดีหรือไม่”

            ซูเหยาเหยาทำหน้าขมขื่นด้วยความไม่เต็มใจอย่างยิ่งการที่นางจะบรรลุจากระดับกึ่งจักรพรรดิไปสู่ระดับจักรพรรดินั้นต่อให้นางมีพรสวรรค์มากเพียงใด ก็ยังต้องใช้เวลาอีกหลายสิบปี

            และในบรรดาพันหมื่นดินแดนศักดิ์สิทธิ์ ก็ยังไม่เคยมีผู้ใดที่มีพรสวรรค์เช่นนี้มาก่อน

            ซูฉางเซิงลูบศีรษะของซูเหยาเหยาแล้วหันหลังจากไป เขาต้องการจะบอกสิ่งที่เขาค้นพบให้กู้ชิงเกอทราบ

            “ชิงเกอดูเหมือนว่าเจ้าพูดถูกแล้ว ข้าอาจจะถูกคนจับตามองจริงๆ!”

            กู้ชิงเกอมีสีหน้าตึงเครียดเมื่อเห็นว่าซูฉางเซิงปลอดภัยดี นางก็วางใจลง

            “ท่านพบสิ่งผิดปกติหรือ”

            ซูฉางเซิงพยักหน้าเล็กน้อยกล่าว

            “ข้าอยู่ในรังพญาปักษากรงเล็บเพลิง ข้าเห็นภาพเก่าของพญาปักษากรงเล็บเพลิงที่ร่วงหล่นในตอนนั้น!”

            “เป็นเช่นเดียวกับที่เจ้าพูดมีหนอนบ่อนไส้เปิดเผยร่องรอยของผู้แข็งแกร่งเหล่านั้นทำให้พญาปักษากรงเล็บเพลิงถูกจอมราชันอมตะล้อมสังหาร จนในที่สุดก็ต้องร่วงหล่น!”

            “เจ้าพอจะคาดเดาได้หรือไม่ว่าผู้ใดเป็นผู้ลงมือ”

            ซูฉางเซิงส่ายหน้าแล้วโอบเอวกู้ชิงเกอจากด้านหลังแล้วโอบกอดนาง

            “น่าเสียดายคนเหล่านั้นมีวิธีการที่ไม่ธรรมดา ในช่วงเวลาสำคัญพวกเขาสามารถลบล้างร่องรอยทุกอย่างจากรากฐานของเต๋าได้!”

            “แต่ว่า…”

            “แต่ว่ากระไรรึ”

            กู้ชิงเกอรู้สึกถึงลมหายใจที่ร้อนผ่าวข้างหูนางรู้สึกร้อนรนในใจ พลางยื่นมือไปหยิกซูฉางเซิง

            “ลูกอยู่ในครรภ์แล้วอย่าทำเรื่องวุ่นวาย!”

            “หึหึ!”

            สีหน้าของซูฉางเซิงจริงจังขึ้นพร้อมกับน้ำเสียงที่เย็นชาลง

            “แต่ว่า พวกเขายังเปิดเผยข้อบกพร่องที่ร้ายแรงเช่นกัน นั่นก็คือผู้ที่สามารถลบรอยแห่งเต๋าได้อย่างน้อยก็ต้องเป็นราชันเซียนอมตะที่ลงมือ!”

            “ข้าอยากรู้จริงๆว่าเหตุใดผู้ที่สามารถบำเพ็ญเพียรไปถึงระดับราชันเซียนอมตะได้ถึงได้ทำเรื่องที่ต้องแบกรับชื่อเสียงที่เสื่อมเสียไปชั่วนิรันดร์เช่นนี้”

            “หากเป็นเช่นนั้นเจ้าพอจะสงสัยผู้ใดหรือไม่”

            “ตอนนี้ยังไม่มีเบาะแสแต่ในไม่ช้าก็จะรู้แล้ว!”

            เมื่อเกี่ยวข้องกับราชันเซียนอมตะ กู้ชิงเกอก็กุมมือของเขาไว้แน่นและกล่าวเบาๆ

            “เจ้าห้ามตายอย่างง่ายดายเด็ดขาด!”

            “ฮูหยินโปรดวางใจ ราชันเซียนอมตะตัวกระจ้อยร่อยนั่นข้าจะกลัวไปด้วยเหตุใดกัน”

            “ยิ่งไปกว่านั้นข้ายังมีวิธีการบางอย่างหากต้องเผชิญกับสถานการณ์เช่นเดียวกับพญาปักษากรงเล็บเพลิงในตอนนั้นข้าก็มีวิธีการเอาตัวรอดได้!”

            …

            สำนักศึกษาหุนคุน

            ความสัมพันธ์ระหว่างราชสำนักจักรพรรดิฉางเซิงกับตระกูลซูนั้นใกล้ชิดกันดังนั้นจึงไม่มีความไม่พอใจใดๆ ที่ตระกูลซูได้รับการยอมรับจากเผ่าเซียน

            จีหวงแห่งราชสำนักซึ่งเป็นผู้ครองราชย์พระองค์ใหม่นั้นเป็นหนึ่งในฮูหยินของซูฉางเซิงหากไม่ใช่เพราะจักรพรรดิฉางเซิงได้กลับมาแล้วการรวมกันของทั้งสองอำนาจก็อาจจะเป็นไปได้

            ตระกูลซูในปัจจุบันหลังจากที่ซูฉางเซิงปราบถ้ำปิศาจแล้วนั้น ชื่อเสียงก็เลื่องลือและแพร่หลายไปไกลแม้ว่าจักรพรรดิจะกลับมาจากแดนเซียนโบราณก็ยังไม่กล้าที่จะยั่วยุตระกูลซู

            ทั้งหมดนี้เป็นเพราะตระกูลซูมีซูฉางเซิงอยู่

            แม้แต่เผ่าเซียนที่มีเซียนอมตะอยู่ก็ยังไม่กล้าที่จะดูหมิ่นตระกูลซูในขณะนี้

            ซูชิงอิ่งได้รับการยกย่องจากเหล่าผู้อาวุโสมากมายไม่หยุดหย่อนแต่นางก็แอบทำหน้าขมขื่นและหันไปมองพี่หญิงเพื่อขอความช่วยเหลือ

            ซูฉางเกอแอบหัวเราะหากไม่ใช่เพราะตระกูลซูยังไม่ได้เปิดเผยความคิดของซูฉางเกอนางก็คงจะไม่รอดพ้นจากหายนะในครั้งนี้

            ในขณะที่ซูอวิ๋นกำลังทักทายกับตระกูลเย่ตระกูลกู้ และราชสำนักจักรพรรดิฉางเซิงนั้นฝ่ายราชสำนักจักรพรรดิชื่อเซวี่ยและดินแดนศักดิ์สิทธิ์ไท่ชู ซึ่งเป็นสำนักกองกำลังชั้นนำจากแดนสวรรค์ฉางเซิงก็มีผู้ทรงเกียรติเข้ามาร่วมเพื่อทำความรู้จักและผูกมิตรกับตระกูลซู

            ซูฉางเกอฉวยโอกาสลากซูชิงอิ่งไปอีกทางแต่ดวงตากลับเหลือบมองไปยังที่ไกลออกไป

    คล้ายกับเรื่องระบบตระกูลท้าปฐพีย่ำสวรรค์ 【จบ】 ที่คุณอ่าน