กลยุทธ์ที่ 26 อาชีพรอง
แน่นอนเพราะหากทำตัวรุ่มร่ามกับทุกคนที่มาที่นี่มากเกินไป แบบนั้นธุรกิจหลักๆของที่นี่คงล่มจมเป็นแน่ แม้จะได้ชื่อว่าโจรแต่ทุกคนต่างก็มีผลประโยชน์ มีผลประโยชน์ก็หมายความว่ามีรายได้ หากทำร้ายทุกคนที่เข้ามาที่นี่หรือคิดไม่ซื่อรายได้ต่อเนื่องและชื่อเสียงที่เลวร้ายมันจะกลายเป็นดาบ 2 คมแทน
ธุรกิจตลาดมืดเป็น 1 ธุรกิจของที่นี่และยังมีอันดับที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของเกมนี้ ไม่ว่าอะไรที่หาด้านนอกไม่ได้ที่นี่ล้วนแล้วแต่หาได้ แม้แต่ข่าวสารที่ด้านนอกหายากแสนยากมาที่นี่แค่มีเงินก็หาได้ง่ายๆและธุรกิจด้านมืดอื่นๆ อีกมากมายนับไม่ถ้วน
จักรพรรดิหันมามองเอร่าแล้วว่าด้วยรอยยิ้ม
“เต็นท์ผมกว้างไม่ต้องเกรงใจนะครับ...”
“ฉันมีเต็นท์ของตัวเองอยู่แล้วย่ะ”เอร่าตอบกลับทันควัน เรื่องนี้จักรพรรดิก็รู้แล้วแหละแค่อยากลองชวน
“....” พอเธอกางเต็นท์เสร็จ เธอก็เห็นจักรพรรดิก้มๆ มองๆ อักขระสีแดงที่อยู่ที่พื้นแล้วมองกำไลที่ข้อมือขวาของตัวเองสลับกัน เอร่าไม่เข้าใจความหมายของมันแต่วัตถุประสงค์ของจักรพรรดิที่มาที่นี่คงไม่ใช่แค่มาฆ่าตัวตายแน่
ไม่นานจักรพรรดิที่ก้มๆเงยๆ ก็ตรงมาที่เอร่าที่ยืนกอดอกรอตนอยู่
“เอาล่ะได้เวลาที่จะสอนผมให้กลายเป็นจอมโจรสุดหล่อแล้วนะครับคุณเอร่า”
จริงอยู่ว่าในโลกแห่งนี้จักรพรรดิไม่ได้ชอบพวกโจร ทว่าเอร่ากับเขาตอนนี้ร่วมธุรกิจกันอยู่จักรพรรดิจึงยอมรับตัวเธอเป็นอาจารย์แทนโจรถ่อยๆ และที่เขาอยากจะเป็นโจรก็เพราะความสามารถของสายนี้ที่จะช่วยสนับสนุนเขา
“ก็ได้ ถ้าอย่างงั้นฉันขอถามนายหน่อยว่านายรู้จักอาชีพรองในเกมนี้ดีแค่ไหน”เอร่าถามจักรพรรดิเพื่อลองภูมิความรู้ของเขา เพราะเธอจะได้รู้แนวทางการชี้แนะที่เหมาะสมกับจักรพรรดิที่สุด
จักรพรรดิตอบกลับไปตามที่ตนเองเข้าใจ
“อาชีพรองคืออาชีพที่จะสนับสนุนอาชีพหลักของตัวผู้เล่น พร้อมทั้งช่วยในการอยู่รอดในเกมของผู้เล่นโดยไม่พึ่งแค่อาชีพหลักอย่างเดียว”
สีหน้าของเอร่าที่ดูไม่พอใจส่ายหน้าช้าๆแล้วว่า
“นายดูเหมือนจะฉลาดนะ แต่ทำไมถึงไม่เข้าใจอะไรเลย”
“...ตรงไหนครับ?”
เอร่าอธิบายให้ฟังอย่างชัดเจน
“อาชีพรองไม่ได้มีทั้งสนับสนุนหรือช่วยให้ตัวเรามีชีวิตรอดแต่มันนั้นคือแนวทางของเรา”
“...แนวทาง?”
“ใช่แล้ว ฉันรู้ว่านายลอกคำพูดมาจากข้อมูลทั่วๆไปในเกม แต่นี่คือสิ่งที่เป็นจริงในเกมนี้”
จักรพรรดิเริ่มงงๆปกติเขาหัวเร็วกว่านี้
“แนวทาง แนวทางไม่ใช่อาชีพหลักเหรอครับ?”
“อาชีพหลักนั้นมีไว้แค่ช่วยให้นายไม่ตายต่างหาก อาชีพรองนี่ละคือแนวทางที่จะบ่งบอกถึงตัวตนของนายและจะทำให้นายพัฒนาเป็นผู้เล่นชั้นแนวหน้าได้”
จักรพรรดิพอเข้าใจแล้วว่าเอร่าหมายความว่าอย่างไร แต่มันก็น่าตลกพิลึกอาชีพหลักเป็นรองอาชีพรองเป็นหลัก ระบบของเกมนี้นั้นไม่มีข้อมูลเรื่องนี้อย่างแน่นอน สิ่งนี้น่าจะเป็นสิ่งที่เอร่าคิดขึ้นมาเอง
ยกตัวอย่างง่ายๆหากคนเรามีเป้าหมายเบื้องหน้าอย่างชัดเจนเรื่องอื่นๆ มันก็เป็นแค่องค์ประกอบ เป้าหมายเบื้องหน้าของเอร่าที่จักรพรรดิพูดถึงคือการเป็นโจรองค์ประกอบของมันคืออาชีพหลักที่ช่วยสนับสนุนในการต่อสู้ มันก็เหมือนกับว่าเราอยากได้เงินในชีวิตจริงเพื่อให้ครอบครัวอยู่อย่างมีความสุข เราก็ต้องทำงานโดยใช้อาชีพหลัก ซึ่งเป้าหมายจริงๆของเราก็คือการทำให้ครอบครัวมีความสุขไม่ใช่เงิน
สิ่งที่เอร่าจะสื่อคือจุดประสงค์ในตัวเขานั่นเอง
จักรพรรดิถึงกับทิ้งเข่าลงไปเบื้องหน้าเอร่าแล้วพูดขึ้นมาด้วยความพ่ายแพ้
“ข้าขอคารวะอาจารย์แม่....”
“เลิกเรียกแบบนั้นแล้วลุกขึ้นมาซะ!!”
เอร่ารีบพูดขึ้นมาพร้อมกับสังเกตดูรอบๆว่ามีคนเห็นพวกเขารึเปล่า
“เอาล่ะอาจารย์ผมถือว่าผมด้อยปัญญาเอง แต่เรื่องนั้นปล่อยมันไปจะได้ไหมช่วยฝึกสอนให้ผมที”
เอร่าถอนหายใจเนืองๆออกมา
“เอาเหอะยังไงมันก็เป็นแค่ธุรกิจฉันแค่ทำตามหน้าที่ของฉัน ว่าแต่นายจะคุกเข่าอีกนานไหม...”
“ก็คิดว่าคุณจะชอบที่เห็นคนอื่นคุกเข่าแล้วคุณก็เหยียบ”จักรพรรดิตอบด้วยหน้ายิ้มแต่กลับถูกตอบกลับด้วยเสียงตวาด
“นี่เห็นฉันเป็นพวกสายเอสรึไงเจ้าเด็กบ้านี่!!”
อาชีพรองของเกมนี้นั้นไม่มีอาคารรับสมัครเหมือนอาชีพหลักและจะไม่ขึ้นในข้อมูลผู้เล่นเหมือนอาชีพหลัก แต่ระบบนั้นจะยอมรับตัวเราจนเป็นนามแฝงที่เรารู้ด้วยตัวเอง และขึ้นอยู่กับตัวเราต่อจากนี้ว่าเราจะบอกคนอื่นหรือแสดงให้คนอื่นเห็นหรือไม่ เริ่มแรกต้องเรียนสกิลอาชีพรองนั้นๆให้ได้ 3 สกิลอย่างต่ำเสียก่อน
ในยุคเริ่มต้นของเกมนั้นผู้เล่นยังต้องจับพลัดจับผลูกันเพื่อที่จะได้อาชีพรองเพราะไม่มีแบบอย่าง แต่พอมีแบบอย่างและมีผู้ถ่ายทอดอาชีพรองในเกมนี้จึงเริ่มแพร่หลาย โดยรวมแล้วอาชีพรองส่วนใหญ่จะมีสกิลไม่ถึง 10 สกิลและก็ไม่ใช่สกิลเพื่อใช้ในการต่อสู้หลักๆ เป็นสกิลช่วยในการสนับสนุนเสียมากกว่า
พอทำความเข้าใจปรับนู่นนี่นั่นอีกนิดหน่อยเสร็จ และแล้วอาจารย์สาวของตัวเองก็ได้เห็นซึ่งฝีมือของลูกศิษย์ของตนที่สำแดงเดชจนเธอต้องกล่าวออกมาเรียบๆว่า
“ฉันยังจะต้องสอนนายอีกเหรอ?”
“ต้องสิครับ ก็คุณสวยนี่”
“นี่นายเรียกฉันว่าอาจารย์เพื่ออะไรกันแน่เนี่ย?”
ถึงยังไงจักรพรรดิก็ยังอยากจะเรียน เหมือนกับคราวของเร เอร่าต้องจดจำข้อมูลของผู้เล่นสายปราชญ์เอาไว้ก่อนจะสอนต่อจนเวลาผ่านไปเพียงชั่วโมงเดียวเสียงของระบบก็ดังขึ้นมากับตัวจักรพรรดิที่มีอาชีพรองเป็นโจรได้สำเร็จ
(ยินดีสำหรับผู้เล่นจักรพรรดิด้วยค่ะ คุณได้รับอาชีพรองเป็นโจรแล้ว ต่อจากนี้ก็ขอให้สนุกกับเกมนี้ต่อไปนะคะ)
จักรพรรดิที่ได้ยินเสียงของระบบดังขึ้นมารู้ว่าเป็นเสียงของใครจึงลองสนทนาโต้ตอบดู
“นั่นคุณแองเจิ้ลใช่ไหม ไม่เจอกันนานนะครับ สบายดีรึเปล่า?”
เสียงนั้นพูดไปตามบทต่อโดยไม่สนจักรพรรดิ
(...คุณผู้เล่นจะได้รับค่าประสบการณ์บางส่วนและไอเทมสุ่มจากกล่องของสายอาชีพรอง 1 กล่องค่ะ)
“คุณแองเจิ้ลผมรักคุณ!!!”จักรพรรดิตะโกนสุดเสียงจนเสียงนั้นเปลี่ยนเป็นเสียงสบถเบาๆ
(เจ้าเด็กบ้า...)
ในขณะที่จักรพรรดิกำลังหัวเราะชอบใจที่ตนเองแกล้งผู้ดูแลในเกมนี้สำเร็จ เอร่าก็รู้สึกเหนื่อยใจที่คิดว่าเธอต้องอยู่กับชายคนนี้อีกสักพัก
เพราะด้วยทั้งหุบเขาอยู่ในสายหมอกเวลาในที่นี้จำต้องคอยดูนาฬิกาที่หน้าต่างระบบตลอดเวลาถึงจะรู้ว่าเวลาในตอนนี้เป็นเวลาเท่าไหร่แล้ว
พอดูนาฬิกาเสร็จแล้วรู้สึกว่ามันกำลังจะมืดจักรพรรดิก็คารวะให้อาจารย์สาวของตนงามๆแล้วบอกให้เธอไปพักได้แล้ว จนเอร่าไม่รู้แล้วว่าใครเป็นอาจารย์ใครเป็นศิษย์ แต่ก็ด้วยเงื่อนไขทางธุรกิจเธอก็ไม่แย้งอะไรแถมรู้สึกดีซะอีกที่จะได้ปลีกตัวจากเขาบ้าง
“....”พอเธอลับตาจากจักรพรรดิไปในสายหมอก จักรพรรดิจากสีหน้ายิ้มเปลี่ยนเป็นจริงจังทันทีแล้วก้มลงมองอักขระสีแดงที่พื้นต่อ
เวลาผ่านไปจนเอร่าเดินกลับมาดูจักรพรรดิอีกครั้ง แล้วตอนนั้นเอร่าก็เห็นจักรพรรดินั่งขัดสมาธิพร้อมมีเมมโม้เขียนทิ้งไว้ว่า
“อย่ารบกวนจนถึงเช้าของวันพรุ่งนี้”
พอรู้สึกว่ายังพอมีเวลาเหลือ เอร่าจึงถือโอกาสออฟไลน์ออกจากเกมกลับไปที่โลกแห่งความจริงของตน โลกแห่งความจริงที่โหดร้ายสำหรับเธอ
เธอนั้นมีลูกกับชายที่ตนเองคิดว่ารักตั้งแต่สมัยมัธยม ทว่าพอกาลเวลาผ่านไปเธอก็ได้บทเรียนที่ล้ำค่าโดยมิอาจลืม เมื่อพฤติกรรมของชายที่เธอรักค่อยๆเปลี่ยนไปเป็นคนที่เธอไม่รู้จัก เขาเริ่มออกห่างเธอและลูก จนกระทั่งคืนนึงเขาได้หายตัวไป
ถึงลูกสาวของเธอจะเกิดขึ้นมาเพราะความผิดพลาดสมัยยังสาวกับชายที่เปลี่ยนเป็นคนเคยรักไปแล้ว เธอกลับรู้สึกผูกพันและทุ่มเทความรักครั้งใหม่ให้กับลูกสาวเธอทั้งหมดแทน
แม่เทพธิดาตัวน้อยผู้เป็นเสมือนพลังในการขับเคลื่อนชีวิตของเธอ
เธอคิดว่าเธอคงจะได้อยู่กับลูกสาวของเธอแบบนี้ตลอดไปจนกอบโกยช่วงเวลาแห่งความสุขนี้ไม่มีที่สิ้นสุด ทว่าเหตุการณ์ร้ายที่เธอคาดไม่ถึงก็ได้เกิดขึ้นมากับลูกของเธออีก
ลอร่า ลูกสาวของเธอล้มป่วยด้วยโรคร้ายในกายหากไม่ได้รับการดูแลจากแพทย์ตลอด 24 ชั่วโมงเธอคงตายภายในไม่ถึงสิบนาที หัวใจของผู้เป็นแม่แทบแตกสลายเมื่อได้ยินข่าวร้ายแบบนั้น จะผ่าตัดให้มันหายขาดเลยก็ต้องใช้เงินจำนวนมาก มากเกินไปที่คนธรรมดาๆ อย่างเธอจะหามาได้
ในที่สุดจนมาถึงทางตันของทุกหนทางเธอก็หันมาหาสิ่งที่เธอกับแฟนหนุ่มเคยหลงใหล “เกมออนไลน์เสมือนจริง” ที่แห่งนี้ไม่มีใครรู้จักเธอหากเธอจะเล่นเป็นผู้ร้ายเสาะหาแต่สิ่งที่เรียกว่าเงินตรามันก็ไม่ผิดอะไรในโลกแห่งความเป็นจริง ทั้งหมดก็เพื่อลูกสาวของเธอ เธอยื้อเวลาของลูกเธอเรื่อยๆ ด้วยสิ่งที่เธอหาได้จากในเกมนี้
แต่แล้วโชคของโชคร้ายยังคงตามรังควานเธอไม่หยุดหย่อนเมื่อหมอบอกว่าลูกเธอจะตายในอีกไม่นานหากไม่รีบผ่าตัด เธอจึงร้อนรนไม่รู้จะทำอย่างไร ทางออกเดียวคงมีแต่ต้องกระทำการครั้งใหญ่หาใครสักคนที่มีเงินมหาศาล
และบทสรุปนั้นก็ตกมาที่จักรพรรดิเหยื่อแสนโอชาก่อนจะเปลี่ยนเป็นผู้ร่วมธุรกิจกันในตอนนี้
ที่พักของเอร่ากับโรงพยาบาลที่ลูกสาวเธออยู่นั้นอยู่ไม่ไกลกัน เธอจึงสามารถเดินทางได้อย่างอิสระเพื่อมาหาเธอโดยใช้เวลาไม่ถึงชั่วโมง
ก่อนจะเข้าเกมไปปวดหัวกับผู้ร่วมธุรกิจอีกครั้งเธอจึงขอใช้เวลาที่มีค่าของเธออยู่กับคนที่เธอรักเสียก่อน
ในห้องสีขาวที่ปลอดเชื้อและด้านในยังมีเตียงผู้ป่วยที่อยู่ภายใต้ห้องกระจกอีกชั้น เอร่าได้ค่อยๆ เดินเข้าไปด้านใน ก่อนเสียงใสๆ ของเด็กผู้หญิงผมบลอนด์ที่มีสายน้ำเกลือและท่อช่วยหายใจติดอยู่จะกล่าวทักเธอด้วยความยินดี
“แม่!”
เอร่ายิ้มรับกับความสดใสของเธอก่อนจะเข้าไปนั่งที่เก้าอี้ข้างๆ
“ลูกไม่ดื้อใช่ไหมลอร่า”
“ค่ะหนูไม่ดื้อเลยค่ะ คุณแม่!” เด็กสาวตอบขณะมองหน้าแม่ของเธอผ่านกระจกใสที่ขวางกั้น มือของผู้เป็นแม่สัมผัสกับกระจกใสพร้อมๆกับมือของเด็กสาวราวกับอยากจะส่งผ่านความอบอุ่นของฝ่ามือให้กันและกัน แล้วผู้เป็นแม่ก็หยิบของออกมาจากกระเป๋า
“เดาสิว่า วันนี้แม่เอานิทานเรื่องอะไรมาฝากลูก”
“นิทาน!? เย้ เย้” เด็กสาวส่งเสียงดีใจภายในห้องกระจกเล่นเอาผู้เป็นแม่อมยิ้มให้กับความน่ารักของเธอ
“เรื่องอะไรคะ!!?” เด็กสาวพูดขึ้นด้วยความอยากรู้อยากเห็น ดวงตาที่เป็นประกายบ่งบอกถึงความหวังที่ยังไม่จางหาย แต่ถ้าหากเธอขึ้นมานั่งตักตนเองได้ในเวลานี้จะดีมาก ผู้เป็นแม่ได้แต่พูดกับตัวเองในใจแบบนั้น
ถึงมีเงินครบตามจำนวนทว่าการผ่าตัดนั้นเองก็ใช่ว่าจะชัวร์ร้อยเปอร์เซ็นต์ว่าจะรักษาเธอได้ กระนั้นเธอก็คิดว่าดีกว่าที่ตัวเธอจะไม่ทำอะไรเลยจนปล่อยให้ช่วงเวลาแห่งความสุขนี้สลายหายไปต่อหน้าต่อตา
ผู้ที่มีภาระอยู่เบื้องหลังย่อมก้าวเดินได้อย่างมั่นคงกว่าผู้ที่ไม่มีอะไรอยู่เบื้องหลังเลย เพราะตระหนักได้ถึงสิ่งที่ตนเองจะทำต่อจากนี้และอนาคตเบื้องหน้าไปอีกเมื่อนึกถึงสิ่งที่ตนเองแบกเอาไว้ การก้าวเดินของคนเราจึงหนักแน่นยิ่งขึ้นแม้ว่าจะพบพานกับอุปสรรคเช่นใด พลังแบบนี้มีได้กับทุกคนตามโอกาสและเวลา แต่มันนั้นไม่ใช่สำหรับจักรพรรดิแน่นอน
เพราะเขานั้นไม่เคยมีอะไรอยู่เบื้องหลังนานแล้วมีแค่เป้าหมายที่อยากจะกัดกินมันให้ราบคาบ ความโลภที่แตกต่าง ความกระหายที่ต่างจากคนปกติ แม้ว่าจะถูกมองว่าเป็นตัวประหลาด แต่เขาก็อยากจะตักตวงมันเอาไว้ในช่วงชีวิตของเขาที่ยังมีลมหายใจอยู่เพราะซิลเวอร์ได้บอกกับเขาไว้เช่นนั้น
‘ความสุขของคนเราไม่ได้อยู่เบื้องหลังแต่อยู่ที่เบื้องหน้า สิ่งที่อยู่เบื้องหลังเป็นแค่บทเรียนและรากฐานที่จะก้าวไปด้านหน้าเพียงเท่านั้น’
“....” จักรพรรดิที่ลืมตาขึ้นมาในหมอกที่มืดสลัว แทบจะไม่เห็นอะไรนอกจากเท้าของตัวเองที่นั่งขัดสมาธิ
หลังจากฝึกฝนสกิลปราณจนพอใจสำหรับวันนี้ เขาก็อยากลองหลักสูตรของอาจารย์สาว ไม่นาน ใบหน้าเรียบๆ ก็ค่อยๆ ปรากฏรอยยิ้มขึ้น
ขณะนี้จักรพรรดิอยู่ที่ขั้นทหาร 84 จะเก็บระดับและรีบเลื่อนขั้นไปได้ไกลกว่านี้ก็ได้ แต่เรื่องนั้นเอาไว้ก่อนหากคิดจะเลื่อนขั้นหรือเพิ่มระดับมันไม่ใช่เรื่องที่ทำให้เขาปวดหัวเลยหากเขาคิดจะทำมัน เพราะมันมีเงื่อนไขตายตัวอยู่แล้วแค่ต้องพยายามมากกว่าคนอื่นเท่านั้น เจ้ากำไลนี้มันก็ไม่ถึงขนาดไม่ได้ทำให้เขาหมดสิทธิ์ต่อสู้ในโลกใบใหม่แห่งนี้เลยซะทีเดียว
เวลานี้เขาอยากจะได้พื้นฐานของตัวเขาเองเพื่อจะยืนหยัดสนุกกับอนาคตมากขึ้น ทั้งการฝึกสกิลปราณ ทั้งการฝึกสายอาชีพรอง
เขาแบ่งตารางอย่างเป็นระเบียบโดยไม่ให้อาจารย์สาวของตนเองต้องรับภาระเกินไปและเพื่อความสมดุลที่ไม่ทำให้เขามีจุดอ่อนที่เห็นชัดแล้ว
โจรปล้นโจรถือว่าคือยอดโจร จักรพรรดิปิ๊งไอเดียนี้ขึ้นมาได้ตั้งแต่มาถึงที่นี่ ฝึกไปแล้วจะได้อะไรหากไม่สามารถปฏิบัติจริงได้ในสภาพแวดล้อมที่มีแต่คนคิดไม่ซื่อกับเขาแบบนี้ ไม่จำเป็นที่เขาจะต้องเกรงใจใคร
และหลักสูตรนี้จะจบอย่างสมบูรณ์ที่สุดก็คือเขากลับไปเอาสมบัติที่ขโมยมาไปวางไว้ที่เดิมอีกครั้ง โดยที่ไม่มีใครรู้ตัวหลังจากปล่อยผ่านไปสักชั่วโมงสองชั่วโมง
จักรพรรดิที่เปลี่ยนเป็นชุดนินจาดำปิดบังใบหน้าเดินไปยังขอบหุบเขาแล้วใช้สกิลดวงตานักปราชญ์สำรวจแสงไฟเบื้องล่างเป็นจุดๆด้วยหมอกที่หนาตาแม้เขาจะใช้สกิลดวงตานักปราชญ์ที่ตอนนี้อยู่ระดับ 92 เกือบเต็มร้อยแล้วก็ยังไม่สามารถมองเห็นได้ชัดถนัดตาและรู้ว่าอะไรเป็นอะไร
‘จุดอ่อนของสกิลนี้ยังไงก็คงอยู่ที่ระยะการมองเห็นสินะ’
จักรพรรดิคิดก่อนจะค่อยๆหย่อนตัวเองไปเบื้องล่างอย่างช้าๆ
การปฏิบัติการครั้งนี้เขาไม่คิดจะใช้น้ำหอมวิญญาณ(ชื่อเป็นทางการที่จักรพรรดิเพิ่งคิดได้ให้น้ำหอมที่ทำมาจากดอกคลายวิญญาณ)จนกว่าจะถูกพบเจอตัวเพราะไม่อย่างนั้นก็ถือว่าหลักสูตรของเขานั้นผิดพลาด
พอเข้าใกล้เป้าหมายมากขึ้นจนลงมาถึงที่ที่ผู้เล่นของที่นี่พักอาศัย ซึ่งส่วนใหญ่นั้นเป็นโจรจักรพรรดิก็เริ่มกวาดสายตาและเริ่มใช้สกิลของสายโจรที่เอร่าสอน ซึ่งมี 5 สกิลและมันก็ไม่ใช่สกิลไว้ใช้ต่อสู้โดยตรง
สกิลดวงตาเงินตรา สกิลที่สามารถมองเห็นเงินของคนอื่นได้หากไม่เก็บไว้ในหน้าต่างระบบ
ขณะนี้ได้มีแสงไฟสีทองและสีเงินเป็นจุดๆได้ปรากฏขึ้นมาสู่สายตาของจักรพรรดิเป็นที่เรียบร้อย ไม่นานพอเขาระบุเป้าหมายชัดเจนได้ ซึ่งถือว่าเป็นเป้าหมายที่ไม่ง่ายแม้แต่นิดเดียว เขาก็เริ่มย่องเบาเข้าใกล้เป้าหมายนั่นขึ้นเรื่อยๆ
จริงๆแล้วเป้าหมายง่ายๆของที่นี่เองก็ไม่ได้ดูง่ายแม้แต่นิดเดียวเพราะเป็นสถานที่ที่ไม่ว่าใครก็ไม่ไว้ใจใคร ผู้เล่นบางจำนวนจึงมีวิธีป้องกันตัวเองมากมายและแตกต่างกันไป มีไม่ถึง 1% ที่จะมีคนหลับเต็มตาจริงๆในที่แห่งนี้
การเล่นเป็นโจรที่นี่ได้อย่างยืดอกเหมือนคนที่คิดจะมาปล้นจักรพรรดิก่อนเข้ามาที่นี่นั้น จักรพรรดิคิดว่าอย่างน้อยต้องมี 2 อย่างที่พึงมี 1 คือระดับของตัวผู้เล่นเองที่เหนือกว่าคนที่จะมาปล้นจนสามารถรังแกเขาได้ และอย่างที่ 2 คือพวกพ้องที่เพิ่มความมั่นใจให้ตน ทว่าแบบนั้นคนกากๆ หมาขี้แพ้ทั่วๆ ไปใครๆก็ทำได้
สิ่งที่จักรพรรดิมุ่งหวังคือหลักสูตรที่สมบูรณ์แบบ ความสามารถที่สามารถยืนหยัดคนเดียวได้แม้ว่าจะไม่มีใครมายืนเคียงข้างเขาเลย
พอยิ่งเข้าใกล้ที่หมายเรื่อยๆ จักรพรรดิก็ใช้สกิลดวงตานักปราชญ์อีกครั้ง เพื่อสำรวจดูสิ่งมีชีวิตและร่องรอยแปลกๆที่อาจเป็นกับดักที่ผู้เล่นสร้างไว้ป้องกันตัวเอง
สิ่งมีชีวิตในที่นี้หมายถึงสัตว์เลี้ยงของคนที่นี่ด้วย เพราะเลือกเล่นเป็นโจรเสียส่วนใหญ่การจะมีสัตว์เลี้ยงที่จะช่วยสนับสนุนตนเองก็ไม่แปลกเพราะมันนั้นสามารถช่วงระวังภัยให้เจ้าของได้อย่างดี และส่วนใหญ่ก็จะเป็นสัตว์เลี้ยงจำพวกสุนัขเพราะพวกมันมีประสาทดมกลิ่นที่ดี ในสถานที่นี้ที่มีหมอกหนาจึงเหมาะแก่การเลี้ยงพวกมันเป็นอย่างยิ่ง
จักรพรรดิค่อยๆคืบคลานไปหาเป้าหมายอย่างช้าๆ เป้าหมายที่อยู่ในตัวหุบเขาตั้งตระหง่านอยู่ที่ลานหินเป็นโพรงมีเวรยามเฝ้ารวม 20 คนสุนัขกว่า 5 ตัวคอยระวังภัย
จักรพรรดิก้มตัวให้อยู่ใต้ลมเพื่อไม่ให้กลิ่นตัวของเขานั้นไปต้องจมูกของพวกสุนัข ก่อนจะใช้สกิลของสายโจรอีกอย่าง
สกิลเงาโจรเป็นสกิลที่สร้างร่างเงาของตัวเองที่ไม่มีค่าพลังอะไรเลยอยู่ตรงข้ามสายตาของเรา ตรงข้ามสายตาของจักรพรรดิตอนนี้คือบนชั้นหินที่ซึ่งทำให้เวรยามทั้งหมดเห็นชัดตาแม้จะอยู่ในสายหมอก
“นั่นใคร!?”เวรยามคนนึงส่งเสียงเรียกแต่ก็ไม่มีเสียงตอบ เขามองหน้ามองหลังก่อนจะบอกให้คน 2 คนไปดูที่นั่น
สมกับเป็นพวกโจรจริงๆสกิลโจรด้วยกันก็น่าจะรู้ไส้กันอยู่แล้ว สิ่งที่จักรพรรดิทำจึงอาจจะดูเหมือนเป็นการกลั่นแกล้งของเด็กๆ
จักรพรรดิใช้อีกสกิลอย่างต่อเนื่องซึ่งเพราะเรียนมันได้สำเร็จนี่ละเอร่าถึงได้ชมเขา
สกิลกลืนกายเป็นการทำให้ร่างกายของตัวเรานั้นผสานเข้ากับทุกๆสิ่งได้ แต่ต้องแลกมาด้วยมานามหาศาลและพลังใจที่เหลือล้น
ร่างของจักรพรรดิค่อยๆจมลงไปที่พื้นราวกับค่อยๆ จมลงไปในบ่อโคลนแล้วตอนนั้นร่างของเขาทั้งร่างก็ได้หายไป จักรพรรดิเคลื่อนตัวอยู่เบื้องล่างราวกับมันนั้นเป็นบ่อน้ำที่เขาแหวกว่ายได้อย่างอิสระ
แต่แม้จะดูเหมือนมันจะเป็นสกิลท่าไม้ตายของพวกโจร จุดอ่อนอย่างนึงของสกิลนี้ที่ยกเว้นมานาและพลังใจที่ต้องแลกไปเวลาใช้อย่างมหาศาล ก็คือพวกสัตว์ที่มีสัมผัสพิเศษจะรู้ถึงตัวตนของจักรพรรดิได้ นี่เป็นสิ่งที่เอร่าบอกเขาและเขาก็คิดว่าเป็นการใส่ลูกเล่นไม่ให้สกิลนี้เป็นสกิลที่ดีเกินไป นั่นก็หมายความว่าหมาที่เฝ้าอยู่อาจจะทำให้เขาถูกเปิดเผยตัวตนได้เช่นกัน
พวกหมาเบื้องบนแม้จะไม่ได้กลิ่นเขา แต่ด้วยสัญชาตญาณพวกมันก็เริ่มรู้ตัวและเริ่มเดินวนไปวนมาจนทำให้พวกเฝ้ายามเองก็ระวังตัว แต่แล้วในตอนนั้นเอง
“แฮะ แฮะ แฮะ หงีกๆ ”หมาตัวนึงก็นอนหงายท้องที่พื้นและแสดงท่าทางออดอ้อนออกมา และหลังจากนั้นความวุ่นวายที่เกิดขึ้นเฉพาะสุนัขก็เกิดขึ้นมา ทั้งวิ่งวุ่น นอนหงายท้องอย่างสบายอารมณ์ กระทั่งหลับไปเลย