ราชันย์สิบโลก

    ตอนที่ 72 ดาบจักรพรรดิ์

    หลังจากการพูดคุยสิ้นสุดลงเฟิ่งหยูพักอยู่ที่เรือนรับรองหนึ่งคืนจึงขอตัวกลับเมืองหลิวโจวโดยมีผู้อาวุโสเม้งหวู่จ๋า และผู้นำสมาคมออกมาส่งหน้าสมาคมการค้ามังกรดำเฟิ่งหยูและพวกได้ใช้เรือเล็กในการเดินทางกลับจึงใช้เวลาไปสามชั่วยามจึงกลับมาถึงเมืองหลิวโจว

                “นี่ส่วนแบ่งของพวกท่านเฟิ่งหยูยื่นแหวนมิติอีกวงให้กับจื่อซ่ง”

            พวกตระกูลจื่อต่างลุ้นตัวโก่งว่าพวกเขาจะได้ส่วนแบ่งเท่าไหร่

            จื่อซ่งใช้จิตสัมผัสตรวจสอบดูในแหวนมิติพลันตกตะลึงเพราะเฟิ่งหยูมอบส่วนแบ่งให้กับพวกเขาเป็นจำนวนมากมาย

            “ในแหวนมิติมีเงินจำนวนสองล้านห้าแสนเหรียญทองและยังมีหินวิญญาณระดับต่ำอีกหนึ่งล้านก้อน” จื่อซ่งเอ่ย

            “นายน้อย เงินพวกนี้เป็นของพวกเราหมดเลยหรือทำไมท่านถึงแบ่งให้เรามากมายขนาดนี้กันหละ”

            “เงินส่วนนี้ย่อมเป็นของพวกเจ้าอยู่แล้ว เครื่องประดับมิติข้าตกลงกับพวกท่านว่าจะแบ่งกันคนละครึ่งส่วนโลหิตมังกร พวกท่านเองก็มีส่วนร่วมที่ทำให้ข้าได้มันมาดังนั้นมันจึงต้องเป็นของพวกท่านด้วยส่วนหนึ่งเช่นกัน”เฟิ่งหยูอธิบาย

            เหล่าผู้คนตระกูลจื่อทั้งหมดที่ได้ยินคำพูดของเฟิ่งหยูต่างยินดีปรีดารวมถึงพวกที่เหลือที่ได้ทราบข่าวต่างออกมาร่วมยินดีกันถ้วนหน้าวันนั้นทั้งวันพวกเขาทำงานกันอย่างมีความสุขและตกตอนเย็นพวกตระกูลจื่อจึงจัดงานเลี้ยงเล็กๆ ขึ้น

            “ต้องขอบคุณนายน้อยจริงๆ ที่ทำให้พวกเราลืมตาอ้าปากได้ถึงขนาดนี้”

             จื่อซ่งและเหล่าผู้อาวุโสตระกูลจื่อต่างซาบซึ้งในน้ำใจของเฟิ่งหยูเพราะตอนนี้ทรัพย์สินของพวกเขามีมากกว่าที่พวกเขาเคยมีอีกเสียด้วยซ้ำ

            “พวกท่านไม่ต้องเกรงใจหรอก พวกท่านติดตามข้าอีกหน่อยยังมีเรื่องตื่นเต้นมากกว่านี้อีกเยอะ”เฟิ่งหยูกล่าวพร้อมกับยิ้ม

            หลังจากที่เสร็จสิ้นจากงานเลี้ยงเฟิ่งหยูกลับห้องพักและเข้าไปในเจดีย์ฟ้าสวรรค์เพราะเขา เพราะเขาอยากจะรู้ว่าดาบหนักจะมีประโยชน์กับเขาหรือไม่

            “ผู้อาวุโสอู่หวังฉี ท่านพอจะรู้จักดาบนี้หรือไม่”

            เฟิ่งหยูนำดาบหนักออกมาจากแหวนมิติให้ผู้อาวุโสอู่หวังฉีตรวจสอบ

            “เจ้าหนู เจ้าไปเอาดาบนี้มาจากไหน”อู่หวังฉีหลังจากได้เห็นดาบหนักเขาพลันน้ำตาซึมออกมาเล็กน้อย

            “ไม่ได้เห็นมานานแล้วข้าคิดว่าคงไม่มีโอกาสได้พบกับอาวุธชิ้นนี้อีกแล้ว” อู่หวังฉีพึมพำออกมา

            “ข้าได้มาจากการประมูลเมื่อวานนี้ข้าประมูลมันมาด้วยราคาแค่หนึ่งพันเหรียญทองเท่านั้นเอง” เฟิ่งหยูกล่าว

            “หนึ่งพันเหรียญทอง เจ้าพวกข้างนอกมันช่างโง่เขลากันนัก เจ้ารู้ไหมว่าดาบนี้มีชื่อเรียกว่า”ดาบจักรพรรดิ” เป็นอาวุธที่อยู่คู่กายกับเจ้าของเจดีย์ฟ้าสรรค์คนก่อนมันเป็นอาวุธที่สามารถเติบโตตามเจ้าของ ของมันได้ อานุภาพไม่ต้องพูดถึงเจ้ากลับได้ของดีนี้มาแค่หนึ่งพันเหรียญทอง”

            “เอาหละเดี๋ยวข้าจะสอนเจ้าให้ปลุกจิตวิญญาณของดาบนี้ให้เจ้าเองจากนั้นเจ้าก็ทำให้มันยอมรับเจ้าให้เป็นเจ้าของมันให้ได้ก็แล้วกัน”

            “ขอรับท่านผู้อาวุโส”

            “ก่อนอื่นเจ้าส่งจิตสำนึกของเจ้าเข้าไปในตัวดาบพยายามปลุกจิตวิญญาณของดาบให้ตื่นขึ้นมาให้ได้ก่อน”

            เฟิ่งหยูส่งจิตสำนึกของตนเข้าไปในดาบและพยายามปลุกจิตวิญญาณของดาบเขาใช้เวลาในการปลุกจิตวิญญาณของดาบถึงสามวันเต็มจึงสามารถปลุกจิตวิญญาณของดาบขึ้นมาได้

            ตูม ! พลังงานสองสายปะทะกันทำให้เกิดแรงระเบิดที่น่ากลัว แสงสีฟ้าและแสงสีแดงปะทะกันเป็นระยะๆ  พลังอานุภาพของมันยิ่งใหญ่ยิ่งจากนั้นไม่นานแสงทั้งสองสีผสานกันจนเป็นหนึ่งเดียวกลายร่างเป็นนกเพลิงโบยบินบนท้องฟ้าพร้อมกับส่งเสียงร้องออกมา

            ‘แกว๊กแกว๊ก แกว๊ก’

            หลังจากบินวนครู่หนึ่งจิตวิญญาณของนกเพลิงก็พลันพุ่งเข้าสู่ตัวดาบหนักพร้อมกับแสงส่องประกายเจิดจ้าไปทั่วเฟิ่งหยูจับดาบยกขึ้นมาพร้อมกับส่งจิตสำนึกไปยังนกเพลิงตัวดังกล่าวเพื่อให้มันยอมรับตัวเขาให้เป็นเจ้านาย

            ภายในจิตใจของเฟิ่งหยู

            “กล้าขู่ข้าอย่างนั้นหรือ”ใบหน้าของเฟิ่งหยูพลันเย็นเยือก เขาพุ่งออกไปข้างหน้าแต่ละครั้งที่ก้าวมีคลื่นพลังที่แข็งแกร่งกระจายออกไปรอบๆเลือดลมเดือดพล่านก่อนจะปล่อยหมัดออกไปใส่นกเพลิง นกเพลิงตอบโต้ด้วยการปล่อยเปลวเพลิงสีทองเข้าใส่เฟิ่งหยู

            ‘ตู้ม!’ ทั้งสองร่างกระเด็นออกจากกัน

            “อ๊ากกก”

            สีหน้าของเฟิ่งหยูเปลี่ยนไปใบหน้าบิดเบี้ยว ร่างกายของเขากำลังจะหลอมละสายเปลวเพลิงนี้น่ากลัวเกินไปแล้วมันสามารถหลอมละลายได้ทุกสรรพสิ่งอย่างนั้นหรือ?

            เปลวเพลิงสีทองนี้น่ากลัวเป็นอย่างมากเฟิ่งหยูรู้สึกว่าร่างกายของเขากำลังจะหลอมละลาย ความเจ็บปวดสะท้านไปทั่วใบหน้าของเขาพลันบิดเบี้ยว ภายในใจพลันยิ้มเจื่อนออกมา  เฟิ่งหยูขบฟันกรอดพลางแผดเสียงคำรามต่ำเส้นเลือดปูดขึ้นมาบนใบหน้า เปลวเพลิงน่ากลัวขนาดนี้ พลันเฟิ่งหยูคิดถึงเพลิงฟ้าสวรรค์เขาชักนำเปลวเพลิงฟ้าสวรรค์ออกพลังมหาศาลไหลแล่นเข้าไปในร่างกายของเฟิ่งหยูเปลวเพลิงสองชนิดยังคงแผดเผาผิวหนังของเฟิ่งหยูเริ่มไหม้เกรียม บางส่วนเริ่มปริแตกออกจากกัน เฟิ่งหยูอดทนอยู่ในสภาพนี้นานถึงสามวันเต็ม

            เขาไม่รู้ว่าร่างกายของเขานั้นแตกสลายไปแล้วกี่ครั้งต่อกี่ครั้งความเจ็บปวดทิ่มแทงทะลวงจิตใจของเขาเหมือนกับว่าเขานั้นได้ตายไปแล้ว ซ้ำแล้วซ้ำเล่าทว่าเขายังคงอดทนรับมือกับเปลวเพลิงนี้อย่างต่อเนื่อง

            ทว่าจู่ๆ ระหว่างที่เขาอยู่ในระหว่างความเป็นความตาย ร่างกายของเฟิ่งหยูเริ่มฟื้นคืนขึ้นความแข็งแกร่งของเขาเริ่มกลับมา เส้นพลังแต่ละเส้นขยายออกสองวันต่อมาร่างกายของเฟิ่งหยูที่ถูกเปลวเพลิงสองชนิดห้อมล้อมปกคลุมไปทั่วร่างเปลวเพลิงสีทอง และสีฟ้าเริ่มหลอมรวม คลื่นพลังชีวิตที่เข้มข้นเริ่มพรั่งพรูออกมาจากตัวของเฟิ่งหยูเปลวเพลิงสองชนิดเริ่มไหลเวียนเข้าไปในร่างของเฟิ่งหยูเขาอดทนอยู่ในสภาพนั้นหนึ่งวันเต็ม

            ตู้ม!   ฟ้าดินกลับตาลปัตรเสียงฟ้าร้องดังสนั่นหวั่นไหว ห้วงมิติผกผัน ความโกลาหลเกิดขึ้นรอบๆตัวของเฟิ่งหยู ภายใต้พลังงานเหล่านั้นร่างของเฟิ่งหยูที่ปริแตกเริ่มฟื้นคืนกลับมาเป็นดังเดิมร่างกายของเขาเปล่งแสงใสดุจอัญมณีปกคลุมด้วยเปลวเพลิงสองสีนี่คือการเปลี่ยนแปลงที่น่ากลัวอย่างยิ่งสำหรับเฟิ่งหยูเมื่อเปลวเพลิงสองชนิดหลอมรวมเข้าด้วยกันมันพลันหมุนวนกลายเป็นรูปนกเพลิงอยู่บนหัวไหล่ของเฟิ่งหยู

            เฟิ่งหยูค่อยๆลืมตาขึ้น.............

            “ในที่สุดเจ้าก็ยอมรับข้าจนได้เจ้านกน้อย” เฟิ่งหยูกล่าวออกมาพร้อมกับรอยยิ้ม

            เฟิ่งหยูมองไปที่ดาบจักรพรรดิเขาปลดปล่อยพลังปราณไปในตัวดาบ ตัวดาบเปลี่ยนเป็นสีแดงขนาดของมันปรับเป็นพอดีกับตัวของเฟิ่งหยู เขาลองกวัดแกว่งดาบอย่างคล่องแคล่วทุกครั้งที่กวัดแกว่งดาบจะเกิดอานุภาพทำลายล้างที่มากมายมหาศาลติดตามมาอย่างต่อเนื่อง

            “ตู้มตู้ม ตู้ม” เสียงดังสนั่นหวั่นไหวดังไปทั่ว

            เฟิ่งหยูเดินเข้าไปหาผู้อาวุโสอู่หวังฉีพร้อมกับรอยยิ้ม

            “ใช้เวลาไปไม่น้อยเลยกว่าจะทำให้ดาบเล่มนี้ยอมรับข้าได้เล่นเอาเหนื่อยเหมือนกัน”

            “ดีแล้วที่เจ้าสามารถทำให้มันยอมรับเจ้าได้ข้าละดีใจจริง ๆ ที่เห็นเจ้าทำได้”

            “ดาบจักรพรรดินี้จะเติบโตไปพร้อมกับเจ้าหากพลังของเจ้าแข็งแกร่งเท่าใด ตัวดาบก็สามารถเติบโตไปพร้อม ๆ กับเจ้าได้แต่มีได้ก็ต้องมีเสีย สิ่งที่จะทำให้ดาบจักรพรรดิเติบโตตามเจ้านั้นเจ้าเองก็ต้องสิ้นเปลืองทรัพยากรเป็นจำนวนมากเช่นกัน” อู่หวังฉีเอ่ย

            “เรื่องนั้นข้าทำใจไว้แต่แรกแล้วหละท่านผู้อาวุโสยังไงข้าก็มีอาวุธที่ดี ข้าย่อมต้องเสียทรัพยากรจำนวนมาก ดังตัวข้าหากจะแข็งแกร่งก็ต้องฝึกฝนอย่างหนักและใช้ทรัพยากรมากกว่าคนอื่นมากมายนัก.........”

            หลังจากนั้นเฟิ่งหยูได้ทำการศึกษาตำราค่ายกลเพิ่มเติมเขาไปปรึกษากับปู่ซือ

            “ท่านปู่เป็นไปได้หรือไม่ที่ข้าจะผสานค่ายกลเข้ากับศาสตร์แห่งมิติ”เฟิ่งหยูเอ่ยถาม

            “มันก็มีความเป็นไปได้แต่มันเป็นศาสตร์ที่ซับซ้อน เจ้าต้องค่อยๆ ปรับเปลี่ยนและทดลองดูข้าเองก็อยากจะเห็นเหมือนกันว่าผลที่เกิดมันจะออกมาเป็นเช่นไร?”

            เฒ่าซือพูดด้วยความปลื้มปิติเขาเป็นคนสอนค่ายกลให้กับเฟิ่งหยู หากเฟิ่งหยูสามารถสร้างสิ่งของที่เขาเองก็ไม่สามารถสร้างมันขึ้นมาได้มันจะเป็นความภูมิใจของเขาเป็นอย่างมากเพราะศิษย์เหนือกว่าครูย่อมเป็นเรื่องที่ดี

            “ก่อนอื่นเจ้าก็ลองดูพื้นฐานของศาสตร์แห่งค่ายกลและศาสตร์แห่งมิติมาไตร่ตรองดูว่ามีพื้นฐานตัวไหนที่ใกล้เคียงกันบ้าง แล้วเจ้าค่อยๆ ปรับเปลี่ยนไปที่ละเล็กทีละน้อย ข้าเองก็ไม่เคยศึกษาเรื่องของศาสตร์แห่งมิติดังนั้นจึงให้คำแนะนำแก่เจ้าไม่ได้แต่ศาสตร์แห่งค่ายกลหากเจ้าติดขัดสิ่งใดก็ให้มาปรึกษาข้าได้ตลอดเวลา” เฒ่าซืออธิบายแก่เฟิ่งหยู

            “ข้าจะลองทำตามที่ท่านปู่แนะนำดูข้าขอยืมห้องของท่านใช้หน่อยนะท่านปู่”

            “เอาสิตามสบายเจ้าเลยข้าจะรอดูผลงานของเจ้า ”

            เฟิ่งหยูมุ่งมั่นอ่านตำราศาสตร์แห่งค่ายกลและศาสตร์แห่งมิติทั้งสองซ้ำแล้วซ้ำเล่า รอบแล้วรอบเล่า หากเขาไม่เข้าใจก็จะมีปู่ซือที่คอยให้คำชี้แนะแก่เขาในเรื่องศาสตร์แห่งค่ายกลส่วนศาสตร์แห่งมิติ เขาก็มีผู้อาวุโสอู่หวังฉีที่คอยให้คำชี้แนะแก่เขา

            เฟิ่งหยูใช้เวลาศึกษาตำราทั้งสองภายในเจดีย์ฟ้าสวรรค์การศึกษาตำราศาสตร์แห่งค่ายกลและตำราศาสตร์แห่งมิติอย่างละเอียดถี่ถ้วนนั้นใช้เวลายาวนานถึงหนึ่งปีเต็มเฟิ่งหยูมุ่งมั่นและตั้งใจเป็นอย่างยิ่ง ผู้อาวุโสใหญ่และผู้เฒ่าทั้งหลายต่างก็แวะเวียนมาถามไถ่เฒ่าซืออยู่บ่อยๆ โดยเฉพาะยายฮวาที่มักจะทำอาหารมาให้ทั้งคู่อยู่เป็นประจำ

            หลังจากเฟิ่งหยูศึกษาตำราศาสตร์แห่งค่ายกลของปู่ซือเสร็จสิ้น

            “หากเจ้าใช้เวลาศึกษามากกว่านี้อีกสักปีข้าคงอ้วนเป็นหมูเพราะยายเฒ่าฮวาเป็นแน่ ฮ่า ฮ่า ฮ่าๆๆ”

            “ท่านปู่ระวังท่านยายมาได้ยินแล้วท่านจะอดไปอีกนานเลยนะ” เฟิ่งหยูกล่าวหยอกกลับไป

            “ข้าออกไปเตรียมของก่อนละกันรอบนี้คงต้องใช้ทรัพยากรจำนวนมาก พวกท่านต้องการอะไรข้างนอกหรือไม่”

            “ไม่ต้องหรอกแต่ว่าเอาเหล้าดี ๆ มาฝากผู้อาวุโสใหญ่หน่อยก็ดีนะอย่าลืมหาของฝากให้ยายของเจ้าด้วยก็ดี”

            “ได้ขอรับ”พูดเสร็จเฟิ่งหยูพลันออกจากเจดีย์ฟ้าสวรรค์

            เฟิ่งหยูเดินออกมาจากห้องจังหวะพอดีกับจื่อฮุ่ยเดินเข้ามา

            “เจ้าพอจะมีคนที่ช่วยไปจัดหาของพวกนี้ให้ข้าหน่อยได้ไหม”

            เฟิ่งหยูยื่นใบรายการของพร้อมกับขอให้จื่อฮุ่ยซื้อของให้เขาหลายอย่างด้วยกันซึ่งจื่อฮุ่ยก็เต็มใจที่จะช่วยเหลือเขาเป็นอย่างยิ่งเขารีบสั่งคนให้ไปจัดหาของที่เฟิ่งหยูต้องการในทันที

            “ได้สิไม่มีปัญหาเดียวข้าจะให้คนไปจัดหาของพวกนี้มาให้เจ้าเอง”

            “เจ้าจะทำอะไรอีกซื้อของตั้งเยอะตั้งแยะ” จื่อฮุ่ยถามด้วยความสนใจ

            “ตอนนี้ข้ากำลังทดลองอยู่หากสำเร็จเมื่อไหร่ข้าจะให้เจ้าทดลองเป็นคนแรกเลย”เฟิ่งหยูตอบจื่อฮุ่ย

            “เจ้านี่ชอบทำให้ผู้คนประหลาดใจได้ทุกเวลาจริงๆ  คราวก่อนก็แหวนมิติคราวนี้จะเป็นอะไรอีก ข้าก็อยากจะรู้เหมือนกัน ข้าจะรอดก็แล้วกัน”

            จื่อฮุ่ยเดินจากไปพร้อมกับรอยยิ้มหลังจากนั้นไม่นานของที่เฟิ่งหยูต้องการต่างถูกนำมาให้เขาถึงห้อง อย่างครบถ้วน

    คล้ายกับเรื่องราชันย์สิบโลก ที่คุณอ่าน

    [นิยายแปล] อภินิหาร หนึ่งราชันหมื่นอัตลักษณ์ Absolute Resonance

    [นิยายแปล] อภินิหาร หนึ่งราชันหมื่นอัตลักษณ์ Absolute Resonance

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    2.77M 1648
    มังกรพิชิตฟ้าออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    มังกรพิชิตฟ้าออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย เกมออนไลน์
    3.72M 1271
    ลวงสวรรค์สู่วิถียุทธคลั่ง [จบ]

    ลวงสวรรค์สู่วิถียุทธคลั่ง [จบ]

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    781K 869
    (จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

    (จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

    นิยาย เกมออนไลน์
    603K 912
    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    223K 810
    ตำนานวิญญาณแฟนซี (Seirei Gensouki)

    ตำนานวิญญาณแฟนซี (Seirei Gensouki)

    นิยาย แฟนตาซี
    3.26M 1036
    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    18K 258
    เกิดใหม่ทั้งทีข้าขอเป็นเซียน (นิยายแปล) **จบแล้ว**

    เกิดใหม่ทั้งทีข้าขอเป็นเซียน (นิยายแปล) **จบแล้ว**

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    377K 775
    บ้านสกุลหลินมีปฐมเทพหญิง [แปลจบแล้ว]

    บ้านสกุลหลินมีปฐมเทพหญิง [แปลจบแล้ว]

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    2.21M 577
    ความโกรธแค้นของชูร่า

    ความโกรธแค้นของชูร่า

    นิยาย เกมออนไลน์
    2.39M 852