เป่ยจิน...ข้าจะย้อนอดีตไปสร้างความร่ำรวย เล่ม 2

    ภาค 2 ตอนที่ 55 -เชื่อมต่อผ่านจิตวิญญาณ- อ่านฟรี 22/10

            กระทั่งใบหน้าของบิดายามนี้บุตรชายคนรองยังคงมองมิออก ริมฝีปากกล้ายังคงเอ่ยเรื่องราวออกมามิหยุดหย่อน

            “ท่านพ่อทำเช่นนี้จะมิเป็นการก่อความเดือดร้อนแก่ตระกูลหรือขอรับทั้ง ๆที่ท่านยังไม่แน่ใจด้วยซ้ำว่า สตรีนางนั้นคือบุตรสาวของน้องเล็กจริงๆ”

            คุณชายใหญ่ที่สุดจะทนกับความตื้นเขินของน้องชายตนเองเอ่ยออกมาทุกราชวงศ์จจักมีความสัมพันธ์ทางสายโลหิตที่สามารถแสดงออกมาได้เช่นราชวงศ์จ้าวจะมีสัญลักษณ์ที่แสดงถึงสมาชิกของราชวงศ์คือหงส์สยายปีก

            และเช่นเดียวกันตระกูลเซี่ยแม้จะมิใช่ราชวงศ์หากแต่เซี่ยได้รับสายโลหิตของเทพแห่งแคว้นมา เช่นนั้น สายโลหิตตระกูลเซี่ยจะมีสัญลักษณ์ของดาวห้าแฉกณ ตำแหน่งหลังต้นคอ และหากว่าเป็นธิดาเทพ สัญลักษณ์ดาวห้าแฉกสีโลหิตของสตรีผู้นั้นจะแสดงออกมากลางหน้าผากของนางดั่งดวงตาที่สามของเทพ

            “ข้าอยากพักผ่อน พวกเจ้าออกไปได้แล้ว” เขาเรียกบุตรชายทั้งสองมาเพื่อรับรู้เรื่องราวเท่านั้นหาใช่ต้องอธิบายสิ่งใด

            บุตรชายทั้งสองเมื่อได้ยินก็คิดจะเอ่ยคำค้านออกมา เพราะยังคงอยากรู้เรื่องราวมากกว่านี้หากแต่สีหน้าของบิดาที่เปิดเผยออกมานั้น

            “แต่ว่าท่านพ่อ...ขอรับ”เซี่ยชิงหยูอ้าปากจะเอ่ยค้าน หากแต่สายตาที่ส่งมาเขาจึงเลือกที่จะกลืนคำพูดนั้นลงลำคอไปและสงบลงแต่โดยดี

            เช่นเดียวกับพี่ใหญ่ของตนเอง

            “ข้าลาขอรับท่านพ่อ”

            ‘เหริ่นหราน บิดาหวังว่าบุตรสาวของเจ้าจะแข็งแกร่งพอที่จะก้าวผ่านไปได้ เช่นเดียวกับเจ้า’ นายท่านเซี่ยรำพึงออกมาเบาๆ แล้วหลับตาลง

     

            “ท่านตางั้นหรือข้าไปมีท่านตาทั้งแต่เมื่อใดกัน หากความทรงจำในร่างนี้มิผิดเพี้ยนไปไป๋ฮูหยินมิเคยเอ่ยถึงตระกูลเก่าของตนเองเลยมิใช่หรือไงกัน”

            จดหมายฉบับน้อยถูกคลี่ออกอ่าน เมื่ออ่านจบสารที่ส่งก็มาได้สลายไปเหลือเพียงกลีบเหมยฮวาร่วงหล่นเพียงหนึ่งเท่านั้น

            แคว้นต้าเฉียง

            หลังจากที่ไป๋ฮวาโดนลักพาตัวไปแล้วเมื่อคาดการณ์เวลาที่ล่วงเลยมา ก็เหลือเพียงอีกไม่กี่ราตรีหมุนผ่านเท่านั้นเองที่จะใกล้เข้าสู่สงครามในรอบหลายร้อยปีนี้

            “เช่นนั้นเราจะทำเช่นไรดีเล่า” จู่ ๆ เป่ยจินก็เอ่ยถามออกมาในขณะที่ทุกคนกำลังนั่งเงียบๆ ในห้องรับรอง

            หยางคงที่ได้ยินเช่นนั้นจึงเลิกคิ้วหันหน้าไปมองอีกฝ่ายด้วยความแปลกใจและถามออกไป

            “เรื่องคุณหนูไป๋ฮวาหรือขอรับ”

            เพราะตลอดหลายวันที่ผ่านมานี้ เป่ยจินไม่เพียงไม่เอ่ยถึงเรื่องของไป๋ฮซาทั้งยังทำราวกับว่าเป็นแค่เรื่องเล็กน้อยเช่นการกลับไปเยี่ยมญาติต่างแคว้นเสียเช่นนั้น

            ทำเอาหลายคนในที่นี้ต่างสับสนกับท่าทีของนางไปตามๆ กันเว้นก็เสียแต่จวินเทียนหลงผู้นั้นที่หาสนใจสิ่งใดไม่ แต่ทำตัวราวกับคนมีงานมีการให้วุ่นวายตลอดเวลา

            ความจริงแล้วก็เป็นเช่นดั่งที่ทุกคนคิดจวินเทียนหลงนั้นหาสนใจสิ่งใดไม่ในตอนนี้ แม้กระทั่งชีวิตของไป๋ฮวา

            หากแต่สิ่งที่เขากำลังสนใจในตอนนี้นั้นคือสิ่งที่มีเพียงเขาและจินหลงรับรู้กันเพียงสองคนเท่านั้น

            นั้นคือการหาหนทางล้างอักขระที่ต้องใช้โลหิตของผู้ที่อยู่ในการทำนาย

            ความลับที่เขายังไม่ได้เอ่ยบอกเป่ยจิน

            ว่าโลหิตต้องมาจากหัวใจของคนในคำทำนาย!

            “เปล่าเจ้าค่ะ มิใช่เรื่องนั้น แต่เป็นเรื่องที่เจ้าฮ่องเต้แคว้นต้าเฉียงมิยอมกลับเข้าวังหลวง ทั้งยังหอบราชกิจทั้งหลายมานั่งทำที่ร้านของเราเช่นนี้”คิ้วเรียวบางขมวดแน่นยามเอ่ยชื่อและหันไปมองยังจุดตำตาของนาง

            ภายในห้องรับรองมุมหนึ่งของร้านคาเฟยหลิงเต็มไปด้วยกองราชกิจมากมายที่โดนหอบหิ้วมาจากวังหลังเพื่อให้ฮ่องเต้แคว้นจิ้นได้มีเวลาดูแลบ้านเมืองและหัวใจของตนเอง

            “ข้าเบื่อขี้หน้าเจ้าค่ะ”ไม่เข้าใจหมอนั้นจริงๆ มายุ่งวุ่นวายกับห้องรับรองของข้าทำไมกัน ห้องอื่นก็มีตั้งมากตั้งมาย

            พูดจบก็สะบัดหน้าหนี ไปยังจวินเทียนหลง

            ส่วนทางด้านหยางคงนั้น ก็ได้แต่ถอนหายใจออกมาเมื่อคุณหนูของตนเองมิได้เดือดเนื้อร้อนใจกับอันใดนัก

            ถึงอย่างไรก็ตามคุณหนูของเขาถึงจะดูเช่นนี้ หากแต่ก็สามารถพึ่งพาได้เสมอ แต่ตอนไหนนั้น

            ก็คงต้องแล้วแต่อารมณ์และสิ่งแลกเปลี่ยน!

            “โถ่คุณหนูข้าก็คิดว่าท่านจะทำอันใดเสียอีก” เส้นโลหิตตรงขมับของหยางคงเต้นดังตุบตุบในความจริงจังของคุณหนูตนเอง

            “ทำอันใดกันเจ้าค่ะพี่หยาง”สายตาที่บรรจบอยู่ตรงใบหน้าของคู่หมายเปลี่ยนทิศทางมายังคนสนิททันที

            “ก็เรื่องของฮวาเออร์อย่างไรเล่าขอรับคุณหนูหรือท่านคิดจะปล่อยนางไปทั้ง ๆ ที่เป็นเช่นนี้”อันที่จริงเขาเองก็มิได้เดือดร้อนอันใดมากนักกับเรื่องที่คนหายตัวไปเช่นนี้

            “ข้าดูเป็นคนโหดร้ายเพียงนั้นเลยหรือเจ้าค่ะ”นัยน์ตาใสกระจ่างของจินเออร์หันกลับมามมองอีกฝ่ายอย่างเอาเรื่อง

            นางจะดูเป็นคนโหดร้ายเช่นนั้นในสายตาของจวินเทียนหลงมิได้หรอกนะหึ!

            “โถ่ คุณหนูข้าเปล่าหมายความว่าเช่นนั้นนะขอรับ ข้าเพียงน้อยเพียงเป็นห่วงนางอีกทั้งในตอนนี้นางยยังได้ชื่อว่าเป็นคนของตระกูลจ้าวมิใช่หรือ” หยางคงพยายามอธิบายให้เจ้านายของตนเองเข้าใจ

            “เหลือเพียงสิบห้าราตรีเท่านั้นไม่ว่าอย่างไร ทั้งหยงซีฮ่องเต้หรือฝั่งเรา ก็ต้องไปเจอกันที่ป่าม่านหมอก”จวินเทียนหลงเอ่ยออกมา เมื่อเห็นสายตาของต้าเฟยเฉิงหันไปมองคนรักของตนเองอย่างสงสัยเช่นเดียวกัน

            เมื่อคนที่เงียบมานานสองนานเอ่ยปากขึ้นมาเป่ยจินก็เหมือนจะรับรู้ได้ว่า แม้การกระทำของอีกฝ่ายจะคล้ายมิใส่ใจนางมากนักแต่อย่างไรทุกการกระทำก็อยู่ในสายตาของเขาเสมอ

            “เจ้าหมายความว่า ให้เรารอเช่นนั้นหรือ”ต้าเฟยเฉิงที่ได้ยินเช่นนั้น จึงเงยหน้าขึ้นจากราชกิจที่กำลังอ่านอยู่ทันที

            เขาเองก็รออยู่เหมือนกันกำลังรอว่าเมื่อใด จวินเทียนหลงและจ้าวจินเออร์จะเอ่ยช่วยเหลือฮวาเออร์เสียที

            ที่เขามานั่งที่นี่ ก็เพื่อรอเรื่องนี้เพราะเขามิสามารถกดดันทั้งสองได้

            “เรื่องนั้น เราก็รอมิได้” จวินเทียนหลงยังคงเอ่ยออกมา

            “อีกสามวันเราจะเดินทางไปยังแคว้นจิ้นเพื่อช่วยเหลือนางท่านมิต้องเป็นห่วง” เป่ยจินเอ่ยออกมาเพื่อคลายความสงสัยให้แก่ทุกคน

            นางได้ส่งพลังไปยังแหวนประจำตระกูลแล้วปรากฏว่าทุกอย่างยังคงอยู่ในสภาพปกติ ฮวาเออร์ยังคงปลอดภัยดีและดูเหมือนว่าจะมีเรื่องราวบางอย่างที่รอเวลาให้ฮวาเออร์จัดการเช่นกัน

            นางจึงยังคงรออยู่ที่นี่ ปัญหาของผู้ใดผู้นั้นย่อมต้องจัดการเอง

            “ขอบคุณเจ้ามากที่ยื่นมือเข้าช่วยเหลือนาง”

            “อืมส่วนท่านมิใช่ว่าตอนนี้เสนาบดีซูเริ่มเคลื่อนไหวแล้วมิใช่หรือ”

    เป่ยจินเอ่ยออกมา ทำให้ต้าเฟยเฉิงฮ่องเต้เปลี่ยนสีหน้าไปทันที ศึกในก็ใกล้เข้ามา ศึกภายนอกก็มิอาจเลี่ยง

    คล้ายกับเรื่องเป่ยจิน...ข้าจะย้อนอดีตไปสร้างความร่ำรวย เล่ม 2 ที่คุณอ่าน