คัมภีร์ปฐมวิญญาณ (เทพอัสนีย์ มารพยัคขาว ภาค 3)

    ตอนที่ 47 เสียงคำรามมังกรนิลกับสัญญาณสงคราม

    สายลมในยามเช้าพัดโชยแผ่ว ณ หมู่บ้านชายทะเลแห่งนั้น มังกรนิล อวิ๋นไห่เฟิง กำลังก้มๆเงยๆกลบหลุมฝังศพสุดท้ายของชาวบ้านที่ด้านหลังหมู่บ้านจนเสร็จ นางเอื้อมมือไปหยิบป้ายที่ทำจากท่อนไม้แกะสลักชื่อของผู้ตายมาปักลงไป

    แม้นางจะเหนื่อยและอ่อนล้าเพราะมัววุ่นอยู่กับการสร้างสุสานให้กับชาวบ้านจนไม่ได้นอนเลยตลอดทั้งคืน แต่คำสัญญาที่ให้ไว้กับท่านผู้เฒ่า ทำให้นางไม่อาจหยุดพักได้เลย นางจุดธูปขึ้นมาไหว้ร่างอันไร้วิญญาณสิบสี่ร่างในสุสานแล้วปักลงยังกระถาง 

    จากนั้นจึงเทเหล้าใส่จอกแล้วราดลงบนพื้นพลางกล่าวขึ้นว่า “พี่น้องทั้งหลาย โปรดพักผ่อนให้สบายเถิด พวกท่านเหนื่อยกันมามากพอแล้ว เรื่องแก้แค้นข้าขอรับไว้เอง พวกปีศาจเหล่านั้นมันจะต้องชดใช้อย่างสาสม”

    อวิ๋นไห่เฟิงเดินกลับมายังบ้านของท่านผู้เฒ่า แล้วก้าวเข้าไปยังห้องนอนของท่าน ทุกสิ่งถูกเก็บไว้อย่างเรียบง่าย ราวกับยังคงรอการกลับมาของหญิงชราผู้นั้น นางยกหมอนใบเก่าขึ้นจึงได้พบเจอคัมภีร์โบราณเล่มหนึ่ง เมื่อเปิดออกกลับพบว่ามีจดหมายสอดซ่อนไว้ด้านใน กลิ่นกระดาษเก่าผสานกับกลิ่นหมึกจางๆ ยังคงหลงเหลืออยู่ นางเปิดอ่านด้วยมืออันสั่นเทา

    “เฟิงเอ๋อ... หากเจ้ากำลังอ่านข้อความนี้ แสดงว่าข้าได้ล่วงลับไปแล้ว ก่อนหน้านี้ข้าฝันว่าฟ้าเบื้องบนกำลังปั่นป่วน แสดงว่าฝ่าบาทและองค์ราชินีกำลังเผชิญมหันตภัย เจ้าจงไปที่สวนดอกไม้หลังบ้าน ภายในกองหินข้าได้ซ่อนมุกมังกรนิลเอาไว้ มันคือสิ่งที่จะทำให้เจ้าได้เกิดใหม่อีกครั้ง จงผนวกมันเข้ากับแก่นวิญญาณของเจ้า และฝึกฝนตามคัมภีร์ลับนี้ให้สำเร็จ หากเป็นเจ้า...ไม่เกินหนึ่งชั่วยาม เจ้าจะบรรลุขั้นเทพครึ่งก้าวได้อย่างไม่ต้องสงสัย รีบๆทำให้สำเร็จ แล้วออกไปช่วยฝ่าบาทโดยเร็วเถิด...”

    ลายมือที่เขียนอย่างบรรจงของท่านผู้เฒ่ายังตราตรึงในดวงตา ความอบอุ่นในถ้อยคำประหนึ่งคำสั่งเสียครั้งสุดท้าย ทำให้หัวใจของนางสั่นสะท้าน “ท่านผู้เฒ่า… ข้าจะไม่ทำให้ท่านผิดหวัง”

    นางเปิดตำราขึ้นมาอ่านอย่างจริงจังเริ่มตั้งแต่หน้าแรก แต่แล้วตำรานั้นกลับดับวูบลงกลายเป็นดวงกลมสีทองแล้วล่องลอยเข้าไปในศรีษะของนาง ทันใดนั้นความรู้ต่างๆในตำราก็กระจ่างชัดขึ้นในจิตใต้สำนึกโดยมิต้องอ่านเลย

    เมื่ออวิ๋นไห่เฟิงตระหนักถึงความรู้ในตำราแล้ว นางจึงเดินตรงไปยังสวนหลังบ้าน ท่ามกลางดอกไม้หลากสี มีกองหินสูงตั้งตระหง่านผิดจากกองอื่นๆ นางจึงตัดสินใจยกก้อนหินในกองนั้นออกทีละก้อน… ไม่นานนักก็พบ มุกมังกรนิล ที่ถูกซุกซ่อนอยู่ภายใต้กองหินนั้น

    ทันทีที่สัมผัสพลังมังกรนิลอันแข็งแกร่งก็พวยพุ่งออกมา อากาศรอบกายหนาวเย็นลงจนสั่นสะท้าน แผ่นดินโยกคลอนสั่นสะเทือน ฟ้าผ่าลงมาเป็นสายดังเสียงคำรามแห่งมังกร อวิ๋นไห่เฟิงยกมุกมังกรนิลขึ้นประทับกลางอก พลางเปล่งเสียงสั้นๆ

    “ผนวก!”

    ทันใดนั้น เส้นสายแห่งพลังสีดำดุจหยดหมึกลงบนผิวน้ำ ก็แผ่ซ่านเข้าสู่เส้นลมปราณ อย่างรุนแรงราวกับว่าจะฉีกกระชากร่างออกทั้งเป็น เส้นสายแห่งพลังกระจายแทรกซึม จนปั่นป่วนไปทั่วร่าง ปรับเปลี่ยนผม ขน เล็บ ฟัน เนื้อ หนัง เอ็น กระดูก ไขมัน ไขข้อ อวัยวะต่างๆทั้งภายในและภายนอก ให้แข็งแรงขึ้นเพียงพอที่จะรองรับพลังอันยิ่งใหญ่นี้

    เวลาผ่านไปหนึ่งก้านธูป สายเลือดมังกรหยดแรกก็พลันกำเนิดขึ้นภายในกายของนาง จากหยดเลือดสีทองเล็กๆ ที่ถูกกลั่นขึ้นภายในขั้วหัวใจ เพียงอึดใจเดียวก็แผ่ขยายกลืนกินสายเลือดดั้งเดิมที่เป็นสีแดงของมนุษย์จนหมดสิ้น

    เสียงคำรามของ มังกรนิลดังสะท้อนกึกก้องไปทั่วทั้งผืนนภา และนี่ก็คือการถือกำเนิดใหม่ของสายเลือดแห่งมังกรผู้ยิ่งใหญ่ เปลวเพลิงนิลอันมืดมิดผสานกับประกายเงินวาววับ ทะลักจากร่างของนางจนท้องฟ้ากลางวันกลับมืดลงราวกับรัตติกาล มวลพลังล้นหลามเทียบเคียง เทพเซียน แผ่ซ่านออกไปทุกทิศทาง

    เมื่อพลังคลายลง ร่างของอวิ๋นไห่เฟิงยืนอยู่กลางวงลมปราณสีดำที่ยังหมุนวน นัยน์ตาของนางสว่างวาวราวดวงดาราในยามรัตติกาล และนี่คือการบรรลุขั้นเซียนอริยะ ซึ่งเป็นระดับสูงสุดของบรรดาเซียนเลยทีเดียว

    “ในที่สุด… ข้าก็เป็นเซียนระดับสูงสุดแล้ว”

    ริมฝีปากนางเผยรอยยิ้มบางๆ แม้ดวงตายังคงทอแววเศร้า แต่แฝงด้วยความมุ่งมั่นอย่างแน่วแน่ นางแหงนหน้าขึ้นมองท้องฟ้า กำหมัดแน่นอีกครั้ง

    “ฝ่าบาท… รอข้าเถิด ข้าใกล้จะไปช่วยท่านได้แล้ว ขอเวลาข้าพิจารณาวิถีธรรมให้เสร็จก่อน!” สิ้นคำนางก็นั่งลงพิจารณาวิถีธรรมในทันที

    สายลมมืดค่อยๆหมุนวนรอบกาย แล้วแปรเปลี่ยนเป็นแรงดึงดูดอันน่าสะพรึงกลัว อวิ๋นไห่เฟิงยังคงค่อยๆพิจารณาวิถีธรรมต่อไป แสงสีทองที่เกิดจากพลังแห่งเทพมังกรโบราณปรากฏขึ้นรอบกายแล้วพวยพุ่งขึ้นสู่ท้องฟ้า แล้วเปลี่ยนรูปกลายเป็นมังกรนิลนับพันกำลังแหวกว่ายทะยานเมฆ

    เสียงคำรามของมังกรนิลยังคงสะท้อน แทรกซึมดังแว่วเข้าสู่แก้วหูนางอย่างชัดเจน จนกระทั่งมีลำแสงสีดำเล็กบางดังคมดาบผ่าเข้าเส้นลมปราณ ลอกคราบจิตวิญญาณเก่าของนางออกทีละชั้น

    “ปรับกายด้วยโลหิตมังกร… หลอมจิตให้เป็นดั่งดวงดารา…”

    เสียงโบราณที่ไม่รู้ว่ามาจากไหนดังก้องอยู่ภายในหัวของนาง

    ทันใดนั้น ร่างของนางก็สั่นสะท้านรุนแรง เลือดสีทองพุ่งพล่านไหลย้อนทั่วร่าง เส้นเอ็นและเส้นลมปราณพันกันยุ่งเหยิงราวกับจะฉีกขาด นางจึงใช้วิชาโซ่พลังมังกรจากตำราท่านผู้เฒ่าผูกกระชับทำให้พลังของนางแข็งแกร่งขึ้นกว่าเดิมเป็นสิบเท่า

    เพียงครึ่งชั่วยาม!

    ร่างกายของอวิ๋นไห่เฟิงสว่างเรืองดังตะวันเฉิดฉายในความมืด

    ศรีษะยืดออกแปรเปลี่ยนเป็นมังกร ลำตัวยืดยาวออกไปคล้ายกับงู เกล็ดมังกรสีดำเป็นมันเงาแข็งยิ่งกว่าพญาเหล็กดำปรากฏขึ้นทั่วร่าง มือและเท้าแปรเปลี่ยนเป็นแบบมังกร เล็บยืดยาวออกมากลายเป็นกรงเล็บมังกรที่แกร่งกล้า ลมหายใจหนึ่งเดียวของนางก็ทำให้ผืนปฐพีสั่นสะท้าน

    ผืนฟ้าและปฐพีสั่นไหว พลังของนางทะยานขึ้นเกินกว่าขอบเขตเซียนทั่วไป และแล้วนางก็ก้าวเข้าสู่ระดับเทพบรรพกาลครึ่งก้าว

    มวลพลังดำทองแผ่คลุมทั่วทั้งนภา เมฆทะมึนแตกกระจายออกเป็นสายราวกับถูกฉีกขาดด้วยกรงเล็บมังกร สายน้ำและต้นไม้รอบสวนต่างโน้มเอนค้อมกายดั่งยอมรับในอำนาจของนาง

    อวิ๋นไห่เฟิงนำร่างใหม่ที่กลายเป็นมังกรกระโจนขึ้นไปกลางหมู่เมฆ เหาะทะยานโต้แรงลม นัยน์ตาสีทองสว่างวาบ ริมฝีปากเอ่ยขึ้นช้าๆ อย่างเด็ดเดี่ยว “ข้าได้ครอบครอง… วิถีแห่งมังกรโดยสมบูรณ์ จนบัดนี้ข้ามาถึงระดับเทพบรรพกาลครึ่งก้าวแล้ว”

    ฉับพลันร่างมนุษย์สตรีของนางก็ปรากฏขึ้นด้านหน้าของร่างแท้มังกรนิล ร่างแท้มังกรนิลจึงค่อยๆแปลเปลี่ยนเป็นเงาดำ และดูดกลืนเข้าทางด้านหลังร่างมนุษย์ของนางในทันใด นางยังคงล่องลอยอยู่เหนือเมฆา หลับตาลงใช้วิชาตาทิพย์สอดส่อง ครู่หนึ่งนางก็ล่วงรู้สถานการณ์ของฝ่าบาทและพระราชินีทั้งหมด “ฝ่าบาท… ครั้งนี้ข้ามิเพียงแค่จะไปช่วยท่านเท่านั้น… แต่ข้าจะส่งข่าวให้ทุกคนในพระราชวังมณีเหมันต์ได้ล่วงรู้เพื่อเตรียมการตั้งรับได้อย่างทันท่วงที”

    กล่าวจบนางก็ยกมือขึ้นร่างจดหมายในอากาศแล้วสะบัดปลายนิ้วผนึกจดหมายใส่ซอง ใช้ปราณมังกรกดดันจนจดหมายนั้นมีขนาดเล็กลงจนเท่าเมล็ดงา แล้วจึงดีดมันพุ่งทะยานแหวกเมฆหมอกหายวับไปในพริบตา จากนั้นนางก็เหาะทะยานสู่คลังสมบัติตระกูลหวัง และนี่ก็คือภารกิจแรกของเทพบรรพกาลครึ่งก้าวผู้มีสายเลือดมังกรเช่นนาง

    ณ พระราชวังมณีเหมันต์ แสงอาทิตย์ก่อนเที่ยงวันสาดส่องลงมาบนยอดหลังคากระเบื้องหยกสีเขียวเป็นจนเปล่งประกาย อากาศอบอุ่นสงบ แต่เพียงเสี้ยวพริบตา ความสงบนั้นก็กลับถูกทำลายลง

    วัตถุเล็กเท่าเมล็ดงาพุ่งแหวกอากาศเข้ามาในตำหนักหลวงด้วยความเร็วสูงเกินกว่าสายตามนุษย์ทั่วไปจะมองเห็น ทว่า พลเรือเอกหญิงปิ่นหทัย ผู้บัญชาการสูงสุดแห่งกองทัพเหมันต์ กลับเห็นมันชัดเจนราวกับเห็นขนนกที่ลอยอยู่ในอากาศ

    ปิ่นหทัยคีบสิ่งนั้นเอาไว้ได้อย่างมั่นคง โดยใช้แค่เพียงปลายนิ้วเรียวของเธอเท่านั้น ครั้นเปิดฝ่ามือออก สิ่งนั้นได้แปรเปลี่ยนเป็นซองจดหมายสีน้ำตาลอ่อน มีตราอักษรรูนเรืองแสงปรากฏอยู่บนนั้น พร้อมข้อความสลักว่า

    “เรียนท่าน ผบ.สูงสุด โปรดเปิดอ่านด้วยตนเอง”

    ปิ่นหทัยค่อยๆ วาดมือเหนือซองจดหมายเพื่อปลดผนึกเวทย์ ทันทีที่ซองเปิดออก อักษรรูนสีทองนับร้อยพุ่งเข้าสู่ศีรษะ

    ภาพเหตุการณ์ก็พรั่งพรูเข้ามาโดยละเอียด ทั้งเหตุการณ์ที่หมู่บ้านแมวน้ำ อีกทั้งเรื่องที่ฝ่าบาทและพระราชินี ทรงถูกคุมขังอยู่ในคลังตระกูลหวัง! จะเป็นตายร้ายดีเช่นไรยังไม่ทราบแน่ชัด

    เมื่อรู้ข่าว เลือดในกายของปิ่นหทัยพลันเย็นเฉียบ ร่างอันสง่างามของเธอทรุดลงช้าๆ จนเข่ากระแทกกับพื้น เสี้ยวอารมณ์แห่งความห่วงใยที่เธอมีต่อฝ่าบาทยากจะเก็บเอาไว้ได้อีกต่อไป เธอหลั่งน้ำตาลงอาบแก้ม เจ็บปวดราวเข็มนับพันทิ่มแทงหัวใจ

    แต่ความจริงอันโหดร้ายช่างบีบรัดหัวใจของเธอเหลือเกิน ข้อมูลที่ส่งมานี้ ผู้ที่ส่งย่อมคาดหวังให้เธอเตรียมป้องกันพระนครมากกว่าออกไปช่วยฝ่าบาท ด้วยเหตุว่ากองทัพปีศาจนั้นอาจจะบุกเข้ามาได้ทุกเมื่อ “เรา… อยากไปช่วยฝ่าบาทด้วยตัวเองเหลือเกิน… แต่ก็ยังไม่อาจทำได้ ผู้ส่งสารนี้บรรลุถึงขั้นเทพบรรพกาลครึ่งก้าวแล้ว หากเป็นเขา ก็ย่อมช่วยทั้งสองพระองค์ได้อย่างแน่นอน” เธอกล่าวกับตัวเองเบาๆ

    ปิ่นหทัยถอนหายใจยาว พลางแอบเช็ดหยดน้ำตาแล้วซ่อนมันไว้ภายใต้ผ้าเช้ดหน้าของเธอ ก่อนจะค่อยๆยันกายลุกขึ้นยืนอย่างสง่าเพื่อรักษาภาพลักษณ์แม่ทัพหญิงผู้กล้าแกร่งเอาไว้ จากนั้นจึงตะโกนสั่งการด้วยเสียงอันทรงอำนาจออกไป

    “เหตุฉุกเฉินระดับแดง! เรียกประชุมด่วน!”

    เสียงนั้นก้องสะท้อนออกไปนอกกำแพงตำหนัก ราวกับระฆังเตือนภัย ทำให้ทหารทุกนายในบริเวณนั้นพากันแตกตื่น วิ่งเร่งส่งสัญญาณเรียกบุคคลสำคัญเข้าประชุม เสียงกลองศึกถูกตีดัง ตุม! ตุม! ตุม! ทั่วพระราชวัง

    แสงแดดยามเที่ยงที่เคยอบอุ่น บัดนี้กลับให้ความรู้สึกตึงเครียดดุจเปลวเพลิงก่อนพายุใหญ่จะถาโถมเข้ามา ภายในสิบนาที… บุคคลในตำแหน่งสำคัญต่างๆ ต้องพร้อมเข้าประชุมเพื่อเผชิญหน้าศึกครั้งสำคัญอันใกล้เข้ามานี้

    คล้ายกับเรื่องคัมภีร์ปฐมวิญญาณ (เทพอัสนีย์ มารพยัคขาว ภาค 3) ที่คุณอ่าน

    Level up ไปกับระบบวิเศษ 【จบ】

    Level up ไปกับระบบวิเศษ 【จบ】

    นิยาย แฟนตาซี
    337K 1011
    คัมภีร์ลับแห่งฉางอัน [แปลจบแล้ว]

    คัมภีร์ลับแห่งฉางอัน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    388K 744
    ชีวิตที่สองบนโลกใบใหม่ (Nidome no jinsei o isekai de)

    ชีวิตที่สองบนโลกใบใหม่ (Nidome no jinsei o isekai de)

    นิยาย แฟนตาซี
    127K 373
    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    18K 258
    หวนคืนมรรคา วิถีสู่สวรรค์

    หวนคืนมรรคา วิถีสู่สวรรค์

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    2.57M 5024
    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    223K 810
    บันทึกลับองครักษ์เสื้อแพร [แปลจบแล้ว]

    บันทึกลับองครักษ์เสื้อแพร [แปลจบแล้ว]

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    842K 1498
    อสูรทลายสวรรค์ [แปลจบแล้ว]

    อสูรทลายสวรรค์ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    6.29M 2303
    ก็แค่ตาลุงธรรมดาๆ คนหนึ่งที่บังเอิญได้รับพรจากพระเจ้าแล้วถูกส่งไปยังต่างโลก

    ก็แค่ตาลุงธรรมดาๆ คนหนึ่งที่บังเอิญได้รับพรจากพระเจ้าแล้วถูกส่งไปยังต่างโลก

    นิยาย แฟนตาซี
    161K 179
    พิชิตฝันเหยี่ยวั่งออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    พิชิตฝันเหยี่ยวั่งออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย เกมออนไลน์
    479K 1734