เจ้าหญิงฮิเมรากิ กับไข่มุกแห่งภูผา (Himeragi Princess and The Pearl of Mountain)

    บทที่ 146: ภายในร่างอสุรกาย (The Demon Insider)

            หลังจากที่ต่อสู้กันมาได้สักระยะ อาโคโระคามุยก็ได้เสียท่าให้กับเจ้าหญิงฮิเมรากิอย่างไม่เป็นท่า อาโคโระคามุยก็ได้ใช้หนวดปลาหมึกขนาดยักษ์พุ่งเข้ามารัดตัวของเจ้าหญิงฮิเมรากิด้วยความเร็วสูง ก่อนที่จะนำร่างงามของเธอมากลืนเข้าไปลงท้องอย่างรวดเร็ว ทางด้านเจ้าหญิงฮิเมรากิก็ได้เข้ามาอยู่ในพื้นที่อวัยวะส่วนในของมัน

            เจ้าหญิงฮิเมรากิรีบมุ่งหน้าตรงไปยังพื้นที่หัวใจของมัน ซึ่งอยู่ในส่วนที่ลึกที่สุดในพื้นที่อวัยวะภายในของอาโคโระคามุย ในระหว่างทางนั้น เธอก็ได้พบกับซากโครงกระดูกของเด็กสาววัยเบญจเพศที่ถูกกลืนกินเข้ามาในพื้นที่อวัยวะส่วนในของมัน และถูกย่อยสลายลงในเวลาต่อมา เธอนั้นรู้สึกหดหู่ยิ่งนักเมื่อได้เห็นภาพอุจาดตาเช่นนั้น

            หลังจากที่เดินทางอยู่ในพื้นที่อวัยวะส่วนในของมันมาได้สักระยะ เจ้าหญิงฮิเมรากิก็ได้เดินทางมาถึงบริเวณพื้นที่หัวใจของอาโคโระคามุยที่อยู่ในส่วนที่ลึกสุดของพื้นที่อวัยวะส่วนในของมัน และได้เข้าเผชิญหน้ากับเหล่าลูกสมุนของมันที่กำลังอยู่เฝ้าหัวใจของมันเอาไว้ ทางด้านเจ้าหญิงฮิเมรากิก็ได้แน่ใจแล้วว่า มีร่างของเจ้าหญิงโอริฮิเมะวัย 7 ขวบของเธอนั้นถูกฝังอยู่ข้างในหัวใจของมันจริงๆ

            เหล่าบรรดาลูกสมุนของอาโคโระคามุยนั้นก็ได้ทยอยพากันพุ่งเข้ามาโจมตีใส่เจ้าหญิงฮิเมรากิโดยทันที เจ้าหญิงฮิเมรากิจึงรีบชักดาบพลังแสงออกมา และพุ่งเข้าไปจัดการกับพวกลูกสมุนของมันทั้งหมดที่อยู่ตรงหน้าทันที ในขณะเดียวกันนั้น เธอก็ทำการสลับเปลี่ยนรูปแบบอาวุธกันไปมาระหว่างดาบ ง้าว และดาบยาวอีกด้วย บ้างก็มีการร่ายเวทย์ธาตุต่างๆ ลงบนคมดาบ แล้วทำการตวัดปล่อยคลื่นดาบ และคลื่นกงจักรออกมาโจมตีใส่พวกมันอย่างต่อเนื่อง

            ในระหว่างที่กำลังจัดการกับพวกลูกสมุนของอาโคโระคามุยอยู่นั้น เจ้าหญิงฮิเมรากิก็ได้ทำการร่ายเวทย์ชนิดต่างๆ ออกมาเพื่อโจมตีใส่พวกมันอีกด้วย และในระหว่างนั้น เธอก็ใช้แผงบาเรียป้องกันชนิดล่องหนจากกำไลกระจกยาตะในการป้องกันการโจมตีของพวกมันอีกด้วย

            ถึงแม้ว่าพวกลูกสมุนของเจ้าอสุรกายอาโคโระคามุยที่อยู่ภายในพื้นที่อวัยวะส่วนในเหล่านั้นจะมีกันเป็นฝูง แต่ก็ไม่สามารถบั่นทอนจิตใจของเจ้าหญิงฮิเมรากิให้ลดลงไปได้เลยแม้แต่น้อย หลังจากที่จัดการกับพวกลูกสมุนของอาโคโระคามุยมาได้สักระยะ พวกมันก็ค่อยๆ ทยอยพากันดับสลายหายไปจนหมดสิ้น เจ้าหญิงฮิเมรากิสามารถจัดการกับเหล่าบรรดาลูกสมุนของอาโคโระคามุยที่อยู่ตรงหน้าทั้งหมดได้อย่างง่ายดาย

            “เท็นมะ” เจ้าหญิงฮิเมรากิก็รีบเอ่ยเรียกภูติพิทักษ์ประจำกายม้าปีกมีเขาออกมา และทำการรวมร่างเข้าด้วยกันกับภูติพิทักษ์ประจำกายของตน เพื่อกลายสู่ร่างโอกามิ-มาโฮมุฉะทันที พร้อมกับดาบพลังแสงที่ได้กลายเป็นขรรค์ฟ้าฟื้นมหาเวทย์ที่มีนามว่าโฮชินเซย์ โนะ สึรุกิ จากนั้น เธอก็รีบพุ่งเข้าไปฟันใส่หัวใจของอาโคโระคามุยอย่างต่อเนื่องด้วยความเร็วสูง จนมีเลือดสีแดงสดค่อยๆ ไหลออกมาจากบาดแผลที่อยู่บนหัวใจอย่างไม่ขาดสาย

            เจ้าหญิงฮิเมรากิที่อยู่ในร่างโอกามิ-มาโฮมุฉะนั้นได้รีบทำการเปลี่ยนรูปแบบอาวุธให้กลายเป็นดาบยาว ก่อนที่เธอนั้นจะแทงทะลุเข้าไปในหัวใจ แล้วตวัดออกมาด้วยความรวดเร็ว จนกระทั่งหัวใจของมันนั้นมีบาดแผลที่แหวกออกมา พร้อมกับมีเลือดสีแดงสดที่พุ่งกระฉูดออกมาอย่างไม่ขาดสาย

            เจ้าหญิงฮิเมรากิได้เห็นร่างของเจ้าหญิงโอริฮิเมะ ผู้เป็นน้องสาววัย 7 ขวบของเธอโผล่ออกมาจากตรงบริเวณบาดแผลที่กลางหัวใจของมัน ซึ่งมีคราบเลือดสีแดงสดของมันที่ชโลมไปทั่วเรือนร่างของเธอ

            เจ้าหญิงฮิเมรากิจึงรีบพุ่งเข้าไปคว้าร่างของเจ้าหญิงโอริฮิเมะออกมาจากหัวใจของมัน ก่อนที่เธอนั้นจะรีบพาร่างผู้เป็นน้องสาววัย 7 ขวบของเธอบินหนีออกมาจากทางช่องปากของมัน แล้วรีบพาร่างของเธอบินลงมายังริมทะเลสาบที่อยู่ใกล้ๆ กับหุบเขาแห่งนั้นด้วยความเร็วสูง

            เจ้าอสุรกายอาโคโระคามุยที่มีกายขนาดมหึมานั้นกู่ร้องคำรามออกมาเสียงดังสนั่นกึกก้องไปทั่วทั้งบริเวณ

            พร้อมกับค่อยๆ ทรุดตัวลงที่ใต้ทะเลสาบ และร่างขนาดมหึมาของมันนั้นก็ได้ค่อยๆ ดับสลายหายไปในทันที ในขณะเดียวกันนั้น ก็ได้มีคลื่นน้ำที่มีขนาดใหญ่สาดกระเซ็นออกมาทั่วทั้งบริเวณเป็นวงกว้าง พร้อมกับเสียงคลื่นน้ำที่ดังสนั่น

            เจ้าหญิงฮิเมรากิจึงรีบทำการร่ายเวทย์ธาตุน้ำ เพื่อปล่อยกระแสธารน้ำออกมาชำระล้างคราบเลือดสีแดงสดของเจ้าอสุร กายอาโคโระคามุยที่อยู่บนร่างของผู้เป็นน้องสาวของเธอทันที และสักพัก เจ้าหญิงโอริฮิเมะก็ได้รู้สึกตัวขึ้นมา เธอนั้นค่อยๆ ลืมตาตื่นขึ้นมาอย่างช้าๆ ในขณะเดียวกัน ท้องฟ้าสีครามนั้นก็ค่อยๆ สว่างเจิดจ้าขึ้นมาทีละน้อย

            หลังจากที่หมู่บ้านแห่งนี้ได้กลับคืนสู่ความสงบอีกครั้ง ทั้งเจ้าหญิงฮิเมรากิ หัวหน้าหมู่บ้าน และเหล่าบรรดาผู้คนในหมู่บ้านที่เหลือรอดชีวิตมาได้นั้นต่างก็ได้มาร่วมกันจัดพิธีงานศพขึ้น เพื่อส่งดวงวิญญาณของเหล่าผู้คนในหมู่บ้านที่ได้พากันสิ้นใจลงจากเหตุภัยพิบัติที่ได้เกิดขึ้นกับหมู่บ้านแห่งนี้ โดยฝีมือของเจ้าอสุรกายอาโคโระคามุยที่ได้ถูกจัดการลงด้วยน้ำมือของเจ้าหญิงฮิเมรากิไปสู่สุคติ

            หลังจากที่พิธีงานศพนั้นสิ้นสุดลง ทั้งหัวหน้าหมู่บ้าน และเหล่าบรรดาผู้คนในหมู่บ้านที่เหลือรอดนั้นต่างก็รีบพากันก้มหัวโค้งคำนับให้กับเจ้าหญิงฮิเมรากิเป็นการขอบคุณที่ช่วยปกป้องหมู่บ้านแห่งนี้เอาไว้

            เจ้าหญิงฮิเมรากิกับเจ้าหญิงโอริฮิเมะนั้นต่างก็รีบก้มหัวโค้งคำนับเป็นการรับคำขอบคุณจากอีกฝ่าย ก่อนที่พวกเธอทั้งสองจะรีบเดินออกไปจากหมู่บ้านในหุบเขาแห่งนี้โดยทันที และทันใดนั้น แสงวาบที่อยู่ตรงหน้ายูกินะก็ได้ค่อยๆ จางหายลงไปทีละน้อย และกลับมาสู่ช่วงปัจจุบันทันที

            “คุณโอคัทสึคะ ยังมีหนทางที่จะสามารถคืนชีพภูติพิทักษ์ให้กลับมาอีกครั้งได้อยู่นะคะ”

            “หมายความว่ายังไงหรือ เจ้าหญิงฮิเมรากิ”

            โอคัทสึเอ่ยถามยูกินะด้วยความสงสัย เมื่อได้ยินในสิ่งที่เธอพูดออกมาเช่นนั้น

            “บ่อน้ำพุแห่งชีวิต ดวงวิญญาณของอาชิคางะ โยชิเทรุ ได้มาบอกกับดิฉัน ว่าบ่อน้ำพุแห่งชีวิตนั่นมีพลังอำนาจที่จะสา มารถคืนชีพภูติพิทักษ์กลับมาได้” ยูกินะเอ่ยตอบโอคัทสึด้วยสีหน้าที่จริงจัง

            “แล้วบ่อน้ำพุแห่งชีวิตอะไรนั่นมันอยู่ที่ไหนกันหล่ะ”

            โอคัทสึเอ่ยถามกลับไปด้วยสีหน้าที่จริงจังด้วยเช่นกัน

            “ข้ารู้ว่าบ่อน้ำพุแห่งชีวิตนั้นมันอยู่ที่ไหน...”

            โทโมเอะรีบกล่าวเสนอความเห็นออกมาด้วยสีหน้าที่จริงจัง ยูกินะ โอคัท สึ และอินะฮิเมะ เมื่อได้ยินเช่นนั้น จึงรีบพากันหันหน้ามายังโทโมเอะทันที

            “เรื่องนั้นเอาไว้ทีหลัง ที่สำคัญที่สุดในตอนนี้ก็คือ เราจะต้องไปช่วยท่านอิเอยาสึออกมาก่อน”

            ยูกินะและพวกพ้องคนอื่นๆ เมื่อนึกขึ้นมาได้เช่นนั้น พวกเขาทั้งหมดจึงรีบพากันมุ่งหน้าเข้าไปช่วยอิเอยาสึที่อยู่ภายในปราสาทเอโดะทันที เมื่อได้มาถึงที่ชั้นบนสุดของปราสาท พวกยูกินะก็ได้พบกับบุรุษทั้ง 8 คน และสองสาวมือปราบมารอสูรแห่งศาสนจักร ซึ่งเป็นพี่น้องฝาแฝดกันนั้นกำลังเข้าเผชิญหน้าอยู่กับสองนางอสูรที่อยู่ตรงหน้าอย่างโยทสึยะ โออิวะ กับซารายะชิกิ โอคิคุ และในขณะเดียวกัน พวกเขาเหล่านั้นก็ยังคอยปกป้องอิเอยาสึจากพวกสองนางอสูรที่อยู่ตรงหน้าด้วย

    คล้ายกับเรื่องเจ้าหญิงฮิเมรากิ กับไข่มุกแห่งภูผา (Himeragi Princess and The Pearl of Mountain) ที่คุณอ่าน