ระบบผู้ควบคุมสัตว์อสูร : มีเพียงข้าเท่านั้นที่มองเห็นเส้นทางวิวัฒนาการที่ถูกซ่อนเร้น

    เล่มที่ 4 บทที่ 94 หน้าไม้เนตรกระหายเลือด เดิมพันครั้งสุดท้าย!

            หมัดเดียวของจิ้งจอกมังกรเก้าหางสั่นสะเทือนฟ้าดินพลังมังกรกวาดคลื่นทะเลแผ่ซ่านไปทั่วท้องทะเล ขับไล่เมฆดำที่ปกคลุมขอบฟ้า

            พระจันทร์เต็มดวงปรากฏขึ้นอีกครั้งบนท้องฟ้ายามค่ำคืน

            ภายใต้แสงจันทร์ใบหน้าของทหารเรือแต่ละนายซีดเผือดลงเรื่อยๆ

            มู่หรงจิ้นจมดิ่งสู่ความเงียบงันสีหน้าของเขาเคร่งขรึมอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน

            หลังจากเทพสมุทรลีไวอาธานถูกจิ้งจอกมังกรเก้าหางชกกระเด็นไปมันใช้เวลานานกว่าจะฟื้นคืนสติและโผล่ขึ้นมาจากใต้ทะเลดวงตาขนาดมหึมาจับจ้องไปที่จิ้งจอกมังกรเก้าหางจากระยะไกลในแววตามีทั้งความโกรธและความหวาดระแวง

            นี่คือผลจากการกดขี่ทางสายเลือดเมื่อวิญญาณมังกรปรากฏขึ้นแรงกดดันที่แผ่ออกมาจากจิ้งจอกมังกรเก้าหางก็ไม่ต่างจากพลังกดดันของมังกรสายเลือดบริสุทธิ์ตัวหนึ่งเลย

            สิ่งมีชีวิตทั้งหมดในมหาสมุทรต่างพากันยอมจำนนสัตว์อสูรธาตุน้ำระดับสูงจำนวนมากรวมตัวกัน โค้งคำนับต่อจิ้งจอกมังกรเก้าหาง

            ในตอนนี้จิ้งจอกมังกรเก้าหางยืนตระหง่านอยู่บนผืนน้ำทะเลโดยน้ำทะเลเพียงแค่ท่วมถึงส่วนหลังของลำตัวเท่านั้น

            จิ้งจอกมังกรเก้าหางทั้งร่างเปล่งประกายสีม่วงทองเจิดจรัส

            แสงนั้นปลิวไสวไปตามลมรักษาขนาดเท่ามังกรยักษ์

            วิญญาณมังกรไม่ดับสูญ เผ่ามังกรไม่สูญสิ้น

            ภายใต้การเสริมพลังของวิญญาณมังกรพลังของไต้ลู่ได้มาถึงจุดสูงสุดดูน่าเกรงขามดุจวีรบุรุษผู้ยืนหยัดต่อสู้กับกองทัพนับแสน

            ทว่าความยิ่งใหญ่ทั้งหมดนี้เป็นเพียงภาพลวงตาเพราะร่างกายของเซี่ยวซิงอวี่กำลังจะรับไม่ไหวแล้ว

            ผู้ควบคุมสัตว์อสูรต้องใช้ทั้งพลังกายและพลังวิญญาณในการต่อสู้กับสัตว์อสูร

            โดยพื้นฐานแล้วเซี่ยวซิงอวี่เป็นเพียงผู้ควบคุมสัตว์อสูรระดับสองดาวความเข้มข้นของพลังวิญญาณของเขาแตกต่างจากผู้ควบคุมสัตว์อสูรระดับเก้าดาวราวกับช่องว่างในกาแล็กซีไม่อาจก้าวข้ามไปได้

            เหตุผลที่เซี่ยวซิงอวี่สามารถควบคุมไต้ลู่ให้ต่อสู้ได้นั้นเป็นเพราะเขากินยาโกง

            อย่างที่ทราบกันดีการโกงมีความเสี่ยงที่จะถูกแบน

            การกินยามีผลข้างเคียงที่ต้องแบกรับ

            ก่อนเริ่มการต่อสู้เซี่ยวซิงอวี่กินโอสถวิญญาณมังกรไปสองเม็ดรวด

            ค่าพลังวิญญาณของเซี่ยวซิงอวี่เพิ่มขึ้นสิบเท่าและคงอยู่ได้นานที่สุดสิบนาที

            จนถึงตอนนี้ ฤทธิ์ยาเหลืออีกไม่มากนักเหลือเพียงหนึ่งนาทีเท่านั้น

            ภายใต้หน้ากากใบหน้าอันหล่อเหลาเต็มไปด้วยเหงื่อ

            ดวงตา จมูก ปากและหูของเขากำลังมีเลือดไหลออกมาไม่หยุด

            ฤทธิ์ยายังไม่หมดแต่ผลข้างเคียงก็เริ่มปรากฏชัดเจนแล้ว

            เซี่ยวซิงอวี่รู้สภาพร่างกายของตัวเองดีที่สุดตอนนี้เขาอยู่ในสภาพที่อ่อนแรงเต็มทีพยุงร่างไว้ได้ด้วยจิตวิญญาณแห่งการเอาชีวิตรอดเท่านั้น

            เมื่อนาทีสุดท้ายหมดลงเซี่ยวซิงอวี่จะหมดสติ พลังวิญญาณจะเหือดแห้ง และเข้าสู่ภาวะอ่อนแออย่างรุนแรงหรือแม้กระทั่งใกล้ตาย

            สรุปคือเวลาที่เหลือให้เซี่ยวซิงอวี่ลงมือมีเพียงหนึ่งนาทีเท่านั้น

            หนึ่งนาทีนี้มีค่าอย่างยิ่งหากไม่สามารถคว้าโอกาสนี้ไว้ได้ สิ่งที่รอเซี่ยวซิงอวี่อยู่ก็คือหมายเรียกจากยมโลก

            บนท้องทะเลที่กำลังปั่นป่วนปรากฏแสงสว่างจำนวนมาก

            กำลังเสริมของมู่หรงจิ้นกำลังจะมาถึงแล้ว!

            “ลู่ลู่ เดิมพันครั้งสุดท้าย”

            เซี่ยวซิงอวี่พยายามลืมตาที่หนักอึ้งเร่งเร้าพลังวิญญาณทั้งหมดในร่างกาย เดิมพันชีวิต เพื่อการต่อสู้ครั้งสุดท้าย

            “หน้าไม้เนตรกระหายเลือด!”

            เซี่ยวซิงอวี่อยากจะตะโกนให้คอแตกดวงตาเต็มไปด้วยเส้นเลือดฝอยคล้ายใยแมงมุมพลังวิญญาณทั้งหมดถูกส่งเข้าไปในร่างของไต้ลู่

            ไต้ลู่สัมผัสได้ถึงเจตนาของเจ้านายเปลวเพลิงมังกรลุกโชนบนร่างของเธอ เธอเงยหน้าขึ้นคำรามลั่น

            ลึกเข้าไปในก้อนเมฆปรากฏดวงตาสีแดงฉานขนาดมหึมา!

            ดวงตานี้ดูคล้ายหลุมดำที่ลึกล้ำหากมนุษย์ธรรมดาจ้องมองเข้าไป จะรู้สึกเหมือนถูกดึงวิญญาณออกไป ล้มคุกเข่าและจมดิ่งสู่ฝันร้ายอันไม่มีที่สิ้นสุด

            รูม่านตาของดวงตาเป็นแนวตั้ง

            ไม่ต้องสงสัยเลย นี่คือดวงตามังกร!

            ขณะที่เสียงคำรามของไต้ลู่ดังขึ้นเรื่อยๆแสงเย็นเยียบก็ปรากฏขึ้นจากส่วนลึกของรูม่านตา

            จากนั้น เลือดก็ควบแน่นเป็นลูกศรที่แหลมคม!

            ดวงตาคือคันธนู รูม่านตาคือลูกธนู

            เมื่อลูกธนูพุ่งออกไป โลกก็พลิกผันน้ำทะเลเทกระจาดลงมา สนามแม่เหล็กปั่นป่วน เวลาและอวกาศบิดเบี้ยวพร้อมกัน!

            นี่คือหนึ่งในท่าไม้ตายของไต้ลู่“หน้าไม้เนตรกระหายเลือด”

            ครั้งหนึ่งไต้ลู่เคยใช้ท่านี้สังหารหวังตงเซิง รองผู้อำนวยการสถาบันชิงหลงได้อย่างง่ายดาย

            เวลาผ่านไป ท่านี้กลับมาปรากฏอีกครั้ง

            ภายใต้การเสริมพลังของพลังมังกรและวิญญาณมังกรพลังของหน้าไม้เนตรกระหายเลือดได้ถูกปลดปล่อยออกมาสูงสุด

            ลูกธนูขนาดมหึมาพุ่งทะลุเมฆ ทะลวงผืนฟ้าเสียงพังทลายดุจเสียงครวญครางของมังกร ทำให้ผู้คนหวาดกลัวจนวิญญาณสั่นสะท้าน

            นายพลทั้งสองมองหน้ากันและกระตุ้นพลังวิญญาณพร้อมกัน

            ดอกไม้จอมมารคำสาปขยายตัวกลีบดอกไม้คล้ายโล่ ห่อหุ้มเกาะเหมันต์อัคคีเอาไว้แน่นหนา

            เทพสมุทร ลีไวอาธานพัดพาคลื่นยักษ์ก่อตัวเป็นม่านน้ำแข็งหนาทึบปกคลุมท้องฟ้าเหนือเกาะเหมันต์อัคคี

            การปะทะกันครั้งนี้คือการโจมตีที่แข็งแกร่งที่สุดของเซี่ยวซิงอวี่และเป็นการป้องกันที่แข็งแกร่งที่สุดของนายพลทั้งสอง

            หนึ่งโจมตี หนึ่งป้องกันช่างเป็นภาพที่ตื่นตาตื่นใจ!

            เปรี๊ยะๆ...

            ปลายลูกธนูห่อหุ้มพลังมังกรอันยิ่งใหญ่เจาะทะลุม่านน้ำแข็ง

            เสียงน้ำแข็งแตกละเอียดดังระงม

            ตู้ม!

            เสียงระเบิดดังกึกก้อง

            เกาะเหมันต์อัคคีตั้งอยู่ใจกลางการระเบิดถูกปกคลุมไปด้วยกลุ่มควันหนาทึบที่ลอยขึ้นไปบนท้องฟ้า

            คลื่นทะเลปั่นป่วน เปลวเพลิงมังกรแผ่กระจาย

            ผืนน้ำทะเลอันกว้างใหญ่ที่มองไม่เห็นจุดสิ้นสุดแปรเปลี่ยนเป็นทะเลเพลิงที่ลุกโชน สาดแสงสว่างไสวไปทั่วท้องฟ้ายามค่ำคืนและส่องให้เห็นใบหน้าของนายพลทั้งสอง

            มู่หรงจิ้นมองไปยังผืนน้ำทะเลอันไกลโพ้นด้วยสีหน้าซับซ้อนเขาอึกอักที่จะพูด

            ไป๋อวี่ปัดฝุ่นออกจากเสื้อผ้าแล้วเดินมาข้างมู่หรงจิ้น

            “พี่จิ้น นายดูเหมือนจะแก่ลงแล้วนะเนี่ยปล่อยให้พวกเขาหนีไปจากองบัญชาการกองทัพเรือได้ไง”

            “แล้วนายล่ะ มีหน้ามาว่าฉันอีก?”

            ทั้งสองมองหน้ากันอีกครั้งรอยยิ้มของพวกเขามีทั้งความขมขื่นและความหมดหนทาง

            ลึกเข้าไปในมหาสมุทรงูยักษ์สีดำสนิทเคลื่อนที่อย่างรวดเร็ว ห่างไกลจากเกาะเหมันต์อัคคี

            งูยักษ์ตัวนี้คือร่างจริงของเมดูซ่าอสรพิษปีศาจพิบัติสวรรค์

            ในปากของงูยักษ์ มีพื้นที่ปิดสนิท

            เซี่ยวซิงอวี่นอนอยู่บนลิ้นที่นุ่มนิ่มของมัน

            ไต้ลู่แปลงร่างเป็นมนุษย์คุกเข่าอยู่ข้างกายเซี่ยวซิงอวี่

            ข่าวดีคือทุกคนหนีรอดออกมาได้แล้ว

            ข่าวร้ายคือเซี่ยวซิงอวี่อาการหนักใกล้ตาย

            “เจ้านาย ตื่นสิ!”

            “เซี่ยวซิงอวี่ อย่าทำให้ฉันตกใจนะตื่นขึ้นมาสิ!”

            พรวด~

            เซี่ยวซิงอวี่ไม่มีแม้แต่แรงจะลืมตาเลือดพุ่งออกมาจากปากของเขา

            ฤทธิ์ยาหมดแล้วเซี่ยวซิงอวี่กำลังจะเผชิญหน้ากับผลข้างเคียง

            พลังวิญญาณที่ถูกใช้ไปจะต้องชดเชยด้วยพลังชีวิตและแก่นโลหิต

            ครั้งที่แล้วเซี่ยวซิงอวี่กินโอสถวิญญาณมังกรแค่เม็ดเดียวหลังจากต่อสู้เสร็จก็ต้องนอนโรงพยาบาลสามวัน

            ครั้งนี้เซี่ยวซิงอวี่กินโอสถวิญญาณมังกรไปสองเม็ดผลข้างเคียงย่อมรุนแรงขึ้นเป็นธรรมดา

            “ลู่ลู่ ฉันง่วงจังเลย~”

            “บ้าจริง อย่าหลับนะ ห้ามหลับเด็ดขาด!”

            ไต้ลู่ประคองใบหน้าไร้สีเลือดของเซี่ยวซิงอวี่ภาพลักษณ์ราชินีผู้เย็นชาของเธอหายไปหมดแล้ว เธอกำลังจะร้องไห้ด้วยความกังวล

            “เรา...หนีออกมาได้แล้วใช่ไหม?”

            เซี่ยวซิงอวี่พยายามอย่างสุดกำลังจนพูดประโยคที่สมบูรณ์ออกมาได้ในที่สุด

            “เราหนีออกมาได้แล้วตอนนี้เราอยู่ในปากของเมดูซ่า เธอคืนร่างจริงแล้วไม่มีสิ่งมีชีวิตใดในทะเลจะตามความเร็วของเธอทัน”

            เมดูซ่าอสรพิษปีศาจพิบัติสวรรค์มีความเร็วในการเคลื่อนที่ในน้ำเร็วกว่าเทพสมุทร ลีไวอาธานเสียอีกส่วนเรือรบของกองทัพเรือนั้นย่อมตามเธอไม่ทันแน่นอน

            “หนีออกมาได้ก็ดีแล้ว~”

            เซี่ยวซิงอวี่ยิ้มอย่างโล่งอกก่อนจะยกมือที่สั่นเทาและไร้เรี่ยวแรงขึ้นลูบแก้มของไต้ลู่เบาๆ

            “จิ้งจอกน้อยครั้งนี้ฉันไม่ผิดคำพูดใช่ไหม ฉันบอกว่าจะช่วยเมดูซ่าให้ได้ ฉันก็จะทำ”

            ดวงตาของไต้ลู่เอ่อคลอไปด้วยน้ำตาเสียงของเธอสั่นเครือเล็กน้อย เธอกุมมือของเซี่ยวซิงอวี่ไว้แน่น

            “งั้นนายต้องสัญญากับฉันอีกเรื่องนายห้ามหลับนะ!”

            “ขอโทษนะ ฉันง่วงมากจริงๆ...”

            การต่อสู้ครั้งนี้ร่างกายของเซี่ยวซิงอวี่มาถึงขีดจำกัดแล้ว

            เขาหลับตาและหมดสติไป

            “ไม่นะ นายห้ามหลับ!”

            “อย่าหลับนะ!”

            “เซี่ยวซิงอวี่!”

            ไต้ลู่เรียกอยู่นานแต่เซี่ยวซิงอวี่ก็ไม่มีปฏิกิริยาใดๆ

            เสียงของเมดูซ่าดังขึ้น

            “เจ้าหนูนี่เป็นยังไงบ้าง?”

            “บาดเจ็บสาหัส หมดสติ อาการไม่ค่อยดีเลย”

            “งั้นเราไปหาที่ปลอดภัยก่อนดีกว่า”

            ผ่านไปครู่หนึ่ง งูยักษ์ก็พุ่งทะลุผิวน้ำหัวขนาดมหึมาของมันตกลงบนหาดทรายของเกาะร้างแห่งหนึ่ง

            งูยักษ์อ้าปากออกไต้ลู่ก็กอดเซี่ยวซิงอวี่ที่หมดสติอยู่กระโดดออกมา

            จากนั้นงูยักษ์ก็เปลี่ยนร่างเป็นมนุษย์ปรากฏตัวขึ้นข้างกายไต้ลู่

            นี่คือเมดูซ่าในร่างมนุษย์ ใบหน้าสวยงามรูปร่างเย้ายวน แม้จะอยู่ในสภาพย่ำแย่และเต็มไปด้วยบาดแผลเธอก็ยังคงงดงามจนยากจะพรรณนา

            เมดูซ่ามองเซี่ยวซิงอวี่ที่อยู่ในอ้อมแขนของไต้ลู่ความรู้สึกภายในใจของเธอซับซ้อน

            “ไม่คิดเลยว่าเด็กหนุ่มอ่อนหัดคนนี้จะกลายเป็นผู้มีพระคุณของฉัน”

             

    คล้ายกับเรื่องระบบผู้ควบคุมสัตว์อสูร : มีเพียงข้าเท่านั้นที่มองเห็นเส้นทางวิวัฒนาการที่ถูกซ่อนเร้น ที่คุณอ่าน