Persephone Order : ไปทำฟาร์มตามบัญชาเทพีฤดูใบไม้ผลิที่ต่างโลก ภาคฤดูใบไม้ผลิ

    ฤดูใบไม้ผลิ เดือนที่ 1 สัปดาห์ที่ 1 บทที่ 6 : วันที่สอง กับอุปกรณ์ทำสวนขั้นพื้นฐาน

    ฤดูใบไม้ผลิ เดือนที่ 1 สัปดาห์ที่ 1 บทที่ 6 : วันที่สอง กับอุปกรณ์ทำสวนขั้นพื้นฐาน “ ขอบคุณมากเลยค่ะ ” ข้ายิ้มให้ต้นไม้รอบ ๆ นี้ที่สละกิ่งก้านมาถักทอเป็นกระบวนให้ข้า  ก่อนจะนำมันไปตักน้ำมารดให้ต้นไม้รอบ ๆ นี้ทุกต้นเป็นการตอบแทน ก่อนจะตักน้ำอีกรอบแล้วจับยัดใส่กระเป๋า และตรวจสอบดู พบว่ามันสามารถบรรจุน้ำได้มากกว่าที่เห็นภายนอก “ ใส่น้ำได้ตั้ง 30 ลิตร แต่ตอนหิ้วนี้ไม่หนักเท่าไหร่เลยนะ . . . อ่อ มีชื่อเรียกด้วย. . . กระบวยรดน้ำกิ่งก้านพฤกษาแห่งร่างอวตารเทพีเพอร์ซีโฟเน่  โห ชื่อดูอลังการสุดๆไปเลยล่ะ แถมมีผลให้พืชพรรณต่าง ๆ ที่ได้รับน้ำผ่านกระบวยนี้โตไวขึ้นด้วย ” ข้าเดินกลับบ้านไป อ่านรายละเอียดของกระบวยไป ก่อนจะจิ้มกลับมาอ่านจอบที่เก็บไว้ในกระเป๋าแล้วเหมือนกันดู ก็พบว่ามันมีชื่อสุดอลังการเช่นกัน “ จอบหินพื้นฐาน แห่งร่างอวตารเทพีเพอร์ซีโฟเน่ล่ะ หรือว่าอุปกรณ์ทุกอย่างที่เราสร้างจะมีสร้อยคำต่อท้ายว่า “ร่างอวตารเทพีเพอร์ซีโฟเน่” ทุกชิ้น? ” ข้าเลิกคิ้วสูง ก่อนจะอ่านรายละเอียด พบว่าจอบนี้จะทำให้ดินมีแร่ธาตุที่เหมาะกับพืชมากขึ้นเวลาใช้ปรับปรุงหน้าดิน และจะทำให้ดินร่วนซุย น้ำ อากาศ ซึมผ่านเข้าได้ง่ายขึ้น พืชดึงสารที่จำเป็นต่อการเติบโตได้ดีขึ้นด้วย “ อืม. . . คิดๆดูแล้ว ข้าก็โกงเกษตรกรทั่ว ๆ ไปมากอยู่นะ ขอธรรมชาติให้เคลียร์พื้นที่ให้ได้ ถามแหล่งน้ำกับธรรมชาติได้ จะปลูกผักด้วยอุปกรณ์ส่วนตัว ก็ดีมากเลย . . . แต่ไหน ๆ ข้าก็เป็นถึง ร่างอวตารเทพีเพอร์ซีโฟเน่เลยนะ ผลแค่นี้คงไม่ใช่เรื่องโกงกว่าเท่าไหร่หรอก ” ข้าพูดว่าตัวเองโกงเอง แล้วหาเหตุผลมาหักล้างไม่ให้ตัวเองรู้สึกว่าโกงเอง ก่อนจะยิ้มน้อย ๆ แล้วส่ายหัวไปมาไล่ความคิดฟุ้งซ่านนี้ไป ไม่นานนักข้าก็เดินกลับมาถึงหน้าบ้าน และทำการหยิบกระบวยรดน้ำออกมารดแปลงผักแบบให้ชุ่มทั้งหน้าดินทุกตารางเซนติเมตรรอบแปลงผักทั้งสอง จากตอนแรกกะรดตามหลุมที่หย่อนเมล็ด แต่ด้วยความจุที่มากกว่าที่คิดของกระบวย เลยรดให้หมด ให้ชุ่มทั่ว ๆ อย่างไม่เสียดาย จากนั้นข้าก็ไปรดต้นแอปริคอตข้างๆแปลงปลูกผัก ก่อนจะเก็บกระบวยรดน้ำ เปิดแผนที่มาดูต้นแอปริคอตในป่าทางขวาของบ้าน เพื่อจะนำน้ำไปรดตอบแทนผลแอปริคอต 4 ลูกที่ได้รับมา ซึ่งข้าใช้เวลาเดินไปรดน้ำ และกลับมาบ้านก็6โมงเย็นพอดี “ วันนี้พอแค่นี้ก่อนละกันเนอะ ” ข้าดูกระบวยรดน้ำในกระเป๋าไอเทมที่บอกข้อมูลว่าเหลือน้ำอีก20 กว่าลิตร แล้วปิดมันลง ก่อนจะเดินเข้าบ้านไป “ เตาผิงนี่มันจะแปลกไปแล้ว จุดไฟติดตลอดทั้งวัน ไม้ไม่ไหม้หมดเหรอ? ” ข้าเอียงคอดูเตาผิงอย่างสงสัย ก่อนจะเดินเข้าไปดูใกล้ๆ พบว่าในเตาผิงมีไม้อยู่แค่ท่อนเดียว ขนาดประมาณเท่าแขนข้า และมีเปลวไฟสีแดงฉานลุกโชนท่วมไม้ตลอดเวลา “ คุณไม้ฟืน ทำไมคุณถึงติดไฟได้ทั้งวัน? ” ข้าถามไปด้วยความอยากรู้ ไม้ฟืนก็ตอบด้วยการส่งควันไม้หอมอ่อนๆเข้ามา พอข้าสูดไปเท่านั้นแหละ สติก็ลอยออกจากล่าง เข้าสู่ห้วงความทรงจำของไม้ฟืนแท่งนี้ ที่มีชื่อว่า ฟืนเพลิงนิรันดร์แห่งโอลิมปัส  มันเป็นไม้ฟืนที่อยู่ในการดูแลของเทพีแห่งเตาไฟ เฮสเทีย  มันจะลุกโชติช่วงชัชวาลย์ตลอดกาลตราบใดที่ผู้ครอบครองมันยังเคารพนับถือเทพีเฮสเทียอยู่ หาไม่แล้วมันจะดับมอดและสลายเป็นเศษขี้เถ้าไป และมันก็เป็นหนึ่งในของขวัญที่คอร่า ร่างอวตารแห่งเทพีเพอร์ซีโฟเน่ได้รับมาจากเหล่าเทพ เทพีโอลิมเปี้ยนในการถือกำเนิด พร้อม ๆ พื้นที่ฟาร์มส่วนตัวของเทพีเพอร์ซีโฟเน่ “ งั้นร่างของข้าก็เคยมีวิญญาณร่างอวตาร นามคอร่าอยู่ แต่พอข้ามาสิงสู่แทน วิญญาณนั้นก็หายไปงั้นหรือ? ” ข้าที่สติลอยกลับมาอยู่กับตัวเอ่ยปากถาม แต่ไม่มีการตอบรับใดจากฟืนนิรันดร์ ข้าพยักหน้าช้า ๆก่อนขอบคุณมันแล้วเดินขึ้นไปนอนบนเตียงไม้แข็งๆโดยไม่ถอดรองเท้า เพราะข้าดูแล้วว่าพื้นรองเท้าไม่มีอะไรเปรอะเปื้อนแม้แต่น้อย จึงไม่ต้องกังวลว่าจะทำเตียงไม้นี้สกปรก ข้านอนหนุนแขนนุ่มๆของตัวเองต่างหมอน ก่อนจะคิดย้อนเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในวันนี้ดู ด้วยความพิศวง งงงวยกับโชคชะตาที่ชายชราวัย 109 ปีอย่างข้า ได้โอกาสมาสถิตในร่างสาวน้อย เพื่อทำภารกิจเลือกชะตาชีวิตว่าอยากตาย หรืออยู่ในร่างนี้ต่อหากสำเร็จ  หรือโดนเทพีดึงตัวไปเป็นคนสวนตลอดกาลหากไม่สำเร็จ มันเป็นอะไรที่เหนือความคาดหมายของข้ามาก “ ไม่ว่าโลกนี้หรือโลกไหน บุรุษก็ต้องยอมทำตามใจสตรีสินะ ” ข้ายิ้มน้อย ๆขณะนึกถึงตอนพยายามมองหน้าเทพฮาเดสเพื่อขอความช่วยเหลือ แต่เทพฮาเดสนั้นหลบหน้าข้าตลอด ถึงจริง ๆ ข้าจะไม่แน่ใจว่าร่างวิญญาณของข้ามีหน้าหรือเปล่าก็เถอะ แต่ก็รู้ได้แหละว่าเทพฮาเดสพยายามหลีกเลี่ยงการตอบรับการเรียกร้องของจิตวิญญาณข้าที่ต้องการตาย ด้วยความปรารถนาของเทพีเพอร์ซีโฟเน่ที่ต้องการเก็บวิญญาณข้าไว้เป็นคนสวนของนาง            “ แล้วคอร่า วิญญาณในร่างนี้ไปอยู่ที่ไหนกันนะ. . . หรือจะเป็นแบบเกมโลกเสมือนจริง ที่พอผู้เล่น Log Off ออกเกมไป ร่างอวตารของผู้เล่นในเกมก็จะหยุดนิ่ง ดังนั้นในร่างคอร่านี้ก็อาจเคยเคลื่อนไหวได้ตอนเทพีเพอร์ซีโฟเน่เข้ามาสิงสถิต และพอเทพีทิ้งที่นี้ให้รกร้างไป ก็ทำให้ร่างอวตารคอร่านี้นิ่งในบ้านมานาน ฟาร์มสปริงฟิลด์ก็รกร้างตามไปด้วย? ” ข้านอนคิดไป คิดมา ก็เริ่มหิว เลยคว้าแอปริคอตมานอนคว่ำ กัดกินดู และพบว่ามันรู้สึกไม่ค่อยต่างอะไรกับการนั่งกินเท่าไหร่ เว้นแต่จะอึดอัดหน้าอกเล็กน้อยเพราะนอนทับ “ ลองนอนกินแบบชาวโรมันดูแล้ว รู้สึกไม่ค่อยชอบเท่าไหร่ นั่งกินตามปกติดีกว่ามื้อต่อไป ” ข้าบ่นเบาๆก่อนจะพลิกตัวนอนหงาย หนุนแขนสองข้างแล้วหลับตาลง ก่อนจะหายใจเข้าลึกๆ หายใจออกช้า ๆ ทำแบบนี้ประมาณ 100รอบก็เข้าสู่ห้วงนิทราที่เงียบสงบได้ เช้าวันที่ 2 ได้มาถึง ข้าตื่นตอนหกโมงเช้าพอดีเป๊ะโดยตื่นก่อนนาฬิกาจะปลุกเพียงไม่นาน ทำเอาข้างงเล็กน้อยว่าไปตั้งนาฬิกาปลุกตอนไหน เลยจิ้มๆไปตรวจสอบดู “ ตั้งนาฬิกาปลุกอัตโนมัติตอน 6 โมงเช้าของทุกๆวัน ? อืม ก็ดี ไม่ต้องแก้ไขอะไรละกัน ” ข้าปิดหน้าจอ ก่อนจะออกจากบ้านไปยืนดูพระอาทิตย์ยามเช้า พร้อมสูดหายใจเข้าเอากลิ่นธรรมชาติที่สดชื่นเข้าปอดลึกๆ ก่อนจะค่อยๆผ่อนหายใจออก  “ อากาศของเช้าวันใหม่สดชื่นดีจัง ” ข้ายิ้มน้อย ๆ ก่อนจะเดินลงบันไดสามขั้นเตี้ยๆลงช้า ๆ เพื่อซึมซับบรรยากาศดี ๆ ยามเช้า ราวกับกลัวว่าถ้าโดดลงแบบทุกที ร่างข้าจะตัดผ่านสายลม พัดพาบรรยากาศดี ๆนี้ปลิวหายไปหมด จากนั้นข้าก็ไปรดน้ำแปลงผักทั้งสอง และคิดว่าตอนเที่ยงคงต้องมารดอีกรอบ จะรดรอบเดียวเสร็จชุ่มชื้นทั้งวันแบบในเกมทำฟาร์มทั่วไปคงไม่ได้แน่  เพราะนี่คือโลกจริง ข้าต้องใส่ใจกับแปลงผักให้เหมือนเล่นเกมทำฟาร์มแบบสมจริง ที่ต้องดูแลแปลงผักอย่างดีทุกขั้นตอน
    หลังดูแลแปลงผักว่าไม่มีวัชพืช หรือหญ้าขึ้นแทรกแล้ว ข้าก็รดน้ำต้นแอปริคอตข้างแปลงผัก ที่วันนี้เริ่มมีดอกตูมบานออกมาแล้ว ถือว่าโตไวมากเลยทีเดียว จากเมื่อวานที่มันหลังเหลือแค่ตอแห้งตายซาก โครก “ ไม่มีอาหารเช้าแล้ว ไปขอแบ่งแอปริคอตจากต้นนั้นได้ไหมนะ ” ข้าลูบท้องที่ส่งเสียงประท้วงขออาหารเช้าเบาๆ ก่อนจะเก็บกระบวยรดน้ำเข้ากระเป๋าไอเทม แล้วจิ้มแผนที่ให้นำทางข้าไปยังต้นแอปริคอตเมื่อวานดู พลางคิดๆว่าวันนี้จะทำอุปกรณ์ทำสวนขั้นพื้นฐานทั้งหมด ตามมาตรฐานเกมทำฟาร์มทั่วไป ซึ่งตอนนี้ข้ามีแค่จอบกับกระบวยรดน้ำเท่านั้น ขาดขวานตัดไม้ ค้อนทุบหิน เคียวตัดหญ้า และเบ็ดตกปลา “ อืม . . . ไปรดน้ำให้คุณต้นแอปริคอต ขออาหารเพิ่ม แล้วก็ขออุปกรณ์ทำฟาร์มจากต้นไม้ใกล้ๆดีกว่าเนอะ ” ข้าพยักหน้าสองครั้ง ก่อนจะเร่งฝีเท้า และฮัมเพลงในลำคออย่างอารมณ์ดีขณะนึกถึงลูกแอปริคอตแสนอร่อยที่จะได้กินเป็นมื้อเช้า