ตำนานจอมกระบี่สะท้านหมื่นภพ

    บทที่ 38: บทสนทนากับประมุข

    บทที่ 38: บทสนทนากับประมุข

    เช้าวันรุ่งขึ้นหลังจากที่ได้รับเพลงกระบี่ชุดใหม่ หลิงเซียวไม่ได้ออกไปฝึกซ้อมในทันที เขายังคงนั่งทำสมาธิอยู่ในกระท่อมอย่างเงียบสงบ เพื่อทำความเข้าใจแก่นแท้ของ [เพลงกระบี่อสูรพันคม] อย่างลึกซึ้ง เพียงแค่การโคจรพลังลมปราณไปตามหลักการของเคล็ดวิชาใหม่ ก็ทำให้บรรยากาศภายในห้องที่เรียบง่ายเต็มไปด้วยไอสังหารที่เฉียบคมจนน่าขนลุก

    ในตอนนั้นเอง เสียงเคาะประตูที่นุ่มนวลก็ดังขึ้น "คุณชายหลิงเซียว ท่านประมุขเชิญท่านไปพบที่ยอดไม้โบราณขอรับ"

    หลิงเซียวลืมตาขึ้น ไอสังหารรอบกายสลายหายไปในพริบตา เขากลับมาเป็นเด็กหนุ่มผมเงินที่สงบนิ่งเช่นเดิม "ข้าจะไปเดี๋ยวนี้"

    ยอดไม้โบราณคือที่พำนักและสถานที่ทำสมาธิส่วนตัวของประมุขหลิงเทียน มันคือจุดที่สูงที่สุดในหมู่บ้าน สามารถมองเห็นทิวทัศน์ของป่าวิญญาณได้ทั้งหมด และยังมองเห็นผืนดินอันกว้างใหญ่ที่ทอดยาวไปจนสุดขอบฟ้าได้อีกด้วย

    เมื่อหลิงเซียวมาถึง เขาก็พบประมุขหลิงเทียนยืนเอามือไพล่หลัง ทอดสายตามองออกไปยังโลกภายนอกอยู่ก่อนแล้ว

    "มาแล้วรึ" ประมุขกล่าวขึ้นโดยไม่หันกลับมามอง "ข้ารู้สึกได้ถึงพลังใหม่ในตัวเจ้า...มันเฉียบคมและอันตรายยิ่งกว่าเดิมเสียอีก"

    หลิงเซียวโค้งคำนับ "เป็นเพียงโชคช่วยเล็กน้อยระหว่างการต่อสู้ขอรับ"

    ประมุขหลิงเทียนหันกลับมามองเขา สายตาของชายชราเต็มไปด้วยความรู้สึกที่ซับซ้อน ทั้งความชื่นชม, ความภาคภูมิใจ, และความกังวลใจจางๆ "เจ้าได้นำพาสันติสุขกลับมาสู่เผ่าพันธุ์ ข้าในฐานะประมุขต้องขอบคุณเจ้า"

    "ข้าเพียงแค่ทำในสิ่งที่ต้องทำ" หลิงเซียวตอบเสียงเรียบ ก่อนจะกล่าวประโยคที่ทำให้ประมุขต้องชะงักไป

    "ท่านประมุข...ข้ามาที่นี่เพื่อจะกล่าวลา"

    ความเงียบเข้าปกคลุมยอดไม้โบราณอยู่ครู่หนึ่ง มีเพียงเสียงลมพัดผ่านยอดไม้เท่านั้นที่ดังหวีดหวิว

    "เจ้าจะไป?" ประมุขเอ่ยถาม

    "ขอรับ" หลิงเซียวตอบอย่างหนักแน่น "ชัยชนะครั้งนี้เกิดขึ้นได้เพราะศัตรูอ่อนแอและประมาทเกินไป โลกภายนอกนั้นกว้างใหญ่ ยอดฝีมือมีมากมายดุจหมู่ดาว หากข้ายังคงอยู่ที่นี่ ข้าจะกลายเป็นเพียงกบในกะลา และในท้ายที่สุดก็จะนำพาหายนะมาสู่เผ่าพันธุ์อยู่ดีเมื่อศัตรูที่แข็งแกร่งกว่าปรากฏตัวขึ้น...หนทางเดียวที่จะปกป้องเผ่าพันธุ์ได้อย่างแท้จริง คือการที่ข้าต้องแข็งแกร่งขึ้นจนไม่มีใครกล้ามายุ่งเกี่ยว"

    คำพูดของเขาแสดงให้เห็นถึงวิสัยทัศน์ที่กว้างไกลเกินกว่าเด็กหนุ่มในวัยเดียวกัน

    ประมุขหลิงเทียนหลับตาลงและถอนหายใจออกมาอย่างแผ่วเบา มันเป็นเสียงถอนหายใจที่เต็มไปด้วยความเข้าใจและการยอมรับ

    "ข้ารู้อยู่แล้วว่าวันนี้ต้องมาถึง..." เขากล่าว "หนองน้ำเล็กๆ ไม่อาจกักขังมังกรสวรรค์ไว้ได้"

    ชายชราลืมตาขึ้นอีกครั้ง แววตาของเขาไม่ได้มีความเศร้า แต่กลับเต็มไปด้วยการสนับสนุนอย่างเต็มที่ "เส้นทางของเจ้านั้นถูกลิขิตให้ยิ่งใหญ่และเต็มไปด้วยการนองเลือด มันแตกต่างจากวิถีแห่งสันติของเผ่าเรา...แต่เจ้าก็ได้พิสูจน์แล้วว่าสันติภาพต้องใช้คมดาบในการปกป้อง"

    "ไปเถอะ...ไปตามเส้นทางของเจ้า"

    ประมุขหลิงเทียนมองออกไปยังขอบฟ้าอันไกลโพ้น "ดินแดนที่เราอยู่นี้เป็นเพียงมุมเล็กๆ ของ 'แคว้นเมฆาคราม' ที่นี่มีนิกายผู้ฝึกยุทธ์ที่ทรงพลังอยู่มากมาย ที่แข็งแกร่งที่สุดคือนิกายกระบี่คราม หากเจ้าต้องการจะก้าวไปให้ไกลกว่านี้ นั่นคือสถานที่ที่เจ้าควรจะไป"

    "แต่จงอย่าได้ลืม" เขากล่าวทิ้งท้ายด้วยน้ำเสียงที่อ่อนโยนลง "ว่าป่าแห่งนี้...ยังคงเป็นบ้านของเจ้าเสมอ"

    หลิงเซียวรู้สึกถึงความอบอุ่นสายหนึ่งแล่นผ่านเข้ามาในหัวใจ เขาไม่เอ่ยคำพูดใดอีก แต่กลับคุกเข่าลงและโค้งคำนับลงกับพื้นต่อหน้าชายชราเป็นครั้งแรก...เป็นการแสดงความเคารพอย่างสูงสุดจากใจจริง

    ประมุขหลิงเทียนยิ้มออกมาอย่างพึงพอใจ เขารู้ดีว่าเด็กหนุ่มตรงหน้าแม้จะโหดเหี้ยมต่อศัตรู แต่ก็ยังคงมีความรู้สึกผูกพันกับบ้านเกิดแห่งนี้อยู่
    การอำลา...ได้ถูกยอมรับแล้ว

    คล้ายกับเรื่องตำนานจอมกระบี่สะท้านหมื่นภพ ที่คุณอ่าน