ชะตาฟ้า ข้าลิขิต

    ตอนที่ 45 : หยานฉู่

    เมื่อเถ้าแก่จากไป บทสนทนาของทั้งสองทำให้ชายหนุ่มอาภรณ์สีขาวโต๊ะข้างๆเหล่ตามองจางหลินอย่างแปลกใจ 


    ชายหนุ่มผู้นี้คือผู้ที่ก้าวเข้าสู่เมืองหยางโจวเมื่อสามวันก่อน เพียงแต่ในตอนนั้นเขาสวมชุดสีทองหรูหราและดูสะดุดตาจนเกินไป ผลสุดท้ายเขาก็ต้องกลมกลืนไปกับคนอื่นๆในเมืองโดยสวมชุดธรรมดาๆให้ดูไม่แปลกตานัก


    ข้างกายของชายหนุ่มคือชายชราผมสีทอง เขาเองก็จ้องมองไปที่จางหลินด้วยความอยากรู้อยากเห็นเฉกเช่นเดียวกัน 


    ชายหนุ่มในอาภรณ์ขาวหันกลับมามองชายชรา ก่อนจะกล่าวถามด้วยเสียงกระซิบ “ท่านลุง นั่นใช่จางหลินผู้ที่สามารถปลุกจิตวิญญาณยุทธ์ได้ตั้งแต่อายุ 8 ขวบหรือไม่?”


    ชายชราผมสีทองพยักหน้าเบาๆ “เขาไม่มีพลังยุทธ์ และจุดชีพจรก็ยังไม่ได้ถูกเปิดออกทั้งหมด ดูเหมือนว่าเขาจะเป็นจางหลินที่ร่ำลือกัน”


    ชายหนุ่มอาภรณ์สีขาวเผยรอยยิ้มสนใจออกมา "ข้ารู้สึกสนใจในตัวของอัจฉริยะผู้นี้มานานแล้ว ว่าอะไรทำให้ตระกูลจางกล้าปฏิเสธข้อเสนอของท่านจอมฟ้าเมื่อ 9 ปีก่อน…”


    ชายชราผมสีทองไม่ได้พูดอะไร เพราะตัวเขาเองก็รู้สึกสนใจในตัวของจางหลินไม่น้อย


    โดยเฉพาะกับเขาที่รับรู้ว่าบุรุษไร้เทียมทานที่ได้รับสมญานามว่า ‘จอมฟ้า’ ได้ยื่นข้อเสนอรับจางหลินให้มาเป็นลูกศิษย์ของตน แต่กลับถูกปฏิเสธโดยตระกูลจาง ซึ่งนั่นเป็นสิ่งที่ไม่เคยมีผู้ใดคาดคิดมาก่อน


    โดยไม่รอช้าชายหนุ่มในอาภรณ์สีขาวตัดสินใจลุกขึ้น และเดินไปที่โต๊ะของจางหลินเผยให้เห็นรอยยิ้มที่เป็นมิตร “ไม่ทราบว่าเจ้าคือจางหลินแห่งตระกูลจางใช่หรือไม่?”


    จางหลินละสายตาจากตำรา เขาเงยหน้ามองชายหนุ่มอาภรณ์สีขาวที่ไม่คุ้นตาด้วยความสงสัย “ข้าเอง...แล้วเจ้าคือ?”


    ชายหนุ่มอาภรณ์สีขาวนั่งลงตรงกันข้ามอย่างยิ้มแย้มพลางแนะนำตัว “หยานฉู่”


    “หยานฉู่?” จางหลินแปลกใจเล็กน้อยที่ชายแปลกหน้าที่ไม่คุ้นเคยมาทักทายเขาในลักษณะที่เป็นมิตรเช่นนี้ แต่ด้วยความที่เขาเป็นคนอัธยาศัยดี เขาจึงผายมือ “นายน้อยหยาน เชิญนั่งก่อน”


    หยานฉู่ยิ้มเล็กน้อย ก่อนจะนั่งลงตรงกันข้ามและคว้าถ้วยชาจากโต๊ะของเขา โดยใช้เส้นใยปราณจากฝ่ามือที่แทบจะมองไม่เห็น


    การกระทำของเขาทำให้สีหน้าของจางหลินเปลี่ยนไป


    การที่ใครบางคนสามารถบีบอัดพลังปราณให้เล็กเท่ากับเส้นด้ายเป็นกระบวนการที่ยากลำบาก และต้องใช้ระดับพลังยุทธ์ที่สูงมากจึงจะสามารถทำเช่นนี้ได้


    บัดนี้จางหลินเข้าใจแล้วว่าชายหนุ่มลึกลับผู้นี้ไม่ใช่แค่คนธรรมดา และเขาก็ไม่ใช่พลเมืองของเมืองหยางโจวด้วยเช่นกัน!


    ดูเหมือนว่าการที่หยานฉู่พุ่งเป้ามาที่เขาต้องมีจุดประสงค์อะไรบางอย่างแอบแฝง


    หลังจากจิบชาหนึ่งคำ หยานฉู่ก็เอ่ยถามขึ้น “ข้ามีคำถาม ไม่ทราบว่านายน้อยจางพอจะไขความกระจ่างให้ข้าได้หรือไม่?”


    จางหลินพยักหน้าเบาๆอย่างเป็นมิตร “หากเป็นเรื่องข้อมูลหรืออะไรที่ท่านอยากรู้เกี่ยวกับเมืองหยางโจว ท่านสามารถถามมาได้”


    หยานฉู่ยิ้มออกมาจางๆ และเอ่ยถามโดยไม่อ้อมค้อม “นายน้อยจาง ข้าได้ยินมาว่าตระกูลจางได้ปฏิเสธข้อเสนอของใครบางคนจากแคว้นฉู่แผ่นดินใหญ่ไปเมื่อ 9 ปีก่อน ไม่ทราบว่าเจ้ายังจำเรื่องนั้นได้หรือไม่?”


    คำถามที่ตรงไปตรงมาทำให้จางหลินตั้งตัวไม่ทัน เขาไม่คิดเลยว่าชายแปลกหน้าคนนี้จะถามเรื่องส่วนตัวที่เกี่ยวข้องกับตระกูลจางโดยตรง


    เนื่องจากจางหลินยังไม่มั่นใจว่าหยานฉู่คนนี้เป็นมิตรหรือศัตรู เขาจึงตอบอย่างคลุมเครือ “ผู้ที่ปฏิเสธคำเชิญนั้นคือท่านพ่อของข้า และมีแค่ท่านพ่อเท่านั้นที่รู้เรื่องนี้ดี…”


    “โอ้?” หยานฉู่เผยสีหน้าที่สนใจ


    การแสดงออกของหยานฉู่ทำให้จางหลินเกิดความสงสัย เขาจึงถามกลับไปว่า “เป็นไปได้ไหมว่าท่านรู้จักผู้ที่มาเยือนตระกูลจางเมื่อ 9 ปีก่อน?”


    หยานฉู่ยิ้มออกมาและตอบว่า “แน่นอน ไม่มีผู้ใดในแผ่นดินใหญ่ที่ไม่รู้จักวีรบุรุษผู้เกรียงไกรแห่งแคว้นฉู่”


    “วีรบุรุษแห่งแคว้นฉู่?” สีหน้าของจางหลินเปลี่ยนไปเล็กน้อยเมื่อเห็นว่าชายตรงหน้าพูดถึงผู้มาเยือนตระกูลจางเมื่อ 9 ปีก่อนด้วยความเคารพอย่างหาที่เปรียบมิได้


    ดูเหมือนว่าวีรบุรุษแห่งแคว้นฉู่ที่หยานฉู่พูดถึงจะมีอำนาจไม่น้อยเลยทีเดียว


    หยานฉู่จ้องมองจางหลินอย่างสับสน ก่อนที่เขาจะถามคำถามหนึ่งขึ้นมา “เป็นไปได้ไหมว่าเจ้าไม่รู้จักท่านผู้นั้น?”


    จางหลินส่ายหน้าอย่างว่างเปล่า 


    หยานฉู่ที่เพิ่งรับรู้ความจริงก็พูดไม่ออก


    เดิมทีเขาคิดว่าตระกูลจางอาจจะมีภูมิหลังบางอย่างอยู่บ้าง เพราะการที่จะมีเยาวชนที่สามารถปลุกจิตวิญญาณยุทธ์ได้ตั้งแต่อายุ 8 ขวบนั้นไม่ใช่เรื่องที่เกิดขึ้นได้ง่าย และด้วยเหตุนี้ตระกูลจางจึงเกิดความเย่อหยิ่งและไม่รับข้อเสนอของท่านจอมฟ้า


    แต่กลับกลายเป็นว่าแท้จริงแล้วตระกูลจางไม่รู้อะไรเกี่ยวกับท่านจอมฟ้าเลย


    นั่นทำให้หยานฉู่อึ้งอยู่นาน


    เมื่อเห็นท่าทีของหยานฉู่ จางหลินก็ถามด้วยความอยากรู้อยากเห็น “นายน้อยหยาน ช่วยเล่าให้ข้าฟังได้หรือไม่ว่าวีรบุรุษแห่งแคว้นฉู่ที่ท่านกำลังพูดถึงเป็นใคร”


    หยานฉู่มองซ้ายมองขวา เขาเข้าไปใกล้จางหลินและป้องมือกระซิบว่า “ในแผ่นดินใหญ่ พวกเราเรียกท่านผู้นั้นว่าท่านจอมฟ้า”


    ดวงตาของจางหลินเบิกกว้างครั้นได้ยินสมญานามนั้น “ทะ-ท่านจอมฟ้า?”


    หยานฉู่พยักหน้า “ถูกต้อง ในอดีตท่านจอมฟ้าเคยถูกเรียกขานว่าวีรบุรุษแห่งแคว้นฉู่ และตอนนี้ทั้งหกแคว้นใหญ่ต่างก็ยกให้ท่านจอมฟ้าเป็นผู้ฝึกยุทธ์ที่ไร้เทียมทานในใต้หล้า!”


    “ผู้ฝึกยุทธ์ที่ไร้เทียมทานในใต้หล้า?” จางหลินยิ่งตกใจเมื่อได้ยินคำอธิบายเกี่ยวกับท่านจอมฟ้า


    หยานฉู่พยักหน้าอีกครั้ง เขายังได้พูดต่อว่า “สถานะของท่านจอมฟ้านั่นพิเศษเหนือใคร แม้แต่อ๋องของแคว้นฉู่ก็ยังไม่สามารถออกคำสั่งกับท่านจอมฟ้าได้ด้วยซ้ำ แค่นี้เจ้าพอจะเข้าใจถึงความยิ่งใหญ่ของท่านจอมฟ้าแล้วใช่หรือไม่?”


    เมื่อได้รับรู้ความจริง จางหลินก็ยิ่งพูดไม่ออก เขานิ่งงันและทำได้เพียงกลืนน้ำลายเฮือกใหญ่


    เมื่อ 9 ปีก่อน พ่อของเขาได้ปฏิเสธผู้ที่ไร้เทียมทานในใต้หล้าไปงั้นรึ?


    พ่อของเขากำลังคิดอะไรอยู่กันแน่?


    ตอนนี้เขาเข้าใจแล้วว่าเหตุใดผู้อาวุโสในตระกูลจางถึงไม่พอใจนักกับการตัดสินใจของจางหยินเซียวเมื่อตอนนั้น


    หากในตอนนั้นจางหยินเซียวยอมรับข้อเสนอของท่านจอมฟ้า ป่านนี้ตระกูลจางคงจะอาศัยอยู่ในแผ่นดินใหญ่อย่างสุขสบายไปแล้ว


    หยานฉู่ยังคงอธิบายเกี่ยวกับท่านจอมฟ้าด้วยความภาคภูมิใจ และเขาก็เผลอหลุดประโยคหนึ่งขึ้นมาว่า “ในอดีตมีขุนนางและอำมาตย์มากมายพยายามฝากลูกหลานของพวกเขาให้ไปรับใช้ท่านจอมฟ้าในวิหารอย่างใกล้ชิด แต่ท่านจอมฟ้าก็ได้ปฏิเสธทุกคนอย่างไม่ใยดี แม้แต่ข้าที่เป็นถึง—”


    “อะแฮ่มๆ!” จู่ๆชายชราผมสีทองก็กระแอมเสียงดังเมื่อหยานฉู่กำลังจะเอ่ยประโยคถัดไป


    ร่างของหยานฉู่สั่นสะท้านไปครู่หนึ่ง ก่อนที่เขาจะตระหนักขึ้นได้และรีบพูดอย่างตะกุกตะกัก “แม้แต่ข้าเองก็ยังอยากจะเป็นแบบท่านจอมฟ้าให้ได้… ฮ่าย ช่างน่าเสียดายที่พรสวรรค์ของข้าไม่ได้สูงส่งถึงเพียงนั้น”


    จางหลินย่นคิ้วด้วยความสงสัย ดูเหมือนว่าเมื่อครู่นี้หยานฉู่เกือบจะหลุดปากพูดถึงภูมิหลังของตนออกมาแล้ว


    ทันใดนั้นชายชราผมสีทองพลันลุกขึ้น เขาหันมาเรียกหยานฉู่อย่างราบเรียบ “นายน้อย พวกเราควรไปกันได้แล้ว”


    หยานฉู่พยักหน้าเบาๆ ก่อนจะประสานมือขึ้นมาอย่างเป็นมิตร “นายน้อยจาง ดูเหมือนว่าข้าต้องขอตัวก่อน”


    จางหลินเองก็ยิ้มออกมาอย่างรักษาน้ำใจ เขาลุกขึ้นประสานมือกลับไปอย่างเป็นมิตรเช่นกัน “นายน้อยหยาน ขอให้เดินทางปลอดภัย”


    หยานฉู่พยักหน้าเบาๆก่อนจะโบกมือ เขาและชายชราผมสีทองได้เดินออกจากโรงเตี๊ยมไป


    จางหลินจ้องมองแผ่นหลังของทั้งสองที่จากไป ก่อนที่รอยยิ้มของเขาจะค่อยๆหายไป แปรเปลี่ยนเป็นความเคร่งขรึม “เห็นทีข้าต้องสืบหาข้อมูลของหยานฉู่ผู้นี้สักเล็กน้อย การที่มีบุคคลระดับนี้มาปรากฏตัวขึ้นในเมืองหยางโจวต้องไม่ใช่เรื่องธรรมดาอย่างแน่นอน”


    “และอีกอย่างท่านจอมฟ้าที่เขาพูดถึง เรื่องนี้เป็นเรื่องที่ข้าไม่เคยรู้มาก่อนเลยจริงๆ”

    คล้ายกับเรื่องชะตาฟ้า ข้าลิขิต ที่คุณอ่าน

    [นิยายแปล] อภินิหาร หนึ่งราชันหมื่นอัตลักษณ์ Absolute Resonance

    [นิยายแปล] อภินิหาร หนึ่งราชันหมื่นอัตลักษณ์ Absolute Resonance

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    2.77M 1648
    (จบ) Guardian and Demon ข้านี่แหละราชาปีศาจ

    (จบ) Guardian and Demon ข้านี่แหละราชาปีศาจ

    นิยาย แฟนตาซี
    146K 134
    หนิงเทียน จักรพรรดิเซียนพฤกษา (จบ)

    หนิงเทียน จักรพรรดิเซียนพฤกษา (จบ)

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    449K 1017
    (จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

    (จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

    นิยาย เกมออนไลน์
    603K 912
    สดุดีมหาราชา [แปลจบแล้ว]

    สดุดีมหาราชา [แปลจบแล้ว]

    นิยาย แฟนตาซี
    9.93M 1273
    พิชิตฝันเหยี่ยวั่งออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    พิชิตฝันเหยี่ยวั่งออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย เกมออนไลน์
    479K 1734
    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    223K 810
    เทพกระบี่มรณะ (chaotic sword god) 混沌剑神

    เทพกระบี่มรณะ (chaotic sword god) 混沌剑神

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    4.63M 2739
    มหาวิบัติยีนกลายพันธ์ุ

    มหาวิบัติยีนกลายพันธ์ุ

    นิยาย แฟนตาซี
    196K 740
    พลิกฟ้าคืนชีวาชายาอนุ [แปลจบแล้ว]

    พลิกฟ้าคืนชีวาชายาอนุ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    295K 786