เมื่อเถ้าแก่จากไป บทสนทนาของทั้งสองทำให้ชายหนุ่มอาภรณ์สีขาวโต๊ะข้างๆเหล่ตามองจางหลินอย่างแปลกใจ
ชายหนุ่มผู้นี้คือผู้ที่ก้าวเข้าสู่เมืองหยางโจวเมื่อสามวันก่อน เพียงแต่ในตอนนั้นเขาสวมชุดสีทองหรูหราและดูสะดุดตาจนเกินไป ผลสุดท้ายเขาก็ต้องกลมกลืนไปกับคนอื่นๆในเมืองโดยสวมชุดธรรมดาๆให้ดูไม่แปลกตานัก
ข้างกายของชายหนุ่มคือชายชราผมสีทอง เขาเองก็จ้องมองไปที่จางหลินด้วยความอยากรู้อยากเห็นเฉกเช่นเดียวกัน
ชายหนุ่มในอาภรณ์ขาวหันกลับมามองชายชรา ก่อนจะกล่าวถามด้วยเสียงกระซิบ “ท่านลุง นั่นใช่จางหลินผู้ที่สามารถปลุกจิตวิญญาณยุทธ์ได้ตั้งแต่อายุ 8 ขวบหรือไม่?”
ชายชราผมสีทองพยักหน้าเบาๆ “เขาไม่มีพลังยุทธ์ และจุดชีพจรก็ยังไม่ได้ถูกเปิดออกทั้งหมด ดูเหมือนว่าเขาจะเป็นจางหลินที่ร่ำลือกัน”
ชายหนุ่มอาภรณ์สีขาวเผยรอยยิ้มสนใจออกมา "ข้ารู้สึกสนใจในตัวของอัจฉริยะผู้นี้มานานแล้ว ว่าอะไรทำให้ตระกูลจางกล้าปฏิเสธข้อเสนอของท่านจอมฟ้าเมื่อ 9 ปีก่อน…”
ชายชราผมสีทองไม่ได้พูดอะไร เพราะตัวเขาเองก็รู้สึกสนใจในตัวของจางหลินไม่น้อย
โดยเฉพาะกับเขาที่รับรู้ว่าบุรุษไร้เทียมทานที่ได้รับสมญานามว่า ‘จอมฟ้า’ ได้ยื่นข้อเสนอรับจางหลินให้มาเป็นลูกศิษย์ของตน แต่กลับถูกปฏิเสธโดยตระกูลจาง ซึ่งนั่นเป็นสิ่งที่ไม่เคยมีผู้ใดคาดคิดมาก่อน
โดยไม่รอช้าชายหนุ่มในอาภรณ์สีขาวตัดสินใจลุกขึ้น และเดินไปที่โต๊ะของจางหลินเผยให้เห็นรอยยิ้มที่เป็นมิตร “ไม่ทราบว่าเจ้าคือจางหลินแห่งตระกูลจางใช่หรือไม่?”
จางหลินละสายตาจากตำรา เขาเงยหน้ามองชายหนุ่มอาภรณ์สีขาวที่ไม่คุ้นตาด้วยความสงสัย “ข้าเอง...แล้วเจ้าคือ?”
ชายหนุ่มอาภรณ์สีขาวนั่งลงตรงกันข้ามอย่างยิ้มแย้มพลางแนะนำตัว “หยานฉู่”
“หยานฉู่?” จางหลินแปลกใจเล็กน้อยที่ชายแปลกหน้าที่ไม่คุ้นเคยมาทักทายเขาในลักษณะที่เป็นมิตรเช่นนี้ แต่ด้วยความที่เขาเป็นคนอัธยาศัยดี เขาจึงผายมือ “นายน้อยหยาน เชิญนั่งก่อน”
หยานฉู่ยิ้มเล็กน้อย ก่อนจะนั่งลงตรงกันข้ามและคว้าถ้วยชาจากโต๊ะของเขา โดยใช้เส้นใยปราณจากฝ่ามือที่แทบจะมองไม่เห็น
การกระทำของเขาทำให้สีหน้าของจางหลินเปลี่ยนไป
การที่ใครบางคนสามารถบีบอัดพลังปราณให้เล็กเท่ากับเส้นด้ายเป็นกระบวนการที่ยากลำบาก และต้องใช้ระดับพลังยุทธ์ที่สูงมากจึงจะสามารถทำเช่นนี้ได้
บัดนี้จางหลินเข้าใจแล้วว่าชายหนุ่มลึกลับผู้นี้ไม่ใช่แค่คนธรรมดา และเขาก็ไม่ใช่พลเมืองของเมืองหยางโจวด้วยเช่นกัน!
ดูเหมือนว่าการที่หยานฉู่พุ่งเป้ามาที่เขาต้องมีจุดประสงค์อะไรบางอย่างแอบแฝง
หลังจากจิบชาหนึ่งคำ หยานฉู่ก็เอ่ยถามขึ้น “ข้ามีคำถาม ไม่ทราบว่านายน้อยจางพอจะไขความกระจ่างให้ข้าได้หรือไม่?”
จางหลินพยักหน้าเบาๆอย่างเป็นมิตร “หากเป็นเรื่องข้อมูลหรืออะไรที่ท่านอยากรู้เกี่ยวกับเมืองหยางโจว ท่านสามารถถามมาได้”
หยานฉู่ยิ้มออกมาจางๆ และเอ่ยถามโดยไม่อ้อมค้อม “นายน้อยจาง ข้าได้ยินมาว่าตระกูลจางได้ปฏิเสธข้อเสนอของใครบางคนจากแคว้นฉู่แผ่นดินใหญ่ไปเมื่อ 9 ปีก่อน ไม่ทราบว่าเจ้ายังจำเรื่องนั้นได้หรือไม่?”
คำถามที่ตรงไปตรงมาทำให้จางหลินตั้งตัวไม่ทัน เขาไม่คิดเลยว่าชายแปลกหน้าคนนี้จะถามเรื่องส่วนตัวที่เกี่ยวข้องกับตระกูลจางโดยตรง
เนื่องจากจางหลินยังไม่มั่นใจว่าหยานฉู่คนนี้เป็นมิตรหรือศัตรู เขาจึงตอบอย่างคลุมเครือ “ผู้ที่ปฏิเสธคำเชิญนั้นคือท่านพ่อของข้า และมีแค่ท่านพ่อเท่านั้นที่รู้เรื่องนี้ดี…”
“โอ้?” หยานฉู่เผยสีหน้าที่สนใจ
การแสดงออกของหยานฉู่ทำให้จางหลินเกิดความสงสัย เขาจึงถามกลับไปว่า “เป็นไปได้ไหมว่าท่านรู้จักผู้ที่มาเยือนตระกูลจางเมื่อ 9 ปีก่อน?”
หยานฉู่ยิ้มออกมาและตอบว่า “แน่นอน ไม่มีผู้ใดในแผ่นดินใหญ่ที่ไม่รู้จักวีรบุรุษผู้เกรียงไกรแห่งแคว้นฉู่”
“วีรบุรุษแห่งแคว้นฉู่?” สีหน้าของจางหลินเปลี่ยนไปเล็กน้อยเมื่อเห็นว่าชายตรงหน้าพูดถึงผู้มาเยือนตระกูลจางเมื่อ 9 ปีก่อนด้วยความเคารพอย่างหาที่เปรียบมิได้
ดูเหมือนว่าวีรบุรุษแห่งแคว้นฉู่ที่หยานฉู่พูดถึงจะมีอำนาจไม่น้อยเลยทีเดียว
หยานฉู่จ้องมองจางหลินอย่างสับสน ก่อนที่เขาจะถามคำถามหนึ่งขึ้นมา “เป็นไปได้ไหมว่าเจ้าไม่รู้จักท่านผู้นั้น?”
จางหลินส่ายหน้าอย่างว่างเปล่า
หยานฉู่ที่เพิ่งรับรู้ความจริงก็พูดไม่ออก
เดิมทีเขาคิดว่าตระกูลจางอาจจะมีภูมิหลังบางอย่างอยู่บ้าง เพราะการที่จะมีเยาวชนที่สามารถปลุกจิตวิญญาณยุทธ์ได้ตั้งแต่อายุ 8 ขวบนั้นไม่ใช่เรื่องที่เกิดขึ้นได้ง่าย และด้วยเหตุนี้ตระกูลจางจึงเกิดความเย่อหยิ่งและไม่รับข้อเสนอของท่านจอมฟ้า
แต่กลับกลายเป็นว่าแท้จริงแล้วตระกูลจางไม่รู้อะไรเกี่ยวกับท่านจอมฟ้าเลย
นั่นทำให้หยานฉู่อึ้งอยู่นาน
เมื่อเห็นท่าทีของหยานฉู่ จางหลินก็ถามด้วยความอยากรู้อยากเห็น “นายน้อยหยาน ช่วยเล่าให้ข้าฟังได้หรือไม่ว่าวีรบุรุษแห่งแคว้นฉู่ที่ท่านกำลังพูดถึงเป็นใคร”
หยานฉู่มองซ้ายมองขวา เขาเข้าไปใกล้จางหลินและป้องมือกระซิบว่า “ในแผ่นดินใหญ่ พวกเราเรียกท่านผู้นั้นว่าท่านจอมฟ้า”
ดวงตาของจางหลินเบิกกว้างครั้นได้ยินสมญานามนั้น “ทะ-ท่านจอมฟ้า?”
หยานฉู่พยักหน้า “ถูกต้อง ในอดีตท่านจอมฟ้าเคยถูกเรียกขานว่าวีรบุรุษแห่งแคว้นฉู่ และตอนนี้ทั้งหกแคว้นใหญ่ต่างก็ยกให้ท่านจอมฟ้าเป็นผู้ฝึกยุทธ์ที่ไร้เทียมทานในใต้หล้า!”
“ผู้ฝึกยุทธ์ที่ไร้เทียมทานในใต้หล้า?” จางหลินยิ่งตกใจเมื่อได้ยินคำอธิบายเกี่ยวกับท่านจอมฟ้า
หยานฉู่พยักหน้าอีกครั้ง เขายังได้พูดต่อว่า “สถานะของท่านจอมฟ้านั่นพิเศษเหนือใคร แม้แต่อ๋องของแคว้นฉู่ก็ยังไม่สามารถออกคำสั่งกับท่านจอมฟ้าได้ด้วยซ้ำ แค่นี้เจ้าพอจะเข้าใจถึงความยิ่งใหญ่ของท่านจอมฟ้าแล้วใช่หรือไม่?”
เมื่อได้รับรู้ความจริง จางหลินก็ยิ่งพูดไม่ออก เขานิ่งงันและทำได้เพียงกลืนน้ำลายเฮือกใหญ่
เมื่อ 9 ปีก่อน พ่อของเขาได้ปฏิเสธผู้ที่ไร้เทียมทานในใต้หล้าไปงั้นรึ?
พ่อของเขากำลังคิดอะไรอยู่กันแน่?
ตอนนี้เขาเข้าใจแล้วว่าเหตุใดผู้อาวุโสในตระกูลจางถึงไม่พอใจนักกับการตัดสินใจของจางหยินเซียวเมื่อตอนนั้น
หากในตอนนั้นจางหยินเซียวยอมรับข้อเสนอของท่านจอมฟ้า ป่านนี้ตระกูลจางคงจะอาศัยอยู่ในแผ่นดินใหญ่อย่างสุขสบายไปแล้ว
หยานฉู่ยังคงอธิบายเกี่ยวกับท่านจอมฟ้าด้วยความภาคภูมิใจ และเขาก็เผลอหลุดประโยคหนึ่งขึ้นมาว่า “ในอดีตมีขุนนางและอำมาตย์มากมายพยายามฝากลูกหลานของพวกเขาให้ไปรับใช้ท่านจอมฟ้าในวิหารอย่างใกล้ชิด แต่ท่านจอมฟ้าก็ได้ปฏิเสธทุกคนอย่างไม่ใยดี แม้แต่ข้าที่เป็นถึง—”
“อะแฮ่มๆ!” จู่ๆชายชราผมสีทองก็กระแอมเสียงดังเมื่อหยานฉู่กำลังจะเอ่ยประโยคถัดไป
ร่างของหยานฉู่สั่นสะท้านไปครู่หนึ่ง ก่อนที่เขาจะตระหนักขึ้นได้และรีบพูดอย่างตะกุกตะกัก “แม้แต่ข้าเองก็ยังอยากจะเป็นแบบท่านจอมฟ้าให้ได้… ฮ่าย ช่างน่าเสียดายที่พรสวรรค์ของข้าไม่ได้สูงส่งถึงเพียงนั้น”
จางหลินย่นคิ้วด้วยความสงสัย ดูเหมือนว่าเมื่อครู่นี้หยานฉู่เกือบจะหลุดปากพูดถึงภูมิหลังของตนออกมาแล้ว
ทันใดนั้นชายชราผมสีทองพลันลุกขึ้น เขาหันมาเรียกหยานฉู่อย่างราบเรียบ “นายน้อย พวกเราควรไปกันได้แล้ว”
หยานฉู่พยักหน้าเบาๆ ก่อนจะประสานมือขึ้นมาอย่างเป็นมิตร “นายน้อยจาง ดูเหมือนว่าข้าต้องขอตัวก่อน”
จางหลินเองก็ยิ้มออกมาอย่างรักษาน้ำใจ เขาลุกขึ้นประสานมือกลับไปอย่างเป็นมิตรเช่นกัน “นายน้อยหยาน ขอให้เดินทางปลอดภัย”
หยานฉู่พยักหน้าเบาๆก่อนจะโบกมือ เขาและชายชราผมสีทองได้เดินออกจากโรงเตี๊ยมไป
จางหลินจ้องมองแผ่นหลังของทั้งสองที่จากไป ก่อนที่รอยยิ้มของเขาจะค่อยๆหายไป แปรเปลี่ยนเป็นความเคร่งขรึม “เห็นทีข้าต้องสืบหาข้อมูลของหยานฉู่ผู้นี้สักเล็กน้อย การที่มีบุคคลระดับนี้มาปรากฏตัวขึ้นในเมืองหยางโจวต้องไม่ใช่เรื่องธรรมดาอย่างแน่นอน”
“และอีกอย่างท่านจอมฟ้าที่เขาพูดถึง เรื่องนี้เป็นเรื่องที่ข้าไม่เคยรู้มาก่อนเลยจริงๆ”