“ ข้าเป็นสตรี ไหนเลยจะกล้ารับตำแหน่งนี้ได้ ขอให้พวกท่านโปรดเลือกผู้อื่นเถอะ”
ผู้อาวุโสตระกูลคนหนึ่ง รีบเอ่ยว่า
“ ตอนนี้คนในตระกูลซุน มีเพียงท่านเพียงคนเดียว ที่มีพลังปราณสูงสุด ได้โปรดรับตำแหน่งนี้เอาไว้ อย่าให้ท่านหัวหน้าเผ่าต้องจากไปอย่างเป็นห่วงเลย”
ราเชนมองหน้า จื่ออีที่กำหมัดแน่น แม้นรู้ว่า คนที่วางยาบิดาต้องเป็นนางจิ้งจอกเก้าหางตนนี้อย่างแน่นอน จนใจที่ไม่มีหลักฐานมายืนยัน
“ ตกลง ข้าจะรักษาการหัวหน้าเผ่าให้ ตอนนี้ไปจับกุม ราชันหมาป่าเมาคลีมาก่อน”
ทุกๆ คน หันไปมองราชันหมาป่าเมาคลี แต่ทว่า กลับไม่เห็นพวกมันเลยสักคน
“ เรียนรักษาการหัวหน้าเผ่า ราชันหมาป่าเมาคลี ได้หลบหนีไปแล้ว”
ทุกๆ คนต่างไม่พอใจยิ่ง ตัวแทนของสี่ชนเผ่า ก็เข้ามาแล้วเอ่ยว่า
“ กองกำลังของเผ่าหมาป่าสวรรค์ กล้าแข็งยิ่งนัก พวกเราเห็นควรให้ท่านเจรจากับพวกเขาจะดีกว่า อย่าได้ต้องต่อสู้กันเลย กองกำลังของเผ่าจิ้งจอกสายฟ้า มีเพียงแค่ 5 พันคนเท่านั้น ขืนสู้ไป จะทำให้ชาวบ้านผู้บริสุทธิ์ต้องมาตายไปด้วย”
คนของเผ่าราชสีห์เงินเอ่ยเตือน อีกสามเผ่าต่างพยักหน้าเห็นด้วย
“ หากพวกเรายอม คงถูกพวกมันโขกสับ กลายเป็นทาสของพวกมันอย่างแน่นอน ไม่ว่าจะอย่างไร เผ่าจิ้งจอกสายฟ้า ก็ไม่มีวันยอมก้มหัวให้พวกมันอย่างเด็ดขาด”
จื่ออีเอ่ยอย่างไม่พอใจที่ได้ยินคำพูดนี้ออกมา แม้นผู้อาวุโสคนอื่นๆ ในตระกูลกำลังจะเห็นด้วย
ไม่ทันที่จะเอ่ยอะไรออกมา ก็มีทหารนำ สาส์นมาจาก ราชันหมาป่าเมาคลีมามอบให้ มีใจความว่า
“ ข้ามาที่นี่ไม่คิดก่อสงคราม เพียงแค่ร่วมยินดีและจะเป็นเขยของ เผ่าจิ้งจอกสายฟ้า แต่ข้ากลับถูกเจ้าถูเฟยตัดแขนไป 1 ข้างทำให้ข้าเจ็บแค้นใจยิ่งนัก อีกทั้งถูก ท่านหญิงใหญ่ ซุนจื่ออี หมิ่นศักดิ์ศรี ราชันหมาป่าเช่นข้าจึงไม่อาจนิ่งเฉยอดทนอดสูต่อหน้ากองทัพของข้าได้ จึงจำเป็นต้องก่อสงครามขึ้นมา ข้าให้เวลา 1 วันก่อนตะวันตกดิน ให้ท่านหญิงใหญ่ นำหัวของถูเฟยมามอบให้ข้า แล้วข้าจะแต่งตั้งนางเป็นชายาของข้า สองเผ่าจะรวมเป็นหนึ่งเดียวตลอดไป
จาก ราชันหมาป่าเมาคลี”
คราวนี้สายตาทุกคู่ต่างหันมามองหน้า ราเชนกับ ซุนจื่ออี รอฟังว่า ซูต้าจีรักษาการหัวหน้าเผ่าจะตัดสินใจอย่างไร
“ ผู้อาวุโสเห็นว่า ข้าควรทำเช่นไรดี”
“ หากท่านหญิงใหญ่เห็นแก่ความปลอดภัยของส่วนรวม ก็ควรทำตามประสงค์ของราชันหมาป่า” ผู้อาวุโสอันดับ2 เอ่ยอย่างไม่รีรอ หลายคนต่างอึกอักไม่กล้าเอ่ยอะไร
“ ทำเช่นนี้ เท่ากับว่าพวกเรากลัวพวกมันอย่างนั้นรึ?”
เสิ่นเหนียง ไม่พอใจกับสิ่งที่ผู้อาวุโสอันดับ 2 พูดออกมา
“ แล้วจะให้ทำอย่างไร กองกำลังของเรามีแค่ห้าพัน จะต้านพวกมันได้สักกี่น้ำ เสียสละชีวิตคนนอกเพียงคนเดียว ส่วนจื่ออี ก็ได้เป็นชายาของราชันหมาป่า เท่านี้ก็ไม่ต้องนองเลือดแล้ว”
“ เห็นแก่ได้ ไร้ศักดิ์ศรี ท่านเคยคิดถึงความรู้สึกของจื่ออีบ้างหรือไม่”
ทั้งหมดโต้เถียงกันสักพัก จนซูต้าจี ต้องประกาศว่า
“ ข้าเห็นด้วย ว่าควรสงบศึก ท่านหญิงใหญ่ ท่านควรจะเห็นแก่ส่วนรวมนะ”
ไม่รอคำตอบ ซูต้าจีก็สั่งให้ลูกน้องลงมือจับตัวราเชนเอาไว้
“หยุด ถูเฟยเป็นสามีของข้า ไม่ว่าใครก็ห้ามแตะต้องเขาเป็นอันขาด”
“ คิดว่า เจ้าจะปฏิเสธได้รึ?” ซูต้าจีเอ่ยอย่างใจเย็น แล้วปล่อยพลังเซียนอมตะออกมาช้าๆ สร้างความกดดันให้กับผู้คนทั้งหมด ทำให้ทุกๆ คนต้องทรุดตัวลงไปคุกเข่า แต่ จื่ออีไม่เกรงกลัว ระเบิดพลังเซียนอมตะของตนออกมาบ้าง
ทำเอาซูต้าจี ถึงกับตกใจ
“ โอ้ ที่แท้เจ้าก็....ฮ่า ฮ่า ฮ่า ข้าลืมไปเสียสนิท พลังสายฟ้าของเจ้า ถูกเจ้าถูเฟยนี่เปิดผนึกให้แล้ว แต่มันยังไม่เพียงพอหรอก”
ซูต้าจีระเบิดพลังเซียนอมตะของตนออกมาอีกครั้ง คราวนี้ พลังของนางเพิ่มมากขึ้นจนถึงขั้นเซียนอมตะระดับกลาง ทำเอา จื่ออี ถึงกับต้องลงไปคุกเข่ากับพื้น
ทันใดนั้นเอง ราเชนก็เดินดุ่ย ๆ เข้ามา ราวกับว่ากำลังเดินอยู่หลังบ้านตัวเอง ไม่สนพลังเซียนอมตะเลยแม้แต่น้อย จับแขนของจื่ออีลุกขึ้นยืนหน้าตาเฉย สร้างความตกตะลึงกับทุกๆ คน
“ เจ้าไม่ถูกพลังของข้ากดดัน เป็นไปได้ยังไง?”
“ ข้าเก่งกว่าเจ้ายังไงเล่า” ราเชนไม่ยอมบอกว่า ตนเองมีเส้นปราณเทพอยู่ในตัว ดังนั้นพลังปราณมนุษย์ทั่วๆ ไป ไม่อาจกดดันเขาได้แม้แต่น้อย
“ ไปจากที่นี่ ไปหาอาจารย์ของข้า เขาจะพาท่านกลับไปที่โลกของท่าน รีบไปซะ”
จื่ออีลุกขึ้นมายืนข้างๆ ราเชนแล้วกระซิบบอก แต่ราเชนโอบไหล่ของนางเอาไว้ แล้วเอ่ยออกไปว่า
“ ภรรยาที่รัก จะให้สามีอย่างข้า ทิ้งเจ้าไปได้ยังไง แต่ข้ามีคำถามอย่างถามทุกๆ ท่าน ว่าหัวของข้า กับหัวของลูกชายราชันหมาป่าเมาคลี หัวของใครมันจะสำคัญกว่ากันนะ”
ทุก ๆ คนได้ฟังก็แตกตื่นตกใจ โดยเฉพาะซูต้าจี กับ ซูหยิ่น ถึงกับแสดงสีหน้าตกใจกว่าใครเพื่อน
“ ท่านหมายความว่าอย่างไร” จื่ออีหันมามองหน้าราเชนอย่างตกใจเช่นกัน
“ ซูหยิ่น เจ้าคิดว่า ข้าพูดผิดหรือไม่” ราเชนจ้องหน้าซูหยิ่นที่ตอนนี้ถึงกับแตกตื่นลนลาน จนต้องถอยหลังไปหลายก้าว ซูต้าจีเห็นดังนั้น รีบเดินเข้ามาขวางหน้าซูหยิ่นเอาไว้ ราวกับจงอางหัวลูก
“ บังอาจ เจ้าพูดเพ้อเจ้ออะไร”
“ กองเลือดนี้เป็นเลือดของ เจ้าราชันหมาป่าเมาคลี ขอเพียงซูหยิ่น หยดเลือดลงมาทดสอบ หากว่ามันไม่สามารถเข้ากันได้ แสดงว่า ซูหยิ่นก็ไม่ใช่ลูกของราชันหมาป่าเมาคลี ท่านว่าจริงหรือไม่”
“ ไม่มีทาง ซูหยิ่นเป็นลูกของข้า กับ ราชันแห่งหนานไห่ ไม่ใช่ราชันหมาป่าเมาคลีเป็นอันขาด”
“ พิสูจน์ซิ” ราเชนเอ่ยสั้นๆ คราวนี้แรงกดดันตกอยู่ที่สองแม่ลูกนี้ทันที เพราะแต่ละคนก็ซุบซิบกันว่า หน้าตาของซูหยิ่นก็ดูคล้ายกับ ราชันหมาป่าเมาคลีไม่น้อย หากมีหนวดเครา ยิ่งเหมือนกันมากจริงๆ
“ การทดสอบเลือดเช่นนี้มันไม่ได้ผลเสมอไป พวกเราเคยทดสอบมาแล้วหลายครั้ง บางคนหาใช่พ่อลูกกัน แต่เลือดสามารถรวมกันได้ไม่ตกตะกอน ทางการแพทย์เราจึงเห็นว่า วิธีนี้ไม่ได้ผลอย่างสมบูรณ์ จึงถูกยกเลิกไป”
หมอที่ตรวจรักษาสามคน ต่างพยักหน้าพร้อมๆ กัน ทำเอาราเชนที่เคยดูหนังกำลังภายในมามากมาย ถึงกับงงไปในทันที เพิ่งรู้ว่า การทดสอบเลือดแบบนี้เลิกใช้กันไปตั้งนานแล้ว ซึ่งความจริงแล้ว หมอพวกนี้ก็พูดถูก มันเป็นการตรวจเลือดว่าเป็นกรุ๊ปเดียวกันหรือไม่ ไม่เหมือนการตรวจดีเอ็นเอ แบบโลกของเขา
“ ในเมื่อพิสูจน์ไม่ได้ เจ้ากล่าวหาผู้อื่นส่งเดชเช่นนี้ ข้าขอตัดสินโทษเจ้า ตัดหัวของเจ้าถูเฟย แล้วให้ซุนจื่ออีนำไปส่งมอบกับราชันหมาป่าเมาคลี ”
“ เฮ้...ใจเย็นๆ กันก่อน ข้าว่าเรื่องนี้รอให้หัวหน้าเผ่าตัดสินใจเองดีกว่า”
“ ถูเฟย เจ้าพูดบ้าอะไร หัวหน้าเผ่าตายไปแล้ว จะให้ท่านลุกขึ้นมาตัดสินใจได้อย่างไร” ผู้อาวุโสที่2 เอ่ยอย่างไม่พอใจ
“ ข้าจะชุบชีวิต ท่านหัวหน้าเผ่าขึ้นมาเอง”
เพียงคำพูดนี้ของราเชน ก็สร้างความตื่นตะลึงให้กับทุกๆ คน
“ ท่าน.. ท่านทำได้?” จื่ออีมองหน้าราเชนอย่างร้อนรน
“ ต่อให้วิญญาณหัวหน้าเผ่า ลงนรกหรือขึ้นสวรรค์ไปแล้ว ข้าก็จะพาดวงวิญญาณของท่านกลับมาให้ได้ ไว้ใจสามีของเจ้าเถอะ”
ราเชนก้าวเข้าไปที่ร่างของ ซุนไป่เทียน ที่นอนนิ่งปราศจากลมหายใจแล้ว ขณะกำลังจะใช้มือสัมผัส ก็มีฝ่ามือพุ่งเข้ามาหาเขา ราวกับสายฟ้าฟาด ราเชนแม้นจะรู้ตัว แต่ไม่มีทางหลบหลีกได้ทันแน่ เป็นฝ่ามือของ ซูต้าจีนั่นเอง
โครม !!
ราเชนถึงกับกระเด็นไปกองกับพื้น ไหล่ของเขาถึงกับหลุดออกมา
“ คิดจะถ่วงเวลาอย่างนั้นรึ? ข้าไม่มีทางเสียเวลากับเจ้าอีก ข้าจะปล่อยให้ทหารต้องมาตายเพราะเรื่องไร้สาระเช่นนี้ไม่ได้”
ราเชนถ่มเลือดลงบนพื้น ตบไหล่ที่หลุดกลับมาเข้าที่
“ เฮอะ กลัวว่าท่านหัวหน้าเผ่า จะฟื้นขึ้นมา แล้วบอกความจริงให้ทุกคนรู้ใช่ไหม ว่ายาพิษที่ท่านกินไปนั้น ใครเป็นคนทำ”
“ ยังปากดีอีก ตายเสียเถอะ”
คราวนี้จื่ออี และผู้อาวุโสตระกูลซุนออกมาขวางนางเอาไว้ แม้นจะมีพลังด้อยกว่านางครึ่งระดับ แต่ว่าพอรวมๆกัน ก็สามารถต้านทานพลังเซียนอมตะ ระดับกลางของนางได้
“ พวกท่านเชื่อไอ้กระล่อนนี้เร๊อะ?”
ผู้อาวุโสที่1 เอ่ยขึ้นมาว่า
“ ขอให้เวลาเขาเพียง 1 ก้านธูป หากทำไม่สำเร็จ พวกเราจะเป็นคนลงมือด้วยตัวเอง ขอให้ รักษาการหัวหน้าเผ่า อนุญาตด้วย”
ซูต้าจี ถึงกับอารมณ์เสีย สะบัดผ้าหมุนตัวไปนั่งบนที่นั่งของตนเอง ราเชนยิ้มให้ แล้วห้จื่ออีมาช่วยเขารักษาด้วย
ราเชนเห็นจื่ออี สีหน้ามึนงง จึงบอกว่า
“ ตอนนี้ข้าใช้พลังไอเย็นผนึกหัวใจของ พ่อตาเอาไว้ เพื่อไม่ให้พิษแล่นเข้าสู่หัวใจ
ดังนั้น ตอนนี้ข้าจะถอนพิษออกมาก่อน”
ราเชนเอ่ยจบ ก็นำเข็ม108 มังกรออกมา แล้วปักเข้าไปที่กลางอกของซุนไป่เทียน แล้วใช้ฝ่ามือปล่อยพลังปราณบริสุทธ์ของตนออกไป พิษที่กระจายอยู่ทั่วร่างกาย
ค่อยๆ ไหลมารวมอยู่ที่เข็ม ทั้ง 108 เล่ม ราเชน เข็มทั้ง 108 เล่มดูดเลือดสีดำออกมาเป็นจำนวนมาก ราเชนต้อง ทำการล้างเข็มอยู่สามรอบ จนกระทั่งพิษออกมาจนหมด เข็ม 108 มังกรขาวสะอาด
“ ข้าดูดพิษออกมาหมดแล้ว แต่อวัยวะภายในถูกทำลายไปหลายส่วน” ราเชนเอ่ยยิ้มๆ แล้วก็ใช้ฝ่ามือของตนวางลงไปที่หน้าอกของ ซุนไป่เทียน แล้วปล่อยพลังปราณบริสุทธิ์ของตนออกไป แต่ครั้งนี้ พลังปราณรักษาของเขา แทรกซึมเข้าไปในอวัยวะภายใน ซึ่งมันช่วยฟื้นฟู อวัยวะที่ถูกทำลายไปแล้วกลับฟื้นตัวขึ้นมาอย่างช้าๆ ราเชนถึงกับเหงื่อออกเป็นจำนวนมาก สีหน้าของซุนไป่เทียนก็เริ่มมีสีเลือดฝาดขึ้นมา จากเดิม ซีดเหมือนกับคนตาย
สาเหตุของพลังรักษาของราเชนสามารถทำได้เช่นนี้ ก็เป็นผลมาจาก พลังจากสังขารแห่งพระโพธิสัตว์นั่นเอง ซึ่งนอกจากเชื่อมต่อเส้นชีพจรของเขาได้แล้วยังสามารถช่วยรักษาฟื้นฟู อวัยวะที่เสียหายไป กลับคืนสู่ภาวะปกติได้ด้วย และตอนที่ราเชนรู้ว่า ซุนไป่เทียนมีอาการถูกพิษ เขาจึงได้รีบปล่อยไอเย็นไปที่หัวใจ
เพื่อให้หัวใจเต้นช้าที่สุด เหมือนกับคนตาย นั่นเอง
“ จื่ออี ปล่อยพลังสายฟ้าของเจ้ามาที่หน้าอกของพ่อเจ้า”
ราเชนจับมือของจื่ออีทั้งสองมือ วางทาบกับหน้าอกของซุนไป่เทียน
“ ท่านจะให้ข้า”
“ ใช่ ปล่อยพลังสายฟ้า ขั้นเซียน เข้าไปในร่างของพ่อเจ้า”
ราเชนออกคำสั่ง จื่ออีรีบปล่อยพลังสายฟ้า ขั้นเซียนไป 1 ครั้งทันที
เปรี้ยง !!
ซุนไป่เทียนยังไม่ฟื้น แต่สีหน้ามีเลือดฝาดมากขึ้น
“ ขั้นมหาเซียน” ราเชนออกคำสั่งอีก จื่ออีก็เพิ่มพลังสายฟ้าขั้นมหาเซียนทันที
เปรี้ยง !!!
แต่ว่า ซุนไป่เทียนยังไม่ฟื้น หน้าของซุนไป่เทียนเริ่มแดงเข้มขึ้น ผมเผ้าชี้ฟู ราวกับถูกไฟช็อต ราเชนไม่สนออกคำสั่งอีกว่า
“ ใช้ขั้นเซียนอมตะเร็ว”
จื่ออีพยักหน้า ปล่อยพลังสายฟ้าขั้นเซียนอมตะออกไปอย่างแรง
เปรี้ยง !!!
คราวนี้ผมของซุนไป่เทียน ถึงกับชี้ฟู มีควันขึ้นทั่วร่าง ใบหน้าจากแดงเริ่มเป็นดำเหมือนถูกเผาไฟ เสื้อผ้ามีรอยขาดวิ่น เหมือนคนโดนฟ้าผ่า
ควันออกจากปากของซุนไป่เทียน แต่ว่าเขายังไม่ฟื้นกลับมามีชีวิต
จนซูต้าจี เอ่ยออกมาอย่างโมโหว่า
“ พวกเจ้าบ้าไปแล้ว ไปเชื่ออะไรกับคนผู้นี้ เทพเจ้าโอสถบ้าบออะไร หลอกลวงชัดๆ”
จื่ออีน้ำตาไหลพรากมองหน้าราเชน
“ ให้ข้าใช้พลังอัสนีอีกไหม”
ราเชนส่ายหัวไม่ต้อง เพราะเขารู้แล้วว่า หัวใจของซุนไป่เทียนกำลังเต้นเร็วขึ้นอย่างช้าๆ หมอที่ยืนอยู่ด้วยสามคน ก็ต่างส่ายหัว ไม่คิดว่า ราเชนจะช่วยชุบชีวิตคนตายแล้วฟื้นขึ้นมาได้
“ 1 ก้านธูปแล้ว ท่านผู้อาวุโสทั้งหลาย รีบจัดการถูเฟยคนนี้ซะ”
ผู้อาวุโสตระกุลซุนทุกคนส่ายหัว ก้าวเดินเข้ามาหาราเชนเพื่อจะจับตัวเอาไว้
“ พวกเจ้า… คิดจะ… ทำอะไรกัน” เสียงออกมาจากปากของ ซุนไป่เทียน ที่ลืมตาขึ้นมาแล้ว ทุกๆ คนพอได้ยินเสียงนั้น ก็หันมองอย่างตื่นตะลึง พรึงเพริด.....