บทที่ 11 ไม่ใช่มีดที่ฆ่าคน
หลี่ซิงเหอนอนนิ่งจนถึงตอนค่ำ สิ่งเดียวที่ทำให้เธอกลับมาสู่ความเป็จริงคือ แม่ของเธอยังคงหิวโหยไม่ได้กินอาหารั้แ่เที่ยง
เมื่อคิดได้เช่นนั้นเธอจึงลุกขึ้นนั่ง ร่างกายที่เสียเืไปเยอะทำให้รู้สึกเวียนศีรษะเล็กน้อย เธอโงนเงนสองสามครั้งก่อนจะทรงตัวได้
"ซิงเหอ ลุกขึ้นมาทำไมล่ะ นอนพักเถอะ"
"ไม่เป็ไรค่ะ หนูจะออกไปทำอาหาร"
"ในห้องเราจะมีอะไรให้กินล่ะ เอาเถอะ ๆ บอกมาว่าลูกอยากกินอะไร แม่จะออกไปทำให้เอง"
"ไม่เป็ไรหรอกค่ะ แม่นั่งรอเฉย ๆ ก็พอ หนูจะออกไปทำเองนะคะ"
หลี่ซิงเหอมองผ้าพันแผลสีขาวบนไหล่ พลางขมวดคิ้วขึ้นก่อนจะสวมเสื้อผ้าที่เพิ่งซักไปเมื่อไม่กี่วันก่อน แล้วเดินไปที่กองฟืนตรงมุมห้อง
เธอแกล้งค้นหาบางอย่างในกองฟืน แต่ความจริงแล้ว… แล้วเธอแอบนำอาหารและผักป่าบางส่วนจากพื้นที่มิติมาซ่อนไว้หลังกองฟืน
"ซิงเหอ ไปพักเถอะ แม่จะทำอาหารเอง"
หลี่ซิงเหอไม่ฟังเสียงบอกกล่าวใด ๆ ของแม่ อาจจะเป็เพราะเธอชินแล้วจึงรีบเตรียมอาหารด้วยสีหน้าไร้อารมณ์ แม้ในตอนนี้เธอก็ยังไม่ลืมที่จะตักน้ำจากถังเก็บน้ำมาล้างผักป่าให้สะอาด
หลังจากตักโจ๊กผักให้แม่แล้ว เธอก็กลับเข้าไปนอนอีกครั้ง
หวังฟางกินอาหารได้เพียงไม่กี่คำ น้ำตาก็เริ่มคลออีกครั้ง
"ลูก อย่าเงียบแบบนี้สิ พวกเราเป็ผู้หญิงเหมือนกันแม่เข้าใจในชะตากรรมดี แต่ถ้าลูกไม่พูดอะไรเลยแบบนี้ แม่ยิ่งรู้สึกแย่เข้าไปใหญ่นะ"
เสียงสะอื้นของหวังฟางดังเข้ามาในหู เธอมองไปที่แม่ของเธอ พลางเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบเย็น "แม่คะ… เมื่อก่อนหนูเคยคิดว่าทุกอย่างล้วนมีเหตุผลของมัน การที่หนูเกิดมาก็เช่นกัน แต่ตอนนี้… หนูคิดไม่ออกแล้วค่ะว่าชะตากรรมของหนูจะเป็ยังไงต่อ แม่คะ ความอดทนไม่ใช่คุณธรรมนะ การที่ทำให้ผู้หญิงอย่างพวกเราต้องมองว่าความอดทนคือคุณธรรม มันคงเป็วิธีรักษาความเป็ระเบียบของโลกที่บิดเบี้ยวใบนี้ใช่ไหมคะ?"
เมื่อลูกสาวพูดประโยคยาว ๆ แบบนี้ออกมา หวังฟางเข้าใจแค่ว่าประโยคสุดท้ายเป็คำถาม เธอถือชามโจ๊กผักค้างไว้ ไม่รู้จะตอบอย่างไร
"แม่คะ ถ้าตอนนั้นหนูได้เรียนต่อ แล้วออกไปจากที่นี่ ชีวิตหนูก็ไม่ต้องเป็แบบนี้ใช่ไหมคะ? หนูสมควรได้ใช้ชีวิตที่ดีกว่านี้ใช่ไหมคะ?"
หวังฟางพยักหน้าอย่างเข้าใจ "อืม คุณครูบอกว่าลูกเรียนเก่งมาก ลูกยืมหนังสือมาอ่านบ่อย ๆ แต่ลูกก็รู้ว่าพ่อของลูก..." หวังฟางหยุดพูดชั่วครู่ ก้มหน้าดื่มโจ๊กคำหนึ่ง "ลูก แม่ขอโทษ ตอนนั้นแม่เห็นแก่ตัวเอง แม่กลัวว่าถ้าลูกเรียนหนังสือแล้วจะจากไปจากบ้านนี้ แล้วทิ้งให้แม่อยู่คนเดียว"
หลี่ซิงเหอได้ยินแม่พูดแบบนี้เป็ครั้งแรก การที่แม่เปิดใจยอมรับความเห็นแก่ตัวและความอ่อนแอของตัวเองแบบนี้ ทำให้เธอใจอ่อนลง
"แม่คะ มันไม่เกี่ยวกับแม่หรอก ถึงตอนนั้นแม่ให้หนูเรียน พ่อก็คงไม่ยอมอยู่ดี ไม่แน่แม่อาจโดนตีด้วยซ้ำ"
เมื่อได้ยินลูกสาวพูดแบบนั้น หวังฟางรู้สึกสบายใจขึ้นมาบ้าง ใช่ ถึงแม้เธอจะพูดอะไรไปก็ไม่มีประโยชน์สำหรับหลี่ฝู่จริง ๆ ไม่นานเธอก็ถือชามข้าวเข้าไปใกล้ลูกสาว "ไม่ว่าจะเจอปัญหาอะไรมา ต้องกินข้าวนะ" พูดจบก็ป้อนโจ๊กเข้าปากหลี่ซิงเหอทันทีโดยไม่รอฟังคำปฏิเสธ
แต่ก่อน หลี่ฝู่ขังและให้หวังฟางอดอาหาร ส่วนหลี่ซิงเหอยังออกไปทำงานได้ตามปกติ จึงแอบเอาอาหารมาให้เธอกินได้ แต่ครั้งนี้… แม่ลูกทั้งสองถูกขังด้วยกันเลยไม่มีใครมาส่งอาหารให้แล้ว ถ้าไม่ใช่เพราะหลี่ซิงเหอมีของวิเศษติดตัว คนหนึ่งที่ร่างกายอ่อนแอ กับอีกคนหนึ่งาเ็ทั้งตัวแบบนี้ อาจจะต้องอดตายอยู่ที่ห้องเก็บของนี้จริง ๆ
เวลาล่วงเลยไปสามวัน หวังฟางพึมพำขึ้นมา "หลังจากวันนั้น หยางเฉินก็ไม่ได้มาอีกเลยนะ"
"อาจจะถูกเรียกไปทำงานแล้วค่ะ" หลี่ซิงเหอพูดเสียงเบาพลางก้มหน้า
"คงจะเป็อย่างนั้น"
แผลที่ไหล่หายดีเกือบหมดแล้ว ร่างกายของเธอฟื้นตัวได้อย่างน่าทึ่ง ถึงแม้แผลกายจะหายแต่ความทรมานในใจยังคงดำเนินต่อไป
ผักป่าที่เอาไปซ่อนไว้หลังกองฟืนเมื่อวานซืนก็หมดแล้ว ตอนนี้เธอจึงเพ่งสมาธิเข้าไปดูในพื้นที่มิติ เตรียมจะแอบเอาของใหม่ออกมาเก็บไว้ข้างนอก
แต่ภาพที่เห็นตรงหน้า… ทำให้หลี่ใไม่หยุด ถึงแม้จะรู้ว่าเป็ของวิเศษ แต่ก็อดไม่ได้ที่จะต้องเบิกตากว้างอีกครั้ง
ทั่วทั้งพื้นที่มิติเขียวชอุ่มไปด้วยต้นกล้า สีเขียวอ่อนดูมีชีวิตชีวา ส่วนผักป่าต่าง ๆ ก็งอกขึ้นอย่างเป็ระเบียบ
แล้วลูกไก่กับลูกเป็ดล่ะ? เพียงแค่สามวัน พวกมันกลับกลายเป็ไก่และเป็ดตัวโตแล้ว! หงอนของไก่ตัวผู้สองตัวแดงก่ำราวกับจะหยดเื กำลังนำฝูงไก่อย่างองอาจภายใต้พื้นที่มิตินี้
เดี๋ยวนะ! ตอนนั้นฉันเลือกมาแค่ไก่ตัวผู้หนึ่งตัวกับเป็ดตัวผู้หนึ่งตัวเท่านั้นนี่ ทำไมถึงมีไก่ตัวผู้เพิ่มมาอีกตัวล่ะ? คงเป็เพราะดูผิดไป
อ๊ะ! ไข่? เธอมองไปตรงมุมของ 'พื้นที่มิติ' มีไข่ไก่กองใหญ่และไข่เป็ดกองเล็ก วางเรียงอยู่อย่างเป็ระเบียบ!
แต่เดิมเธอคิดว่าถ้าเลี้ยงรอดได้ อีกสามเดือนถึงจะได้กินไข่ไก่ไข่เป็ด ส่วนที่เหลือก็เอาไปขายได้ แต่ไม่คิดว่าพื้นที่มิติจะให้ความประหลาดใจครั้งใหญ่อีกครั้ง! แค่สามวันเท่านั้น ลูกไก่ก็เริ่มออกไข่แล้ว?
สามวันที่ผ่านมานี้ เธอยังจมอยู่กับความรู้สึกของตัวเอง จนไม่ได้เข้ามาดูในพื้นที่มิติเลย ดังนั้น บางทีการที่ลูกไก่ลูกเป็ดโตเป็ตัวเต็มวัย อาจจะใช้เวลาไม่ถึงสามวัน? เธอมองดูไข่ที่เรียงรายเ่าั้ พลางครุ่นคิดว่าคำคาดการณ์ของเธอน่าจะเป็จริง!
ผักชีฝรั่งและผักป่าอื่น ๆ ตอนที่เอาเข้ามาก็เป็แค่ต้นกล้าเท่านั้น ตอนนี้โตจนสามารถเก็บกินได้แล้ว แต่ละแปลงแข่งกันงอกงามความสดใหม่ เรียงรายกันเป็ระเบียบ มีสีเขียวสดงดงามน่ากิน
พื้นที่มิติแห่งนี้กลายเป็์ของเธอไปแล้ว! เธอได้พบ์บนดินแล้ว! โดยความวิเศษของมันคือการเร่งการเจริญเติบโตของพืชและสัตว์ และใน่ไม่กี่วันที่ผ่านมา มันได้เปลี่ยนแปลงแสงสว่างจ้ากลายเป็แสงเหลืองอ่อนที่อบอุ่น ไม่แตกต่างจากแสงธรรมชาติภายนอก หลี่ซิงเหอถึงกับสงสัยว่า… บางทีมันอาจซ่อนดวงอาทิตย์เอาไว้ และในอนาคตอาจมีท้องฟ้าสีครามและเมฆขาวด้วย!
ความคิดของหลี่ซิงเหอล่องลอยอยู่ในพื้นมิติอยู่นาน เธอยังไม่อยากออกไปจากที่นี่ สายตาเธอจดจ่อไปยังไก่และเป็ดที่กินอาหารกันอย่างเอร็ดอร่อย ไม่นานนักเธอก็ได้เห็นกับตาว่าไก่ตัวหนึ่งออกไข่ใหม่อีกฟอง!
์ที่แท้จริงเป็แบบนี้นี่เอง! ขอบคุณพื้นที่มิตินี้ที่ปลอบประโลมจิตใจเธออย่างอ่อนโยน
"ไม่ว่าโลกภายนอกจะโหดร้ายกับฉันอย่างไร แต่พื้นที่มิตินี้เป็ของฉัน ถ้าฉันอยู่ที่นี่ ฉันจะปลอดภัย"
เสียงจากนอกประตูดึงหลี่ซิงเหอกลับสู่ความเป็จริง เธอรีบไปยืนปกป้องแม่ เสียง แกรก! นั้นทำให้รู้ว่ามีคนไขกลอนแล้ว จากนั้นแสงสว่างก็ค่อย ๆ ชัดขึ้น ประตูห้องบานเล็กถูกเปิดออกทันที
หลี่ฝู่ที่เดินเข้ามากวาดตามองพวกเธอ เห็นว่าหวังฟางยังมีสีหน้าดี ไม่ได้อดตายหรือเป็อะไร "ชิ!" เขาเพียงแค่ส่งเสียงแค่นั้น
"นอนพักมาหลายวันก็พอใจแล้ว ทีนี้ก็ออกมาทำงาน ถึงเวลาปลูกผักแล้ว! เร็วเข้า ทำอาหารเสร็จก็ไปซื้อต้นกล้าด้วย ร้านสหกรณ์มีต้นกล้าเข้ามาใหม่" ่นี้หลี่ฝู่กับหลี่เฉิงเฉวียนทำอาหารกันเอง พวกเขารู้สึกว่ามันยุ่งยากมาก แต่ก็ต้องกัดฟันกินอาหารที่ใช้ไม่ได้เลยตั้งสามวัน! ท้ายที่สุดต้องยอมแพ้แล้วมาไขกลอนเรียกหลี่ซิงเหอออกไป
ตัวถ่วงคนเก่าไม่ได้อดตาย อีกทั้งตัวเองต้องทำอาหารไร้รสชาติตั้งหลายวัน เมื่อคิดเช่นนั้นหลี่ฝู่ก็กลับห้องตัวเองด้วยความไม่พอใจ
"ลูกสาว ตอนนี้ไหล่ของลูกยังทำงานไม่ได้นะ ถ้าไม่ใช่เพราะต้องซื้อต้นกล้าไปปลูก เขาก็คงขังพวกเราต่อไปอีกนาน ลูกจะพักก่อนก็ได้นะ" หวังฟางพูดด้วยความกังวล
"ไม่เป็ไรหรอกค่ะ แม่ไม่ต้องเป็ห่วงนะ" เธอพูดพลางจัดผมให้เรียบร้อย แล้วลุกเดินออกห้องไป การได้ออกไปทำงานเป็เื่ดี เพราะเธอจะได้เพิ่มของใหม่ ๆ ให้กับพื้นที่มิติของตัวเอง!