King of world ราชันแห่งพิภพ

    เปลี่ยนมือ

    ทั้งสามสนทนากันเป็นเวลานานภายในโลกมิติ ซึ่งหัวข้อในการพูดคุยย่อมไม่พ้นอาการบาดเจ็บของไออ้อน
    กำหนดเส้นตายคือ 1 ปี!
    “แล้วเตาหลอมที่ว่านั่นอยู่ไหน!”วาสถามเสียงเรียบแต่แฝงไว้ด้วยความลนลาน
    ผู้เฒ่าเวนก้าเงียบเสียงไป แต่ภายในเต็มไปด้วยอารมณ์บางอย่างที่เอ่อล้นออกมา
    ‘นี่มัน....จิตสังหาร!’ในฐานะที่เป็นคนคลุกคลีอยู่กับความเป็นความตายมากว่าครึ่งชีวิต วาสจึงเป็นคนที่มีประสาทสัมผัสไวต่อจิตสังหารเป็นอย่างมาก
    และกลิ่นอายที่แผ่ออกมาจากผู้เฒ่าเวนก้าเป็นจิตสังหารไม่ผิดแน่
    ทว่าจิตสังหารของแต่ละคนไม่เหมือนกัน จิตสังหารเป็นพลังไร้สภาพที่กลั่นกรองออกมาจากสภาวะของจิตใจที่เต็มไปด้วยความลึกลับ
    จิตสังหารของวาสนั้นเต็มไปด้วยความเย็นชาและเจตนาสังหารที่เปี่ยมล้น
    แต่จิตสังหารผู้เฒ่าเวนก้านั้นมีทั้งความหดหู่และความอาฆาตแค้น
    ผู้เฒ่าเวนก้ารู้ตัวว่าเผลอไป จึงสงบสติอารมณ์แล้วกล่าวเสียงแหบแห้งว่า
    “ตอนนี้เตาหลอมจักรวาล...อยู่ในมือของเผ่าพันธุ์ศัตรูที่ทำลายเผ่าพันธุ์วีดของข้า....”
    “นี่มัน....”วาสหรี่ตาลง เรื่องราวมันชักเริ่มจะซับซ้อนขึ้นทุกที
    ดวงตาสีดำกรอกไปมาใช้ความคิดอยู่ชั่วครู่หนึ่งก่อนจะตัดสินใจเด็ดขาด
    “ดี!...ถ้าอย่างนั้นเรื่องจะได้ง่ายขึ้น ผมจะเดินทางไปล้างบางพวกมันล้างแค้นให้เผ่าพันธุ์วีดและนำเตาหลอมจักรวาลกลับมาเพื่อปรุงยารักษาตาแก่ไออ้อน”
    อย่างไรก็ตาม ผู้เฒ่าเวนก้ากลับส่ายหน้า
    “ท่านไม่สามารถทำเช่นนั้นได้.....เผ่าพันธุ์ศัตรูของพวกข้าเป็นเผ่าพันธุ์ระดับ8!”
    ใบหน้าวาสเต็มไปด้วยความตื่นตระหนก กระทั่งไออ้อนที่นั่งฟังอย่างสงบมาตลอดก็มีสีหน้าตึงเครียดขึ้นมา
    เผ่าพันธุ์ระดับ 8 !
    เผ่าพันธุ์ที่มีนักรบกลายพันธุ์ขั้นที่ 2 มากกว่าหรือเท่ากับ 10 คนขึ้นไป!
    แค่นักรบกลายพันธุ์ขั้นที่ 2 เพียงคนเดียววาสยังไม่มีปัญญาต่อกรเสียด้วยซ้ำ นับประสาอะไรกับนักรบกลายพันธุ์ขั้นที่ 2 จำนวนกว่า 10 คน
    ตลอดเวลาที่ได้รับฟังเกี่ยวกับอาการบาดเจ็บของตน สีหน้าไออ้อนแทบไม่เปลี่ยนแปลงเลยสักนิดราวกับเรื่องราวที่สนทนากันไม่ใช่เรื่องของเขา
    ไออ้อนเบือนหน้าไปมองผิวน้ำในทะเลสาบที่นิ่งสงบ ก่อนจะเอ่ยขึ้นเบาๆว่า“ปลากินเหยื่อแล้ว”ว่าแล้วคนแคระชราก็เดินอาดๆเข้าไปยกเบ็ดที่ตั้งอยู่ขึ้น
    ผิวน้ำแตกกระจายออก ปลาตัวใหญ่พ่วงพีทะยานขึ้นสูง
    “ฮ่าๆๆ ตัวใหญ่ซะด้วย!”ไออ้ออนหัวเราะขึ้นเสียงดัง ทำเอาบรรยากาศตึงเครียดหายวับไปในทันที วาสหน้ายู่ตะคอกด้วยความหงุดหงิดว่า “มันใช่เวลาไหมตาแก่!” ท่าทางไออ้อนไม่ยี่หระ เพียงแค่เหยียดยิ้มออกมาแล้วเอ่ยขึ้นมาว่า “เรื่องนั้นไปถึงไหนแล้ว”
    “เรื่อง?”วาสทวนคำ ตะขอเหล็กถูกถอนออก หยดเลือดสาดกระเซ็นหยดลงพื้นตามด้วยแรงสั่นสะเทือนจากการดิ้นพล่านของปลาใหญ่แต่ด้วยการอยู่ใต้การจับกุมของมือทรงพลังทำให้มันหนีไปไหนไม่ได้ “เจตจำนง” คำพูดของไออ้อนทำให้วาสนึกขึ้นได้ ทำให้วาสคว้าบางอย่างออกจากนาฬิกามิติมาโดยไม่รู้ตัว เพียงสิ่งนั้นปรากฏออกมาท้องฟ้าภายในโลกมิติที่เคยกระจ่างใสก็หม่นหมองลง ใบไม้เขียวชอุ่มเหี่ยวเฉา กระทั่งปลาที่ดิ้นรนอยู่ก็สงบนิ่งลงดวงตาเต็มไปด้วยความหมองมัว ปีกแห้งกรังหุ้มกระดูกในตู้กระจกเต็มไปด้วยกลิ่นอายแห่งการล่มสลาย ดวงตาไออ้อนเจิดจ้า กล่าวเสียงเข้มว่า “เป็นเจตจำนงไม่ผิดแน่!” “ใช่! มันคือปีกราชาเอลไฮม์ เจตจำนงแห่งการล่มสลาย!” ไออ้อนยกขึ้นลูบกระจกที่เรียบเนียน เพียงสัมผัสกระจกฝ่ามือที่หยาบหนาก็คล้ายถูกกัดกร่อนจนไออ้อนต้องรีบชักมือออกมา “ดี!ดี!...ได้มาหนึ่งชิ้นก็ยังดี!”ไออ้อนพึมพำเสียงแผ่ว ใบหน้าแก่ชราคล้ายมีความโล่งใจขึ้นส่วนหนึ่ง คนแคระชราเบือนหน้าหันมามองที่วาส แล้วพูดด้วยความจริงจังว่า “อย่าคิดจะไปเอาเตาหลอมนั่นตอนนี้ จงรอจนกว่าตอนที่เจ้าพร้อม!” “จะบ้าหรือไง! จนกว่าฉันจะพร้อมคุณก็ตายไปแล้วพอดี!”วาสตวาดก้อง ทว่าไออ้อนกลับจ้องตาวาสอย่างเยือกเย็น ฟุ่บ! ร่างไออ้อนหายไปในชั่วพริบตาไปโผล่ที่หน้าวาส พร้อมกับส่งกำปั้นเข้าใส่หน้าท้องของวาสอย่างดุดัน วาสที่ไม่ทันตั้งตัวสะดุ้งเฮือกแต่ว่าสายไปเสียแล้ว ปัง! อุ๊ก! วาสพ่นเลือดออกมาคำโต หน้าท้องยุบเป็นรอยหมัด ร่างพุ่งถลาดีดสะท้อนไปบนผิวทะเลสาบเด้งไปเป็นทางยาวบนผิวทะเลสาบราวกับก้อนหินที่ถูกโยน
    “อะไรวะเนี่ย!”วาสคำรามออกมาดังลั่น ขณะจะตั้งตัวไออ้อนก็พุ่งกระโจนออกมาจากชายฝั่งแล้วส่งลูกเตะเข้าที่สีข้างของวาสเต็มๆ
    ปัง!
    วาสตัวงอเป็นกุ้งแถมจุกจนหน้าเขียว ทำให้อดด่าไออ้อนออกมาในใจไม่ได้ว่า
    ‘ตาแก่บัดซบเอ๊ย!’ ร่างของวาสพุ่งทะยานจนไปกระแทกที่อีกฝั่งของทะเลสาบ ขณะที่กำลังโงหัวขึ้นมา สิ่งเดียวที่วาสมองเห็นคือสีดำสนิท ตูมมมม! ศีรษะของวาสจมลึกลงเข้าไปในดินด้วยการย่ำลงของฝ่าเท้าไออ้อน ภายในหัวของวาสหมุนคว้าง สมองสั่นสะเทือนสับสนจนทำอะไรไม่ถูก แต่หูของเขาได้ยินเสียงของไออ้อนลอยมาว่า "นี่คือพลังของนักรบกลายพันธุ์ระดับ 2 ! และข้าเป็นแค่นักรบกลายพันธุ์ระดับ 2 แก่ๆคนหนึ่งเท่านั้น! แต่ก็สามารถล้มเจ้าได้ง่ายๆ แล้วเจ้าคิดว่าจะเอาพลังที่ไหนไปต่อกรกับนักรบกลายพันธุ์ขั้นที่ 2 นับสิบกันละเจ้าหนู!"
    ไออ้อนใส่แรงเข้าไปอีก เท้าทรงพลังบดขยี้ที่ศีรษะวาสอย่างไร้ปราณีทำให้ศีรษะวาสจมลึกเข้าไปอีก

    วาสพูดพร่ำในลำคอออกมาไม่เป็นภาษา ซึ่งส่วนมากล้วนเป็นคำด่า วาสกัดฟันกรอดเค้นเสียงออกมาว่า "แต่ถ้าเราร่วมมือกันมันจะต้องมีทางสำเร็จแน่!" ไออ้อนถอนหายใจยาวเหยียด เอ่ยอย่างมีประสบการณ์ว่า "แต่ถ้าไม่สำเร็จ ไม่ข้าก็เจ้า หรือไม่ก็เราทั้งคู่ก็จะต้องตาย!"ไออ้อนเว้นระยะครู่หนึ่งแล้วเอ่ยต่อเสียงเรียบว่า "ดังนั้นแทนที่ข้าจะต้องเอาชีวิตไปเสี่ยงกับเรื่องที่ไม่มีทางสำเร็จ ทำไมข้าถึงไม่เอาเวลา 1 ปีสุดท้ายที่เหลือของชีวิตข้าไปใช้ร่วมกับครอบครัวละ..." ไม่มีเสียงตอบรับกลับมา จริงอย่างที่ไออ้อนว่า แผนที่จะไปชิงเตาหลอมจักรวาลกลับมาแทบไม่มีโอกาสสำเร็จอยู่เลย และวาสก็ไม่กล้าบอกให้ไออ้อนเอาชีวิตไปเสี่ยงกับเขาด้วย ฝ่าเท้าค่อยๆถูกถอนออกช้าๆ เผยให้เห็นใบหน้าของวาสที่มีรอยแดงรูปรอยเท้าอยู่ ไออ้อนพูดเสียงอ่อนว่า
    "ส่งข้ากลับเถอะ ข้าอยากไปเจอหน้าครอบครัว" สายตาวาสเหม่อมองท้องฟ้าอย่างเลื่อนลอยราวกับไม่ได้ยินไออ้อนพูด แต่มือของเขากำลังเกร็งแน่นจนเล็บจิกเข้าไปในเนื้อจนเลือดไหล วาสมองแผ่นหลังของไออ้อนที่เดินออกจากมิติไปพร้อมกับเจตจำนง สีหน้าเขามืดทะมึนเขาอดสบถดังๆออกมาไม่ได้ว่า "แม่ง!"
    มันเป็นอีกครั้งแล้วที่วาสรู้สึกเกลียดชังความอ่อนแอของตัวเอง

    เมื่อแผ่นหลังไออ้อนจากไป วาสก็ยืนครุ่นคิดอยู่นานจนตะวันลับฟ้า ก่อนที่จะเอ่ยขึ้นมาอย่างจริงจังว่า "ผู้เฒ่าเวนก้า บอกข้อมูลเกี่ยวกับเผ่าพันธุ์ศัตรูของพวกคุณมา!"




    ห่างไปไม่ไกลจากอดีตถิ่นฐานของเผ่าพันธุ์มนุษย์คืออาณาเขตที่เต็มไปด้วยเทือกเขาสลับซับซ้อน และในจำนวนเทือกเขาเหล่านั้น มีภูเขาขนาดมหึมาลูกหนึ่งที่มีตั้งตระหง่าน
    ภูเขาค้อนทอง ดินแดนแห่งเหล่าคนแคระ!
    ภายในภูเขาค้อนทอง มีกองทัพจำนวนหลายแสนคนยืนกระจายกันอยู่จนคับคั่งแต่ละคนกำลังรื้อค้นทุกสิ่งของทุกสิ่งปลูกสร้างเพื่อค้นหาบางอย่าง

    และแน่นอนสิ่งที่พวกเขาค้นหาอยู่ก็คือ...
    คนแคระ!
    น่าเสียดายที่พวกเขาจะต้องผิดหวัง เพราะดินแดนแห่งนี้ไม่มีคนแคระหลงเหลืออีกแล้ว
    “หึ! พวกมันหนีไปแล้ว รวมถึงพวกมนุษย์เกือบทั้งหมดด้วย”ท่ามกลางการทำงานของกองทัพมีชายผู้หนึ่งกำลังบ่นออกมาอย่างหัวเสีย ที่ใต้เท้าของเขามีมนุษย์ที่ถูกจับมาราวๆ 10 คนกำลังหมอบอยู่กับพื้นราวกับโดนพลังบางอย่างสะกดไว้
    และนอกจากมนุษย์เหล่านี้ก็ยังมีมนุษย์อีกหลายคนที่ถูกจับไป พวกเขาทั้งหมดได้ถูกส่งไปยังสถานที่ต่างๆเพื่อใช้เป็นแรงงานทาส
    และผู้ที่เอื้อนเอ่ยเมื่อครู่นี้ก็คือกีชา ผู้ที่เคยทำลายเผ่าพันธุ์มนุษย์และทำร้ายไออ้อนจนบาดเจ็บสาหัส
    ปัจจุบันนี้สภาพของกีชาก็ไม่ได้ดีกว่าไออ้อนเท่าไหร่นัก รัศมีพลังที่แผ่ออกมาอ่อนแอกว่าเดิมมากโข ราวกับไม่ใช่นักรบกลายพันธุ์ขั้นที่ 2
    รูโหว่ที่กลางอกถูกทดแทนด้วยเนื้อของสิ่งมีชีวิตบางอย่างที่ถูกนำมาผ่าตัดเพื่อเติมเต็มส่วนที่หายไป
    แค่กๆ!
    กีชาไอออกมาอย่างรุนแรง ฝ่ามือที่ปิดปากไว้มีคราบเลือดติดอยู่ ทรวงอกยุบขึ้นลงไม่เป็นจังหวะสม่ำเสมอทำให้ลมหายใจของเขาติด
    ที่ด้านข้างมีดวงตาสีเขียวที่แอบเหลือบมองกีชาอยู่ ดวงตานั้นไม่ได้มีความยินดียินร้ายกับการบาดเจ็บของกีชาเสียเท่าไหร่
    เขาคือราชานิมป์ที่เป็นผู้ตัดสินใจถอนตัวออกจากการเป็นพันธมิตรเผ่าพันธุ์มนุษย์และเผ่าพันธุ์คนแคระ
    กีชาไออย่างรุนแรงติดต่อกันเป็นเวลานานกว่าหยุดลงด้วยสีหน้าไม่สู้ดีนัก และด้วยความหงุดหงิดจึงบันดาลโทสะด้วยการอาละวาดเตะมนุษย์นับสิบที่ใต้เท้าให้ตายคาที่
    สำหรับทาสมนุษย์พวกนี้เป็นได้เพียงแค่เครื่องระบายอารมณ์ของเขาเท่านั้น
    ‘เขาอ่อนแอลงมากหลังจากสู้กับไออ้อน’ราชานิมป์คิดในใจอย่างเงียบเชียบโดยไม่เผยอะไรออกมาทางสีหน้า
    หลังจากทรยศพันธมิตร เผ่าพันธุ์นิมป์ก็ได้รับการแนะนำโดยกีชาต่อเผ่าพันธุ์ดัลทาเลียน ซึ่งเผ่าพันธุ์ดัลทาเลียนก็ได้ยอมรับการสวามิภักดิ์ของเผ่าพันธุ์นิมป์
    เพียงแต่อำนาจที่เผ่าพันธุ์นิมป์นั้นต่ำมาก อีกทั้งเขายังต้องอยู่ใต้เผ่าพันธุ์ของกีชาทั้งที่เป็นเผ่าพันธุ์ระดับใกล้เคียงกัน ซึ่งทำให้ราชานิมป์ไม่พอใจเป็นอย่างมาก
    แต่สิ่งเดียวที่เขาทำได้ก็คืออดทนเท่านั้น!
    “อย่างน้อยการมาครั้งนี้ก็ไม่ได้แย่ไปสักเท่าไหร่นัก”ราชานิมป์ คำพูดนี้คล้ายเป็นการพูดปลอบใจกีชา
    กีชาที่ได้ยินเช่นนั้นก็พยักหน้าเห็นด้วยคลายจากอาการหงุดหงิดไปได้บางส่วน สายตาที่มองไปข้างหน้าลุกโชนไปด้วยความรู้สึกบางอย่าง
    “ไม่แปลกใจที่ครั้งนั้นเป็นเผ่าพันธุ์ข้าที่เป็นฝ่ายพ่ายแพ้ สาเหตุก็เป็นเพราะเจ้าพวกคนแคระโสโครกพวกนั้นมันครอบครองสิ่งนี้อยู่!”
    สิ่งที่อยู่ตรงหน้าของทั้งคู่คือวัตถุรูปร่างประหลาดที่คล้ายดวงตายักษ์สีน้ำตาลเรืองแสงเป็นระยะๆราวกับชักชวนผู้คนให้มาสัมผัสมัน
    มหาดวงธาตุดิน!