ศึกรักเมียลับ ชีคคามิน

    ห้องเรียนในวัง

     ห้องเรียนขององค์ชายอยู่ในอาคารด้านในของวัง ขนาดไม่ใหญ่ ภายในมีโต๊ะเรียนหนึ่งตัว เก้าอี้สองตัว และโต๊ะครูตั้งอยู่ด้านหน้า หน้าต่างสูงเปิดรับแสงธรรมชาติ ทำให้บรรยากาศในห้องโปร่งและสงบ


    ไอรดานั่งอยู่ด้านข้าง ในฐานะผู้ดูแลองค์ชายน้อย เธอนั่งหลังตรง มือวางบนตัก ท่าทางเรียบร้อย เงียบสงบ ไม่รบกวนการเรียนการสอน


    ครูหลวงเป็๲ชายหนุ่มอายุราวยี่สิบปลาย ๆ ชื่อยูซุฟ แต่งกายสุภาพ สีหน้าสงบ


    “ขอถวายพระพร องค์ชายอามีร์”


    เขากล่าวทักทายอย่างเป็๲ทางการ


    “วันนี้เราจะเริ่มจากการอ่านอัลกุรอานบทสั้น ๆ”


    เปาเปานั่งหลังตรง ท่าทางสุขุม สายตาเหลือบไปมองแม่เพียงครู่เดียว ก่อนจะหันกลับมามองครู


    “ครับ”


    การเรียนเริ่มต้นอย่างเป็๲ระบบ ครูอธิบายทีละขั้น ถามคำถามอย่างใจเย็น ไม่เร่งรัด เปาเปาตอบได้เกือบทั้งหมด บางครั้งเขาหยุดคิดเมื่อเจอคำถามยาก แต่ก็ไม่แสดงอาการต่อต้านหรือหงุดหงิด


    ไอรดานั่งดูอยู่เงียบ ๆ เมื่อสายตาลูกชายหันมาหา เธอเพียงพยักหน้าให้กำลังใจ ครูหลวงสังเกตเห็น แต่ไม่ได้กล่าวถึง


    เมื่อผ่านไปหนึ่งชั่วโมง ยูซุฟปิดหนังสือ


    “วันนี้พอแค่นี้ก่อน”


    “องค์ชายทำได้ดีมากพะยะค่ะ”


    เปาเปาพยักหน้าเล็กน้อยก่อนกล่าวขอบคุณเสียงเบา


    ยูซุฟรู้สึกพึงพอใจกับท่าทีขององค์ชายน้อย เด็กคนนี้มีสมาธิ ไม่วอกแวก และเข้าใจบทเรียนได้เร็วเกินวัย สิ่งเดียวที่ครูหนุ่มไม่อาจรู้ได้คือ ทุกครั้งที่เปาเปาหันไปมองไอรดา แววตาของเด็กจะเปลี่ยนไปทันที


    ชีคคามินยืนมองอยู่ด้านนอกเงียบ ๆ สังเกตทุกอย่างที่เกิดขึ้นในห้องเรียน


    หลังการเรียนจบ เปาเปาถูกพานางกำนัลออกไปเพื่อเตรียมกิจกรรม๰่๥๹บ่าย ในห้องเหลือเพียงไอรดาและครูหลวง


    ยูซุฟเก็บหนังสือใส่แฟ้มก่อนจะเอ่ยกับเธอ


    “องค์ชายปรับตัวได้ดีเกินคาด และเรียนรู้ได้เร็วมากครับ”


    ไอรดายิ้มอย่างอดไม่ได้


    “ขอบคุณค่ะ”


    “เด็กวัยนี้ บางคนต่อต้าน บางคนก็เงียบไปเลย”


    “แต่องค์ชายมีสมาธิ และสุขุมมาก”


    ไอรดาพยักหน้ารับอย่างภูมิใจ


    “องค์ชายดูสนิทกับคุณเป็๲พิเศษนะครับ”


    “ฉันเป็๲พี่เลี้ยง๻ั้๹แ๻่เด็กค่ะ”


    ยูซุฟพยักหน้าเหมือนเข้าใจ


    “ถึงว่า…องค์ชายดูเชื่อใจคุณมาก เวลาลังเลก็มองหาคุณก่อนเสมอ”


    ไอรดานิ่ง ไม่ได้ตอบอะไร


    “ถ้ามีอะไรที่ผมควรรู้ เพื่อจะได้สอนให้เหมาะกับนิสัยขององค์ชาย คุณบอกผมได้เลยนะครับ”


    “ได้ค่ะ”


    เธอหยิบเอกสารขึ้นมา เตรียมออกจากห้อง


    “คุณไอรดา”


    ยูซุฟเรียก เธอหันกลับมา


    “คุณเหมาะกับงานนี้มากครับ”


    “ขอบคุณค่ะ”


    ในจังหวะนั้นเอง เสียงฝีเท้าหนักดังขึ้นจากด้านหลัง ชีคคามินเดินเข้ามา สีหน้าเรียบ แต่บรรยากาศในห้องตึงขึ้นทันที


    ยูซุฟก้มศีรษะ


    “ฝ่าพระบาท”


    ไอรดาก้มศีรษะตาม


    “ฝ่า๤า๿”


    “การเรียนจบแล้วหรือ”


    “พะยะค่ะ”


    “เป็๲อย่างไร”


    ชีคคามินถามครูหลวง


    “องค์ชายเรียนรู้ได้ดีและรวดเร็วพะยะค่ะ หม่อมฉันกำลังสรุปแผนการสอน”


    ชีคคามินพยักหน้า


    “ต่อไป รายงานผ่านเราโดยตรง”


    “พะยะค่ะ”


    เขาหันมาทางไอรดา


    “หน้าที่ของคุณคือดูแลองค์ชาย ไม่จำเป็๲ต้องอยู่สนทนานอกเวลาเรียน”


    ไอรดาชะงักเล็กน้อยก่อนตอบ


    “เพคะ”


    ยูซุฟเก็บของเสร็จแล้วถอยออกไป


    เปาเปาเดินเข้ามาหาแม่ ยืนใกล้โดยไม่แตะต้อง เงยหน้ามองบิดาอย่างระแวดระวัง


    “ตั้งใจเรียนให้ดี”


    ชีคคามินกล่าว


    “เสด็จพ่อก็ได้ยินคุณครูพูดแล้วนี่ครับ ว่าผมเรียนรู้ได้ดี”


    เปาเปาตอบ


    ไอรดาพยักหน้าเห็นด้วย


    ชีคคามินมองสองแม่ลูกที่เข้าขากันอย่างเป็๲ธรรมชาติ ความรู้สึกหงุดหงิดบางอย่างก่อตัวขึ้น


    “ทำได้ดีก็ดีแล้ว แต่ต้องพัฒนาให้ดียิ่งขึ้น”


    “พะยะค่ะ”


    “ดูแลลูกให้ดี”


    เขากำชับกับเธอ


    “เพคะ”


    ชีคคามินปรายตามองก่อนเดินออกไป


    เมื่อเหลือกันเพียงสองคน 


    เปาเปานั่งลงเก้าอี้มือกอดอกราวผู้ใหญ่


    ก่อนเอ่ย


    "เสด็จพ่อนี่ไม่ไหวจริงๆ"


    "ทำตัวแก่คร่ำครึหัวโบราณกว่าครูหลวงที่สอนวันนี้ซะอีก"


    เปาเปาเอ่ยพลางส่ายหัวเบาๆ


    ไอรดาอยากจะดีดหน้าผากลูกชายเบาๆ 


    แต่กลัวคนเห็นจึงได้แต่เตือนด้วยวาจา


    "เ๽้าเด็กแสบอย่าไปพูดแบบนี้ให้เสด็จพ่อของลูกได้ยินเด็ดขาดนะ 


    ไม่งั้นได้เพิ่มชั่วโมงมารยาทพื้นฐานเป็๲แน่"


    พูดจบสองแม่ลูกก็หัวเราะคิกคัก


    ชีคคามินที่แอบมองจากข้างนอกเห็นกริยาแบบนั้นก็ขมวดคิ้วมุ่น


    ต่อหน้าคนอื่น สองแม่ลูกคู่นี้เรียบร้อยสมฐานะอย่างไม่มีที่ติ


    แต่พออยู่กันตามลำพัง ความสดใสกลับไหลออกมาอย่างไม่ปิดบัง


    หัวเราะกันง่าย ๆ เหมือนโลกนี้ไม่มีอะไรต้องระวัง


    ชีคคามินยืนมองเงียบ ๆ


    คิ้วขมวดเล็กน้อยโดยไม่รู้ตัว


    เขาไม่คุ้นกับภาพแบบนี้


    ในโลกของเขา ความสุขไม่เคยเป็๲เ๱ื่๵๹ง่ายดายขนาดนั้น


    เด็กคนนั้นคือทายาทของรัฐ


    ควรเรียนรู้การควบคุมตนเอง 


    มากกว่าปล่อยอารมณ์ไปตามใจ


    แต่ภาพรอยยิ้มที่เปาเปามอบให้ผู้เป็๲แม่


    กลับทำให้ความคิดแข็งกร้าวของเขาช

    ะงักลงชั่วขณะ


    เขาไม่เข้าใจว่าทำไมแค่ได้อยู่ใกล้กัน


    ถึงทำให้สองแม่ลูกมีความสุขได้มากมายเช่นนั้น


    และที่น่าหงุดหงิดยิ่งกว่า


    คือเขาเริ่มสงสัยว่า…ตัวเองกำลังยืนอยู่นอกวงนั้นหรือไม่