หนูน้อยผู้เป็นที่รัก แท้จริงแล้วเป็นธิดาแห่งนรก!

    บทที่ 40 ถึงคราวที่เขาจะได้สร้างชื่อเสียที (รีไรต์)

    บทที่ 40 ถึงคราวที่เขาจะได้สร้างชื่อเสียที (รีไรต์)


    ไฉ่ซื่อจำต้องรั้งอยู่เพื่อดูแลแม่เฒ่าหลี่ และช่วยเสาะหาท่านหมอมาช่วยรักษาบาดแผลให้นาง ส่วนเอ้อร์เป่านั้นร่างกายอ่อนแอ ไม่เหมาะแก่การบุกป่าฝ่าดง


    สุดท้ายจึงตกลงให้ต้าเป่าที่วิ่งเร็วที่สุด ซานเป่า และเจ้าก้อนแป้งน้อยผู้รับหน้าที่นำทาง เป็นกลุ่มผู้ออกเดินทางในครั้งนี้ พ่วงด้วยหวังเทียนโกวผู้คอยตามติดเป็นเงาตามตัว


    คณะเดินทางชุดเดิมทั้งสี่ชีวิตมุ่งหน้าเข้าสู่พงไพรเพื่อตามหาลูกหมาน้อย ครั้นเข้าสู่ป่าลึก พวกเขากลับพบว่าที่ที่เหล่าเฮยคลอดลูกไม่ได้อยู่ชายป่า ทว่ากลับเป็นป่าลึกเข้าไปด้านใน 


    ต้าเป่าอุ้มน้องสาวเดินลัดเลาะอยู่นาน จวบจนเวลาล่วงเลยเข้าสู่ช่วงบ่ายคล้อย จึงได้พบจุดหมาย


    ยังดีที่ก่อนเข้าป่าพวกเขาได้เตรียมตัวมาพร้อมสรรพ โดยพกวอโถวติดตัวมาด้วย ระหว่างทางก็หยิบขึ้นมาเคี้ยวกล้ำกลืนลงคอพอให้ประทังหิว


    "เหล่าเฮยช่างลำบากนัก ทุกวันต้องดั้นด้นมาไกลถึงเพียงนี้เพื่อหาอาหาร" ต้าเป่าทอดถอนใจ


    ก็จริงดังว่า หากเป็นชายป่ารอบนอกย่อมไม่สามารถหาสิ่งใดได้  มีเพียงต้องรุกล้ำเข้าสู่ป่าลึกเท่านั้น


    เจ้าก้อนแป้งน้อยเดินตามดวงวิญญาณของเหล่าเฮย จนพาให้ทุกคนมาหยุดอยู่เบื้องหน้าถ้ำเล็ก ๆ แห่งหนึ่ง


    สถานที่แห่งนี้ช่างมิดชิดลับตายิ่งนัก มีไม้พุ่มและวัชพืชขึ้นรกชัฏบดบังปากถ้ำไว้จนมิด ครั้นแหวกพงหญ้าออก จึงปรากฏปากถ้ำขนาดเล็กให้เห็น


    ถ้ำนี้ไม่กว้างใหญ่นัก ขนาดพอให้คนเพียงคนเดียวมุดเข้าออกได้ ภายในนั้นมืดมิดสนิท ไม่อาจล่วงรู้ถึงสิ่งที่อยู่ด้านใน


    เจ้าก้อนแป้งน้อยชี้มือน้อย ๆ เข้าไปข้างใน "พี่ใหญ่ เหล่าเฮยบอกว่าลูก ๆ ของมันอยู่ในนั้นเจ้าค่ะ..."


    ทุกคนหยุดฝีเท้าลงพลางพิจารณาสภาพรอบกาย


    ต้าเป่าเอ่ยด้วยความระมัดระวัง


    "ข้ากับน้องสาวจะเข้าไปดูด้านใน ซานเป่า เทียนโกว พวกเจ้าจงรออยู่ด้านนอก"


    ยามนี้ซานเป่าและหวังเทียนโกวต่างเหนื่อยล้าจนแทบสิ้นแรง ด้วยความที่เป็นเด็กน้อย พละกำลังจึงจำกัดนัก การเร่งเดินทางไม่หยุดหย่อนทำให้ทั้งคู่เหงื่อโทรมกาย หอบหายใจอย่างหนักหน่วง


    ส่วนต้าเป่านั้นเติบโตเป็นเด็กหนุ่มแล้ว ขาแข้งยาวปราดเปรียว อีกทั้งคุ้นชินกับการเข้าป่าล่าสัตว์ พละกำลังจึงเหนือกว่ามากนัก แม้จะอุ้มน้องสาวปีนป่ายมาตลอดทาง ทว่าสีหน้ากลับไม่เปลี่ยนไปเลยแม้แต่น้อย


    "ตกลงพี่ใหญ่ ท่านเข้าไปดูเถิด พวกข้าขอพักเอาแรงสักครู่" ทั้งสองจะช่วยเฝ้าระวังอยู่ด้านนอก


    หากเกิดเหตุไม่คาดฝันจะได้ส่งสัญญาณเตือนได้ทันท่วงที


    เนื่องจากภายในถ้ำมีแสงสว่างน้อยนัก เพื่อความปลอดภัย ต้าเป่าจึงเก็บกิ่งไม้มาทำเป็นคบเพลิงอย่างง่าย เขาพกตะบันไฟติดตัวมาด้วย จึงจุดไฟขึ้นทันที


    เขาชูคบเพลิงส่องเข้าไปดูที่ปากถ้ำ ภายในนั้นคับแคบ ไม่มีทางแยก สภาพแห้งขรึมดูท่าทางจะไม่มีอันตราย 


    ครั้นคบเพลิงถูกส่องเข้าไป เจ้าก้อนแป้งน้อยก็ร้องเรียกด้วยความดีใจที่ปากถ้ำ "พี่ใหญ่ ข้าเห็นลูกหมาแล้วเจ้าค่ะ!"


    ไม่ทันที่ต้าเป่าจะได้ก้าวเข้าก่อน ร่างเล็ก ๆ นั้นก็มุดเข้าไปก่อนเสียแล้ว


    ต้าเป่ารีบก้าวตามไปติด ๆ 


    เสี่ยวหยวนเป่ามองเห็นกองฟางแห้งบนพื้น มีลูกหมาน้อยหลายตัวนอนนิ่งอยู่ตรงนั้น ดวงวิญญาณของเหล่าเฮยโผเข้าหาลูก ๆ พลางส่งเสียงร้องอย่างโศกเศร้า ดวงตาของมันคล้ายจะมีหยาดน้ำตาคลอเบ้า


    เจ้าก้อนแป้งน้อยอารมณ์หม่นหมองลงทันที "พี่ใหญ่...ลูกหมาแข็งตายหมดแล้วเจ้าค่ะ"


    นางแทบจะร่ำไห้ออกมา


    นางไม่ปรารถนาให้ลูกหมาตัวน้อยต้องสิ้นใจเลย


    ต้าเป่าเดินเข้าไปลูบดูที่กองฟาง มีลูกหมาทั้งหมดสามตัว ร่างกายแข็งทื่อไปเสียแล้ว สิ้นใจเพราะความหนาวเหน็บจริง ๆ แม้ที่นี่จะกำบังลมได้ ทว่าลูกหมาที่เพิ่งลืมตาดูโลกนั้นบอบบางยิ่งนัก ไม่อาจทนทานต่อความหนาวเย็นและความหิวโหยได้


    อีกทั้งยามเหล่าเฮยตั้งท้องก็มักจะขาดแคลนอาหาร ร่างกายทรุดโทรม ลูก ๆ เหล่านี้ย่อมมีภูมิต้านทานต่ำ


    "เฮ้อ! ช่างเถิด พวกเราฝังพวกมันไว้ที่นี่เถิด ให้พวกมันได้เดินทางไปพร้อมกับเหล่าเฮย จะได้มีเพื่อนร่วมทางไม่ต้องอ้างว้าง"


    ต้าเป่าเสนอความเห็น


    ในเมื่อสุดสิ้นปัญญาจะแก้ไข


     พวกเขาก็ได้แต่ทำเรื่องที่เหลืออย่างสุดความสามารถ การเร่งเดินทางมาที่นี่ ทำเอาเหล่าน้องชายด้านนอกแทบจะขาดใจตาย 


    เสี่ยวหยวนเป่าเอ่ยด้วยเสียงเศร้าสร้อย "ก็ได้เจ้าค่ะพี่ใหญ่"


    ต้าเป่าหันหลังเตรียมจะเดินออกไป เพื่อขุดหลุมฝังลูกหมา ทว่าทันใดนั้น เสี่ยวหยวนเป่ากลับเอ่ยขึ้นด้วยความตื่นเต้น 


    "พี่ใหญ่ ช้าก่อน! เหล่าเฮยบอกว่ายังมีอีกตัวหนึ่งหายไป มันบอกว่ามันตกลูกสี่ตัว ทว่าที่นี่มีเพียงสามตัว อีกตัวหนึ่งคลานหายไปที่อื่น บางทีมันอาจจะยังมีชีวิตอยู่..."


    "จริงหรือ เช่นนั้นพวกเราจงหาดูรอบ ๆ ในถ้ำนี้คงไม่มีแล้ว เพราะขนาดถ้ำเล็กเพียงเท่านี้ ออกไปหาด้านนอกเถิด"


    ทว่าในใจต้าเป่านั้นไม่ได้มีความหวังเลยว่าลูกหมาตัวที่เหลือจะมีชีวิตรอด ขนาดสามตัวที่นอนเบียดกันให้ความอบอุ่นในกองฟางยังแข็งตาย แล้วลูกหมาเพียงตัวเดียวที่คลานออกไปด้านนอกจะรอดได้อย่างไร


    เกรงว่าคงจะสิ้นใจเร็วกว่าตัวอื่นเสียด้วยซ้ำ!


    ทว่าเมื่อเห็นน้องสาวดีอกดีใจถึงเพียงนั้น เขาจึงไม่กล้าทำลายความหวังของนางในทันที ทำได้เพียงตามหาลูกหมาตัวที่สี่ให้พบเสียก่อน แล้วให้ความจริงเป็นผู้บอกนางเอง


    ซานเป่าที่อยู่ด้านนอกได้ยินบทสนทนาก็ร้องขึ้น "หา! ยังมีอีกตัวหรือ! ลูกหมาเกิดใหม่คงคลานไปได้ไม่ไกลหรอก หาดูแถวนี้ก็น่าจะพบ"


    ทุกคนจึงพากันกระจายกำลังค้นหาในรัศมีรอบปากถ้ำ ทว่ากลับไม่พบร่องรอยใดเลย


    "เป็นไปได้อย่างไร หรือว่ามันจะคลานไปไกลกว่านี้"


    "หรือจะเป็นเพราะมันคลานออกมา แล้วถูกสัตว์ใหญ่คาบไปกินเสียแล้ว!"


    ทุกคนต่างวิพากษ์วิจารณ์ไปต่าง ๆ นานา


    ต้าเป่าจึงเอ่ยขึ้น "ข้าจะเข้าไปหาในถ้ำอีกรอบ บางทีมันอาจจะซุกซ่อนอยู่ในมุมที่มองไม่เห็น"


    เมื่อครู่แสงไฟริบหรี่นัก เขาจึงไม่ได้พินิจดูอย่างละเอียด เห็นเพียงถ้ำเล็กจ้อย หามีสิ่งใดกำบังตา จึงนึกว่ามองปราดเดียวก็ทั่วถึง


    เขาจุดคบเพลิงขึ้นใหม่ แล้วก้าวเข้าไปข้างในอีกครั้ง


    เสี่ยวหยวนเป่าเดินตามเข้าไปติด ๆ ครานี้เจ้าก้อนแป้งน้อยค้นหาอย่างละเอียดยิ่งขึ้น ดวงตากลมโตสุกใสเหลียวซ้ายแลขวาอย่างตั้งใจ ทันใดนั้น หูของนางก็ขยับ 


    "พี่ใหญ่... ข้าคล้ายจะได้ยินเสียงหยดน้ำเจ้าค่ะ"


    ต้าเป่าได้ยินเช่นนั้นก็ตั้งใจฟังตาม และดูเหมือนจะได้ยินเสียงนั้นจริง ๆ 


    "นั่นคือเสียงน้ำหยด" ในถ้ำมักจะมีน้ำซึมหยดลงมาเป็นเรื่องธรรมดา


    ด้วยเหตุนี้ เขาจึงไม่ได้ใส่ใจในคราแรก ทว่าเจ้าก้อนแป้งน้อยกลับจำแนกทิศทางได้อย่างรวดเร็ว 


    "ทางนั้นเจ้าค่ะ คล้ายจะมีรูเล็ก ๆ อยู่ตรงนั้น"


    ในมุมมืดที่ไม่ไกลนัก ปรากฏรูเล็ก ๆ อยู่รูหนึ่งจริง ๆ หากไม่สังเกตให้ดีในเงามืด ย่อมยากจะพบเห็น


    เสียงน้ำหยดดังมาจากรูนั้นเอง


    ทั้งสองเดินเข้าไปดูใกล้ ๆ 


    ต้าเป่าอุทานด้วยความฉงน "ที่นี่กลับมีบ่อน้ำพุร้อนซ่อนอยู่!"


    น้ำเบื้องล่างนั้นอุ่นจัด ยามคบเพลิงส่องไปถึงก็เห็นไอสีขาวลอยกรุ่นขึ้นมา


    บ่อน้ำพุร้อนใต้ดินนี้ไม่ได้กว้างใหญ่นัก ขนาดพอดีให้เด็กเล็ก ๆ ลงไปเล่นน้ำได้ สายน้ำไหลผ่านรูนี้ไปไม่รู้ว่ามุ่งสู่ทิศใดและลึกเพียงไหน


    "ลูกหมาจะตกลงไปในน้ำหรือไม่เจ้าคะ" เสี่ยวหยวนเป่าเอ่ยด้วยความกังวล


    ต้าเป่าคิดว่ามีความเป็นไปได้ยิ่งนัก


    ที่นี่มีความอบอุ่น หากลูกหมาสัมผัสได้ถึงไออุ่น ด้วยสัญชาตญาณการเอาตัวรอด มันอาจจะคลานมาทางนี้จนพลัดตกลงไปในบ่อน้ำพุร้อนใต้ดินจริง ๆ 


    ในตอนนั้นเอง ซานเป่าก็มุดตามเข้ามา


    "พี่ใหญ่ เสี่ยวหยวนเป่า ให้ข้าลงไปดูเถิด ข้าว่ายน้ำเป็น หากโชคดีอาจพบลูกหมาเข้า แต่ถ้าหาไม่เจอ ก็ถือเสียว่าข้าได้ลงไปแช่น้ำอุ่นเล่นสักครา"


    ต้าเป่าเห็นว่าน้ำเบื้องล่างใสสะอาด และอุณหภูมิของน้ำก็กำลังพอเหมาะ


    อีกทั้งเห็นน้องสาวชะโงกหน้าชะเง้อตาด้วยความห่วงใยในชะตากรรมของลูกหมาน้อย


    ประกอบกับความเวทนาต่อเหล่าเฮยที่ล่วงลับไป


    สุดท้าย เขาจึงยอมเชื่อมั่นในฝีมือการว่ายน้ำของซานเป่าจึงได้ตอบตกลง


    ซานเป่ารีบถอดอาภรณ์ออกอย่างว่องไว เหลือเพียงกางเกงชั้นในตัวเดียวจนร่างสั่นเทิ้มด้วยความหนาว ต้าเป่านำเชือกยาวเส้นหนึ่งมาผูกไว้ที่เอวของซานเป่า โดยกำปลายข้างหนึ่งไว้มั่นในมือ ก่อนจะปล่อยให้น้องชายลงไปในบ่อน้ำใต้ดิน


    เสี่ยวหยวนเป่าส่งเสียง "พี่สามเก่งที่สุด! พี่สามสู้ ๆ เจ้าค่ะ!"


    ซานเป่าได้ยินดังนั้นก็ฮึกเหิมยิ่งนัก ในคราวที่เผชิญกับสิ่งอัปมงคล เขาถึงกับขวัญหนีดีฝ่อจนเสียท่า ทั้งยังถูกหวังเทียนโกวทำคะแนนข้ามหน้าข้ามตาไปเสียอีก


    ครั้งนี้ถึงคราวที่เขาจะได้สร้างชื่อเสียงกู้ศักดิ์ศรีกลับคืนมาเสียที!

    คล้ายกับเรื่องหนูน้อยผู้เป็นที่รัก แท้จริงแล้วเป็นธิดาแห่งนรก! ที่คุณอ่าน