บทที่ 8 อุ้มแพะไปมีแต่จะถูกเพ่งเล็ง (รีไรต์)
คืนนั้นผ่านพ้นไปอย่างเงียบสงบ พอรุ่งเช้าตระกูลฉินก็เก็บข้าวของอย่างคล่องแคล่วและออกเดินทาง
อันที่จริงก็ไม่มีอะไรให้เก็บมากนัก เพราะทุกอย่างล้วนเป็ของที่เพิ่งหาได้ นับว่าโชคยังดีที่ไม่มีโรคระบาดเกิดขึ้น
ก่อนออกเดินทาง แม่เฒ่าฉินยืนกรานอย่างหนักแน่นว่าจะไปตามูเา ตอนแรกลูกหลานคนอื่น ๆ ยังไม่เข้าใจ แต่เมื่อเห็นแพะนมตัวอ้วนพี ทุกคนก็พากันเงียบ
อุ้มแพะไปมีแต่จะถูกเพ่งเล็ง!
ฉินเยาเยาอดชื่นชมในความเฉลียวฉลาดของท่านย่าไม่ได้จริง ๆ
ในเดือนมิถุนายนอันร้อนระอุ ตระกูลฉินเดินไปทีละก้าว หนึ่งลี้ สิบลี้ ห้าสิบลี้ พวกเขาทั้งหมดเผชิญหน้ากับความร้อนระอุและความยากลำบาก มุ่งหน้าสู่เมืองหลวงที่เต็มไปด้วยความหวังอย่างช้า ๆ
แม่เฒ่าฉินมองดูใบหน้าเล็ก ๆ แดงก่ำของหลานสาวด้วยความสงสาร จึงเอ่ยปากบอกทุกคนว่า
“หาที่ร่ม ๆ พักกันก่อนเถอะ ต้มนมแพะให้เล่อเหนียงกินสักหน่อย”
ก่อนที่ทุกคนจะทันได้ตอบรับ ลิ่งิหลานชายคนรองที่เดินนำหน้าก็ยกมือขึ้นทำท่าทางให้ทุกคนเงียบ จากนั้นก็ตั้งใจฟังเสียงรอบข้าง
ใบหน้าของคนอื่น ๆ เต็มไปด้วยความตึงเครียด ทันใดนั้น ฉินเหล่าซานก็รีบเอามือปิดปากแพะเอาไว้
แม้แต่ฉินเยาเยายังเบิกตากว้างมองพี่ชายรองของนางดวงตากลมโตอย่างสงสัย
ฉินลิ่งิมีพร์ในการได้ยิน เขามีหูที่ยอดเยี่ยม สามารถได้ยินเสียงที่คนทั่วไปไม่ได้ยิน เสียงที่อยู่ไกลหลายลี้ก็ไม่ใช่ปัญหา นับั้แ่ที่พวกเขาต้องหนีภัยออกมา ต้องขอบคุณหูของเขา พวกเขาถึงรอดพ้นจากการถูกพวกหนานหมานและซยงหนูที่โหดร้ายทำร้าย
ฉินลิ่งิตั้งใจฟังอยู่ครู่หนึ่ง ใบหน้าเล็ก ๆ ที่ยังเยาว์วัยก็มีรอยยิ้มแห่งความดีใจ เขาะโออกมาอย่างตื่นเต้นว่า “เสียงน้ำ ข้างหน้าอีกไม่ไกลมีน้ำ เสียงน้ำ!”
เมื่อได้ยินว่ามีน้ำ ความเหนื่อยล้าของทุกคนก็หายไปในพริบตา พวกเขาวิ่งออกไปข้างหน้าอย่างรวดเร็ว
ฉินเยาเยาก็ตื่นเต้นจนเตะขาไปมา นางกำลังกังวลว่าจะหาโอกาสเอาของออกไปไม่ได้ นี่ไม่ใช่โอกาสที่มาถึงแล้วหรือ
“เหล่าซื่อ เหล่าซื่อ เ้าดูสิ เด็กคนนี้ก็ฉลาดเหมือนกันนะ” สวี่ซิ่วอิงอุ้มฉินเยาเยามองเท้าเล็ก ๆ ของนางที่เตะไปมาอย่างตื่นเต้น นางดึงแขนเสื้อของฉินเหล่าซื่อแล้วพูด
“นั่นมันแน่นอนอยู่แล้ว ดูสิว่านางเป็ลูกสาวของใคร!”
สวี่ซิ่วอิงกลอกตามองบน ดูท่าทางที่ภูมิใจของเขานั่นสิ
ฉินเหล่าซื่อไม่โกรธ เขายื่นมือออกไปรับฉินเยาเยา หอมใบหน้าเล็ก ๆ ของนางอย่างแรง จากนั้นเท้าเล็ก ๆ ของฉินเยาเยาก็เตะเข้าที่ใบหน้าของเขา
ไม่นานนักแม่น้ำสายเล็ก ๆ ก็ปรากฏแก่สายตาพวกเขา จะเรียกว่าแม่น้ำก็ไม่เชิง ดูเหมือนธารน้ำเล็ก ๆ เสียมากกว่า ธารน้ำขนาดไม่กว้างมาก น้ำตื้นมาก แต่สำหรับทุกคนในตระกูลฉินที่กระหายน้ำมาทั้งวัน น้ำเพียงน้อยนิดนี้ก็เหมือนน้ำทิพย์ชโลมใจ
เด็ก ๆ พุ่งตัวไปที่ลำธารอย่างรวดเร็ว เอาจุ่มหัวลงไปในน้ำ แล้วดื่มน้ำอย่างกระหาย
จากนั้นก็ถอดเสื้อผ้าแล้วะโลงไปเล่นน้ำอย่างสนุกสนาน
ฉินเหล่าซื่อสงสารภรรยาจึงพยุงนางและท่านแม่นั่งลง จากนั้นจึงหยิบหม้อดินไปตักน้ำที่ริมลำธาร
ฉินเหล่าเอ้อร์และฉินลิ่งอวี่ช่วยกันขุดหลุมน้ำเล็ก ๆ ในบริเวณที่ไกลออกไปเล็กน้อย และจูงแพะนมไปที่นั่น
ฉินเหล่าซานและภรรยาช่วยกันสร้างเตาอย่างง่าย ๆ เพื่อต้มนมแพะให้ฉินเยาเยา
ส่วนเฝิงเสี่ยวฮวาก็ยังคงนอนแผ่อยู่บนพื้น รอให้ลูกชายตักน้ำมาให้ดื่มเช่นเคย
ฉินเยาเยานอนซุกอยู่ในอ้อมแขนของสวี่ซิ่วอิง ดวงตากลมโตของนางมองไปรอบ ๆ
สือไห่ถังที่กำลังต้มนมแพะอยู่เหลือบไปเห็นต้นหญ้าสีเหลืองอมเขียวอยู่ข้างหน้า จึงยกมือขึ้นขยี้ตาอย่างแรง เมื่อเห็นชัดเจนว่าหญ้านั้นคืออะไร จึงรีบเดินไปที่นั่นอย่างรวดเร็ว นางถอนต้นหญ้านั้นขึ้นมาต้นหนึ่ง และเมื่อเห็นหัวมันเทศขนาดเท่ากำปั้นสองหัว ดวงตาของนางก็แดงก่ำขึ้นมาทันที
“มันเทศ ท่านแม่ เหล่าซาน มันเทศ!” นางะโอย่างตื่นเต้นพร้อมกับชูมันเทศสองหัวในมือ
ทุกคนต่างก็กรูกันเข้ามาใช้มือขุดดินควานหามันเทศ
ขุดแล้วก็ขุดอีก มันเทศที่ขุดขึ้นมาก็ทำให้พวกเขาตาลุกวาว
ส่วนเสี่ยวอู่กับเสี่ยวลิ่ว ด้วยตัวที่เล็กและขยับตัวช้า กว่าจะก้าวขึ้นมาบนฝั่งได้ทัน ก็ถูกปลาไหลอ้วนสองตัวตวัดน้ำใส่จนตกลงไปในน้ำ
“ปลาตัวใหญ่!”
ทุกคนในตระกูลฉินต่างก็โยนมันเทศในมือทิ้งแล้วะโลงไปในน้ำเพื่อจับปลาทันที
ฝั่งนี้เพิ่งจะจับปลาได้ ฝั่งป่าก็มีกระต่ายหลายตัววิ่งออกมา...
ในขณะนั้นเอง สีหน้าของทุกคนในตระกูลฉินต่างก็เต็มไปด้วยความตื่นเต้นดีใจ
มีเพียงฉินเยาเยาเท่านั้นที่เหนื่อยจนหลับไป นางเพิ่งจะย้ายต้นมันเทศออกไป ก็ต้องรีบมาจับปลาสองตัว และยังต้องตามจับกระต่ายอีกสองตัว...
นางเป็เพียงทารกน้อยที่เพิ่งเกิดได้สองวัน แต่กลับต้องครุ่นคิดถึงเื่ปากท้องของทุกคนในครอบครัว
แต่นางไม่มีทางเลือก นางต้องทำให้ทุกคนในครอบครัวเชื่อมั่นว่า นางเกิดมาพร้อมกับโชคลาภ นางต้องฝังเื่นี้ลงไปในใจของคนบ้านตระกูลฉิน มิฉะนั้น หากนาง้าจะทำอะไรในอนาคต นางจะต้องหาข้ออ้างมากมายมาปิดบัง
แม่เฒ่าฉินลูบหลังหลานสาวตัวน้อยที่กำลังหลับใหลอย่างอ่อนโยน ดวงตาเต็มไปด้วยความสงสาร เด็กน้อยเช่นนี้ยังเล็กนัก แต่ต้องมาคอยกังวลเื่อาหารการกินของทุกคนในครอบครัว พวกเขาตระกูลฉินช่างมีบุญวาสนาอะไรเช่นนี้
แม่เฒ่าฉินปาดน้ำตา นมแพะที่ต้มเสร็จแล้วป้อนให้ฉินเยาเยาอย่างระมัดระวัง หลังจากดื่มจนหนำใจแล้ว นางก็หาวหวอดหนึ่งครั้ง ก่อนจะหลับตาลงอย่างสบายใจ
“ท่านย่าดูสิ ปลาตัวใหญ่!” ฉินลิ่งอันวิ่งเข้ามาอย่างตื่นเต้นพร้อมกับปลาตัวใหญ่ในอ้อมแขน
ตามมาด้วยฉินเหล่าซื่อที่ถือกระต่ายสองตัวอยู่ด้านหลัง และฉินเหล่าเอ้อร์ที่สะพายตะกร้ามันเทศเต็มตะกร้า
ทุกคนล้วนถือของเต็มไม้เต็มมือ
“สะใภ้สาม เ้าจัดการทำความสะอาดสิ่งเหล่านี้แล้วก่อไฟเตรียมอาหารเถอะ เดินทางมาทั้งวัน คงหิวกันแล้ว”
“จำไว้ว่าให้นำเครื่องในไปทิ้งไกล ๆ อย่าให้หมีได้กลิ่น”
แม่เฒ่าฉินออกคำสั่งสือไห่ถัง โดยไม่สนใจเฝิงเสี่ยวฮวาเลยแม้แต่น้อย
“ยังไงนางก็ไม่ขยับอยู่แล้ว”
“พี่สะใภ้สาม ข้าช่วยนะ” สวี่ซิ่วอิงเดินเข้าไปข้างหน้าแล้วยื่นมือออกไปจะหยิบกระต่ายตัวหนึ่ง แต่ถูกไห่ถังคว้าไปพร้อมกับเอ่ยว่า
“ไป ๆ ๆ เ้าไปนั่งเถอะ ร่างกายหายดีแล้วหรือไรถึงได้เดินพล่าน เ้าไม่ห่วงชีวิตตนเองแล้วหรือ เล่อเหนียงยัง้าแม่นะ”
สวี่ซิ่วอิงรู้สึกอบอุ่นหัวใจ นอกจากหน้าท้องที่ปวดหน่วงแล้ว นางก็ไม่ได้รู้สึกอะไรมากมาย การปล่อยให้นางนั่งเฉย ๆ ไม่ทำอะไรเลย นางรู้สึกเกรงใจจริง ๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งหลังจากที่เฝิงเสี่ยวฮวาสร้างเื่ นางยิ่งรู้สึกเกรงใจมากขึ้นไปอีก
ไห่ถังเห็นสวี่ซิ่วอิงยังยืนอยู่ตรงนี้ จึงเรียกฉินเหล่าซื่อให้มาอุ้มภรรยาของเขาไป
คราวนี้เฝิงเสี่ยวฮวาค่อนข้างกระตือรือร้นที่จะช่วยเหลือ แต่ดูเหมือนนางจะยุ่งมาก แต่ความจริงแล้วนางก็แค่จ้องหม้อน้ำลายไหลเท่านั้น
“ท่านแม่ ทำไมข้าถึงรู้สึกว่ากระต่ายตั้งใจพุ่งชนเท้าข้า มันค่อนข้างแปลกนะ”
“แล้วลำธารแค่นี้ ทำไมถึงมีปลาตัวใหญ่ขนาดนี้ได้” ฉินเหล่าซื่อผายมือไปที่ลำธารแล้วพูด
แม่เฒ่าฉินจ้องลูกชายโง่เขลาคนนี้แล้วกล่าวว่า “มีเื่อันใดให้น่าใ เล่อเหนียงของเรานำโชคมาให้ ์ไม่อยากให้เล่อเหนียงต้องลำบากและหิวโหย จึงส่งเสบียงมาให้ เราแค่พลอยโชคดีไปด้วยเท่านั้น”
ฉินเหล่าซื่อเกาหัวแล้วอ้าปากค้าง ดูเหมือนจะเป็แบบนั้นจริง ๆ สิ่งของหายากที่ปรากฏขึ้นอย่างลึกลับนี้ รวมถึงหลุมขนาดใหญ่ที่ฝังทหารซยงหนูทั้งเป็ ล้วนเป็เครื่องพิสูจน์ว่าลูกสาวของเขาเป็คนที่มีบุญวาสนาจริง ๆ
“ลูกสาวข้าจะต้องเป็นางฟ้าตัวน้อย ๆ ลงมาเกิดแน่ ๆ เลย” ฉินเหล่าซื่อพึมพำกับตัวเองพลางเดินไปอุ้มเสี่ยวอู่กับเสี่ยวลิ่วที่กำลังเล่นน้ำอยู่ขึ้นมา ก่อนจะแกว่งไปมา แขวนไว้บนกิ่งไม้ให้ไกวไปตามสายลม
ทำเอาแม่เฒ่าฉินโกรธจนถอดรองเท้าออกมาขว้างใส่
ชั่วขณะหนึ่ง หุบเขาแห่งนี้ก็เต็มไปด้วยเสียงหัวเราะและรอยยิ้ม ขจัดความมืดหม่นที่ปกคลุมมาหลายวันให้หายไป