พราวเสน่หาซานตาน_End

    บทที่ 1 สนใจ... 50%

    ภัณฑิรา, วริษฐา...

            “ขอโทษนะคะ”

            “ขอโทษนะคะ”

            ผู้หญิงสาวสวยสองคนเดินกึ่งวิ่งเข้ามา ถึงเคาน์เตอร์ประชาสัมพันธ์ของโรงพยาบาล และกล่าวกับพยาบาลที่นั่งทำงานประจำอยู่ตรงนั้นพร้อมๆ กัน พอกล่าวจบก็หันมองหน้ากัน ยิ้มๆ ให้กัน แต่ถึงจะยิ้มยังไงก็รู้ว่าคนทั้งสองกำลังเกิดความกังวล ร้อนรนใจ

            “เชิญคุณพูดก่อนเลยค่ะ”

            “ขอบคุณนะคะ”

            ภัณฑิรา รวงระริน หรือทุกๆ คนที่สนิทต่างพากันเรียกเธอสั้นๆ ว่า ‘ภัณ’ บอกกล่าววริษฐาให้สอบถามพยาบาลก่อนตัวเธอ วริษฐาจึงกล่าวขอบคุณในน้ำใจของกัณฑิรา ที่ให้เธอสอบถามพยาบาลก่อน ซึ่งเธอไม่คิดจะเกรงใจใดๆ เพราะตอนนี้ใจเธอร้อนรนอยากจะเห็นแม่เต็มทีแล้ว

            “ฉันเป็๞ลูกสาวของคนไข้ที่ชื่อวัฒนานันท์ ทองพันชั่ง ไม่ทราบว่าตอนนี้แม่ฉันอยู่ห้องไหนคะ?”

            “รอสักครู่นะคะ”

            วริษฐาหันไปสอบถามพยาบาลสาวที่อยู่หลังเคาน์เตอร์ เพราะตอนที่ได้รับโทรศัพท์เธอรู้เพียงแต่ว่า แม่ของเธออยู่ที่โรงพยาบาลแห่งนี้ แต่ไม่รู้ว่าแม่อยู่ห้องไหนโซนไหนของโรงพยาบาล พยาบาลสาวกล่าวกับวริษฐา แล้วเลื่อนสายตาไปมองที่หน้าจอคอมพิวเตอร์

            “คนไข้ชื่อคุณวัฒนานันท์ ทองพันชั่ง อยู่ที่ห้องไอซียูสอง อาคารสอง ชั้นสองค่ะ เดี๋ยวเดินตรงไปทางนี้นะคะ จะทะลุออกไปที่อาคารสองได้ค่ะ”

            “ขอบคุณค่ะ”

            วริษฐาได้ยินพยาบาลสาวบอกสถานที่ที่แม่ของเธอกำลังรักษาตัว ก็๻๠ใ๽ หูอื้อไปชั่วครู่ แต่เพียงแค่แป๊บเดียวก็ตั้งสติได้ จึงฟังพยาบาลสาวบอกทางจนจบ ค่อยเอ่ยขอบคุณพยาบาลสาวคนนั้นเบาๆ ก่อนจะก้าวเท้ายาวๆ อย่างเร่งรีบตรงไปตามทางที่พยาบาลสาวบอกในทันที

            “เอ่อ!... ฉันเป็๞ลูกสาวของคนไข้ที่ชื่อพวงพร รวงระรินค่ะ ตอนนี้แม่ของฉันอยู่ห้องไหนคะ?”

            “รอสักครู่นะคะ”

            ถึงตาภัณฑิราแล้ว พอเห็นวริษฐาถามจนได้คำตอบแล้ว และได้เดินไปแล้ว ภัณฑิราจึงเอ่ยถามพยาบาลสาวเพื่อให้หาสถานที่ที่แม่ของเธอรักษาตัวอยู่ในตอนนี้ พยาบาลสาวกล่าวกับภัณฑิรา แล้วหันกลับไปมองที่หน้าจอคอมพิวเตอร์ เพื่อทำการค้นหาข้อมูลตามชื่อและนามสกุลที่ได้ยิน

            “คนไข้ชื่อคุณพวงพร รวงระริน อยู่ที่ห้องฉุกเฉินสองค่ะ เดี๋ยวเดินไปทางซ้ายมือนี่นะคะ”

            “ขอบคุณค่ะ”

            ภัณฑิรากล่าวขอบคุณพยาบาลสาว แล้วเอี้ยวตัวเดินไปยังทางที่พยาบาลสาวบอก เธอเดินไปได้สักพักก็เห็นป้ายชื่อหน้าห้องแจ้งว่าห้องฉุกเฉินหนึ่ง เธอเดินต่อไปอีกสักพักก็เห็นป้ายหน้าห้องแจ้งว่าห้องฉุกเฉินสอง เธอจึงสอดส่ายสายตามองไปที่กระจกใส ที่ติดอยู่หน้าห้อง เพื่อมองหาแม่ของตัวเอง

            “เอ่อ!... ขอโทษนะคะ ฉันมาหาคนไข้ที่ชื่อพวงพร รวงระรินน่ะค่ะ ไม่ทราบว่าตอนนี้แม่ฉันเป็๞ยังไงบ้างคะ?”

            “หมอพึ่งให้ยาคนไข้ อาการปวดท้องดีขึ้นแล้วค่ะ หมอได้เอาชิ้นเนื้อไปตรวจแล้ว เพราะสันนิษฐานว่าคนไข้อาจจะเป็๲มะเร็ง แต่คุณอย่าพึ่งกังวลใจไปค่ะ รอฟังผลตรวจพรุ่งนี้อีกที แต่เดี๋ยวคนไข้จะต้องพักรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลก่อนนะคะ”

            ภัณฑิราเห็นพยาบาลเปิดประตูห้องฉุกเฉินออกมา เธอจึงเอ่ยถามพยาบาลผู้นั้นในทันที พยาบาลยิ้มให้ภัณฑิรา แล้วบอกถึงอาการของคนไข้ที่พึ่งเข้ามารักษาตัว เนื่องจากปวดท้องกะทันหัน ภัณฑิราได้ยินอย่างนั้นก็๻๷ใ๯มาก เธอไม่รู้มาก่อนเลยว่า แม่ของเธอจะมีเป็๞มะเร็ง

            ไม่สิแค่หมอสันนิษฐาน หมอยังไม่ฟันธงสักหน่อยว่าแม่ของเธอเป็๲มะเร็ง เพราะงั้นเธอจะต้องทำใจดีๆ เข้าไว้ รอฟังผลตรวจก่อน อย่างพึ่งกระต่ายตื่นตูมในตอนนี้

            ภัณฑิราข่มใจตัวเอง แล้วเดินไปนั่งลงที่เก้าอี้นั่งคอย เนื่องจากไม่สามารถเข้าไปในห้องฉุกเฉินได้ ภายในใจก็ภาวนาไปด้วย ขอให้แม่ของเธอไม่เป็๞อะไร ไม่เป็๞มะเร็งอย่างที่หมอสันนิษฐาน

            “แม่... แม่โอเคไหม? ยังปวดท้องอยู่หรือเปล่า?”

            ภัณฑิราเห็นบุรุษพยาบาลเปิดประตูห้องฉุกเฉิน พร้อมกับเข็นเตียงนอนคนไข้ ที่มีพวงพรนอนอยู่บนนั้น โดยมีสายน้ำเกลือระโยงระยางอยู่ที่แขน เธอจึงเดินไปข้างๆ เตียงนอนคนไข้ เห็นแม่ของเธอยิ้มเจือๆ มาให้ เธอจึงเอ่ยถามด้วยความเป็๞ห่วง

            “แม่ไม่เป็๲อะไรแล้ว ไม่ต้องเป็๲ห่วงหรอก แม่บอกแล้วว่าไม่ต้องมาก็ได้ แม่ถึงมือหมอแล้ว... นี่ก็ยังลางานมาอีกนะเราเนี้ย”

            พวงพรกล่าวกับลูกสาวคนเดียวของตัวเอง ที่ค่อนข้างภูมิใจในตัวลูกสาวคนนี้เป็๞อย่างมาก เพราะ๻ั้๫แ๻่เล็กจนโตภัณฑิราไม่เคยทำให้พวงพรเสียใจเลยสักครั้ง แม้กระทั่งเรียนจบมีงานทำแล้ว ภัณฑิราก็ไม่เคยทอดทิ้ง แถมยังกลับกลายมาเป็๞ผู้เลี้ยงดูพวงพรในตอนนี้

            “ได้ยังไงกันละ แม่ไม่สบายอย่างนี้ภัณก็ต้องมาสิ ภัณไม่ปล่อยให้แม่อยู่โรงพยาบาลคนเดียวหรอก อย่าลืมสิว่าเรามีกันเพียงแค่สองคน หากไม่ให้ภัณเป็๲ห่วงแม่ แล้วจะให้ภัณเป็๲ห่วงใครล่ะ”

            ภัณฑิรายื่นมือเรียวเล็กไปจับมือพวงพร กล่าวไปก็เดินเคียงข้างเตียงนอนคนไข้ไปไม่ห่าง จนกระทั่งบุรุษพยาบาลเข็นรถเข็นเข้ามาในห้องพักฟื้นคนไข้ซึ่งเป็๞ห้องรวม ภัณฑิราอยู่กับพวงพรในห้องพักฟื้นคนไข้จนกระทั่งหมดเวลาเยี่ยม เธอจึงจำต้องกลับบ้านไปก่อน เพราะห้องรวมไม่อนุญาตให้ญาติคนไข้นอนเฝ้า

    ๓๐๓๐๓๐๓๐๓๐๓๐๓๐๓๐๓๐๓๐๓๐๓๐๓๐๓๐๓๐๓๐๓๐๓๐๓๐๓๐๓๐๓๐๓๐๓๐๓๐