“นี่เจ้า!” หลิงจูกอดคอเนี่ยฝานแน่น ร่างกายของหญิงสาววัย 14 ปีถึงคราวออกเรือนในยุคโบราณนั้นสมบูรณ์แบบ ยากที่จะเพิกเฉยได้ ดังนั้นเป็นเรื่องปรกติที่เนี่ยฝานจะรู้สึกกดดันบ้างเมื่อกอด แต่ถึงอย่างนั้นสีหน้ายังคงเข้มขรึม
“ชอบหรือเปล่า การเป็นอิสระและบินอยู่บนท้องฟ้า ไม่ต้องเป็นเครื่องมือของใคร” เนี่ยฝานถามเธอในขณะที่ยืนอยู่เหนือก้อนเมฆ สำหรับเด็กกำพร้าจากสงครามอย่างหลิงจูเธอไม่มีโอกาสได้เลือกเส้นทางชีวิตด้วยซ้ำ ถูกสั่งสอนให้เป็นนักฆ่าเพื่อปฏิบัติภารกิจลับและตาย ดังนั้นหัวใจที่เย็นชาจึงถูกลับคมภายใต้ความกดดันของคมดาบที่สั่งสม แต่เพราะมีคนรักวัยเด็กอย่างมุซาน หัวใจของเธอจึงไม่เปล่าเปลี่ยวจนเกินไป
หลิงจูมองหน้าชายหนุ่ม ก่อนจะกล่าวถามขึ้นว่า “เจ้าทำธุรกรรมกับเถียนไฉเพราะตัวข้าสิ ด้วยพลังของเจ้าเช่นนี้ใยต้องก้มหัวให้เขา”
“ใครบอกว่าผมก้มหัว ศีรษะของโจโฉแลกกับชีวิตของเธอ มันก็ยุติธรรมไม่ใช่เหรอ”
“เจ้าคือคนที่ฆ่าโจโฉงั้นหรือ!”
หลิงจูตะลึงงัน เรื่องราวของเนี่ยฝานระบือนามทั่วหล้า ไม่มีใครไม่รู้จักเขา เพียงแต่เมื่อเห็นตัวจริงกลับยอมรับได้ยาก ดูราวกับเด็กผู้อ่อนแอ หาได้แข็งแกร่งเช่นทหารล่ำบึกในกองทัพ
เนี่ยฝานหัวเราะเล็กน้อย ตามด้วยกล่าว “ใช่แล้วผมเอง ดังนั้นเธอหลิงจูจึงไม่ต้องปฏิบัติภารกิจสังหารอีกต่อไป หลังจากนี้ชีวิตของเธอจะกลายเป็นของคนสกุลเนี่ย”
“ฮึ่ม! ใครอยากเป็นคนของเจ้ากัน!” ถึงปากจะพูดอย่างนั้นแต่หญิงสาวกลับรู้สึกดีอย่างน่าประหลาด ใครเล่าจะคิดว่าตนเองมีค่ามากกว่าศีรษะของโจโฉ อย่างน้อยสิ่งนี้ก็ทำให้หลิงจูรู้สึกภูมิใจ
เนี่ยฝานพาเธอบินออกไปจากเมืองมาที่โรงเตี้ยมซึ่งเช่าไว้นานนับเดือน เขาไม่ได้ตั้งใจพาหลิงจูไปหาเตียวเสี้ยน อารมณ์ของทั้งคู่แตกต่างกันราวกับเหรียญสองด้าน ดังนั้นจึงดีกว่าที่จะแยกกันอยู่
เนี่ยฝานพาหลิงจูแอบเข้าไปบนหน้าต่างห้องชั้นสอง เมื่อหญิงสาวเข้ามาในห้องก็รู้สึกแปลกตา โดยเฉพาะเมื่อพบกับโซฟาหนังสีดำตั้งอยู่ปลายเตียง จริงอยู่ที่เธอมีชีวิตที่ดีขึ้นเพราะเถียนไฉจับมาแต่งตัวให้อยู่ในห้องไม่ต้องไปฝึกในเดือนที่ผ่านมา แต่กระนั้นกลับไม่เคยเห็นโซฟา หรืออุปกรณ์ต่างๆ ที่ถูกวางอยู่ในห้องนี้
เนี่ยฝานดึงเธอมานั่งลงบนตักแล้วเริ่มแกะบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปแบบถ้วยร้อนให้ เสียงปฏิกิริยาทางเคมีที่ดังอยู่ใต้ถ้วยทำให้หลิงจูตกใจจนลืมไปว่ากำลังถูกเขาเอาเปรียบ
ไม่นานถ้วยร้อนก็แล้วเสร็จ เนี่ยฝานเปิดฝาแล้วยกให้เธอไปหนึ่งถ้วย
“นี่คือ...”
“บะหมี่จากโลกของผม กินสิอร่อยนะ”
หลิงจูไม่คิดอะไรมากและเริ่มกินทันที หลังจากนั้นถึงกับอุทานว่าอร่อย เนี่ยฝานพยักหน้าเล็กน้อยด้วยความสนใจ เขาชื่นชอบที่จะดูสีหน้าคนยุคโบราณเวลาที่กินของเหล่านี้ บ้างค่อนข้างตลก บ้างก็ค่อนข้างน่ารัก โดยเฉพาะตัวละครอย่างหลิงจู
เนี่ยฝานเปิดแก้วเก็บอุณหภูมิให้เธอ ตามด้วยกล่าว “ลองนี่สิ น้ำดื่มโคล่าที่ผมชอบ หวังว่าเธอจะชอบมันด้วยนะหลิงจู”
“โคล่า...”
หลิงจูไม่กลัวว่าในนั้นซ่อนยาพิษ เพราะหากเนี่ยฝานต้องการฆ่าเธอจริงๆ ล่ะก็เขามีโอกาสตั้งมากมาย ไม่จำเป็นต้องใช้วิธีชั้นต่ำแบบนี้หรอก หลังจากจิบน้ำไปสองสามคำดวงตาคู่สวยถึงกับมองเขาอย่างเสน่ห์หา
“อร่อยมาก เป็นรสชาติที่ไม่เคยกินมาก่อน เจ้าไปเอาของเหล่านี้มาจากที่ใด หรือว่าจากวังหลวง”
“จากโลกของผมน่ะ”
“โลกของเจ้า...หมายความว่าอย่างไร”
“ผมเป็นนักเดินทางต่างมิติ และนี่คือภารกิจในการฟื้นฟูสกุลเนี่ย”
“ฟื้นฟูสกุล...ดังนั้นเจ้าจึงอยากได้ข้ามาเพราะต้องการลูกสืบสกุลสินะ แต่ทำไมต้องเป็นข้า ข้าเป็นแค่เด็กกำพร้าจากสงคราม”
ในความคิดของหลิงจูในวัย 14 ปี เธอไม่ได้มองว่าตัวเองสวยกว่าคุณหนูเหล่านั้นในบ้านใหญ่ซึ่งมีฐานะดีกว่า
เนี่ยฝานรวบเอวเธอเข้ามา “ไม่สำคัญหรอกว่าจะเป็นเด็กกำพร้า ที่ผมสนใจเพราะเป็นเธอหลิงจู คำตอบนี้พอใจหรือเปล่า”
หญิงสาวอดไม่ได้ที่จะหน้าแดง จริงอยู่ที่เธอเพิ่งเสียคนรักในวัยเด็ก แต่ความรักนั้นไม่ได้ลึกซึ้งถึงขั้นต้องตรอมใจตาย อย่างน้อยหัวใจของเธอยังคงถูกชักจูงได้ง่าย มิฉะนั้นเนี่ยฝานคงไม่ใช้กลวิธีนี้
“ข้าจะให้กำเนิดทายาทของสกุลเนี่ยแก่เจ้า แต่ข้าต้องการศีรษะของเถียนไฉ!” หลิงจูหันไปมองหน้าเขาด้วยตาเร่าร้อน
“ชายผู้นั้นไม่ใช่คนดี เขาโลภในอำนาจและสั่งสมกำลังเพื่อกบฏ คนรักในวัยเด็กของข้าเพิ่งถูกสังหารเมื่อเดือนก่อนเพียงเพราะฝึกฝนได้ช้า ดังนั้นหากต้องการตัดบ่วงนี้และเริ่มชีวิตใหม่กับสกุลเนี่ยของเจ้า ข้าขอแค่ศีรษะของขันทีเถียน!”
หลิงจูไม่รู้ว่าเนี่ยฝานจะตกลงหรือเปล่าเพราะเท่าที่เธอเห็นพวกเขาร่วมมือกันอย่างดี ดังนั้นหัวใจของเธอถึงกับอ่อนระทวยเมื่อต้องรอคอยคำตอบที่ออกจากปากของเขา
“ได้สิ ผมจะเอาหัวของขันทีเถียนมาให้เอง”
หลิงจูประหลาดใจเป็นอย่างมาก การตกลงของเขาง่ายๆ นั่นแสดงให้เห็นว่าเธอมีค่ากว่าทุกสิ่ง ทำให้หลิงจูเชิดหน้าอย่างลำพอง
“ขอบใจเจ้ามาก หลังจากที่ข้าได้ศีรษะของขันทีเถียนแล้ว...ข้าพร้อมจะเข้าห้องหอกับเจ้า!”
หลิงจูไม่คิดว่ามีอะไรผิดปกติกับการเข้าเรือนหอตอนอายุ 14 ปี ยุคนี้ไม่มีกฏหมายบังคับอย่างโลกของเนี่ยฝาน ดังนั้นเมื่อหญิงสาวอายุถึง 14 ปีครอบครัวโดยส่วนใหญ่มักจะส่งออกเรือน แต่หากอายุ 20 ปีแล้วแต่ยังหาสามีไม่ได้ นั่นคงเป็นที่นินทาของชาวบ้าน
เนี่ยฝานนั่งกอดก่ายกับหลิงจูยามบ่ายของวัน การอยู่กับเธอให้อารมณ์ที่ต่างจากเตียวเสี้ยน ผู้หญิงคนนั้นเย็นชาเกินไป ความรักของเธอที่มีต่อสามีนั้นลึกซึ้งเกินกว่าที่เนี่ยฝานจะขจัดความรู้สึกเก่าๆ ของพันธะได้
......
วันรุ่งขึ้นศีรษะของขันทีเถียนไฉปรากฏอยู่ในห้องนอน หลิงจูที่เห็นแบบนั้นก็คลายใจลง หัวใจของเธอราวกับเป็นอิสระ ในขณะเดียวกันยังถือเป็นการชดใช้ต่อคนรักในวัยเด็ก หลังจากปลอบใจหลิงจูเล็กน้อยเนี่ยฝานได้มาหาเตียวเสี้ยน เธอยังคงเหมือนเดิมกับที่ผ่านมา สีหน้าไร้ความรู้สึก แต่ปากกับถามว่า
“นานแล้วนะ เหตุใดเจ้ายังรออยู่ ไหนเจ้าบอกว่าต้องการข้าไม่ใช่หรือ”
เตียวเสี้ยนไม่ใช่คนผิดสัญญา เมื่อเนี่ยฝานทำภารกิจสำเร็จเธอเองก็ควรให้สิ่งที่เขาต้องการบ้าง
เนี่ยฝานเดาะลิ้นมุมปากอย่างไม่สบอารมณ์ ร่างของเขาลอยขึ้นอย่างช้าๆ ยืนอยู่ในระดับเดียวกับเตียวเสี้ยน ริมฝีปากของทั้งสองประกบกันแนบแน่น เขาพยายามใช้ลิ้นสอดแทรกเข้าไปในโพรงปากเล็กๆ เพื่อดูดดอมน้ำหวาน แต่ลิ้นของเธอกลับนิ่งเฉย ทำเอาชายหนุ่มหมดอารมณ์ต้องถอนริมฝีปากออกมา
“น่าเบื่อ” เนี่ยฝานเช็ดปากตัวเองแล้วบินหายไปบนท้องฟ้าไกล
เตียวเสี้ยนจับปากเย็นชืดของตัวเอง น้ำเสียงไม่พอใจเล็กน้อย “ข้าหรือน่าเบื่อ...”
ไม่เคยมีใครกล้าพูดกับเธอแบบนั้น เนี่ยฝานถือได้ว่าเป็นคนแรก ในฐานะหญิงงามอันดับหนึ่งเป็นเรื่องปรกติที่เตียวเสี้ยนจะมีความภูมิใจของตัวเอง และคำพูดของเนี่ยฝานจึงไม่ต่างจากการดูถูกเธอ
เนี่ยฝานกลับมาที่โรงเตี้ยม เปิดประตูทองแดงและพาหลิงจูกลับสู่โลกหลัก เมื่อหญิงสาวเห็นห้องสีขาวที่สว่างไสว หลอดไฟเหนือศีรษะไร้ตะเกียงน้ำมัน หัวใจถึงกับเต้นโครมคราม แม้ว่าเขาจะเคยบอกก่อนหน้านี้แล้วว่าเป็นนักเดินทางต่างมิติ โลกทั้งสองจึงแตกต่างกัน ทว่าเมื่อมาเห็นจริงๆ ก็รู้สึกว่ามันมากกว่าที่เคยจินตนาการไว้
“นายน้อย...” เหวินจิงเห็นเนี่ยฝานออกมาจากห้องก็อยากจะเข้าไปกอด ทว่าเมื่อเห็นหลิงจูข้างกายจึงทำได้เพียงระงับการกระทำชั่วคราว
หลิงจูเองยังสังเกตเห็นอีกฝ่าย เสื้อผ้าหน้าผมประหลาด และที่สำคัญกว่านั้นคือหน้าอกสุดสะบึม เป็นหน้าอกที่ใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยเห็นก็ว่าได้
“ไปตามอัลบาและยูบินมา อ้อรวมถึงตงเหรินด้วย บอกว่าผมมีสมาชิกใหม่มาแนะนำ” เนี่ยฝานไม่ชอบพูดหลายครั้ง เขาจึงตั้งใจจะอธิบายตัวตนของหลิงจูในครั้งเดียว
เหวินจิงพยักหน้ารับฟังแล้วดำเนินการทันที
เมื่อพวกเธอเห็นหลิงจูในบ้านจึงไม่ประหลาดใจนัก หลายคนเดาตัวตนของหลิงจูได้อยู่แล้ว ดังนั้นจึงเข้ากันได้ง่ายๆ เหมือนกับพี่สาวน้องสาว
“สามีงานประมูลหยกกำลังจะถูกจัดขึ้นที่โรงแรมเนี่ยเทียนซือ ฉันได้โฆษณาเกี่ยวกับหยกโบราณไปหลายสื่อหลายช่องทาง และยังมีชิงฟ่านคอยช่วยประชาสัมพันธ์อีกทีหนึ่ง คาดว่างานนี้คงได้รับความสนใจจากแขกจำนวนมากซึ่งชอบของโบราณ”
ตงเหรินเปิดไอแพดให้เนี่ยฝานดูรูปแบบของงาน จะเห็นได้ว่าเมื่อเธอร่วมมือกับชิงฟ่านงานนี้จึงมีขนาดใหญ่มาก ในขณะเดียวกันโรงแรมเนี่ยเทียนซือยังเป็นหนึ่งในโรงแรมเครือสกุลเนี่ย เหมาะสำหรับรองรับคนหลายร้อยคน
“วิเศษมาก ด้วยหยกพวกนั้นที่มาจากหนี่ฉาง งานประมูลครั้งนี้คงกลายเป็นที่จับตาของใครหลายคน”
“ฉันเองก็คิดอย่างนั้น แต่อย่างใดก็ตามสามีเองต้องระวังกลุ่มโจรร้อยอสูรด้วยนะคะ ฉันได้ยินว่าชิงฟ่านเคยตกเป็นเป้าหมายของคนพวกนั้นในเดือนที่ผ่านมา กลุ่มคนไร้ยางอายที่ไม่มีปัญญาประมูล กล้าที่จะเข้ามาขโมยของ!”