เทียนหลง ดันเจี้ยน สเลเยอร์

    บทที่ 58

    ปังปอนเหนื่อยใจกับพลังแห่งการจิตนาการของพี่สาว ส่วนคุณแม่เองก็ไม่ต่างกันเท่าไร เธอลืมไปได้ยังไงว่าพี่แป้งได้จากคุณแม่มาเยอะในเรื่องนี้ เพราะตอนนี้คุณแม่กำลังเหมือนไม่พอใจอะไรสักอย่างหนึ่ง ตีหมอนรัวๆ ถ้าเธอเดาไม่ผิดคุณแม่จะต้องจิ้นเรื่องของเธอกับไอซ์อย่างแน่นอน“..อ่าว ไม่ใช่อย่างนั้นเหรอ.. อะหรือ อะหรือว่า..” แป้งกล่าวออกมาเหมือนว่ากำลังผิดหวังที่ไม่ใช่อย่างที่เธอคิด แต่เมื่อเธอกำลังจะจิตนาการในเรื่องถัดไป ปังปอนก็ขัดเธอเอาไว้ก่อน“พอเถอะพี่ รีบมาได้แล้ว.. คุณแม่ก็ด้วยนะคะ เฮ้อ” ปังปอนพูดขึ้นอย่างเหนื่อยใจ ก่อนจะกดวางสายไป ไอซ์ที่ได้ยินในสิ่งที่พวกเธอคุยกันก็ไม่รู้ว่าจะตลกหรือจะปลอบใจปังปอนดี แต่อย่างนี้แหละมันเหมาะสมกับการให้เรียกว่าครอบครัว“ครอบครัวของคุณ.. สนุกดีนะครับ ผมชอบ!!” ไอซ์กล่าวพร้อมกับยิ้มหวานให้กับเธอ“อย่างนั้นเหรอคะ ปอนคิดว่ามันค่อนข้างน่าอาย.. แต่ปอนก็ชินตั้งนานแล้ว ตอนเด็กๆที่ปอนไม่รู้เรื่องอะไรยังโดนหลอกว่าในท้องปลาวาฬมีสวนสนุกอยู่เลย คิดแล้วมันก็ยังนึกตลกตัวเองอยู่..” ปังปอนกล่าว“เป็นครอบครัวที่ดีจังเลยนะครับ .. เราสั่งอาหารกันต่อเลยไหมครับ พี่สาวของคุณก็มาแล้วด้วย จะได้ทานกันเร็วๆ” ไอซ์กล่าว ก่อนที่ทั้งสองจะช่วยกันเลือกเหมือนอย่างเคย แต่ครั้งนี้พวกเขาเว้นระยะห่างกันเล็กน้อยเล่นเอาคุณแม่จอมจิ้นถึงกับเซ็งไปเลย“มาแล้ว มาแล้ววว.. มีบอดี้การ์ดหน้าห้องด้วยเหรอ บอกมานะว่าคุณแม่กลายพันธุ์เป็นอะไรไปแล้ว.. เอ๊ะ!! คุณไอซ์?” แป้งเปิดประตูเข้ามา และพูดออกมาอย่างร่าเริง แต่เธอก็ต้องทำหน้าสงสัย ถึงจะรู้อยู่แล้วว่าปังปอนน้องสาวเธอจะไปทานข้าวกับไอซ์ก็ตาม แต่ไหงกลายเป็นว่าเขาถึงมานั่งอยู่ข้างๆน้องสาวเธอได้“..อะหรือ อะหรือว่าพวกเธอสองคน... เขินจัง” เมื่อคิดได้อย่างเดียวเธอก็ใช้นิ้วชี้ทั้งสองข้างจิ้มชนกัน“จะบ้าเหรอพี่.. มาช่วยปอนเลือกอาหารเร็วเข้า เรากำลังจะสั่งอาหารมาทานที่นี่” ปังปอนกล่าวเพื่อหยุดจิตนาการที่มันอาจจะเกินคาดของพี่สาวตัวเองเอาไว้ ก่อนจะเรียกเธอให้มาช่วยเลือก“โอเชเลย .. ไหนดูสิมีอะไรทานบ้าง..” แป้งเดินเข้าไปเหมือนกับเป็นเรื่องปกติธรรมดาจนไม่มีใครสังเกตเลยว่าเธอไม่ได้รู้เรื่องอะไรเลยกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น แป้งชายตามองไอซ์เป็นระยะๆเหมือนคนกำลังจะจับผิดอะไรอย่างนั้น แน่นอนว่ามันไม่พ้นสายตาของไอซ์ แต่เขาก็เลือกที่จะทำเป็นไม่สนใจ ไม่นานพวกเขาก็เลือกเซตอาหารมาได้ เมนูมันช่างต่างกันอย่างสิ้นเชิง คุณน้ากัญญาที่อยากมีส่วนร่วมด้วยทั้งๆที่ตอนแรกไม่สนใจ แต่เมื่อเธอเห็นว่าทั้งสามสนุกกับการเลือก เธอก็เข้าร่วมวงด้วยอีกคน เมนูอาหารญี่ปุ่นเป็นชุดเซตข้าวปั้น 30 คำของกัญญา เมนูเซตไก่ทอดเกาหลีชุดใหญ่ 12 ชิ้นพร้อมเครื่องเคียงนิดหน่อยของแป้ง พิซซ่าชีสหนึ่งถาดใหญ่ของไอซ์ โดนัทจากร้านดังอีกหนึ่งกล่องของปังปอน และปิดท้ายด้วยเครื่องดื่มร้านประจำที่ไอซ์ชอบไปซื้อเมื่อก่อน พวกเขาคุยกันไปเรื่อยเปื่อยอีกนิดหน่อย ก่อนที่ปังปอนจะยกเรื่องสัญญาของร้านคาเฟ่ขึ้นมาคุย เพราะเธอคิดว่าเรื่องเอกสารควรจะรีบจัดการให้มันเสร็จๆไปก่อนที่อาหารจะมา พวกเขาทั้งสี่คนจะได้ทานอาหารกันอย่างสบายๆ ไอซ์เองก็เห็นด้วย แต่เรื่องสัญญานั้นเขาไม่แม้แต่จะอ่านมันเลยสักคำ เขาเซ็นมันทันที เล่นเอาปังปอนอึ้งไปเลย“ผมไว้ใจคุณปอนครับ..” ไอซ์กล่าวด้วยรอยยิ้ม แต่ทันใดนั้นเสียงโทรศัพท์ของเขาก็ดังขึ้น“สวัสดีครับ เดลิเวอรี่ครับ.. ผมเดินทางมาถึงที่หมายแล้วครับ..” พนักงานส่งอาหารกล่าวกับไอซ์“อ่อ คุณสามารถขึ้นมาส่งอาหารที่ชั้น 18 ได้ไหมครับ ผมจะรอที่หน้าลิฟต์” ไอซ์กล่าวกับพนักงาน“ต้องขออภัยด้วยครับคุณลูกค้า ทางโรงพยาบาลมีกฎค่อนข้างเข้มงวดสำหรับการรับ-ส่งอาหาร ผมไม่สามารถขึ้นไปบริการคุณได้ครับ..”พนักงานส่งอาหารกล่าวอย่างลำบากใจ การขึ้นตึกไหนก็ตามไม่ว่าจะเป็นโรงพยาบาล คอนโด โรงแรม เดี๋ยวนี้มันเป็นเรื่องยากแล้วที่จะบริการถึงหน้าห้อง ข่าวในทิศทางที่แย่ของพนักงานนิสัยไม่ดี ปล้นขโมยของมีกันให้เห็นบ่อยบนหน้าจอโทรทัศน์ จึงเป็นเรื่องธรรมดาที่จะมีมาตรการป้องกันที่เข้มงวดตามมา แต่มันก็ไม่ใช่สำหรับพนักงานส่งอาหารทุกคนที่จะเป็น บางคนก็มีมารยาทจนหลายครั้งพี่ครีมจอมขี้งกของเขายังเผลอให้ทิป“ผมเข้าใจแล้ว คุณช่วยรอสักครู่นะครับ ผมกำลังจะลงไป..” ไอซ์กล่าวพร้อมกับเตรียมตัวจะลงไปรับอาหารตามที่คุยกับพนักงานส่งอาหาร“ปอน น้องก็ลงไปช่วยคุณไอซ์ถือของขึ้นมาสิ มันมีตั้งหลายอย่างนะ.. เดี๋ยวพี่ขออาบน้ำก่อน” แป้งกล่าวพร้อมกับขยิบตาให้กับน้องสาว และปังปอนเองก็ปฏิเสธไม่ได้เช่นกัน เธอก็ได้แต่ลุกเดินตามไอซ์ไป“จริงๆไม่ต้องก็ได้นะครับ คุณปอนรอที่ห้องก็ได้ครับ” ไอซ์กล่าว“ปอนจะให้คุณไอซ์ถือมาคนเดียวได้ยังไงกันคะ แค่นี้ปอนก็เกรงใจจะแย่อยู่แล้ว..” ปังปอนกล่าว และมันเป็นจังหวะเดียวกันกับที่ประตูหน้าลิฟต์เปิดออกมา ทั้งสองคนก็เข้าไปข้างในไอซ์กดลงไปที่ชั้นหนึ่ง ก่อนจะหันมาเอ่ยพูดกับปังปอน“ผมคิดว่าเราสองคนควรเลิกใช้คำว่าคุณกันดีกว่าไหม.. ยังไงเราก็เป็นเพื่อนกันแล้ว” ไอซ์กล่าวพร้อมกับประตูลิฟต์ปิดตัวลง“นั่นสินะ ปอนก็คิดว่ามันค่อนข้างแปลกสักหน่อยที่จะเรียกเพื่อน คุณๆ อะไรอย่างนั้น” ปังปอนกล่าวเห็นด้วยกับไอซ์“งั้นไอซ์ขอเรียกปอนว่าปอนเฉยๆได้ไหมครับ..” ไอซ์กล่าว“ได้แน่นอนอยู่แล้วค่ะ ปอนก็จะไอซ์ว่าไอซ์เฉยๆนะคะ..” ปังปอนกล่าว และทั้งสองก็ยิ้มให้แก่กัน แต่ในเวลาที่ทั้งสองกำลังซาบซึ้งกันอยู่ ลิฟต์ก็หยุดนิ่ง และประตูค่อยๆเลื่อนตัวออกก่อนพยาบาลจะลากเตียงผู้ป่วยเข้ามาภายในลิฟต์“ขอโทษนะคะ..” พยาบาลกล่าวพร้อมกับก้มหัวให้กับทั้งสอง เพราะเธอกำลังรบกวนพื้นที่ภายในลิฟต์“ไม่เป็นอะไรครับ..” ไอซ์กล่าวพร้อมกับพยักหน้าอย่างเข้าใจ สำหรับเขาแล้วมันเป็นเรื่องปกติที่สามารถพบได้ทั่วไปในโรงพยาบาล แต่เรื่องเดียวกันนี้มันไม่ใช่สิ่งที่ทำธรรมดาสำหรับปังปอน เธอพยายามหลับตาเพื่อที่จะไม่เห็นเตียงผู้ป่วยคนนี้ ไอซ์ที่สังเกตมาสองครั้งแล้ว ตั้งแต่ตอนย้ายคุณน้ากัญญาขึ้นมาข้างบนนี้แล้ว ปังปอนเลือกที่จะขึ้นไปด้วยลิฟต์อีกตัวหนึ่ง ดังนั้นสรุปได้เลยทันทีว่าเธออาจจะมีอะไรฝังใจกับเรื่องนี้ ไอซ์ที่เห็นอย่างนั้นก็ดึงเอาศีรษะของปังปอนเข้ามาที่อกของเขา“..ไม่เป็นอะไรนะครับปอน” ไอซ์กล่าวเบาๆ ปังปอนได้แต่พยักหน้าในอ้อมอกของเขา แต่นั่นมันก็ทำให้เธอนึกอะไรขึ้นมาได้ มันเหมือนกับว่าอกนี้เธอเคยซบมาแล้วอย่างไรอย่างนั้น ‘มัน.. เหมือนกันมาก เหมือนกับของคุณเทียนหลง..’ ปังปอนคิดอยู่ในใจ‘หรือว่าไอซ์คือคุณเทียนหลงอย่างนั้นเหรอ...’ แม้ว่าเธอจะสงสัยแต่เธอเป็นพวกที่อยู่กับความเป็นจริงมากกว่าพลังแห่งจิตนาการ เรียกได้ว่าเธอได้คุณพ่อมาเยอะกว่าแม่ เธอสลัดความคิดของตัวเอง ถ้าไอซ์คือคุณเทียนหลงเขาก็คงจะต้องพูดอะไรบ้างแล้ว ฉะนั้นเธอยังไม่ปักใจเชื่อ ไม่นานเตียงก็ถูกเลื่อนออกไปที่ชั้น 3 ของโรงพยาบาล ไอซ์กับปังปอนยังอยู่ในท่าแบบนั้นจนประตูลิฟต์ปิดลง ไอซ์ก็ได้แต่เกาหัวไม่รู้จะทำยังไงกับสถานการณ์เช่นนี้ดี แต่เขาก็ไม่อยากเอาเปรียบหญิงสาวสักเท่าไร“เออ.. เตียงออกไปแล้วนะครับ แต่จะอยู่ท่านี้ก็ได้นะครับ ผมค่อนข้างชอบ..” ไอซ์กล่าวติดตลกเล็กน้อย แต่เขาก็ต้องอึ้งเมื่อปังปอนกล่าวกับเขา“ขอปอนอยู่อย่างนี้สักพักนะคะไอซ์..”

    คล้ายกับเรื่องเทียนหลง ดันเจี้ยน สเลเยอร์ ที่คุณอ่าน