การมีชื่อเสียงนั้นมีทั้งข้อดีและข้อเสีย
แต่สำหรับไป๋ฉางเซิงแล้วจะดังหรือไม่นั้นไม่ใช่เรื่องสำคัญ เขาไม่ได้คิดจะเดินสายดาราอยู่แล้วถ้าชื่อเสียงสามารถเปลี่ยนเป็นค่าพลังเลือดได้ เขาก็คงทุ่มสุดตัวไปอย่างไม่ลังเล
เจียงจืออวี๋ก็แค่แซวไป๋ฉางเซิงเล่นเท่านั้นไม่ได้มีความตั้งใจจะจัดการอะไรกับเรื่องนี้จริงๆ
“แต่ประโยคที่นายพูดนั่น ก็ช่วยชิงบางอย่างมาให้ได้นะ”
“อย่างเช่นสิ่งนี้ คือรางวัลที่มหาวิทยาลัยมอบให้นายเป็นการส่วนตัว”
เจียงจืออวี๋พูดพลางหยิบกล่องไม้การบูรแดงออกมาจากแหวนมิติ
“ข้างในนี้มียาเลือดมังกรบริสุทธิ์ มูลค่ามากกว่าสิบล้านเหรียญ”
“มันถูกปรุงขึ้นจากการรวบรวมเลือดของสัตว์อสูรสายพันธุ์ที่มีเลือดมังกรมาสกัดและหลอมรวมกัน”
“ถึงจะไม่ได้ช่วยให้ระดับสายเลือดมังกรของนายเลื่อนระดับแต่ผลของมันจะช่วยกระตุ้นศักยภาพของเลือดมังกรที่นายมีอยู่ในตอนนี้ออกมาได้อย่างถึงขีดสุด”
กระตุ้นศักยภาพของเลือดมังกรในตอนนี้ออกมาให้ถึงขีดสุดงั้นหรือ?หมายความว่ายังไง?
ฟังจากที่เจียงจืออวี๋พูดดูเหมือนว่าสายเลือดมังกรในตัวเขายังไม่อยู่ในสภาวะที่สมบูรณ์ที่สุดอย่างนั้นหรือ?
คล้ายจะรู้ถึงความสงสัยในใจของไป๋ฉางเซิงเจียงจืออวี๋จึงอธิบายต่อทันที
“เลือดมังกรถูกเรียกว่าเป็นสายเลือดที่แข็งแกร่งที่สุดในบรรดาสัตว์อสูรแต่มันไม่ได้มีดีแค่การเพิ่มพลังป้องกันหรือช่วยให้ฟื้นฟูร่างกายได้เร็วขึ้นแค่นั้นหรอกนะ”
“ถ้ามีดีแค่นั้นเลือดมังกรก็คงไม่มีคุณสมบัติพอจะถูกเรียกว่าสายเลือดที่แกร่งที่สุดเพราะเอาเข้าจริง สายเลือดที่ให้ผลลัพธ์เวอร์กว่านี้ในด้านความอึดก็มีอยู่ไม่น้อย”
“แต่ความจริงคือขนาดฉันอาศัยแค่สายเลือดมังกรเทียมยังสามารถเปิดทะเลปราณแห่งที่สองได้แล้วนายที่มีเลือดมังกรระดับสี่ พลังที่ได้รับจะน้อยแค่นี้ได้ยังไง?”
“หัวใจสำคัญที่แท้จริงของเลือดมังกรคือ ‘การหลอมรวม’”
“ลำตัวงู กรงเล็บเหยี่ยว เกล็ดปลา เขากวาง และขนแผงคอสิงโต...ลักษณะเด่นของสิ่งมีชีวิตทุกชนิดสามารถหลอมรวมเข้ากับร่างมังกรได้อย่างสมบูรณ์แบบ”
“ในจุดนี้ นายเองก็ดูจะคล้ายกับเรื่องนี้อยู่ไม่น้อยนะ”
เจียงจืออวี๋พูดพลางเหลือบมองไป๋ฉางเซิง
แม้จะไม่ได้พูดออกมาชัดเจนแต่ไป๋ฉางเซิงสัมผัสได้ว่าเจียงจืออวี๋ต้องมีความนัยแฝงอยู่อย่างแน่นอนแต่ก็สมเหตุสมผล เพราะเขาใช้ชีวิตและต่อสู้เคียงข้างเธอมานานขนาดนี้
แค่การเปลี่ยนแปลงที่เจียงจืออวี๋เห็นด้วยตาตัวเองก็ไม่ต่ำกว่าสามครั้งแล้ว
ทั้งพิษร้ายกระดูกเหล็กกล้า เลือดมังกร และอัสนีบาต...
ยังไงซะชาติก่อนเธอก็เคยเป็นถึงตัวตนระดับจักรพรรดิถ้ามองความผิดปกติแค่นี้ไม่ออก ชาติที่แล้วก็คงฝึกฝนมาเสียเปล่า
แต่เจียงจืออวี๋ไม่ได้คิดจะซักไซ้เรื่องนี้เธอเพียงอธิบายความลี้ลับของเลือดมังกรต่อ
“ทำไมนายถึงหลอมรวมพรสวรรค์ธาตุไฟกับธาตุสายฟ้าเข้าด้วยกันได้? นายเคยคิดถึงเรื่องนี้บ้างไหม?”
คำถามของเจียงจืออวี๋ทำเอาไป๋ฉางเซิงชะงักไปเขาไม่เคยคิดถึงเรื่องนี้อย่างละเอียดเลย แค่เห็นว่ารวมกันได้ก็ใช้ไปใครจะไปสนใจเบื้องหลังกันล่ะ?
ตอนแรกเขาคิดว่าอาจเป็นเพราะพลังจิตของเขาแข็งแกร่งเกินไปการมีพลังจิตระดับจ้าวอสูรทั้งที่ค่าพลังเลือดยังอยู่ในระดับแม่ทัพอสูรจะบอกว่าเป็นเรื่องที่หาได้ยากยิ่งในโลกก็ไม่เกินจริงไปใช่ไหม?
แต่พอได้ยินสิ่งที่เจียงจืออวี๋สื่อตอนนี้ดูเหมือนมันจะไม่เกี่ยวกับพลังจิตเท่าไร แต่เป็นเพราะเลือดมังกรอย่างนั้นเหรอ?
“พลังจิตเป็นตัวกำหนดปริมาณและคุณภาพของธาตุที่นายดึงมาใช้ได้แต่มันไม่สามารถนำธาตุเหล่านั้นมาหลอมรวมกันได้หรอก”
“โดยเฉพาะธาตุไฟและสายฟ้าที่รุนแรงพอกัน เปรียบเหมือนฟืนแห้งกับไฟลุกโชนพวกมันจะอยู่ร่วมกันอย่างสันติได้ยังไง?”
“ยกเว้นว่าพลังจิตของนายจะสูงล้ำจนน่าเหลือเชื่อถึงจะพอฝืนหลอมรวมพวกมันได้”
“ความจริงแล้วเป็นเพราะเลือดมังกรในร่างกายนายต่างหากที่คอยทำหน้าที่ประสานทำให้ธาตุทั้งสองเสริมพลังซึ่งกันและกันได้”
ที่แท้ก็เป็นแบบนี้นี่เอง
เมื่อได้ยินคำพูดของเจียงจืออวี๋ไป๋ฉางเซิงจึงลองขยับความคิดเขาดึงทั้งธาตุไฟและธาตุสายฟ้าออกมาก่อนจะลองหลอมรวมพวกมันต่อหน้าเจียงจืออวี๋
ผลลัพธ์เป็นไปตามที่เธอพูดจริงๆเขาเริ่มรู้สึกได้ลางๆ ว่าในขณะที่ธาตุทั้งสองกำลังหลอมรวมกันมันก็กำลังไปกระตุ้นเลือดมังกรในร่างกายของเขาด้วย
ก่อนหน้านี้ในระหว่างการต่อสู้สัมผัสนี้ยังไม่ชัดเจนนัก แต่ในตอนที่จิตใจสงบนิ่งแบบนี้ไป๋ฉางเซิงกลับรับรู้ได้อย่างชัดเจน
เขาสลายธาตุทั้งสองทิ้งไปก่อนจะมองไปยังกล่องไม้การบูรแดงในมือของเจียงจืออวี๋
ถ้าสามารถปลุกคุณสมบัติของเลือดมังกรให้ตื่นขึ้นมาได้อย่างสมบูรณ์นั่นหมายความว่าเขาจะสามารถประสานธาตุทั้งสองเข้าด้วยกันได้ดียิ่งขึ้นและระเบิดพลังที่รุนแรงกว่าเดิมใช่ไหม?
แต่พอเจียงจืออวี๋ได้ยินดังนั้นเธอกลับส่ายหน้า
“ยานี้มีฤทธิ์กระตุ้นสายเลือด หลังจากกินเข้าไปแล้วเลือดทั่วร่างของนายจะเดือดพล่าน”
“ถึงตอนนั้นความเจ็บปวดที่ได้รับคงจะไม่ต่างจากโดนจับลงกระทะทองแดงเท่าไหร่นัก”
ที่เจียงจืออวี๋พูดแบบนี้ก็เพื่อเป็นการฉีดยาป้องกันไว้ก่อน
เธอไม่ได้คิดว่าเขาจะท้อถอยเพราะจากที่ผ่านมา ไป๋ฉางเซิงกับเธอก็เป็นคนประเภทเดียวกัน นั่นคือ
ขอแค่ทำแล้วแข็งแกร่งขึ้นได้ตราบใดที่ยังไม่ตายก็นับว่าคุ้ม
“ฉันว่า... ฉันน่าจะทนไหวอยู่นะ”
ไป๋ฉางเซิงคิดทบทวนยาเลือดมังกรบริสุทธิ์นี่ อย่างมากความเจ็บปวดก็คงพอๆกับตอนที่เขาวิวัฒนาการสายเลือดนั่นแหละมันไม่น่าจะเจ็บไปกว่าตอนวิวัฒนาการหรอกมั้ง?
เมื่อเห็นไป๋ฉางเซิงยืนกรานเจียงจืออวี๋ก็ไม่พูดอะไรอีกเธอเปิดกล่องไม้การบูรแดงออกแล้วหยิบยาเม็ดสีทองออกมาหนึ่งเม็ด
ยาเม็ดนี้ขนาดแค่ปลายนิ้วโป้งแต่วินาทีที่มันปรากฏขึ้น มันกลับส่งผลต่อเลือดมังกรในกายของไป๋ฉางเซิงทันที
ราวกับเกิดการสอดประสานกันจนทำให้ไป๋ฉางเซิงรู้สึกร้อนรุ่มไปทั้งตัว
นี่ยังไม่ได้กินเลยนะแค่เหลือบมองกับได้กลิ่นยังเป็นขนาดนี้ ถ้ากินเข้าไปจริงๆไม่ทะยานขึ้นสวรรค์ไปเลยหรือ?
จู่ๆไป๋ฉางเซิงก็เกิดความขลาดกลัวขึ้นมานิดหน่อย ไม่ใช่ว่าเขากลัวเจ็บแต่เขากังวลว่าด้วยพละกำลังของเขาในตอนนี้ ถ้าเกิดคุ้มคลั่งคุมตัวเองไม่อยู่ขึ้นมาเกรงว่าห้องฝึกฝนทั้งห้องจะพังพินาศเอาได้
ถึงตอนนั้นคงต้องชดใช้เงินค่าซ่อมห้องฝึกฝนให้มหาวิทยาลัยอีกบาน
“ก็มีเหตุผล ไปเถอะ ฉันจะพานายไปหาคณบดีเฉียน”
แม้ตอนนี้เจียงจืออวี๋จะไม่ขัดสนเรื่องเงินแต่ที่เธอมีก็คือทรัพยากรที่จำเป็นต่อการฝึกฝนประจำวันเท่านั้น
ก่อนที่ยาสงบวิญญาณจะถูกนำออกสู่ตลาดอย่างเป็นทางการเธอก็ยังไม่สามารถใช้เงินสุรุ่ยสุร่ายได้ตามใจชอบ
และไป๋ฉางเซิงก็เห็นด้วยในเมื่อคณบดีเฉียนรวยล้นฟ้า ทำไมถึงไม่ไปรบกวนเขาล่ะ?
มีคำกล่าวที่ว่าปั่นจักรยานไปกินเหล้าที่บาร์ บทจะงกก็ต้องงก บทจะจ่ายค่อยจ่าย
คณบดีเฉียนเองก็คาดไม่ถึงว่าในเวลาแบบนี้คนที่เจียงจืออวี๋และไป๋ฉางเซิงนึกถึงเป็นคนแรกจะเป็นเขาแค่จุดนี้ก็ทำให้เขารู้สึกปลื้มใจอยู่ไม่น้อย
นี่ไม่ได้แปลว่าในใจของทั้งสองคน เขาคือบุคคลที่น่าเชื่อถือและพึ่งพาได้มากที่สุดหรอกหรือ?
เขาจึงโบกมืออย่างใจกว้างบอกว่าห้องฝึกฝนของเขา ไป๋ฉางเซิงจะใช้ยังไงก็ได้ตามสบาย
แต่หลังจากนั้นแค่สิบนาทีคณบดีเฉียนที่ได้ยินเสียงดังสนั่นหวั่นไหวราวกับห้องฝึกฝนกำลังโดนถล่มด้วยปืนใหญ่ก็ได้แต่ยืนคิ้วกระตุก
เขาไม่ได้ห่วงว่าห้องฝึกฝนจะพังเพราะยังไงเขาก็มีแผนจะอัปเกรดห้องฝึกฝนใหม่และยกระดับค่ายกลรวบรวมปราณให้สูงขึ้นอยู่แล้ว
แต่สิ่งที่เขากังวลคือเสียงโครมครามที่ไป๋ฉางเซิงก่อขึ้นในห้องฝึกฝนนั้นมันรุนแรงเหลือเกินไม่รู้ว่าเจ้าตัวจะทนรับไหวหรือไม่
อย่าให้ต้องมาจบชีวิตลงเพราะยาเลือดมังกรบริสุทธิ์แค่เม็ดเดียวเลยนะไม่อย่างนั้นเรื่องนี้คงกลายเป็นตลกร้ายแน่ๆ