สำนักพิมพ์: อาศรมอักษรา69หัวเข่าด้าน
EROTIC NOVEL
ONLY FACTS (ONLY FUCKS)
โดย : เลียลอง
39.
หฤหรรษ์ โหยหา คร่าอารมณ์ใคร่
แสงสลัวจากด้านในสาดส่องออกมายังบริเวณระเบียง โอ๊ตพอจะแลเห็นว่าใบหน้าพี่แนนซี่เริ่มแดงซ่าน เขาคิดว่าอารมณ์ใคร่ของเธอกำลังเคลิบเคลิ้มไปกับบทพิศวาสที่ได้ยินจากการบอกเล่าของพี่แพ็ท และ...พร้อมแล้วที่จะเย็ด!
“รอบต่อมาเริ่มขึ้นช่วงที่ไกด์ญี่ปุ่นของพวกเราถามความเห็น...จะดูต่อหรือกลับ ทุกคนเห็นพ้องกันว่ามันดึกมากแล้ว เราได้เรียนรู้เป็นประสบการณ์แค่นี้ก็มากเกินพอแล้วที่จะรู้ว่าญี่ปุ่นมีอะไรเหนือกว่าของบ้านเรามากมาย พอเดินถึงประตูทางออก ก็อดเหลียวไปมองบนเวทีเป็นการอำลาไม่ได้ มันเป็นการโชว์ของตัวแสดงทั้งหญิงชายแบบซาดิสต์นิดหน่อย เพราะมีอุปกรณ์ติดมือทั้งแซ่ ทั้งโซ่ ทั้งสองคนแต่งกายชุดลาเท็กซ์ดำมะเมื่อมมันวาว มีหน้ากากสวมด้วย....”
“น่าจะอยู่ดูกันต่อนะ การแสดงอย่างนี้คงจะหาดูกันไม่ได้ง่ายๆ หมายถึงการแสดงสด เห็นกันจะจะ เจ็บปวด ทรมาน แต่มีความสุขไปกับความรู้สึกอย่างนั้นจนสามารถจุดไคลแม็กซ์ได้” พี่แนนซี่ท้วงติง
“แต่คนไทยไม่ชอบบทเม็คเลิฟอย่างนี้น่ะซี”
“คุณคิดว่าไม่มีเหรอ?”
“มี!...แต่คงไม่มาก แล้วก็คงไม่กล้าแสดงออกว่ามีรสนิยมกามารมณ์อย่างนี้ หรือว่าคุณก็ชอบ อยากดูฉากเม็คเลิฟที่มันต้องใช้ความรุนแรงกระตุ้นอารมณ์ ปลุกกระสันด้วยความเจ็บปวด แลเห็นอีกฝ่ายหวีดร้องเมื่อโดนตี ส่งเสียงครวญคราง โอดโอยเมื่อได้รับการปรนเปรอรสสวาทพร้อมๆ กัน”
“หดหู่...”
“แต่คนที่เค้าชอบ...ไม่หด แถมยังสู้อีกต่างหาก”
“บ้า...” พี่แนนซี่ไม่มีอะไรจะโต้ตอบ
“ขึ้นชื่อว่ามนุษย์...มันย่อมมีอะไรผิดแผกแตกต่างกันบ้าง อย่างที่เข็มขัดสั้น”
“หือ? ...” พี่แนนซี่สงสัย
“คาดไม่ถึงไงล่ะ” พี่แพ็ทหัวเราะ
“คาดไม่ถึง เข็มขัดสั้น...ยังดี ก็ไม่ต้องคาดมันซะเลย ดีกว่าเข็มขัดที่แทงผิดรู ถ้าไม่หลวมโพรกก็คับติ้ว” พี่แนนซี่เปรย
เหมือนจงใจจะให้ทุกคนเข้าใจถึงลักษณาการที่มันวนเวียนอยู่ใต้สะดือ เพื่อกระตุ้นอารมณ์ใครไม่ให้ขาดระยะ
“ฮื่อ!...ถูกของคุณ แทงเข็มขัดผิดรู ก็มีอยู่สองสภาพ หลวมจนน่ารำคาญ หรือไม่ก็คับจนรู้สึกหงุดหงิด”
โอ๊ตจิบไวน์นั่งนิ่งฟังการโต้ตอบของสองสามีภรรยาอย่างตั้งใจ แต่เขาก็สังเกตว่าทั้งคู่ปรายตามองมาทางเขา เหมือนอยากจะดูอาการตื่นตัว...เงี่ยน!
แทงผิดรู...หลวมโพรก! คับติ้ว!
รูไหนบ้างล่ะ?
แล้วคืนนี้เขาต้องแทงรูไหน? รูของใคร?
โอ๊ตรู้สึกสนเทห์กับการเปรียบเปรยอย่างมีเลศนัยของพี่แนนซี่
ถ้าแทงผิดรูแล้วคับติ้ว!
รูที่คับแคบยากแก่การสอดแทรกเมื่อเริ่มแรก...
หลังจากนั้น...ยากจะบอกได้ว่ามันลำบากเกินกว่าจะเบียดเสียดทิ่มแทงชักเข้า-ชักออก!
และ...ยับยั้งกิริยา หักห้ามใจไม่กระทำต่อได้
มันมี!...แต่ไม่น่าจะมีในคืนนี้ และมีกับเขา
หลวม!...ไม่หรอกน่ะ ร่องรูนั้นของสตรีเพศไม่เคยหลวมโพรกจนแกว่งไกวทวยเทพควักคว้านได้ และไร้การเสียดสีจนไม่สามารถบรรลุจุดสุดยอด
กล้ามเนื้อส่วนนั้น...ในหลืบร่องแห่งความหรรษา มันขยับตัวได้ด้วยการเกร็งและขมิบให้กระชับตัวเพื่อลดความเวิ้งว้าง
หลวมโพรก คับติ้ว...มันคงเป็นความจงใจที่จะกระตุ้นต่อมกระสันโดยบังเอิญ ทุกถ้อยความสนทนาจะต้องถูกพลิกกลับมายังวังวนของกามารมณ์ตลอด
เย้ายวน ยั่วยุให้ความปรารถนาเสพเพศรสกำเริบ...โอ๊ตคิดด้วยอารมณ์ที่กำลังเคลิบเคลิ้มกับฤทธิ์ไวน์ และกระสันรัญจวนกับการสนทนาอย่างได้รสชาติกามารมณ์ เขาได้แต่ภาวนาว่าคืนนี้คงไม่มี ‘คับติ้ว’ สำหรับเขา
“ไม่มีอะไรที่มนุษย์ประพฤติ ปฏิบัติแล้วมันเป็นเรื่องพิสดาร ลามก สัปดน หากมันไม่ทำร้ายคนอื่น ทำลายความรู้สึกผู้อื่น แล้วก้อ...”
“นักปรัชญา...” พี่แนนซี่แสร้งยานคางชิงพูดดักคอด้วยน้ำเสียงเหมือนกระเซ้าเย้ยหยัน
และก่อนที่พี่แพ็ทจะพูดอะไรต่อ พี่แนนซี่ยกมือห้ามพี่แพ็ท เธอเหลียวมองไปด้านใน
“เอ๊ะ! เหมือนได้ยินเสียงสัญญาณโทรศัพท์ น่าจะใช่นะ ลองเข้าไปดูหน่อยซี” เธอเหลียวมองไปด้านใน เอ่ยบอกแกมออกคำสั่งบังคับสามี “คงมีธุระสำคัญมั้ง? ถึงได้โทรมาตอนนี้”
“กำลังคุยกันมันเลย ใครวะ? ...โทรมาขัดจังหวะ”
โอ๊ตมองดูปฏิกิริยาพี่แพทซึ่งยกแก้วไวน์กระดก แล้วลุกขึ้นเดินเข้าไปในข้างในห้อง
ความสงสัยของโอ๊ตผุดขึ้นมาอีกครั้ง เพราะเขาไม่ได้ยินเสียงอะไร!
หรือ...เพราะเสียงสมาร์ทโฟนเบา
หรือเพราะเขามัวแต่สนใจกับเรื่องราวจากปากพี่แพ็ทที่โอบพาเขาล่องลอยละลิ่วไปกับกามรสของบทพากษ์...คงไม่ใช่หรอกน่ะ
และเขาสรุปความสงสัยนั้นอย่างลงตัว ด้วยช่วงเวลาที่พี่แนนซี่พูดขัดจังหวะ หลังจากที่พี่แพ็ทพร่ำพรรณนาถึงเซ็กซ์โชว์จนเขารู้สึกเสียวซ่าน
พี่แนนซี่ก็คงรู้สึกเช่นเดียวกับเขา!
เมื่อไหร่? ...ควรทำอะไร!
โอ๊ตพาความคิดตัวเองมาถึงจุดบรรจบของความสงสัยและความเป็นจริงแล้ว ทั้งคู่เข้าใจและรู้ใจกันและกัน และวางแผนการมาก่อนแล้ว
คำพูดของพี่แนนซี่คือสัญญาณที่ชัดเจนและมีความสำคัญกว่าเสียงกริ่งโทรศัพท์
สัญญาณซึ่งบ่งบอกถึงเสียงร่ำร้องจากหัวใจเร่าร้อน
โอ๊ตเองก็ต้องเตรียมตัวรับสายได้แล้วเหมือนกัน!....สายสวาท!
เหลือเพียงเขากับพี่แนนซี่สองคน โอ๊ตจึงมีช่วงเวลาของตัวเอง ตั้งสติ ดึงความรู้สึกกลับคืนมาพิจารณาว่าเวลานี้เขามีอาการอย่างไรบ้าง?
มึนเมาเล็กน้อยด้วยฤทธิ์ไวน์แดง...กี่แก้วก็ไม่รู้แล้วล่ะ! แต่ก็ยังพอจะรับเพิ่มได้อีก หากนายจ้างต้องการเห็นเขาสำแดงบทบาทบนเตียงนอนอย่างหฤหรรษ์ด้วยแรงกระตุ้นของแอลกอฮอล์
อารมณ์เซ็กซ์กำลังคึกคะนอง อยากทิ่มทะลวงทวยเทพพุ่งสู่สังเวียนสังวาสเหนือปากมดลูก
สรุปง่ายๆ แบบคนซึ่งกำลังลอยละล่องเพลิดเพลินอย่างมีความสุขไปกับฤทธิ์ไวน์แดงและการยั่วเย้าปลุกเร้าอรมณ์กระสัน...เมาและเงี่ยน!
“เราเข้าไปดื่มกันข้างในดีกว่า...โอ๊ต” น้ำเสียงที่เอ่ยเนิบนาบสั่นพร่าเป็นคำสั่งให้เขาต้องทำตาม เช่นเดียวกับที่พี่แพ็ทต้องเดินหายเข้าไปในห้องนอน
แต่โอ๊ตยังไม่รู้ว่าเขาจะต้องเข้าห้องไหน?
เอาเถอะวะ!...ห้องไหนก็ได้วะ! ยังไงเราก็ต้องได้อะไรกันแน่ๆ อยู่แล้ว!
ท้องฟ้ามืดเจือแสงรางๆ ที่สาดสะท้อนจากป่าคอนกรีตกลางกรุง
แต่ในใจของโอ๊ตกำลังเจิดจ้าด้วยแสงโลกีย์เร่าร้อน
“ข้างนอกอากาศร้อนไปหน่อย ดื่มกันข้างในดีกว่า” มันเป็นเหตุผลที่เขาต้องคล้อยตาม และต้องปฏิบัติตาม
เป็นคำพูดที่โอ๊ตอยากได้ยินนานแล้ว การโยกยเยสถานที่ เท่ากับร่นระยะทาง และเวลาที่จะร่วมกันเดินทางสู่ห้วงหาวเวหาสวรรค์
แนนซี่ค่อยๆ ลุกขึ้นยืน หยิบขวดไวน์และแก้ว ส่งสายตาและรอยยิ้มหยาดเยิ้มเป็นใบนำทาง
แม้ในแสงสลัวราง แสงไฟจากในห้องส่องมาทางด้านหลัง เมื่อโอ๊ตพยายามเพ่งสายตาย้อนแสงมอง ก็พอจะแลเห็นทรวดทรงขาวนวลเพรียวระหงซ่อนในผ้าลูกไม้โปร่งบางได้บ้าง
เธอหันหลังเดินนำเขาเข้าไป โอ๊ตจึงได้แลเห็นก้นกอยอวบอูมของเธอ
โอ๊ตลุกขึ้นเดินตาม แต่เขารู้สึกอึดอัดและก้าวขายากลำบาก...
เป้ากางเกงมันบวมพองตามอารมณ์รู้สึกของเขา!
ผ่านประตูระเบียงเข้าไป เขาจึงได้เห็นว่ามันมีพาร์ติชั่นกั้นแบ่งห้องโถงจากทางเดินเข้ามาประมาณสามเมตร มีเตียงนอนคิงไซซ์ซ่อนอยู่ด้านหลัง หัวเตียงชิดผนัง...นั่นน่าจะเป็นสรวงสวรรค์วิมานแมนของเขา!
มุมซ้ายมือเป็นทางเดินไปยังประตูห้อง นั้นน่าจะเป็นห้องนอนของสองสามี-ภรรยาคู่นี้ ภายในห้องขณะนี้มืดสนิท
พี่แนนซี่หยิบผ้าขนหนูบนปลายเตียงยื่นให้เขาแลกกับแก้วไวน์ พยักเพยิดใบหน้าไปทางซ้ายมือ แย้มยิ้มให้เขา
เป็นสัญญาณที่เข้าใจไม่ยาก เขารับผ้าขนหนูจากพี่แนนซี่ และเดินไปยังด้านหน้าใกล้ประตูทางเข้าคอนโดฯ เปิดประตูห้องซ้ายมือ
มันเป็นห้องน้ำขนาดกะทัดรัดสำหรับแขกที่มาเยือนสถานที่นี้
มันมีเครื่องสุขภัณฑ์ครบครัน บนชั้นเหนืออ่างล้างหน้ามีกล่องแปรงสีฟันและยาสีฟัน ขวดน้ำยาบ้วนปาก สบู่ ทุกอย่างตระเตรียมไว้สำหรับใช้เพียงลำพังเช่นเดียวกับบริการของโรงแรมระดับหรู แต่!...มันมีกล่องกระดาษพิเศษเพิ่มมากกว่านั้น กล่องบรรจุถุงยางอนามัย!
ริมผนังมีฝักบัวอาบน้ำเหนืออ่างอาบน้ำแบบนั่ง มีสบู่วางในถาดด้านบนขอบอ่าง ฟองน้ำ
ม่านพลาสติคกันน้ำกระเซ็นติดห่วงเลื่อนรูดล้อมครึ่งวงกลมกันน้ำกระเซ็น
ทุกอย่างเตรียมไว้เพื่อเขาโดยเฉพาะ ไม่ใช่เพื่อแขกทั่วไป...งั้นหรือ?
แลเห็นเท่านี้ โอ๊ตก็รู้แล้วว่าเขาต้องทำอะไรบ้าง และรู้ว่าสามี-ภรรยาคู่นี้พิถีพิถันเรื่องความสะอาดมากเพียงใด
ความสะอาด...มันเป็นลักษณาการควบคู่ไปกับการเสพกามารมณ์อย่างสุนทรี ทั้งคู่...หรืออาจจะทั้งหมู่ในกรณีออร์จี้ เซ็กซ์ ต่างก็ได้ดื่มด่ำกับความสุขของการร่วมเพศ
มันปรนเปรอ เสริมเติมรสชาติการร่วมรักให้เข้มข้น และอิ่มเอม
ห้องน้ำนี้เปรียบเป็นไฟท์บังคับกลายๆ! เขาต้องพิถีพิถันกับความสะอาดทุกอณูของร่างกายตัวเองเพื่อสนองตอบความรู้สึกนายจ้าง และ...อัตราค่าจ้าง!
โอ๊ตนุ่งผ้าขนหนูออกจากห้องน้ำพร้อมกับความหอมสดชื่น คืนคลายมึนเมาเล็กน้อย แต่ความรู้สึกกระสันปั่นป่วนเพิ่มดีกรีแรงขึ้น
เขาเดินไปยังด้านหลังห้อง เมื่อพ้นขอบพาร์ติชั่น สายตาเขาก็สั่งงานให้ขาทั้งสองข้างชะงัก เพ่งมองไปไปยังเตียงนอนอย่างตะลึงงัน
หลังพาร์ติชั่นนั้นเป็นเตียงนอนขนาดมาตรฐาน พี่แนนซี่นอนเอนพิงหมอนรอเขาอยู่ก่อนแล้ว!
แสงไฟในห้องแม้จะสลัวมลังเมลือง แต่สายตาเขารายงานถึงความเซ็กซี่บาดอารมณ์ให้รับทราบ
ทวยเทพของเขามีปฏิกิริยาตอบรับในทันที เพียงแต่มันถูกผ้าขนหนูห่อหุ้มร่างกายท่อนล่างป้องปรามไม่ให้มันเร่งสำแดงตัวตนอย่างประเจิดประเจ้อ
แนนซี่นอนเอนพิงพนักเตียง งอเข่า มือข้างหนึ่งไขว้ลอดใต้ทรวงอก อีกข้างถือแก้วไวน์ เธอยิ้มให้เขา
เป็นยิ้มซึ่งโอ๊ตเริ่มรู้สึกตัวว่ามีอารมณ์พลุ่งพล่านในทันที
มันเป็นยิ้มกรีดบาดอารมณ์ใคร่ ต่อมกระสันปวดร้าวอย่างมีความสุขลึกล้ำ
แนนซี่ในชุดชั้นในสีเขียวอ่อน คลุมทับด้วยเสื้อนอนเขียวเข้มซี-ทรู ชายสองข้างแหวกออกจากกันอย่างจงใจจะเผยให้เห็นหนั่นเนื้อที่ซุกซ่อนภายใน บราเซียร์ห่อหุ้มสองเต้ากลมกลึงคว้านด้านบนลึก แลเห็นร่องหว่างกลางทรวงอกเป็นเส้นเงาเข้มชัดเจน บ่งบอกถึงความอวบอัดคัดแน่นของก้อนเนื้อบดเบียดกัน บิกินีผืนน้อยนิด ขอบเล็กจิ๋ว แต่บริเวณที่เป็นเป้าปิดเนินเนื้ออูมขยายใหญ่ แสงสลัวจากดวงไฟมุมห้องสาดส่องมา ช่วยขับเน้นให้เห็นว่ามันโค้งนูนเป็นโคก
นูนเนินนั้นอวบใหญ่! ใหญ่อย่างไฮท์-คลาสส์!
เธอเปลี่ยนชุดใหม่จากเดิมที่สวมมานั่งคุยกันริมระเบียง แต่งแต้มสีสันบนใบหน้าเล็กน้อย เน้นความคมเข้มของดวงตาและริมฝีปากอวบอิ่ม
โอ๊ตจ้องมองแบบเบิกตาโพลงและไม่ยอมขยับเปลือกตาเลย!
แนนซี่แลเห็นปฏิกิริยาของโอ๊ตด้วยความพึงพอใจ ไม่ต้องสังเกตมากเธอก็รู้ดีว่าเวลานี้โอ๊ตรู้สึกอย่างไร...กับเรือนร่างเปี่ยมด้วยมนต์เสน่ห์เร่าร้อนเธอ
“นั่งตรงนี้ซีจ๊ะ” แนนซี่เคาะนิ้วบนเตียงนอนใกล้ขาอ่อนเธอ เป็นการชวนเชิญแกมบังคับ
เธอยื่นแก้วไวน์แดงให้เขา ขณะที่เขาค่อยๆ นั่งลงที่ขอบเตียงอย่างระมัดระวัง ไม่ให้ชายผ้าขนหนูมันแหวกม่านปล่อยตัวละครสำคัญออกมาหน้าฉากก่อนเวลา
โอ๊ตกระดกแก้วไวน์ มันชื่นใจและเหลือเชื่อว่าเขาจะได้ดื่มไวน์อีกครั้งในคืนนี้
เมื่อคืน...พี่บุศย์ต้อนรับเขาอย่างนี้ เขาเพิ่งได้สนุกกับงานบำเรอเพศรสเป็นครั้งแรก เพลิดเพลินและมีความสุขในการบำบัดอาการป่วยใคร่
ย้ำ!...ป่วยใคร่!
มันเป็นอาการสามัญประจำตัวของมนุษย์ เพียงแต่ว่า...ใครจะหาทางเยียวยาตัวเองอย่างไร? หรือพึ่งพาการบำบัดจากใครอื่นหรือไม่?
เมื่อคืน...เขาเองก็พลอย ‘ป่วยไข่’ ไปกับลีลาพิสวาทของพี่บุศย์จนสลบไสล
คืนนี้...เขาคงไม่จบลงอย่างคืนก่อน เมาและง่วงจนผล็อยหลับไม่รับรู้อะไร?
เพราะอาการ ‘ป่วยใคร่’ ของพี่แนนซี่ยังไม่แสดงกิริยาใดๆ ออกมาเขาเห็นมากไปกว่าเรือนร่างเซ็กซี่ของเธอ...อวดอัดหนั่นเนื้อ ทรวงอกครัดเคร่งเบียดเสียดกันในบราเซียร์ตัวจิ๋ว แววตาเย้ายวน ริมฝีปากเอิบอิ่มซึ่งพร้อมจะแย้มยิ้มกระตุ้นต่อมกระสัน ปลุกเร้าอารมณ์เพศของเขาให้ปั่นป่วน
โอ๊ตกระดกแก้วดื่มสองสามอึก เหมือนจะเรียกร้องความมึนเมาให้มันกระตุ้นเร้าอารมณ์ของเขาก่อนปฏิบัติการ เขาต้องการฤทธิ์แอลกอฮอล์เสริมความกล้าที่จะปฏิบัติกามกิริยาเพื่อเสพเพศรส ซึ่งเขายังไม่เคยมีประสบการณ์ และเขายังคาดเดาไม่ได้ว่ามันจะดำเนินในรูปแบบใด
แนนซี่มองดูเรือนร่างของโอ๊ตนุ่งผ้าขนหนูผืนสั้นๆ ผิวพรรณสีน้ำตาลอ่อนของเขาแลดูเนียนสะอาด รูปร่างสูง สันทัด แผงอกแน่น หน้าท้องแลเห็นสันลอนกล้ามเนื้อ ใบหน้าคมสัน ไม่ถึงกับหล่อเหลาชวนมอง หรือเกิดอาการลุ่มหลง
แต่!...สำหรับเด็กหนุ่มคนหนึ่งซึ่งเธอจ้างมารักษาอาการ ‘ป่วยใคร่’ แบบชั่วครู่ ชั่วคราว บุคลิกที่แลดูดีพอใช้ กิริยามารยาทเรียบร้อยและอ่อนน้อมของเขา อยู่ในระดับเหมาะควรแล้วที่เธอพึงพอใจจะเสพเพศรสด้วยโดยไม่รู้สึกตะขิดตะขวง หรือหมดอารมณ์จนรู้สึกหดหู่
แนนซี่ขยับตัวขึ้นนั่งมุมเตียงห้อยขาเคียงข้างเขา เบียดกระแซะเข้ามาจนชิดใกล้ กลิ่นน้ำหอมจางๆ โชยมาแตะโสตนาสิกจนโอ๊ตอยากจะโดมดมที่เนื้อตัวของเธอมากกว่ารับเอามาเพียงแค่กลิ่นระเหย
แนนซี่ขยับเขยื้อนตัว แสดงอาการว่าจะปลดเสื้อนอนออก
“โอ๊ตจะไม่ช่วยพี่หน่อยหรือจ๊ะ?”
เธอถือแก้วไวน์ชูขึ้นเล็กน้อยเหมือนจะบอกให้โอ๊ตรู้ว่าเธอไม่ถนัดที่จะเปลื้องเสื้อด้วยตัวเอง
“ได้ครับ” โอ๊ตรีบบอก
มือข้างเดียวของเขาที่ไม่มีภาระต้องถือแก้วไวน์ช่วยดึงสาบเสื้อข้างหนึ่งเลื่อนรูดจากไหล่ของแนนซี่ เขาบรรจงจับมันอย่างประณีต พยายามรักษาทรงและความรู้สึกไม่ให้มือเกิดอาการสั่นเทาจนพี่แนนซี่สังเกตได้
และ...หลังมือเขาได้สัมผัสผิวเนื้อเย็นนุ่มบริเวณต้นแขนของเธอ ก่อนที่จะไต่ต่ำลงมาตามลำแขน
ว้าว!...เขาร้องในใจด้วยความตื่นเต้น
เพียงแค่นี้ก็มีความสุขแล้วโว้ย!
แนนซี่ก็เปลี่ยนมือถือแก้วไวน์ แล้วปลดสาบเสื้อออกจากไหล่
เสื้อคลุมหลุดเลื่อนจากร่างลงไปกองด้านหลังแนนซี่ เธอยกสะโพกขึ้นเล็กน้อย ดึงและขยำเสื้อคลุมนอนเหวี่ยงมันไปไว้ข้างเตียงอีกฟาก
เวลานี้...ร่างของเธอมีเพียงบราเซียร์เว้าเนินอกลึกและบิกินี่ชิ้นเล็กห่อหุ้มร่างกายเท่านั้น!
เธอหันมามองโอ๊ต ยิ้มมุมปากให้เขาเหมือนเย้ายวน
โอ๊ตยิ้มตอบ แต่เป็นยิ้มที่ขัดเขิน ประหม่า พยายามหลบเลี่ยงสายตาออกจากเรือนร่างของเธอ เหมือนไม่อยากแสดงออกถึงอารมณ์ตัณหาในเวลานี้
“อือ! พี่ว่า...” แนนซี่กวาดตามองรอบๆ ห้อง “มันมืดไปหน่อยนะ น่าจะเปิดไฟสว่างกว่านี้ซักนิด”
“ครับ...แล้วแต่พี่แนนซี่ครับ” โอ๊ตสนองตอบความเห็นของเธอ จะสว่างจ้าหรือมืดสนิท หนุ่มรับจ้างบำบัดความเงี่ยนอย่างเขาไม่มีสิทธิ์ปฏิเสธทั้งนั้น
โอ๊ตเพิ่งสังเกตว่ามันมีเพียงแค่แสงไฟจากโคมเพดานมุมห้องสี่ดวงเท่านั้น บรรกาศภายในจึงอึมครึมเล็กน้อย แต่ไม่ถึงกับมืดสลัวจนแลเห็นอะไรยากลำบาก เพราะสายตาเขาก็ได้สัมผัสความเซ็กซี่บนเรือนร่างของพี่แนนซี่อย่างอิ่มหนำชัดเจนไม่น้อยเลย
แนนซี่เขยิบตัว เอี้ยวไปกดสวิทช์ที่ผนังห้องใกล้พนักหัวเตียง ดวงไฟบนเพดานกลางห้องเปล่งแสงสว่างจ้าขึ้นเล็กน้อย
ทั่วทั้งห้องจึงมีแสงที่ช่วยให้แลเห็นอะไรต่อมิอะไรชัดเจนขึ้น
พี่แนนซี่ต้องการลำแสง และเปิดไฟด้วยตัวเอง
เธอชื่นชอบการเสพสังวาสกลางแสงเจิดจ้าอย่างนั้นหรือ?
เป็นรสนิยม ความชื่นชอบส่วนตัว! ซึ่งมันจะช่วยเติมเชื้อเพลิงความกระสันให้คุโชน และได้รสชาติซึ่งเปี่ยมด้วยความสุขสันต์
งานรับจ้างเม็คเลิฟบำบัดอาการ ‘ป่วยใคร่’ คืนนี้ต้องแปลกแน่ๆอย่างที่นายจ้างเขาบอก!...โอ๊ตคิด!