พันเส้นทาง หมื่นวิถี (จบ)

    บทที่29 ฝูงสัตว์อสูร

             ไม่นานข่าวร้ายก็แพร่งพรายออกไปทั่วเมืองชั้นใน ว่ามีกลุ่มอนุชนตายตก สูญหายจากการล่าสัตว์อสูร คาดเดาว่า พวกเขาน่าจะตายตกกันไปหมดแล้ว แม้แต่ตัวของเจ้าคฤหาสน์เซียงหยาง ยังต้องออกไปประจำการ ทางทิศใต้ของกำแพงเมืองชั้นนอก จัดการฝูงสัตว์อสูรด้วยตนเอง

     


            กลุ่มอนุชน ถูกผู้คุมเฉียนหาญ สั่นระฆังเรียกรวมพล พวกเขาต่างก็รับรู้ว่ากำลัง เกิดเรื่องปัญหาใหญ่ภายในเมืองแห่งนี้ พวกเขาต่างก็มารวมตัวหน้าลานกว้างคฤหาสน์เซียงหยาง กันอย่างพร้อมเพรียง แม้แต่ศิษย์หัวกะทิเอง ก็ไม่มีข้อยกเว้นในข้อนี้เช่นเดียวกัน

     


            ผู้คุมเฉียนหาญ เขาห่างคิ้วสั่นกระตุกเล็กๆ เมื่อเห็นเจ้าหลางเทียน ตามตัวเต็มไปด้วยกระบี่ไม่ได้คุณภาพ พันล้อมตัวไว้ด้วยเชือกฟางหนา ราวกับเป็นชุดเกาะออกรบ ทำให้พวกเขาที่เห็น พอจะคลี่ยิ้มกันขึ้นมาได้บ้างในยามนี้

     


           “ตอนนี้มีฝูงสัตว์อสูรบุกเมือง ถือเป็นการดีที่จะฝึกพวกเจ้า ทำงานกันเป็นทีมตามสีเข็มกลัด ใครเข้าร่วมกำจัดสัตว์อสูรครั้งนี้แจกแต้ม เข้าห้องฝึกฝนเจ้าคฤหาสน์เซียงหยาง 5วัน คนที่เข้าร่วมแม้จะมีความเสี่ยงสูง แต่ทุกคนที่รอดกลับมาได้ จะได้เหรียญทอง20เหรียญเป็นค่าตอบแทน” ผู้คุมเฉียนหาญ กล่าวพูดพลางอธิบาย อย่างไม่ปิดบัง

     


            ทำให้พวกเขาสูดลมหายใจเย็น เข้าไปลึกจนเต็มปอด ทว่าก็ไม่มีใครภายในที่ นี้คิดถอนตัว สุ่ยเยว่หันมากระซิบ หาหลางเทียนเห็นได้ชัด เจ้าบ้าหลางเทียนหวาดกลัว

     


           “เจ้าไม่ถอนตัวเช่นนั้นหรือ เจ้าเด็กบ้า... ไหนเจ้าบอกว่าใช้กระบี่ไม่เป็น แต่ตัวเจ้าเต็มไปด้วยกระบี่เช่นนี้เล่า” แม้เสียงของสุ่ยเยว่ จะกล่าวพูดออกมาไม่ดังมากนัก ทว่าภายในบริเวณที่เงียบงันเช่นนี้ มันก็ทำให้เสียงราวกับกระดิ่งเงิน ของนางที่เป็นผู้นำกลุ่มเข็มกลัดสีเหลือง ดังออกไปไกลไม่น้อย

     


    ทำให้รอบๆ เกิดเสียงหัวเราะขบขันขึ้นมา “ฮ่าๆ เจ้าหลางเทียนยังไม่ถอนตัว ข้าจะถอนตัวได้อย่างไรเล่า”

     


    “ใช่ๆ จริงด้วย หากถอดใจยอมแพ้ ให้กับเจ้าหลางเทียน เกรงว่าคนผู้นั้น จะไม่มีหน้าไปพบบรรพบุรุษของพวกมันแน่”

     


            หลางเทียนได้ยิน แม้จะไม่พอใจอยู่บ้าง แต่เขาก็ไม่ได้คิดอะไร ความหวาดกลัวเป็นพื้นฐานของทุกคนอยู่แล้ว ข้อนี้หลางเทียนล้วนรู้ดีที่สุด เมื่อเผชิญหน้ากับพี่ใหญ่เทียนตี๋ชงของเขา
     


           ผู้คุมเฉียนหาญ พร้อมกับคนอื่นๆ พวกเขาต่างก็คลี่ยิ้มออกมากว้าง เมื่อเห็นอนุชนรุ่นเยาว์ที่พวกเขาฝึกฝนมากับมือ ไม่คิดถอยหนี “ดี...ดีเช่นนั้นพวกเจ้าตามข้ามา เราจะไปยังประตูเมืองชั้นนอก ทางทิศใต้ ติดกับป่าก้นเหวลึก ขับไล่สัตว์อสูรกัน”

     


              พร้อมฝีเท้าพวกเขาก้าวเดินไปด้วยความฮึกเหิม ทว่าไม่นานที่ได้ยินเสียง คำรามของสัตว์อสูรดังออกมากู่ก้อง พร้อมเสียงต่อสู้ดังออกมาไม่ขาดสาย มันก็ทำให้พวกเขา ประหวั่นพรั่นพรึง หวาดหวั่นภายในใจกันไม่น้อย แต่ก็ยังทำใจดีสู้เสือ ผิดกับเหล่าอนุชนหัวกะทิทั้ง5

     


             เมื่อพวกเขาออกไปภายนอกประตูเมืองที่เต็มไปด้วย สัตว์อสูรน้อยใหญ่ได้ พวกเขาต่างก็พุ่งปราดเข้าโจมตีสัตว์อสูร อย่างไม่เกรงกลัว กระบวนท่าวิชาต่างๆ ถูกสำแดงออกมาใช้อย่างไม่เก็บออมปราณพลัง ก่อนพวกถงอี้ กับ ซ่านซีพร้อมกับศิษย์หัวกะทิคนอื่นๆ จะคลี่ยิ้มมาให้พวกของหลางเทียน ราวกับเป็นการเย้ยหยัน เมื่อพวกเขาบุกตะลุยไปทิศทางข้างหน้า อย่างไม่มีท่าทีสะทกสะท้าน

     


            สุ่ยเยว่ ที่คุมเชิงพร้อมกับหลางเทียน เสี่ยวเฉา กงม่อจือ กลับมีบางอย่างที่ผิดคาดพวกเขาไป เมื่อเจียงจือสายตานางที่เดือดดาล บ้าคลั่ง พุ่งปราดออกไปข้างหน้า ครั้นรับรู้ว่าน้องชายนางหายสาบสูญ ภายในป่า ก้นเหวลึก นางจึงคิดพุ่งปราดออกไปด้านหน้า คิดเข้าไปค้นหาตัวของน้องชายนาง ด้วยตัวของนางเอง

     


            เสียงย๊าก!! ที่คำรามก้องของเจียงจือ พุ่งปราดออกไปจัดการ สัตว์อสูรทำให้คนอื่นๆ ต้องพยักหน้า ขยับฝีเท้าตามไปสมทบเจียงจือ อย่างรวดเร็ว พร้อมสุ่ยเยว่ นางจะกล่าวเตือน แม่นางเจียงจือ ออกมา “เจ้าอย่าพึ่งรีบร้อน รู้หรือไม่ เจ้ากำลังทำให้ทุกคน ตกอยู่ในอันตราย เจียงจือ”

     


             ขณะเดียวกันเสียง ตู้ม!! เป้ง!! การปะทะ เข้ากับสัตว์อสูร หมาป่าทมิฬ ระดับเทียบเท่า ขั้นหลอมรวมลมปราณ จะดังออกมาก้อง ทว่าหลางเทียนที่ซัดหมัดลมระเบิด โดนช่วงลำตัวของหมาป่าทมิฬ พร้อมกับคนอื่นๆ โจมตี ทำให้มันถอยกรูดบาดเจ็บหนัก คำรามออกมาด้วยความเจ็บปวด

     


             แต่หลางเทียนกลับรู้สึกถึงสิ่งผิดปกติ จากท่าทางของมัน เห็นได้ชัดว่ามันกำลังบ้าคลั่ง มีท่าทีทุกทรมาน พร้อมฝีเท้าที่รวดเร็วของหมาป่าทมิฬ มันจะพุ่งกระโจนร่างใหญ่ร่วม3เมตร ส่งกรงเล็บเตรียมจะตะปบใส่ เจียงจือที่พุ่งเข้าไปสังหารมัน ทำให้พวกเขาต้องหดหรี่ ดวงตากันจนเล็กแคบ


     

             หลางเทียน ที่เห็นท่าไม่ดี เขาสำแดงกระบวนท่า ย่างก้าวลมระเบิดออกมาทันใด พร้อมเสียง ฟู่!! ดังออกมาเป็นระลอกคลื่นลม ก่อนร่างหลางเทียน จะพุ่งปราดมาอยู่ด้านหน้า เจียงจือ อย่างรวดเร็วในเสี้ยวขณะ แล้วรับกรงเล็บที่ตะปบลงมานั้นไว้

     


            เสียง เคร้ง!! ที่ดังออกมาก้อง ราวกับกายาโลหะเหล็กสำริดปะทะกัน ส่งให้ร่างหลางเทียน ปลิวกระเด็นออกไปหลายเมตร ปัง!! พร้อมฝุ่นโดยรอบลอยคละคลุ้งออกมาทั่ว

     


             “เจ้าเป็นอะไรหรือไม่หลางเทียน?” สุ่ยเยว่ กับคนอื่นๆ มีท่าทีกังวล เป็นห่วงหลางเทียนขึ้นมาทันที เห็นได้ชัดว่า หลางเทียนโดนการโจมตีเข้าไปเต็มๆ

     


             แม้แต่ศิษย์หัวกะทิ ที่อยู่อีกทิศทางหนึ่งปะทะเข้ากับ สัตว์อสูรแรดเขาแหลม พวกเขาชำเลืองสายตา เห็นเจ้าหลางเทียน ถูกโจมตีจนกลิ้งกระเด็นพวกเขา ยังคลี่ยิ้มออกมากว้าง ครั้นเห็นความยากลำบากของเจ้าเด็กบ้า

     


            หลางเทียน ไอแค่ก!! เขาเริ่มมั่นใจ ว่ามีบางอย่างควบคุมสัตว์อสูรเหล่านั้น เมื่อการแตะโดนตัวสัตว์อสูรเมื่อครู่ ภายในเสี้ยววินาที มันก็ทำให้เขาได้เห็นโครงสร้างของสัตว์อสูร

     


    เสียงคำราม จากภายใต้บริเวณเศษฝุ่น ที่ลอยคละคลุ้งที่หลางเทียนยืนอยู่ เขาแค่นเสียงออกมาก้องทันที “จุดอ่อนของพวกมัน อยู่ที่หลัง”

     

    คล้ายกับเรื่องพันเส้นทาง หมื่นวิถี (จบ) ที่คุณอ่าน