จารึกที่ 8: ผงธุลีเซียนกำมะลอ : การค้าขายครั้งแรกในรุ่งอรุณ
ม่านหมอกหนาทึบเริ่มสลายตัวลงเมื่อแสงรุ่งอรุณสาดส่อง นกน้อยขยับปีกขานรับวันใหม่พร้อมกับความเคลื่อนไหวของสรรพสิ่งที่เริ่มตื่นจากนิทรา อาเจียเดินลัดเลาะกลับมาถึงหน้ากระท่อมไม้ไผ่ด้วยสภาพมอมแมมแต่แววตากลับเป็ประกายวาววับ.ในอกเสื้อตุงไปด้วยถุงผ้าที่บรรจุ "ผงหินา" ที่เขาตั้งใจหมายมั่นปั้นมือว่าจะเปลี่ยนให้เป็ทองคำ
ทว่าเมื่อก้าวเท้าเข้าสู่เขตธรณีประตู เสียงไอโขลกๆ ที่แห้งผากและรุนแรงพลันดังลอดออกมาจากข้างฝาไม้ไผ่
"แค่ก! แค่ก! ...เจียเอ๋อร์... เ้ากลับมาแล้วรึ?" เสียงของปู่หลินฟังดูอ่อนแรงกว่าทุกวัน พร้อมกับไอสีขาวจางๆ ที่พ่นออกมาเป็เกล็ดน้ำแข็งเล็กละเอียด อันเกิดจาก พิษไอเย็น (寒毒 - หานตู๋) สะสมที่กำเริบหนักขึ้น
อาเจียชะงักฝีเท้า ความดีใจเื่พู่กันหายวับไปในพริบตา แทนที่ด้วยความกังวลที่เกาะกุมหัวใจดุจกรงเล็บปีศาจ เขารีบผลักประตูเข้าไปประคองชายชราที่กำลังพยายามลุกขึ้นนั่ง "ท่านปู่! ข้ากลับมาแล้ว ท่านนอนพักเถิด อย่าเพิ่งลุก!"
ปู่หลินมองหลานชายด้วยสายตาฝ้าฟางแต่เปี่ยมด้วยความรักใคร่เอ็นดู "ปู่ไม่เป็ไร... แค่โรคคนแก่กำเริบ... ว่าแต่เ้าเถอะ หายไปทั้งคืน ได้สมุนไพรมาหรือไม่?"
อาเจียขบกัดริมฝีปากแน่น เขาไม่ได้ไปหาสมุนไพร แต่ไปเอาชีวิตเข้าไปเสี่ยงในการประมูลของและเกือบตายกลับมา สมองของเขาเริ่มทำงานหนักอีกครา ทว่าคราวนี้มิใช่เพื่อกำไร แต่เพื่อ "คำโกหกสีขาว"
"ได้สิขอรับ!" อาเจียฉีกยิ้มกว้างจนตาหยี หยิบถุงผงหินสีดำออกมาด้วยท่าทางมั่นใจตามนิสัยของผู้ที่หาเลี้ยงชีพด้วยวาจา "ข้าได้ 'ผงรากบัวทมิฬพันปี' มาจากหมอเทวดา เขาบอกว่ามันช่วยบำรุงกำลังและต้านพิษไอเย็นได้ดีนัก!"
[เ้าศิษย์จอมกะล่อน...] มู่เฉินบ่นพึมพำในห้วงจิติญญา [นั่นมันขี้เถ้าหินชัดๆ เ้าจะให้ปู่เ้ากินรึ?]
"ท่านอาจารย์เงียบก่อน!" อาเจียเถียงกลับในใจ "ข้าไม่ได้จะให้ปู่กินเปล่าๆ ข้าจะเอาไปผสมกับข้าวต้มหมูสับต่างหาก... ปัญหาคือ ตอนนี้ข้าไม่มีเงินซื้อหมูสับเลยสัก อีแปะ เดียว!"
ใช่แล้ว... เงิน 40 ตำลึงเงินที่เก็บหอมรอมริบมาทั้งชีวิต หมดเกลี้ยงไปกับหินก้อนนั้นแล้ว บัดนี้อาเจียคือ ยาจก เต็มขั้น! และคติประจำใจที่ว่า "ไอปราณกินไม่ได้ แต่หมั่นโถวและเงินอีแปะกินได้" ก็ดังก้องเตือนสติเขาอย่างรุนแรง
"ต้องหาเงิน... เดี๋ยวนี้!"
สัญชาตญาณความหน้าเงิน (ที่ถูกขับเคลื่อนด้วยความกตัญญู) ลุกโชนขึ้น อาเจียจัดแจงห่มผ้าให้ปู่หลินนอนพัก แล้วรีบคว้าถุงผงหินวิ่งแจ้นไปยัง "ตลาดศิษย์สายนอก" ของสำนักหมึกวารีทันที
ตลาดเช้าคลาคล่ำไปด้วยศิษย์สายนอกที่มาจับจ่ายซื้อของ อาเจียเลือกทำเลเหมาะเหม็งใต้ต้นไม้ใหญ่ ปูผ้าเก่าๆ ลงกับพื้น แล้วเทผงหินสีดำใส่กระทงใบตองเล็กๆ เรียงรายไว้อย่างสวยงาม
เขาหยิบ พู่กันนิรันดร์ ออกมา แกล้งทำท่าตวัดเขียนอากาศด้วยท่วงท่าที่ดูขลังประหนึ่งกำลังจารึก "อักขระศักดิ์สิทธิ์" แล้วะโป่าวประกาศเรียกลูกค้าด้วยสุ้มเสียงอันดังดุจโฆษกโรงงิ้ว
"เชิญเร่เข้ามา! เชิญเร่เข้ามา! ...นี่คือ 'ผงธุลีเซียนา' ที่ข้าบังเอิญขุดค้นพบจากซากโบราณสถานเมื่อคืนนี้!"
ศิษย์สายนอกกลุ่มหนึ่งเริ่มก้าวเข้ามามุงดูด้วยความสนใจ "ผงธุลีเซียน? มันมีสรรพคุณอันใด?"
อาเจียยืดอกขึ้น แววตาเ้าเล่ห์ทำงานเต็มสูบ "มันช่วย... เอ่อ... 'ปลุกเร้าเจินชีธาตุไฟในกายให้ลุกโชน'! เหมาะสำหรับผู้ที่ฝึกปราณในยามเช้า เพียงแค่โรยลงในน้ำอาบหรือผสมน้ำชาดื่ม ผิวพรรณจะเปล่งปลั่ง พลังจะพลุ่งพล่านดุจัคะนองน้ำ!"
(อาเจียโม้สรรพคุณน้ำไหลไฟดับ ทั้งที่ความจริงแล้ว 'พลังตกค้าง' ในผงหินนั้น มีผลแค่ทำให้ิัระคายเคืองจนรู้สึกร้อนวูบวาบเหมือนทาพริกไทยเท่านั้นเอง)
"ราคาเท่าไหร่?" ศิษย์คนหนึ่งเอ่ยถาม
อาเจียดีดลูกคิดในใจอย่างรวดเร็วปานสายฟ้า 'ต้นทุน 40 ตำลึง... หารด้วยจำนวนกระทง... บวกค่าความเสี่ยง... บวกค่าหมั่นโถวไส้เนื้อ...'
"เพื่อศิษย์พี่ศิษย์น้อง ข้าขายเพียงกระทงละ 50 อีแปะ เท่านั้น! ราคาเท่ากับยาจีนทั่วไป แต่สรรพคุณระดับเซียน!"
"50 อีแปะ!" หลายคนร้องเสียงหลง แต่นั่นก็เป็ราคาที่พอจ่ายไหวสำหรับแลกกับความอยากรู้อยากเห็น
ทันใดนั้น ชายร่างท้วมในชุดศิษย์สายนอกที่ดูมีฐานะหน่อยก็เดินเบียดฝูงชนเข้ามา "ข้าเหมาหมด! ข้าจะเอาไปลองดูว่ามันวิเศษจริงสมคำคุยโวของเ้าหรือไม่ ถ้าไม่จริง... เ้าเตรียมตัวโดนข้าทุบจนน่วมคามือได้เลย!"
อาเจียรีบกวาดเงิน 500 อีแปะ (ประมาณครึ่งตำลึงเงิน) ใส่กระเป๋าด้วยความไวแสง "เสียเืได้ แต่เสียทรัพย์สินเงินทองไม่ได้... ขายแล้วไม่รับคืนนะขอรับ!"
เขารีบยัดถุงผงหินใส่มือลูกค้าแล้วอาศัยจังหวะชุลมุนวิ่งหนีหายไปในฝูงชนทันที โดยมีเสียงมู่เฉินหัวเราะอย่างอ่อนใจไล่หลัง [เ้าสร้างศัตรูเพิ่มอีกแล้วสินะ... แต่เอาเถอะ อย่างน้อยวันนี้ปู่เ้าก็ได้กินหมูสับ]
อาเจียวิ่งไปที่แผงขายเนื้อ ซื้อหมูสับชั้นดีมา 2 ขีด และหมั่นโถวขาวนุ่มอีก 2 ลูก เขากอดของกินไว้แน่น น้ำตาซึมเล็กน้อยเมื่อนึกถึงใบหน้าของปู่หลิน
"ขาดทุนยับเยิน... ลงทุน 40 ตำลึง ได้คืนมาแค่ครึ่งตำลึง..." อาเจียบ่นอุบอิบขณะเดินกลับกระท่อม แต่แววตากลับอ่อนโยนลง "แต่ช่างเถอะ... รอยยิ้มของปู่หลินตอนได้กินหมูสับ... ข้าจะตีราคาให้มัน 100 ตำลึงทอง ก็แล้วกัน!"