ก่อนหน้านี้ ฉินเฉาเคยเห็นอุปกรณ์นี้แค่ในทีวีเท่านั้น รูปร่างของอุปกรณ์เหมือนกับหน้าจอทีวีเล็ก ๆ มันแสดงสัญญาณแผนที่ของเมืองซูโจวด้วยจุดสีแดงเล็ก ๆ บนหน้าจอ
“จุดสีแดงคือรถซีตรอนของพวกเขา รีบตามไป” โรซี่พูด แล้วจากนั้นก็เข้ามาอิงฉินเฉาแล้วทิ้งรอยจูบหวาน ๆ ไว้ที่ริมฝีปากเขา
จูบของโรซี่มักจะมีอำนาจครอบงำเล็ก ๆ แม้ว่าเขาจะเคยมีประสบการณ์มาก่อน ฉินเฉาก็รู้สึกเหมือนจะหายใจไม่ออก
“จูบนี้เป็นการทำให้พรของนายสมบูรณ์” โรซี่ขยิบตา “โดยสิ่งนี้จะทิ้งรอยมาร์กไว้ใน 1/10 วิญญาณของนาย”
“ไม่น่า จูบนี้ถึงรู้สึกแปลก ๆ ...” ฉินเฉาจับริมฝีปากตัวเอง ที่ริมฝีปากบนเหมือนจะรู้สึกถึงความอุ่นของโรซี่ที่เหลือทิ้งไว้
“รีบตามไปเถอะ ถ้าพวกเขาทิ้งรถไว้ นายจะหาพวกเขาไม่เจอ” โรซี่ร้องบอก จากนั้นร่างของเธอก็กลายเป็นควันสีดำแล้วหายไปจากดาดฟ้า
ฉินเฉาใส่เครื่องนำทางไว้กับจักรยาน เขายิ่งรู้สึกว่าจักรยานคันนี้ไม่ธรรมดา
“ไปกันเถอะ เจ้าอุปกรณ์ผู้ฝึกคนของฉัน!”
พร้อมกันนั้นเขาปั่นจักรยานพร้อมกับคำรามลั่นแล้วลงมาจากดาดฟ้าของอีกตึกหนึ่ง จากนั้นก็หายไปในความมืด
ในตอนนี้เอง ในเมืองซู่หนาน ชายสองคนที่กำลังสนทนากันอยู่ภายในรถซีตรอน
“โอเค หัวหน้าเปลี่ยนแผนแล้ว มันไม่ใช่เรื่องของเราอีกแล้ว”
“เวรเอ๊ย ไม่อยากจะเชื่อ” คนขับขบเคี้ยวเขี้ยวฟัน “เราเกือบจะฆ่าผู้หญิงได้แล้วเชียว”
“อย่ากังวลกับเรื่องนั้นเลย” อีกคนพูดอย่างไม่สนใจ “อีกฝ่ายมีบอดี้การ์ดที่แข็งแกร่ง ไม่ใช่ความผิดของเราที่ทำงานนี้ล้มเหลว”
“เขาแข็งแกร่งแล้วดูเหมือนไม่กลัวปืน!” ชายที่ขับแสยะยิ้ม “ถ้าฉันเห็นมันอีกล่ะก็ ฉันจะยิงมันให้ตายเลย”
เมื่อเขาพูดเสร็จ ทันใดนั้นก็มีเสียงดังมาจากหลังคารถ เหมือนว่าจะมีของหนัก ๆ ตกใส่หลังคารถของพวกเขา
“อะไรวะ!” ชายทั้งสองขนลุกเมื่อหน้าต่างหลังรถแตกเป็นเสี่ยง ๆ แล้วมีเสียงเอี๊ยดอ๊าด พร้อมกับมีร่างสีดำลอยเข้ามา
เมื่อพวกเขามองกลับไป พวกเขากลายเป็นกลัวแล้วเหงื่อแตก เขาเห็นยามที่ลานจอดรถนั่งอยู่ที่เบาะหลัง เขาค่อย ๆ เอาบุหรี่ออกมาแล้วจุดมันด้วยไฟแช็ก
แชะ! แสงไฟสะท้อนใบหน้ามืดครึ้ม
“เฮ้พวก! ไม่เจอกันนาน”
นักฆ่าทั้งสองตกใจ พวกเขารีบเอาปืนออกมาแล้วชี้ไปที่ฉินเฉา
พึ่บ! เพียงแค่โบกมือ ปืนสองกระบอกก็หลุดออกจากมือพวกเขาแล้วชนเข้ากับกระจกหน้ารถ
นักฆ่าทั้งคู่เซ่อไปเลย พวกเขาไม่เข้าใจว่าปืนหลุดจากมือไปได้ยังไง
“ฉันคิดว่าจะดีกว่ามั้ยถ้าพวกนายไม่ชี้ปืนมาทางฉัน” เมื่อพูดเสร็จ ฉินเฉายื่นมือออกไปแล้วทำท่าจับเข้าที่คอของนักฆ่าที่นั่งข้างคนขับ นักฆ่าคนนั้นรู้สึกเหมือนคอถูกบีบ หน้ากลายเป็นสีฟ้า หายใจไม่ออก
เขาสะบัดมืออย่างเสียขวัญ ไม่มีประโยชน์ ฉินเฉาพ่นควันออกมาเป็นวงแล้วทันใดนั้นก็ทำท่าบิด พร้อมกับเสียงกร๊อบ! คอของนักฆ่าคนนั้นก็หัก แล้วห้อยไปอีกด้านอย่างประหลาด ตาเต็มไปด้วยความกลัว
ฉินเฉารู้ว่าเป็นเรื่องยากที่จะทำให้นักฆ่าเปิดปาก ดังนั้นเขาจึงฆ่าคนหนึ่งเพื่อทำให้อีกคนกลัว
“เอาล่ะ ทีนี้นายบอกฉันมา ใครเป็นคนส่งนายมา?”
หลังจากฉากนั้น ชายที่นั่งที่คนขับกลายเป็นกระวนกระวายแล้วพูดว่า “นายฆ่าคนติดต่อไปแล้ว ฉันเป็นแค่คู่หูแล้วทำหน้าที่ฆ่าเท่านั้น”
ฉินเฉากลายเป็นลำบากกลายเป็นว่าคนที่เขาฆ่าเป็นคนรับผิดชอบประสานงาน
“ขับต่อไป นายแค่ตอบคำถามฉันสักข้อสองข้อ” ฉินเฉาพ่นควันผ่านหน้าต่างที่เปิดแล้วถามอย่างเย็นชา “นายเป็นใคร? มาจากองค์กรไหน?”
“สิ่งที่ฉันบอกได้มีแค่ฉันมาจากองค์กรสากล สเกลตั้น นายหาเรื่องสเกลตั้น พวกเขาจะไม่ปล่อยนายไป หึหึหึ...”
จากนั้นนักฆ่าเหยียบคันเร่งแล้วหันรถพุ่งใส่ตึกที่อยู่ใกล้ ๆ เขาเจตนาขับรถชนตึก
“ฉันจะแช่งแก!” ฉินเฉาดูถูกนักฆ่านี้เกินไป เขาเห็นแค่รถชนเข้ากับกำแพงตึกสูงมากกว่า 10 ชั้น
ตูม! ไม่ต้องสืบเลยว่าส่วนหน้าของรถซีตรอนที่ชนกำแพงนี้ ผลลัพธ์คือเฟรมของมันผิดรูป
เพราะว่าดึกมาก จึงไม่มีผู้คนอยู่แถวนี้ ดังนั้นจึงไม่มีใครเห็นฉากสยองที่เกิดขึ้น
ปัง! พร้อมกับเสียงดัง ประตูข้างของรถถูกเตะจากข้างใน จากนั้นฉินเฉาในร่างปีศาจก็ปีนออกมาจากรถ
“ไม่อยากจะเชื่อ เจ้าพวกนี้บ้าไปแล้ว” หลังจากปลดร่างปีศาจ ฉินเฉาใช้มือตบฝุ่นตามตัว “สเกลตั้นสินะ ฉันอยากจะเห็นจริง ๆ ว่าองค์กรนี้เป็นยังไง”
ฆ่านักฆ่าหนึ่งคน บีบอีกคนให้ฆ่าตัวตาย ฉินเฉาไม่ได้รู้สึกอะไรสักนิดเดียว เขาเรียกจักรยานออกมาจากแหวนเก็บของแล้วปั่นจากไป
ซูเฟยกำลังนั่งอยู่ที่โซฟาที่ห้องนั่งเล่น เพราะว่ากลัวความมืด ซูเฟยจึงเปิดไฟทุกดวงในห้อง
เมื่อเธอไม่กล้าโทรหาฉินเฉา ที่ประตูทันใดนั้นก็มีเสียงเหมือนมีคนไขประตูเข้ามา
เหมือนไก่ตาขาว ซูเฟยกระโดดขึ้นจากโซฟา หยิบแก้วที่อยู่บนโต๊ะใกล้ ๆ แล้วถือไว้ในมือ
หรือว่าจะเป็นนักฆ่า? พวกนักฆ่าสากลมีอำนาจมาก บางทีพวกเขาอาจรู้แล้วว่าเธออยู่ที่นี่
จังหวะที่ประตูเปิด ซูเฟยก็ปาแก้วในมือออกไปทันที แก้วนี้ทำมาจากแก้ว ถ้ามันฟาดถูกหัว บางทีมันคงมีผลแบบเดียวกับโดนทัพพีไม้ตี
ใครจะรู้ ชายในชุดหนังสีดำที่เข้ามาในห้องจะยกมือจับแก้วนั้นไว้ได้
“ผู้อำนวยการซู นี่เป็นวิธีต้อนรับผมเหรอเนี่ย?” ฉินเฉามองซูเฟยด้วยรอยยิ้ม เธอรู้สึกโล่งอกแล้วกลับไปนั่งลงบนโซฟาอีกครั้ง
ฉินเฉาปิดประตูจากนั้นวางแก้วไว้บนโต๊ะ เมื่อมองไปรอบ ๆ เขาพบว่าไฟทุกดวงเปิดอยู่ ฉินเฉาอดยิ้มไม่ได้
“ผมสงสัยจริง ๆ ว่าค่าไฟเดือนนี้จะเท่าไหร่”
ซูเฟยกลอกตา “ถ้านายกังวลเรื่องค่าไฟล่ะก็ ฉันจะจ่ายให้เอง”
“ไม่เป็นไร แค่คืนเดียวเอง แต่กระเป๋าตังค์ผมคงรับไม่ไหวถ้าเป็นอย่างนี้ทุกวัน” ฉินเฉาถอดโค้ตออก “คุณยังไม่ได้กินอะไรใช่มั้ย? เดี๋ยวผมทำอะไรให้กิน”
“นายทำเป็นด้วย?” ซูเฟยรู้สึกแปลกใจเล็กน้อย
“ทำไมถามอย่างนั้นล่ะ? ถ้าผมไม่ทำ แล้วทุกวันนี้ผมกินยังไง?”
หลังจากที่พูด ฉินเฉาล้างมือ เดินเข้าไปในครัวแล้วเริ่มเตรียมอาหาร
“นะ นายหานักฆ่าสองคนนั้นเจอมั้ย?”
“เจอ”
“แล้ว เป็นไง?”
“ตาย” ฉินเฉาตอบอย่างรวบรัด ประจวบกับตอนที่เขาพูด ฉินเฉากำลังหั่นมันฝรั่ง เสียงของมีดในครัวที่กำลังหั่นทำให้ซูเฟยสะดุ้ง
“พะ พวกเขาตายยังไง?”
“ผมถามพวกเขาสองคำถาม แล้วจากนั้นพวกเขาก็ฆ่าตัวตาย” ฉินเฉาพูดความจริงโดยไม่แสดงอารมณ์
“แม้จะตาย แต่ผมก็พบบางอย่าง”
“อะไร?”
“พวกเขาเป็นนักฆ่าจากสเกลตั้น ดูเหมือนจะเป็นองค์กรนักฆ่าสากล”
“สเกลตั้น!” ซูเฟยสั่นไปทั้งตัว เธอพูดด้วยน้ำเสียงหวาดกลัว “แปลว่าพวกมันมาจากองค์กรนี้!”
“คุณรู้จักเหรอ?”
“ใช่ ฉันรู้จัก” ชั่วพริบตา อารมณ์ของซูเฟยกลายเป็นจริงจัง เธอพูดว่า “องค์กรนี้มีชื่อเสียงไม่ดี ผู้มีอิทธิพลหลายคนรู้จักพวกเขา บางคนแม้กระทั่งติดต่อกับพวกเขา เป็นองค์กรที่ยอดเยี่ยม นักฆ่าของพวกเขาเป็นมืออาชีพ พร้อมกับเปอร์เซ็นต์งานสำเร็จ 90% มีคนบอกว่าคดีของอับราฮัม ลินคอล์น เป็นผลงานของพวกเขา”
“น่ากลัวจริง” ฉินเฉาแสยะยิ้ม ‘ถ้าเจ๋งจริง ทำไมถึงถูกฉันฆ่าล่ะ?’ เมื่อเผชิญหน้ากับพลังที่แข็งแกร่ง ทั้งพระเจ้า ทหาร สเกลตั้น หรือกระทั่งซอมบี้ ก็ต้องหลีกทาง
“ไม่อย่างนั้น คุณก็กลับไปซ่อนตัวที่บ้าน” ฉินเฉาพูดอย่างไม่คิด “บ้านของคุณเต็มไปด้วยบอดี้การ์ด หรืออะไรทำนองนั้น มันจะปลอดภัย”
“ไม่ งานต้อนรับนักเรียนแลกเปลี่ยนใกล้เข้ามาแล้ว ฉันเป็นผู้อำนวยการ ฉันต้องจัดการเรื่องนี้ด้วยตัวเอง”
“คุณเป็นผู้หญิงบ้างานโดยสมบูรณ์แบบเลย” ฉินเฉาส่ายหัว แต่เขายังคงนับถือเธอในใจ
ทันใดนั้นซูเฟยก็มองฉินเฉาด้วยสายตาเป็นประกาย แล้วถามว่า “นายคิดว่าไงถ้าฉันจะจ้างนายเป็นบอดี้การ์ด? นายต้องรับผิดชอบความปลอดภัยของฉันตลอด 24 ชั่วโมง ทุกวัน”
“ขอผ่าน บอดี้การ์ดดูท่าจะงานหนัก ผมเป็นแค่ยามดีกว่า แม้ว่าเงินเดือนจะน้อย ผมก็สามารถใช้ชีวิตเรื่อย ๆ ได้ทุกวัน ถ้าคุณอยากจะขอบคุณผมล่ะก็ แค่ขึ้นเงินเดือนก็พอ แค่นั้นก็ยอดเยี่ยมที่สุดแล้ว!”
เมื่อถูกฉินเฉาปฏิเสธ ซูเฟยกลายเป็นรำคาญอย่างไม่มีเหตุผล
“ฝันไปเถอะ!” เธอดันแว่นแล้วกลอกตาที่น่าดึงดูดของเธอ
“เอาล่ะ ๆ หยุดพูดเรื่องงานเถอะ คุณหิวแล้วใช่มั้ย? งั้นก็กิน” ฉินเฉาวางอาหารไว้บนโต๊ะแล้วเรียกซูเฟยมากินข้าว
เมื่อเงินเดือนยังไม่ออก ส่วนผสมในครัวก็ขาดแคลน ตอนนี้ ฉินเฉาทำได้แค่มันฝรั่งแผ่นทอดแล้วทำซุปมันฝรั่งใส่ผักโขม
ไม่คิดว่า ซูเฟยจะกินอย่างไม่ลังเล
“ไม่เลว ฉันไม่เคยคิดเลยว่านายจะทำอาหารเป็น” ซูเฟยถอนหายใจ เธอไม่สามารถคิดภาพว่าผู้ชายธรรมดาอย่างฉินเฉา เวลาทำอาหารจะเป็นยังไง
“ผมทำได้แค่อาหารพื้น ๆ ตอนผมหางาน ลองสมัครเป็นเชฟ แต่พวกเขาไม่ชอบที่ผมรู้จักอาหารแค่ไม่กี่อย่าง ผมเลยไม่ผ่าน”
“ทำไมนายไม่ลองมาเป็นพ่อครัวที่โรงอาหารโรงเรียนล่ะ?” ซูเฟยอดแนะนำไม่ได้
“ทำไมทั้งคุณแล้วก็น้องสาวชอบให้ผมเป็นเชฟกันจัง? งานแบบนี้ไม่เหมาะกับผม” ฉินเฉารีบส่ายหัว ท่าทางไม่ต้องการยอมรับคำแนะนำของซูเฟย
“หึ!” ซูเฟยหายใจอย่างเย็นชา เพราะเป็นหญิงแกร่ง นี่เป็นครั้งแรกที่มีผู้ชายปฏิเสธข้อเสนอของเธอ ทำให้รู้สึกโกรธ
เธอหยุดพูด แล้วก้มหน้าก้มตากินอย่างเดียว
พวกเขาทั้งคู่หิวดูหิวไม่น้อยทีเดียว ซัดอาหารตรงหน้าจนเรียบ ไม่นานพวกเขาก็กินอาหารหมด
“ขอบคุณสำหรับอาหาร” หลังมื้ออาหาร ซูเฟยยืนขึ้น “นายไปพักเถอะ ฉันจะล้างจานแล้วทำความสะอาดครัวเอง”
ภายใต้สายตาตะลึงของฉินเฉา ซูเฟยก็ไปที่ครัว ใส่ถุงมือยางจากนั้นก็เริ่มล้างจาน
“คุณทำงานบ้านเป็นด้วยเหรอ?” ความตกใจของฉินเฉาไม่ใช่เล็ก ๆ เขาไม่อยากจะเชื่อว่าลูกสาวคนโตของครอบครัวเศรษฐีอยากจะล้างจาน
“เรื่องง่าย ๆ ” ซูเฟยพูดเสียงเบา “ตอนที่ครอบครัวยังจนอยู่ งานบ้านทั้งหมดฉันกับซูจีเป็นคนทำ ฉันจำได้ตอนที่ฉันหัดทำอาหารครั้งแรก ซูจีทำกระทะไหม้”
“ไม่อยากจะเชื่อ!” ทันใดนั้นฉินเฉาก็จำได้ว่า ‘ไม่น่าเมื่อตอนนั้นที่ซูจีละเมอ เธอทำอาหารให้ตัวเองได้’
“อื้ม...จริงสิ วันนี้ดึกแล้ว ตอนนี้เจียงตงคงหลับไปแล้ว แล้วฉันก็ไม่อยากกวนเขา แม้ว่าจะด่วนไปหน่อย คืนนี้ฉันค้างที่นี่ได้มั้ย?”
จบตอน#