บทที่ 28 รักแรก ผมจะเอารักแรก
หลงอ้าวเทียนโดนเขาจับยัดเข้ากรงไปหนึ่งวันแล้วก็จริง แต่ทำไมผู้หญิงในฮาเร็มของเขาถึงโผล่ออกมาได้อีก?
แต่จะพูดหักหน้านักข่าวสาวกลางงานแถลงข่าวก็ไม่ได้ซะด้วย
ลู่เฉิงเหวินยิ้มพลางตอบ “ผมเป็นักธุรกิจครับ ส่วนเื่มุ่งเน้นแต่ผลประโยชน์หรือไม่นั้นผมตัดสินไม่ได้ พวกคุณต่างหากที่ต้องเป็คนตัดสิน สำหรับเื่ที่ว่างานแถลงข่าวในวันนี้เป็การแสดงหรือไม่ ผมก็ตัดสินไม่ได้อีกเช่นกัน พวกคุณต้องตัดสินกันเอง แต่ผม้าจะแสดงท่าทีของพวกเราต่อภายนอกว่า ข้อที่หนึ่ง เราจะจดจำเื่นี้ไว้เป็บทเรียน และข้อที่สอง เราจะรับผิดชอบด้วยความมุ่งมั่น ขอบคุณครับ”
ทันใดนั้นเจี่ยงซือหานก็รีบพูดขึ้นมา “ขอบคุณเพื่อน ๆ จากทุกวงการที่มาร่วมงานนะคะ งานแถลงข่าวในวันนี้สิ้นสุดลงเพียงเท่านี้ค่ะ”
เมื่อลู่เฉิงเหวินลุกเดินออกไป กลุ่มบอดีการ์ดก็รีบเข้ามาคุ้มกัน
กลุ่มนักข่าวรีบรายล้อมกันเข้ามา โดยเฉพาะนักข่าวหญิงคนนั้นที่พยายามเบียดจนได้มาอยู่หน้าสุด เธอชูเครื่องอัดเสียงพร้ะโกนถาม “ประธานลู่คะ! โรงงานยาเกิดช่องโหว่ใหญ่ขนาดนี้ แค่จัดงานแถลงข่าวคิดว่าจะเื่จะจบลงง่าย ๆ เหรอคะ? ขั้นตอนการผลิตในอนาคตของโรงงานยาจะเกิดช่องโหว่แบบนี้อีกรึเปล่าคะ? ความผิดพลาดในครั้งนี้เป็อุบัติเหตุหรือมีคนทำคะ? ถ้าเป็มีคนทำ ใครควรจะเป็ผู้รับผิดชอบความเสียหายร้ายแรงในครั้งนี้...”
ลู่เฉิงเหวินรีบเดินพร้อมสีหน้าเคร่งเครียดโดยไม่สนใจใคร
ไอ้หลงอ้าวเทียน! ไอ้บ้าเอ๊ย!!
นายเงียบไปก็จริง แต่เื่เดือดร้อนของฉันไม่ได้ลดน้อยลงไปเลยโว้ย!
นายไปยุ่งกับผู้หญิงมากมายให้ได้อะไรขึ้นมา?
ใช่ พระเอกในนิยายส่วนใหญ่มีเมียหลายคน แต่อย่างนาย... มันเยอะเกินไปแล้วมั้ง?
ใช่ ฉันอิจฉานาย แต่อย่างนาย... มันหน้าด้านเกินไปแล้วมั้ง?
ใช่ ฉันอยากจะเป็นาย แต่คนอย่างนาย... มันทุเรศจริง ๆ!
เมื่อออกจากห้องแถลงข่าว เดินเข้าสู่ทางเดินเฉพาะแล้ว ลู่เฉิงเหวินก็สาวเท้าก้าวยาว ๆ อย่างรวดเร็ว
ไม่นานก็มีคนกลุ่มหนึ่งเดินเข้ามาหา ผู้หญิงที่เดินนำหน้าสวมชุดกี่เพ้า รองเท้าส้นสูง เธอเดินมาอยู่ตรงหน้าลู่เฉิงเหวิน
ลู่เฉิงเหวินมองอีกฝ่าย
รูปร่างเพรียว หุ่นดี หน้าสวย...
นางเอกอีกคน... เฉินเมิ่งอวิ๋น
เฉินเมิ่งอวิ๋นเป็หลานสาวของเฉินชิวโซว เป็พี่สาวของเฉินม่อฉวินกับเฉินม่อฮวน
ขณะนี้เธอดำรงตำแหน่งเป็ซีอีโอบริษัทเครือข่ายของตระกูลเฉิน และกุมอำนาจสูงสุด
ทว่าเมื่อย้อนนึกถึงความหลัง เธอเป็แฟนคนเดียวของเขา เป็รักแรกที่แสนหวาน
เพราะความเหลวไหลของเฉินม่อฉวิน จึงทำให้เขาต้องเลิกร้างจากเธอไปด้วยความเข้าใจผิด
เมื่อวันนี้ได้พบหน้ากันอีกครั้ง มันเลยยากมากที่จะทำตัวเหมือนปกติ
ยังดีที่ตอนนี้ลู่เฉิงเหวินเดินด้วยความรีบเร่ง แกล้งทำเป็มองไม่เห็น เดินอย่างรวดเร็วผ่านหญิงสาวไป
เฉินเมิ่งอวิ๋นเห็นผู้ชายซึ่งเป็รักแรกแล้วถึงกับหยุดเดินและนิ่งอึ้งไป
แต่ดูเหมือนอีกฝ่ายจะมองไม่เห็น เขาเดินผ่านหน้าเธอไปโดยไม่หันมามอง
‘เธอมองไม่เห็นฉัน เธอมองไม่เห็นฉัน เธอมองไม่เห็นฉัน!’
‘ยังไงเธอก็มองไม่เห็นฉัน!!’
‘เื่ที่เกิดขึ้นในอดีตล้วนเป็ความผิดของฉัน ฉันไม่อาจสู้หน้าเธอได้ ต่อไปเราสองคนต่างคนต่างเดินเถอะนะ!’
เฉินเมิ่งอวิ๋นหันกลับไปมองลู่เฉิงเหวินที่เดินจากไป
เขา... ฉันหูฝาดไปเหรอ?
เมือนึกถึงตรงนี้ เฉินเมิ่งอวิ๋นก็หัวเราะฝืด ๆ ขึ้นมา
หรือว่าฉันยังตัดใจจากเขาไม่ได้?
หลังลู่เฉิงเหวินเดินห่างออกไปได้ไม่กี่ก้าว สวีเสวี่ยเจียวก็เดินเข้ามาขวางทางชายหนุ่ม
“พี่เฉิงเหวิน! ฮ่า ๆ เมื่อกี้ฉันเห็นพี่เมิ่งอวิ๋นด้วย! พี่เมิ่งอวิ๋น!”
เขาอยากจะบ้าตาย “เธอ... อย่าะโสิ!”
“พี่เมิ่งอวิ๋น ทางนี้ค่ะ!”
เฉินเมิ่งอวิ๋นก็อยากจะเดินหนีอยู่เหมือนกัน แต่เธอรู้สึกว่าตัวเองดูตลกซะเหลือเกิน
เธอแยกทางกับลู่เฉิงเหวินมาสามปีกว่าแล้ว ใน่สามปีมานี้อย่าว่าแต่ลู่เฉิงเหวินนัดออกมากินข้าวหรือพูดขอโทษเลย กระทั่งโทรมาสักครั้งหรือส่งข้อความมาสักหนก็ยังไม่มี
ทำอย่างกับชาตินี้ไม่้าเจอหน้ากันอีกแล้ว
วันนี้พอได้เจอเขา หัวใจของเธอกลับเต้นแรง
อย่างไรซะเขาก็เป็รักแรก เป็คนที่ตัวเองเคยชอบ สำหรับผู้หญิงแล้วไม่มีทางลืมผู้ชายคนแรกได้หรอก
ต่อให้อายุเจ็ดสิบหรือแปดสิบและต้องนั่งรถเข็น แต่เมื่อนึกถึงแฟนคนแรกก็ยังคงจำได้เสมอ นอกเสียจากจะความจำเสื่อม
เมื่อโดนสวีเสวี่ยเจียวเรียก ทั้งสองจึงจำใจต้องเผชิญหน้ากัน
ความสัมพันธ์ระหว่างตระกูลใหญ่ทั้งสี่ไม่อาจนับเป็พี่น้องที่แท้จริงได้ ทว่าพวกเขายังคงอยู่ด้วยกันอย่างมีมารยาท
อยู่ในสังคมชั้นสูง ไม่มีใครกล้าฉีกหน้าคนใหญ่คนโตหรอก
สำหรับคนรุ่นลูกก็ไม่ได้มีความเป็มิตรอะไรมากนักเช่นกัน ส่วนใหญ่เพียงแค่พยักหน้ารู้จักกัน เคยเจอกันบ่อย ๆ ในงานสังคมต่าง ๆ เท่านั้น
เจอหน้ากันก็ทักทายตามมารยาท
เฉินเมิ่งอวิ๋นหมุนตัวเดินกลับไปและยิ้มพลางพูด “ฉันก็ยังคิดอยู่เลยว่าคนที่เดินผ่านไปเมื่อกี้รู้สึกหน้าคุ้น ๆ ที่แท้ก็ประธานลู่นี่เอง เป็ยังไงบ้าง? ดูเหมือนว่า่นี้บุคลิกจะเปลี่ยนไปแล้ว?”
ลู่เฉิงเหวินหัวเราะ แสร้งทำตัวเป็ปกติ “อ้าว ขอโทษ ขอโทษนะครับ ระยะนี้งานค่อนข้างยุ่ง เวลาเดินมักจะคิดแต่เื่อื่นอยู่ตลอดเลย”
หลังสวีเสวี่ยเจียวเรียกคนทั้งสองมาเจอหน้ากันแล้ว ตัวเองกลับนิ่งเงียบไป
เธอรู้ว่าเมื่อก่อนสองคนนี้เคยคบหาดูใจกัน วันนี้เลยจงใจอยากจะหาเื่สนุก ๆ
เฉินเมิ่งอวิ๋นทักทายเสร็จก็หมดคำพูด ไม่รู้จะเอ่ยอะไรต่อ
ส่วนลู่เฉิงเหวินแก้ตัวเสร็จสมองก็ตัน หาเื่คุยต่อไม่ได้
ทั้งสองคนต่างมองหน้ากันและกัน คุณมองฉัน ฉันมองคุณ เผยอริมฝีปากอยากจะพูด แต่ก็พูดไม่ออก
ทั้งสามคนจึงยืนนิ่งอยู่ตรงนั้น
สวีเสวี่ยเจียวมองดูสีหน้าของคนทั้งสองสลับไปมา
ชายหนุ่มได้แต่อ้าปาก แต่ก็ไม่ได้พูดอะไรออกมา สุดท้ายจึงได้แต่ยิ้มเพื่อไม่ให้เสียมารยาท
เฉินเมิ่งอวิ๋นเองก็รู้สึกกระอักกระอ่วน เธออยากจะคุยด้วยแต่ก็นึกไม่ออกว่าจะพูดอะไร ทำได้เพียงเอียงคอจัดทรงผมแก้เขิน
บรรยากาศตอนนี้อึดอัดจนถึงขีดสุด
‘ยัยสวีเสวี่ยเจียว เธอนี่มันตัวซวย จะเรียกเมิ่งอวิ๋นมาทำไม!’
‘เขินจะแย่อยู่แล้ว อยากจะหาที่มุดหัวลงไปจริง ๆ เลย!’
‘เมิ่งอวิ๋นสวยกว่าเดิมอีก หน้าอกก็โตกำลังดี เมื่อก่อนฉันยังเคยได้จับ แต่เสียดาย ตอนนั้นไม่ได้ตัวเธอมา’
เฉินเมิ่งอวิ๋นใมาก และถามด้วยความสงสัย “ประธานลู่ว่าอะไรนะคะ?”