เยี่ยหลงยังไม่ทันได้ตระหนกกับสิ่งรอบตัวอะไรมากมาย เพราะในระหว่างที่เขาตระหนกอยู่นั้น เขาก็เจอเข้ากับที่มาของเสียงที่ดัง ตึ่ง ตึ่ง ตึ่ง ในทุกๆวันค่ำคืน มาเบี่ยงเบนความสนใจเขาออกไปจากทัศนียภาพอันน่าตื่นตะลึง
เบื้องหน้าของเยี่ยหลงตอนนี้นั้นนอกจากป่าดงพงไพรแล้ว ก็ปรากฏเป็ร่างชายสองคนที่กำลังลอยตัวต่อสู้กันอยู่บนอากาศอย่างดุเดือด สองคนนั้นหาใช่คนอื่นคนไกล เยี่ยหลงมองแว็บเดียวก็รู้ว่าคือใคร
' นั่นมันคุณแคนกับคุณฟีนิกซ์ หนิ!! '
ตู้ม หมัดของคนทั้งสองยังไม่ทันได้เข้าััปะทะกัน ก็เกิดแรงปะทะขึ้นมาซะแล้ว
' นั่นมันวิชาพลังอะไรกัน ทั้งๆที่หมัดยังไม่ได้มาชนกันเลยแท้ๆ กลับเกิดแรงปะทะขึ้นมาได้ซะอย่างงั้น ราวกับว่าหมัดมันเกิดการปะทะัักันขึ้นมายังไงยังงั้น วิชาแบบนี้ไม่เห็นเคยได้ยิน ได้เห็นมาก่อนเลย '
เปรี้ยง เปรี้ยง เปรี้ยง ตู้ม เปรี้ยง เปรี้ยง เปรี้ยง
ระหว่างที่เยี่ยหลงกำลังตื่นตะลึงกับที่มาของเสียงอยู่นั้น ที่ด้านหลังของเยี่ยหลงก็ปรากฏเป็ร่างชายหนุ่มคนหนึ่งสวมชุดสีขาวมีผ้าคาดเอวสีมาเจนต้า กำลังยืนพิงกำแพงด้านซ้ายเฝ้าดูทุกเหตุการณ์อยู่อย่างไม่ละสายตา
คนที่เฝ้าดูอยู่เมื่อเห็นเยี่ยหลงลงมาพบเจอกับสถานการณ์ตรงหน้า ตนจึงไม่รีรอช้าเคลื่อนกายเข้าหาเข้ามาใกล้ร่างเยี่ยหลง พอถึงจุด คนจึงยื่นหัวเข้าไปใกล้ๆหูอีกฝ่ายและกล่าวถามออกไปว่า " มาทำอะไรที่นี่เหรอครับ ? "
" อ๊า " เยี่ยหลงร้องออกมาด้วยความใพลางมีทีท่าสะดุ้งโหยงเล็กน้อยแสดงออกไป
' คุณอัลเบียนมาอยู่ตรงนี้ั้แ่ตอนไหนกัน ไม่เห็นรู้สึกถึงเลย '
" ผมถามว่ามาทำอะไรที่นี่ไงครับ " อัลเบียนถามย้ำ
" เผอิญว่าผมได้ยินเสียงอะไร ตึ่งตึ่งตึ่ง จึงคิดว่าเป็ขโมยเลยเดินตามเสียงมาน่ะครับ " เยี่ยหลงกล่าวอธิบายออกไปตามความเป็จริง
" แล้วที่นี่คือ ? " เยี่ยหลงถาม
" เราเรียกที่นี่ว่า มหาพงไพรร้อยอสูร เป็ที่ที่เรามักใช้เก็บสัตว์วิเศษและประลองฝีมือกัน และแน่นอนว่ามันคืออีกมิติหนึ่ง "
' มหาพงไพรร้อยอสูร !! อีกมิติหนึ่งเหรอ !! '
" ส่วนที่เราใช้ประลองกันนั้น ไม่ใช่ทั้งิญญายุทธ และเวทมนต์ แต่คือ "มันตรา" "
" มันตรา หรอครับ?!! "
" ใช่แล้ว มันตรา " อัลเบียนเริ่มอธิบาย" มันตรา คือ พลังประเภทหนึ่งที่สถิติอยู่ในตัวสิ่งมีชีวิตทุกตน " " การรับรู้ จิตต่อสู้ แมนน่า พลังิญญา ที่มาหลอมรวมกันจนเกิดเป็จุดกึ่งกลาง เกิดเป็พลังใหม่ นั่นคือ มันตรา ซึ่งนั่นไม่ต่างจากประสาทััตามปกติที่มนุษย์รับรู้สักเท่าไหร่ เพียงแต่สิ่งมีชีวิตส่วนใหญ่ไม่รู้สึกถึงพลังนี้ ถึงอยากดึงพลังมาใช้ ก็ใช่ว่าจะดึงมาใช้ได้ง่ายๆ มันคือความแข็งแกร่งอย่างไม่ต้องสงสัย "
เมื่อเยี่ยหลงได้ฟังคำอธิบายดังนี้ สองเข่าเขาจึงคุกลงกับพื้นโดยพลัน พร้อมกับสองแววตาที่บังเกิดมีความหวังขึ้นมา ' ถ้าเป็พวกเขาล่ะก็ อาจจะ อาจจะ ฝึกฝนให้เราก้าวข้ามร่างกายที่อ่อนแอนี้ไปก็เป็ได้ '
" ช่วยฝึกวิชานี้ให้ผมด้วยเถอะครับ ขอรัองล่ะ " เยี่ยหลงพอกล่าวเสร็จ เขาจึงค่อยกระทำการนำหัวโขกลงกับพื้นเพื่อเป็การแสดงถึงความจริงใจและตั้งใจจริงของเขาให้ชายนามอัลเบียนได้รับรู้
" มันจะดีหรอครับ งานของเธอตอนนี้ก็ยุ่งมากพออยู่
แล้ว เธอจะมีเวลาฝึกหรอครับ แล้วอีกอย่างหากเธอมีเวลาฝึกจริง และผมฝึกให้เธอได้ ทางผมจะได้ประโยชน์อะไรหรอครับ ? "
' ได้ประโยชน์อะไร จริงสินะ ตัวเราในตอนนี้คงไม่มีข้อแลกเปลี่ยนอะไรที่สมน้ำสมเนื้อกับสิ่งที่ขอเลย คงจะมีแต่ความมั่นใจ ที่ไม่รู้ว่าจะใช้เป็ข้อแลกเปลี่ยนได้รึเปล่า แต่ถึงอย่างนั้นก็เถอะ ใจเรามันกลับบอกว่า อยากจะลองสักครั้ง '
" ผมจะเป็ประโยชน์ให้กับพวกคุณได้หรือไม่ ในตอนนี้ผมยังบอกไม่ได้ แต่ผมยืนยันได้ว่า หากพวกคุณฝึกฝนให้กับผม ผมเซี่ยไป๋เยี่ยหลงสัญญาว่าจะทำทุกอย่างเพื่อร้านแห่งนี้ แม้ว่าร่างจะต้องแหลกเป็ปุ๋ยผงก็ตาม " เยี่ยหลงกล่าวอย่างหนักแน่นมั่นใจ " เพราะฉะนั้น ขอร้องล่ะ "
เมื่อเยี่ยหลงกล่าวคำว่า "จะทำทุกอย่างเพื่อร้านแห่งนี้" อัลเบียนที่ได้รับฟังก็บังเกิดรอยยิ้มที่มุมปากขึ้นอย่างช้าๆจนแจ่มชัด
" เอาเถอะครับ ลุกขึ้นมาก่อนเถอะ "อัลเบียนกล่าวพลางช่วยพยุงตัวเยี่ยหลงขึ้นมา
" เอาเป็ว่าพวกผมจะช่วยฝึกเธอ ตามที่เธอขอก็ได้ครับ แต่ว่าเธอก็ต้องทำตามที่เธอพูดไว้ด้วยเช่นกันนะครับ "
" เข้าใจแล้วครับ ผมจะทำตามทุกอย่างเลย " เยี่ยหลงกล่าวอย่างตื่นเต้นดีใจ
" แต่ตอนนี้คงต้องหลับไปก่อนนะครับ " อัลเบียนกล่าว
" เอ๋ หลับไปก่อน ? " เยี่ยหลงกล่าวถามด้วยความสงสัยแต่ยังไม่ทันได้ถามอะไรต่อ
" อั้ก "
อัลเบียนเคลื่อนกายอย่างรวดเร็วมาที่ด้านหลังเยี่ยหลงก่อนจะฟาดฝ่ามือเข้าหลังคอ คนไปเต็มๆ จนร่างคนร่วงหล่นสลบไป
อัลเบียนส่งสายตาพร้อมกับคลื่นพลังิญญาเป็การส่งสัญญาณให้ทั้งแคนและฟีนิกซ์เลิกสู้กันในทันที
ทั้งสองเมื่อััรับรู้ได้ ทั้งคู่จึงเลิกสู้กันและลอยตัวมาลงที่ด้านหน้าของอัลเบียน
" มีอะไรหรออัลเบียน ? " ฟีนิกซ์กล่าวถามด้วยน้ำเสียงเคลือบแคลงสงสัย
" นั่นสิ มีอะไรถึงเรียกให้เราเลิกต่อสู้กันเหรอ " แคนเอ่ยถาม
" ช่วยไปเตรียมห้องพยาบาลให้ผมหน่อยครับ ผมมีคนที่จะต้องรักษา " อัลเบียนกล่าวพลางอุ้มพยุงตัวเยี่ยหลงขึ้นมา
"" โอเค ได้"" ทั้งสองตอบรับเสร็จ ทั้งสองจึงค่อยก้าวขึ้นบันไดไปเตรียมห้องพยาบาลให้กับเยี่ยหลง
เมื่ออัลเบียนอุ้มตัวเยี่ยหลงมาถึง เขาก็วางร่างเยี่ยหลงไว้บนเตียง จากนั้นอัลเบียนจึงเริ่มการรักษาในทันที เริ่มจากการต่อเส้นพลังิญญาตรงบริเวณหน้าอกที่ฉีกขาดพิการ โดยการถ่ายเทพลังิญญาอันบริสุทธิ์และมหาศาลเข้าไปสู่ร่างกายของเยี่ยหลงตรงบริเวณหน้าอกในทันที จากนั้นจึงค่อยควบคุมมัน ให้มันไปต่อเส้นพลังิญญาอันเล็กบางให้เข้าที่
หลังจากนั้นร่างกายเยี่ยหลงที่ได้รับเอาพลังิญญาอันมกาศาลเข้าไปสู่ร่างกาย ร่างกายเขาก็เกิดอาการเกร็งอย่างสุดๆ เพราะเนื่องจากร่างกายรับเอาพลังิญญาเข้าสู่ร่างมากจนเกินไป
ต่อมาเมื่ออัลเบียน เห็นและตรวจสอบปฏิกิริยาการตอบสนองของร่างกายเยี่ยหลงดีแล้ว เขาจึงคิดตัดสินใจเอาเองว่ามันควรจะไปขั้นตอนต่อไปได้ หลังจากคิดตัดสินใจเสร็จอัลเบียนจึงเริ่มใช้พลังแมนน่าอันบริสุทธิ์จำนวนมหาศาล มากพอที่จะค่อยๆบีบร่างคน คนหนึ่งให้เละได้ ถ่ายทอดเข้าสู่ร่างกายของเยี่ยหลง
ทันทีที่ร่างกายเยี่ยหลงรับเอาพลังแมนน่าอันมหาศาลเข้าไปสู่ร่างกาย ร่างกายเยี่ยหลงก็พลันเกิดอาการบิดกระตุกชักเกร็งอย่างรุนแรง
ทำให้ทั้งแคนและฟีนิกซ์ที่เตรียมตัวรอเหตุการณ์ฉุกเฉินอยู่ ก็ต่างพากันจับยึดร่างเยี่ยหลงเอาไว้ไม่ให้ดิ้น
" อัลเบียน พอแค่นี้ก่อนดีกว่ามั้ย หยุดปลุกแมนน่าภายในตัวของไอ้เด็กนี่ก่อนดีกว่า เดี๋ยวไอ้เด็กรับใช้มันก็ตายหรอก " แคนกล่าวด้วยน้ำเสียงเป็กังวลตักเตือนอัลเบียน
" ผมทราบดีครับ แต่ว่า เราจะหยุดกลางคันไม่ได้ เพราะหากเราหยุดกลางคัน เด็กคนนี้ก็จะกลายเป็คนพิการไปจริงๆแน่ครับ แคนก็น่าจะรู้หนิครับ " อัลเบียนกล่าว
" ก็รู้อยู่หรอก แต่ว่าพิการมันก็ยังดีกว่าตายนะอัลเบียน นายจะผิดคำพูดที่เขียนไปในจดหมายที่ส่งให้กับครอบครัวไอ้เด็กนี่หรอ ที่ว่า "ทางเราจะดูแลเขาเป็อย่างดีจนถึงที่สุด"น่ะ " แคนกล่าวด้วยน้ำเสียงเป็กังวลอีกเช่นเคย
" ผมทราบดีครับว่าการกระทำของผมในตอนนี้มันขัดกับสิ่งที่ผมได้เขียนลงไปในจดหมาย แต่ผมอยากให้แคนเชื่อในตัวผม และเชื่อในตัวของเด็กคนนี้ด้วยครับ
"
" ขอบอกตามตรงนะอัลเบียน ฉันน่ะเชื่อใจนายแต่ว่าจะให้ฉันเชื่อในตัวไอ้เด็กนี่ ฉันบอกตามตรงฉันไม่มั่นใจเลย "
" ฉันเห็นด้วยกับไอ้แคนนะ จะให้ฉันเชื่อในตัวไอ้เด็กนี่
มันคงจะยากอะ " ฟีนิกซ์กล่าวเสริมความเห็นของแคน
อัลเบียนไม่ตอบอะไร เพียงทำตามที่ตัวเองกำหนดเอาไว้อย่างเคร่งครัด อัดถ่ายพลังแมนน่าจำนวนมหาศาลที่เพิ่มขึ้นเรื่อยๆเข้าสู่ร่างกายของเยี่ยหลง เพื่อเป็การปลุกการดูดซับแมนน่าภายในตัวคน
เมื่อแมนน่าเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ร่างกายของเยี่ยหลงยิ่งมายิ่งบิดเกร็ง ฝ่ามือของอัลเบียนที่วางทับหน้าอกของเยี่ยหลงอยู่ก็รู้สึกได้ว่าหัวใจของชายหนุ่มกำลังจะหยุดเต้น จนเวลาผ่านมาห้านาทีจากร่างที่บิดเกร็งก็พลันเปลี่ยนค่อยๆผ่อนคลายพร้อมกับหัวใจที่หยุดเต้นลง
สีหน้าของทั้งแคนและฟีนิกซ์ต่างรู้สึกผิดหวังที่อัลเบียนคนที่พวกตนเคารพเชื่อมั่นกำลังจะผิดคำพูด
แต่ต่างกัน อัลเบียนกลับเชื่อมั่นในตัวของเยี่ยหลงแบบสุดๆ เขาอัดถ่ายพลังแมนน่ามหาศาลต่อ ถึงแม้จะรู้ว่าหัวใจของเด็กหนุ่มนั้นหยุดเต้นไปแล้วก็ตาม
จนเวลาล่วงเลยผ่านมาห้านาทีก็ยังไม่มีวี่แววที่หัวใจของเยี่ยหลงจะกลับมาเต้นอีกครั้ง สีหน้าของทั้งแคนและฟีนิกซ์ก็ต่างพากันบอกกันว่า"พอแค่นี้เถอะ"พร้อมกับถอนหายใจกันออกมา
ท่ามกลางความเงียบสงบอันน่าเศร้าและน่าผิดหวัง
อัลเบียนกลับเผยรอยยิ้มขึ้นมาอย่างช้าๆพร้อมกล่าวว่า " มาแล้ว "
เมื่ออัลเบียนกล่าวจบ จู่ๆสิ่งที่คนทั้งสองคือแคนและฟีนิกซ์ไม่คาดฝันก็เกิดขึ้น หัวใจของหนุ่มน้อยเยี่ยหลงกลับมาเต้นอย่างช้าๆ
ทันทีที่หัวใจของหนุ่มน้อยเยี่ยหลงกลับมาเต้น ก็เป็เวลาเดียวกันกับที่การปลุกการดูดซับแมนน่าภายในตัวคนเสร็จสิ้นเช่นเดียวกัน
" เฮ้อ ในที่สุดก็เสร็จซักที เล่นเอาลุ้นแทบแย่" อัลเบียนกล่าวพลางทำท่าปาดเหงื่อที่ไหล " ยังไงแคนกะฟีนิกซ์ก็ช่วยอุ้มเอาเขาไปนอนที่ห้องเขาทีนะครับ ฝากด้วย "
"" อืม เข้าใจแล้ว "" ทั้งสองตอบรับอย่างพร้อมเพียงกัน
รุ่งเช้าวันรุ่งขึ้น เวลา เจ็ดโมงเช้า เสียงนาฬิกาบนหัวเตียงของเยี่ยหลงดังบอกเวลาที่ควรจะตื่น เยี่ยหลงที่งัวเงียอยู่ก็เอื้อมมือมาปิดเสียงนาฬิกาพลางนึกไล่เรียงถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อคืนอย่างช้าๆ
' เมื่อคืนเราจำได้ว่า เราขอร้องให้ คุณอัลเบียนฝึกให้เรานี่นา และหลังจากนั้น อืม ภาพมันก็ตัดไป '
' ขอร้องให้ฝึกให้เราอย่างงั้นหรอ ? '
" เฮ้ย!! จริงด้วยสิ !! ไม่มีเวลาคิดแล้วเว้ย !! ได้เวลาทำงานแล้วนี่หว่า!! " เยี่ยหลงสะดุ้งตื่นกระเด้งตัวลุกขึ้นมาอย่างฉับพลัน
คนเปิดประตูห้องแลวิ่งออกมาหยุดตรงสถานบริการเครื่องดื่มภายในบ้าน
" อรุณสวัสดิ์ครับ คุณกิลด์ คุณแคน คุณซีค คุณอาท คุณฟีนิกซ์ คุณอัลเบียน " เยี่ยหลงกล่าวอรุณสวัสดิ์ทักทายทุกคนที่เจอภายในบ้าน ก่อนที่ตนจะไปหยิบไม้กวาดที่วางขนานกับสถานบริการเครื่องดื่มภายในบ้านหรือตรงด้านขวาของตัวเขาเอง หยิบมันมาปัดกวาดเป็อย่างแรก ต่อมาจึงค่อยหยิบผ้ามาเช็ดถูเป็อย่างสอง เขาทำมันอย่างรวดเร็วแต่ก็รอบคอบเพราะเขาหวังว่าอัลเบียนจะฝึกฝนให้เขาตามคำขอ เขาจึงเร่งทำงานเป็พิเศษ
จนเวลาผ่านมาถึง่เย็น เยี่ยหลงจึงค่อยมีเวลาว่างเยี่ยหลงนั่งเก้าอี้ตรงโต๊ะทรงกลมที่วางตรงกลางห้องรออัลเบียนเรียกเพื่อที่จะไปฝึกฝนตามคำขอของเขา
แต่รอแล้วรอเล่ารอจนถึงสองทุ่มก็ยังไม่มีวี่แววว่าจะเรียก จนคนรอจนทนไม่ไหวเอ่ยปากถามอัลเบียนที่นั่งจิบน้ำชาอยู่ตรงเก้าอี้ที่อยู่ตรงกันข้ามไป
" คุณอัลเบียนครับ เมื่อไหร่จะฝึกให้ผมหรอครับ "
อัลเบียนพอได้ฟังก็ไม่รีบไม่ร้อนจิบน้ำชาอย่างไม่รีบไม่ช้า ก่อนจะกล่าวบอกไปว่า " เธอลงไปรอผมก่อนได้เลยครับ เดี๋ยวอีกห้านาทีผมตามลงไป "
" อ้อ ส่วนวิธีการเปิดทางลงไปข้างล่าง ให้คลำๆแถวกำแพงทางด้านซ้ายของเธอ มันจะปุ่มกดอยู่ครับ "
หลังอัลเบียนกล่าวจบ เยี่ยหลงก็ไปทำตามที่อัลเบียนบอกทุกอย่างอย่างเป๊ะๆ จนคนลงมารออยู่ชั้นล่างได้
ห้านาทีต่อมา อัลเบียนที่เสร็จภารกิจแล้วก็ลงมายื่นอยู่ตรงหน้าของเยี่ยหลงอย่างไม่ช้าสักกะวินาที ก่อนจะกล่าวบอกไปว่า " ก่อนที่ผมจะฝึกฝน มันตรา ให้แก่เธอ ผมอยากให้เธอฝึกฝนพลังหลักๆที่มีอยู่ในจักรวาลนี้ก่อน ไม่ว่าจะเป็ิญญายุทธ์หรือเวทมนต์ ก็ตาม " พออัลเบียนกล่าวเสร็จ เขาก็หยิบสมุดจดกับปากกายื่นให้กับเยี่ยหลงให้เอาไว้จด
เยี่ยหลงก็รับมาอย่างไม่ต้องคิดอะไรให้มากมาย คิดเพียงว่าเขาให้มา เราก็รับไว้เผื่อต้องใช้
" เอาล่ะเรามาเริ่มกันเลย เริ่มตรงเื่ของิญญายุทธ์กันก่อนเลย ยื่นมือมานี่ครับ "อัลเบียนกล่าวบอก
เยี่ยหลงก็ทำตามโดยยื่นมือข้างซ้ายออกไปโดยให้ฝ่ามือหงายขึ้น้า
" ผมจะทำการปลุกิญญายุทธ์ของเธอก่อนเลยนะครับ " อัลเบียนเอ่ยเสร็จ เขาจึงยื่นมือไปจับมืออีกฝ่าย
ทันทีที่มือของทั้งสองฝ่ายัักัน อัลเบียนผู้ที่เป็คนถ่ายทอดพลังิญญาไปสู่มือของเยี่ยหลงนั้นไม่รู้สึกอะไร ทว่าต่างกันกับเยี่ยหลงผู้ที่เป็ฝ่ายรับพลัง กลับรู้สึกเ็ปเป็อย่างยิ่งจนต้องชักมือกลับออกมา
ทันใดที่เยี่ยหลงชักมือออกมาจากการจับ ก็บังเกิดมีอัญมณีสิบเม็ดลอยอยู่บนฝ่ามือของเยี่ยหลง
อัลเบียนที่สังเกตเห็นก็รู้ได้ว่ามันคือิญญายุทธ์อะไรจึงพูดบอกออกมา " ิญญายุทธ์สายพิเศษสัตว์อัญมณีอย่างงั้นเหรอ "
เยี่ยหลงที่เจ็บมืออยู่ก็ไม่พูดตอบโต้หรือถามอะไร เพียงรู้สึกดีใจและมีคำถามมากมายอยู่ภายในใจเพียงเท่านั้น
เวลาผ่านมาสักครู่หนึ่ง เยี่ยหลงก็หายเจ็บมือพร้อมกับอัญมณีที่ค่อยๆเลือนหายไป
" นี่สินะ!! ิญญายุทธ์ของเรา " เยี่ยหลงกล่าวออกมาอย่างตื่นเต้นดีใจ
" ใช่แล้วครับ ยินดีด้วยนะครับ " อัลเบียนกล่าวร่วมยินดีด้วย
" ครับ ขอบคุณมากครับ " " ว่าแต่ว่าิญญายุทธ์สายพิเศษมันคืออะไรหรอครับ " เยี่ยหลงกล่าวถามด้วยความสงสัย
อัลเบียนจึงเริ่มอธิบาย " ผมจะเริ่มอธิบายเท่าที่จะอธิบายได้เลยนะครับ แต่ก่อนหน้านั้น " อัลเบียนชี้ไปยังสมุดที่ตกลงอยู่บนพื้นเป็การบอกหมายเหตุให้เยี่ยหลงได้รับรู้ว่าต้องทำอะไร
เยี่ยหลงก็มิใช่คนโง่ จึงรู้ได้ว่าต้องทำอะไร ตนจึงหยิบสมุดกับปากกาขึ้นมาเตรียมจด
" ิญญายุทธ์ทั้งหมดมีอยู่ สี่ ประเภทหลักที่มีตราสัญลักษณ์ คือ อาวุธ สัตว์ ภูติ และ พิเศษ ไม่นับรวมิญญายุทธ์แปรผันที่ไม่มีตราสัญลักษณ์เป็ของตัวเอง "
" ิญญายุทธ์ มีตราสัญลักษณ์อยู่สิบส่วนด้วยกัน ซึ่งแต่ละส่วนจะคือิญญาสัตว์อสูร ิญญาสัตว์ิญญา ิญญาสัตว์เวทที่ดูดซับไปในแต่ละระดับขั้นของมนุษย์ ยกตัวอย่างเช่นิญญาสายพิเศษ ที่มีอักขระที่พวกเราเรียกมันว่าเลขโรมันที่ล้อมกันเป็วงแหวน ซ้อนกันเป็ชั้นๆอยู่ที่ด้านหลัง คล้ายนาฬิกาโดยวงแหวนจะมีการวนไปในทิศทางที่แตกต่างกัน ซึ่งจะสลับกันไปมา วงแหวนแต่ละวงแหวนจะมีสี ซึ่งแต่ละสีก็จะขึ้นอยู่กับอายุสัตว์อสูรหรือสัตว์ิญญา สัตว์เวท ที่เ้าตัวดูดซับไปนั่นเอง"
" ส่วนเหตุผลที่มันถูกเรียกว่าสายพิเศษนั้นคือ
หนึ่ง ส่วนมากของสายพิเศษมันไม่มีสภาพวะการตื่นครั้งที่สอง ถึงมีก็มีโอกาสน้อยมากๆ
สอง มีเงื่อนการใช้งาน หรือ ระหว่างการใช้งาน หรืออาจมีทั้งคู่
สาม ไม่สามารถดูดซับิญญาเพื่อเพิ่มทักษะได้
สี่ เป็สายที่มีิญญายุทธ์หลากหลายที่สุด "
" ยกตัวอย่างเช่น สัตว์อัญมณีของเธอ หาก้าจะใช้งานพลังในอัญมณี จำต้องดูดซับสัตว์อสูร สัตว์เวท หรือสัตว์ิญญามาไว้ในอัญมณีเสียก่อน จึงจะสามารถใช้งานได้ และระหว่างการใช้งานก็มีเงื่อนไขเื่เวลา ที่อัญมณีจะมีการหมดเวลาลง "
อัลเบียนอธิบายเยี่ยหลงก็จดตาม
" มีอะไรจะถามเพิ่มไหมครับ " อัลเบียนถาม
" มีครับ ที่ว่าใช้งานพลังในอัญมณี แสดงว่าแต่ละในอัญมณีมันพลังอยู่แล้วใช่หรือไม่ครับ แล้วเราจะรู้ได้ยังไงว่าแต่ละอัญมณีมีพลังอะไรอยู่บ้างล่ะครับ "
" ใช่แล้วครับ อัญมณีแต่ละเม็ดจะมีพลังอยู่ เช่น เพิ่มความเร็ว เพิ่มพลังิญญา เพิ่มแมนน่า เพิ่มพละกำลังกาย เพิ่มพลังจิต และอื่นๆอีกเป็ต้น แต่จะรู้ได้ยังไงว่าในแต่ละอัญมณีมีพลังอะไร ขอตอบว่า ไม่ทราบครับ เพราะในแต่ละคนมันมีไม่เหมือนกันเลยสักคนครับ "
" กล่าวคือ สุ่มวัดดวงเอาเองสินะครับ เฮ้อ " เยี่ยหลงกล่าวออกมาอย่างเบื่อหน่ายในโชคชะตาพร้อมกับถอนหายใจออก
" แล้วผมจะหาสัตว์อสูร สัตว์เวท สัตว์ิญญาดีๆจากที่ไหนล่ะเนี่ย อย่าว่าแต่หาเลย แค่จะรู้ว่าอัญมณีแต่ละเม็ดมีพลังอะไรบ้างยังไม่รู้เลย เฮ้อ "
" เอาน่าครับ ยังไงตอนนี้เราก็รู้แล้วว่าิญญายุทธ์ของเธอคืออะไร ส่วนเื่สัตว์ที่จะผนึก เดี๋ยวทางผมจะช่วยเอง เอาเป็ว่าตอนนี้เรามาเื่เวทมนต์กันก่อนดีกว่าครับ " อัลเบียนกล่าว เยี่ยหลงก็พยักหน้าเป็การตอบรับแทนคำบอกกล่าว
" เวทมนต์ หรือก็คือ แมนน่าที่เปลี่ยนรูปเป็สิ่งใดสิ่งหนึ่ง โดยที่สิ่งนั้นมีชื่อเรียกขานกันว่า เวทยมนต์คาถา ระดับพลังเวทมีขั้นหนึ่งถึงหนึ่งร้อย โดยเมื่อพลังเวทเลื่อนขึ้นจะเพิ่มแมนน่าแต่ละขั้นมาห้าสิบหน่วย และการที่สิ่งมีชีวิตใดก็ตามจักใช้ "เวทมนต์" ได้ สิ่งมีชีวิตนั้นจำต้องมีการรับรู้ถึงแมนน่าและดูดซับมันได้เสียก่อน หากไม่มีก็ไม่สามารถใช้เวทมนต์ได้ แต่เมื่อพวกผมสร้างธรรมชาติให้มีสิ่งที่เรียกว่าเงื่อนไขการใช้เวทมนต์ มันก็ย่อมมีการแก้เงื่อนไขและตัวกระตุ้นให้เป็ไปตามเงื่อนไขของการใช้เวทมนต์เช่นกัน โดยตัวกระตุ้นแบ่งออกเป็ หนึ่ง คือ การส่งแมนน่าจำนวนมากพอที่จะทำให้าเ็ร้ายแรงสู่ร่างกายเพื่อเป็การปลุกการดูดซับแมนน่าภายในตัวและการผลิตแมนน่าภายในตัวโดยวิธีนี้คือวิธีเร่งลัด ส่วนวิธีที่สอง ก็คือการค่อยๆส่งแมนน่าเล็กๆน้อยๆให้ั้แ่เด็ก จนการดูดซับถูกปลุกขึ้นมานั่นเอง "
" ทีนี้เธอก็ลองตั้งสมาธิลองจินตนาการถึงธาตุใดธาตุหนึ่งบนฝ่ามือเธอดูสิครับ " อัลเบียนบอกกล่าว เยี่ยหลงก็ทำตาม คนวางสมุดจดและปากกาลง จากนั้นคนจึงค่อยๆจินตนาการถึงธาตุไฟบนฝ่ามือ จู่ๆทันใดนั้นไฟก็ลุกไหม้อยู่บนฝ่ามือของเยี่ยหลงในฉับพลัน
" อ๊า!! " คนที่ใเพราะกลัวไฟจะร้อนไหม้มือนั้นจึงสบัดมือ จนไฟที่ลุกไหม้อยู่ค่อยๆมอดดับไป
" ว้าว นี่เหรอเวทมนต์ " เยี่ยหลงกล่าว
" ยังไงตอนนี้เธอก็ลองใช้เวทมนต์ธาตุไฟไปก่อนก็แล้วกันนะครับ ส่วนธาตุอื่นๆเธอจะลองใช้ก็ได้นะครับทว่าว่าหากมันไม่ขึ้นมา ก็อย่าเพิ่งใไปนะครับ เพราะนั่นหมายถึงว่าเธอไม่มีคุณสมบัติที่จะใช้งานธาตุธาตุนั้น ในตอนนี้ และอีกเื่ เื่ผนึกสัตว์ไว้ในอัญมณี ไว้พรุ่งนี้เราค่อยมาว่ากันนะครับ " อัลเบียนกล่าวพลางดูเยี่ยหลงที่กำลังตื่นเต้นดีใจ
เยี่ยหลงลองเรียกเวทมนต์ธาตุไฟออกมาอีกครั้ง " ไม่เห็นจะร้อนอย่างที่คิดไว้เลย "
" ถ้างั้นผมขอตัวขึ้นไปก่อนนะครับ หากลองจนพอใจแล้วตอนขึ้นไปก็ปิดทางลงมาให้ด้วยนะครับ " อัลเบียนกล่าวให้เยี่ยหลงฟัง แต่ทว่าเยี่ยหลงที่กำลังตื่นเต้นดีใจลองพลังใหม่อยู่นั้นกลับฟังแค่ผ่านๆไปเพียงเท่านั้น
หลังอัลเบียนขึ้นไปเยี่ยหลงก็ลองพลังใหม่อยู่ประมาณสองชั่วโมง ก่อนจะกลับขึ้นไปนอนที่ห้องนอนของตน
วันต่อมา เวลาสองทุ่มเวลาเดิม ทั้งอัลเบียนและเยี่ยหลงก็ต่างพากันลงมาที่มหาพงไพรร้อยอสูรพร้อมๆกัน แต่คราวนี้กลับต่างออกไป เพราะครั้งนี้กลับมีคนนามฟีนิกซ์ติดตามลงมาด้วยเช่นกัน ตามคำขอของ
อัลเบียน
" วันนี้เราจะมาจับสัตว์อสูร สัตว์ิญญา หรือสัตว์เวทดีล่ะ เพื่อที่จะผนึกไว้ในอัญมณีของเธอเยี่ยหลง ส่วนเื่จับสัตว์พวกนั้น ผมขอให้เป็หน้าที่ของฟีนิกซ์ก็แล้วกัน ส่วนตัวผมวันนี้ไม่ว่างมีดูบัญชีร้าน " อัลเบียนกล่าว หลังจากนั้นอัลเบียนก็เดินกลับขึ้นไป
" เอาล่ะ เรามาเริ่มกันเลย แกเดินนำเลยอยากไปทางไหนเลือกเลย " ฟีนิกซ์กล่าว
" จะดีหรอครับ "
" ดีสิ มีอะไรไม่ดีวะ "
" งั้นผมไปทางนั้น " เยี่ยหลงกล่าวพลางชี้นิ้วไปทางซ้ายตรงเก้านาฬิกา ก่อนจะเริ่มออกเดินไปทางทิศนั้นอย่างไม่รีบไม่ช้า
คนเดินมาสักระยะก็เจอกับสัตว์อสูร สัตว์เวท สัตว์ิญญามากหน้าหลายตาปะปนกันไป แต่ทว่ามีเื่แปลกสำหรับเยี่ยหลง คือพวกสัตว์พวกนั้นกลับไม่กล้าเข้าใกล้คนเลยสักกะนิดสักกะตัว
จนคนเดินมาได้ สี่ชั่วโมง ก็ยังไม่เจอสัตว์อสูรที่เข้าใกล้และถูกใจเลยสักตัว
จนเข้าชั่วโมงที่ห้า ชั่วโมงที่หก คนก็ยังไม่เจออะไรที่ถูกใจเยี่ยหลง จนคนเดินมาถึงทะเล เยี่ยหลงที่คิดว่าสุดทางแล้วก็กำลังจะหันหลังกลับ
ทว่าทันใดนั้นจู่ๆก็มีบางอย่างพุ่งเข้ามาโจมตีเยี่ยหลง ในฉับพลัน ฟีนิกซ์ที่ััรับรู้ได้ทันจึงชักดาบที่ตนพกออกมาพุ่งเข้าป้องกันเยี่ยหลงในทันที
" อ๊า!! " เยี่ยหลงร้อง
" สัตว์อสูรหมึกั์สายวงน้ำเงินแสนปี เป็ตัวเลือกที่ดีหนิ เยี่ยหลงเอาตัวนี้เลยมั้ย ไอ้ตัวเลี้ยงไม่เชื่องนี่" ฟีนิกซ์กล่าว
เยี่ยหลงยังไม่ทันได้ตอบ ฟีนิกซ์ก็ใช้การกระทำเป็คำตอบแทนคำบอกของเยี่ยหลง โดยการพุ่งเข้าโจมตีสัตว์อสูรหมึกั์สายวงน้ำเงินอย่างรุนแรงโดยใช้มันตราห่อหุ้มดาบเอาไว้ในการโจมตี
ฟีนิกซ์โจมตีเพียงแค่ครั้งเดียวเพียงเท่านั้นก็ทำให้หมึกั์สายวงน้ำเงินสลบไสลไป
ฟีนิกซ์ะโกลับมาที่เดิม แล้วจึงค่อยกล่าว " เอาล่ะเยี่ยหลงผนึกมันเลย "
" มันจะไม่เป็อะไรแน่นะครับ นี่มันสัตว์อสูรแสนปีเลยนะครับ?!! "
" อัลเบียนไม่ได้บอกหรอกหรอว่า ิญญายุทธ์สัตว์อัญมณี สามารถผนึกสัตว์อสูรได้ทุกระดับชั้นโดยจะไม่ได้รับความเสี่ยงใดๆ โดยมีเงื่อนไขที่ว่า เมื่อผนึกแล้วจะได้แค่หนึ่งถึงสองทักษะเป็อย่างต่ำกับิญญายุทธ์ที่อาจมาเดี่ยวหรือคู่โดยขึ้นอยู่กับโชค ทว่าต้องแลกกับไม่มีวันเพิ่มทักษะขึ้นมาได้อีก กล่าวคือ เมื่อผนึกสัตว์อสูรมาหนึ่งตัว จะได้ิญญายุทธ์ที่อาจมาเดี่ยวหรือคู่กับอีกหนึ่งหรือสองทักษะเป็อย่างต่ำ จากนั้นจะไม่มีวันเปลี่ยนไปอีก ยกเว้นิญญายุทธ์ตื่น "
" เอาล่ะทีนี้ ก็ดูดซับสัตว์อสูรได้แล้ว ตั้งสมาธิแล้วเรียกอัญมณีออกมา จากนั้นเลือกมาหนึ่งอัญมณี ที่้าจะผนึกสัตว์อสูรเอาไว้ " ฟีนิกซ์กล่าว เยี่ยหลงก็ทำตาม
โดยการตั้งสมาธิเอาไว้แล้วเรียกอัญมณีออกมาบนฝ่ามือ เมื่ออัญมณีทั้งสิบเม็ดสิบสีปรากฏออกมา
เยี่ยหลงที่มองดูอัญมณีบนฝ่ามืออยู่ ก็เลือกได้ว่าจะเอาอัญมณีสีไหน " งั้นผมเอาอัญมณีสีม่วงนี้ก็แล้วกัน " หลังจากเยี่ยหลงเลือกได้แล้ว เยี่ยหลงจึงใช้มืออีกมือหนึ่งหยิบอัญมณีเม็ดนั้นออกมาจากกองอัญมณีที่รวมกันได้แล้วคือทั้งสิบเม็ดหยิบออกมาจากบนฝ่ามือ
หลังจากแยกอัญมณีที่้าจะผนึกออกมาได้แล้ว คนก็เดินเข้าไปใกล้ๆหมึกั์สายวงน้ำเงินที่กองอยู่บนพื้นชายหาด ทันทีที่อัญมณีเข้าใกล้สัตว์อสูรหมึกั์สายวงน้ำเงินมันก็เกิดปฏิกิริยาอัญมณีเรืองแสง จากนั้นมันจึงค่อยดูดร่างหมึกั์สายวงน้ำเงินเข้าไปในอัญมณี
ไม่ช้าไม่นานเยี่ยหลงก็ดูดซับเสร็จ ทันทีทันใดที่ดูดซับเสร็จ ิญญายุทธ์ในอัญมณีก็ปรากฏขึ้น เป็ิญญายุทธ์สัตว์หมึกั์สายวงน้ำเงิน
โดยตอนนี้เยี่ยหลงมีเพียง หนวดหมึกแปดหนวดงอกออกมาจากทางด้านหลังตนบริเวณเอวพร้อมกับอักขระตัว"I"สีแดง
' เรารู้สึกได้เลยถึงพละกำลังทางกายที่เพิ่มขึ้น นี่คือพลังของอัญมณีเม็ดนี้เหรอ ' เยี่ยหลงคิด
" หลังจากดูดซับเสร็จ ก็อยู่ในร่างครึ่งคนครึ่งสัตว์เลย ดูเหมือนจะควบคุมพลังยังไม่ได้สินะ " ฟีนิกซ์กล่าว
" แล้วถ้าผมควบคุมได้ มันจะเป็แบบไหนหรอครับ " เยี่ยหลงถาม
ฟีนิกซ์ตอบ " แกก็จะสามารถใช้ทักษะิญญาได้ โดยไม่ต้องเปลี่ยนร่างไง แถมถ้าแกควบคุมได้ แกก็จะใช้พลังิญญาน้อยลงด้วยตอนเปิดใช้อัญมณี เหตุเพราะไม่ได้ใช้พลังในการเปลี่ยนร่าง และที่สำคัญคือ แกจะสามารถปิดบังได้ด้วยว่าสัตว์ที่แกดูดซับมาคือสัตว์อะไร "
หลังจากตอบคำถามของเยี่ยหลงเสร็จ คนก็ถามต่อ " เยี่ยหลงรู้สึกยังไงบ้าง พลังในอัญมณีเม็ดนี้คืออะไร แล้วได้ทักษะอะไรมาบ้างไหนลองบอกมาสิ " ฟีนิกซ์ถามด้วยความใคร่รู้
" รู้สึกว่าอัญมณีเม็ดนี้ จะมอบพละกำลังทางกายเพิ่มขึ้นมาให้นะครับ ส่วนทักษะผมรู้สึกว่าจะได้มาสองทักษะนะครับ "
" เอาอย่างงี้ แกลองใช้ทักษะที่ได้มาทั้งหมดกับฉันดู ฉันก็อยากรู้เหมือนกันว่าแกได้ทักษะอะไรมา "ฟีนิกซ์กล่าว
" เอางั้นก็ได้ครับ ทักษะที่หนึ่ง หนวดหมึกั์ฟาดพสุธา " เมื่อเยี่ยหลงกล่าวเสร็จ ทันใดนั้นก็ได้ก่อเกิดหนวดหมึกั์สีม่วงหนึ่งหนวดที่ด้านหลังฟีนิกซ์ ก่อนที่มันจะฟาดลงตรงหัวของฟีนิกซ์
ฟีนิกซ์ที่รู้ว่าหนวดหมึกจะฟาดลงตรงไหน เขาจึงใช้มือหนึ่งรับการโจมตีนั้นเอาไว้อย่างง่ายดาย
" ทักษะที่สอง บททดสอบแห่งจิติญญา " เยี่ยหลงกล่าวเสร็จ เขาก็พุ่งตัวเข้าไปจับหน้าท้องของฟีนิกซ์ก่อนจะกระชากเอาดวงิญญาของฟีนิกซ์ที่ตนสร้างออกมา จากนั้นจึงใช้ทักษะที่หนึ่ง หนวดหมึกั์ฟาดพสุธา เรียกหนวดหมึกั์ออกมาหนึ่งหนวดฟาดลงร่างิญญาที่ตนดึงออกมา
ทันทีที่หนวดหมึกฟาดลงร่างิญญาของฟีนิกซ์ ความเสียหายที่ร่างิญญาได้รับก็ส่งผลไปยังร่างจริงด้วยเช่นกัน
ฟีนิกซ์ได้รับรู้ดังนั้น ก็อดจะเอ่ยปากชื่นชมมิได้ " เป็ทักษะที่ยอดเยี่ยม และอยู่ในอัญมณีที่มีความสามารถเสริมที่เสริมทักษะิญญาได้ดีพอสมควร " ทันทีที่กล่าวชมเสร็จ ฟีนิกซ์ก็ะเิพลังิญญาออกมาเพื่อเป็การลบล้างทักษะิญญาของเยี่ยหลง
" เอาล่ะไหนๆแกก็ได้ิญญายุทธ์มาแล้วหนึ่งอย่าง ฉันจะช่วยแกอีกแค่ครั้งเดียวเท่านั้นในการผนึกสัตว์วิเศษพวกนั้น เพื่อการนั้นแล้วฉันจะเดินห่างๆแกเพื่อเป็การล่อสัตว์วิเศษให้มาโจมตีแก เพราะหากฉันเดินใกล้แกแบบขามา พวกสัตว์วิเศษที่พวกฉันเลี้ยงเอาไว้พวกมันก็จะไม่กล้าเขาใกล้แกเป็แน่ เพราะฉะนั้นแกเดินกลับนำไปก่อนเลย "
แต่ก่อนที่เยี่ยหลงจะได้เริ่มเดิน คนที่มีคำถามจึงถามขึ้น " สัตว์วิเศษคือ คำเรียกรวมสัตว์อสูร สัตว์เวท สัตว์ิญญา ใช่มั้ยครับ"
ฟีนิกซ์ตอบ " ใช่ "
" อืม ผมเข้าใจแล้วครับ " เยี่ยหลงตอบรับเสร็จ เขาก็เดินกลับไปทางเดิมทางเดียวกันกลับขามาล่วงหน้าไปก่อน
สักพักหนึ่งฟีนิกซ์จึงค่อยเดินตามไป เยี่ยหลงเดินมาได้สี่ชั่วโมง เขาก็ยังไม่เจอสัตว์วิเศษใดๆที่เข้ามาโจมตีให้ใ จนเขาชั่วโมงที่ห้าใกล้จะถึงทางกลับขึ้นข้างบน ทันใดนั้นจู่ๆป่าดงพงไพรก็เกิดแรงสั่นไหวที่เบื้องหน้าของเยี่ยหลง
ฟีนิกซ์ที่สังเกตอยู่นั้นก็ะโบอก " เยี่ยหลง หมอบ!! "
" อ๊า !! " เยี่ยหลงร้องออกมาพร้อมกับทิ้งตัวลงหมอบตามคำสั่ง
ทันใดนั้นร่างเรียวยาวก็พุ่งตัวฉกข้ามหัวเยี่ยหลงไปด้วยความรวดเร็วเป็อย่างยิ่ง
' เมื่อกี้มันอะไรกันน่ะ สายฟ้าเหรอ ? เร็วมาก!! ' เยี่ยหลงยกหัวขึ้นและหันไปดูตามทิศทางที่บางอย่างพุ่งไป
เบื้องหน้าของเยี่ยหลงปรากฏเป็อสรพิษที่มีเขี้ยวยาวใหญ่ที่มาพร้อมกับร่างที่ห่อหุ้มไปด้วยสายฟ้า
" อสรพิษเขี้ยวดาบสายฟ้าเหรอ " เยี่ยหลงกล่าวออกมาด้วยความใ
' ไหนๆตอนนี้เราก็มีิญญายุทธ์แล้ว เราจะไม่ยอมให้มันโจมตีอยู่ฝ่ายเดียวหรอก '
" ทักษะที่หนึ่ง หนวดหมึกั์ฟาดพสุธา " ทันทีที่กล่าวเสร็จ หนวดหมึกั์สีม่วงก็งอกออกมาจากบนพื้นดินทางด้านข้างของอสรพิษเขี้ยวดาบสายฟ้า ก่อนที่มันจะฟาดลงยังร่างของอสรพิษ แต่ทว่าด้วยความเร็วของอสรพิษจึงทำให้มันหลบได้อย่างง่ายดายและหันกลับมาโจมตีสวนเยี่ยหลงในทันควัน
เยี่ยหลงที่รับรู้ได้ว่าอสรพิษกำลังจะโจมตีสวนกลับมา
เขาเลยเรียกหนวดหมึกั์ออกมาจากพื้นดินเป็กำแพงกั้นป้องกันตัว
ทันทีที่อสรพิษโจมตี เดิมทีเยี่ยหลงคิดว่ามันจะป้องกันได้ แต่ทว่ามันกลับไม่เป็อย่างงั้น เพราะทันทีที่อสรพิษโจมตี มันกลับทะลุทะลวงหนวดหมึกั์ที่เป็แนวป้องกันได้อย่างง่ายดาย
" อ๊า!! " เยี่ยหลงร้องออกมาพลางก้มหัวหลบการโจมตีของอสรพิษเขี้ยวดาบสายฟ้า จากนั้นจึงค่อยร้องกล่าวออกมาว่า " คุณฟีนิกซ์ช่วยด้วย!! "
เมื่อฟีนิกซ์ได้ยินเสียงร้องเรียกดังนั้น คนจึงพุ่งตัวเข้าโจมตีอสรพิษเขี้ยวดาบสายฟ้าด้วยความรวดเร็วที่ยิ่งกว่า ฟีนิกซ์โจมตีด้วยมันตราด้วยท่า " เทวะรังสรรค์ "
เปรี้ยง!!
ฟีนิกซ์ฟาดดาบเพียงแค่ดาบเดียวเพียงเท่านั้น ก็ส่งอสรพิษเขี้ยวดาบสายฟ้าลงสู่ยมโลกได้อย่างง่ายดาย
เมื่ออสรพิษตายแล้ว เยี่ยหลงที่หมอบตัวอยู่ก็ลุกขึ้นมาอย่างช้าๆ จากนั้นจึงค่อยๆมองร่างอสรพิษอย่างพิจารณาและระมัดระวัง ต่อมาจากนั้นจึงค่อยๆเดินเข้าไปใกล้พร้อมกับเรียกอัญมณีออกมา " งั้นผมเอาอัญมณีสีน้ำเงินนี้ก็แล้วกันครับ " หลังจากเลือกเสร็จ คนจึงทำการผนึกร่างอสรพิษเขี้ยวดาบสายฟ้าเข้าสู่อัญมณีอย่างค่อยเป็ค่อยไปอย่างไม่รีบไม่ช้า
ทันทีที่ผนึกเสร็จ ิญญายุทธ์ที่สองของเยี่ยหลงก็ปรากฏ ิญญายุทธ์คือ ิญญายุทธ์สัตว์อสรพิษเขี้ยวดาบสายฟ้า
โดยร่างครึ่งคนครึ่งสัตว์ของเยี่ยหลงที่ปรากฏออกมา คือ ท่อนร่างของเยี่ยหลงเปลี่ยนเป็อสรพิษเขี้ยวดาบสายฟ้า พร้อมกับอักขระตัว"II"สีแดงที่ปรากฏขึ้นมาจากทางด้านหลัง
ส่วนความสามารถในอัญมณีเยี่ยหลงก็รู้สึกได้เลยว่ามันคือ ' ความสามารถนี้มันคือ ใช่ ใช่แน่ๆ มันคือการเพิ่มแมนน่า '
" คุณฟีนิกซ์ครับความสามารถของอัญมณีนี้คือ การเพิ่มแมนน่าครับ "
" แล้วทักษะิญญาล่ะได้อะไรมา " ฟีนิกซ์กล่าวถาม
" ทักษะิญญา ผมรู้สึกได้ว่า จะได้มาสองทักษะเช่นเดียวกับหมึกั์สายวงน้ำเงินนะครับ หนึ่งคือการ
กอดรัดของอสรพิษเขี้ยวดาบสายฟ้า สองคือ ิัลื่นไหล "
" ทักษะการกอดรัดของอสรพิษเขี้ยวดาบสายฟ้า ถ้าแกสามารถใช้ท่อนร่างงูของแกพันรัดร่างคู่ต่อสู้ได้และคู่ต่อสู้แก้ไม่ทัน แกชนะแน่นอน แต่ถ้าหากแก้ได้ แกเตรียมเปลืองพลังิญญาเปิดใช้ ทักษะิัลื่นไหลหนีออกมาได้เลย " ฟีนิกซ์กล่าว
ฟีนิกซ์กล่าวต่อ " ส่วนทักษะิัลื่นไหล มีดีอย่างเดียวเลยคือ ทำให้การโจมตีทางกายภาพ วัตถุ หลุดลื่นออกจากร่างกายโดยไม่เป็อันตราย มีดีแค่นี้แหละหมดแล้ว "
" เป็อย่างงั้นเองหรอครับ แต่ผมไม่เสียใจหรอกนะครับ เพราะอย่างน้อยผมก็ได้ิญญายุทธ์ของผมมาแล้ว ได้มาตั้งสองิญญายุทธ์แน่ะ " เยี่ยหลงกล่าวอย่างตื่นดีใจไร้แววผิดหวังใดๆ
" ประเสริฐ ประเสริฐยิ่ง คิดได้อย่างนี้ก็ดีแล้ว จะไม่ต้องลำบากพวกกูมาก ตอนนี้ก็กลับขึ้นข้างบนกันได้แล้วใช่ไหมครับคุณผู้ชาย " ฟีนิกซ์กล่าวลงท้ายอย่างประชดประชัน
" อะ ครับๆรีบกลับกันเถอะครับ " เยี่ยหลงตอบกลับอย่างรู้ตัวว่าควรเกรงใจ
ทั้งคู่เดินมาอีกหนึ่งชั่วโมงก็ถึงทางขึ้น พอทั้งสองขึ้นไปตอนนี้ก็เป็เวลาแปดโมงเช้าเสียแล้ว เยี่ยหลงจากที่จะได้นอนกลับไม่ได้นอนเพราะต้องทำงานบ้าน