Demonlord online ราชาอสูรสะท้านโลก

    สงครามเทวะ:สงครานครตำหนักศิลา(3)

                ท่ามกลางสารพัดเสียงในสนามรบจู่ๆปรากฎเวทมนต์เขตแดนสัตว์อสูรขึ้นมานับไม่ถ้วน  นั่นคือเขตแดนของโอริวมังกรทอง  เซริวมังกรเขียว  ซูซาคุหงส์แดง  เบียคโกะพยัคขาวและหนุมาน   หลายคนสีหน้าเลิกลัค  พวกอาชญากรพยายามใช้เขตแดนเผ่าพันธ์ุมารของตนเองออกมาเพื่อให้เกิดเขตแดนซ้อนทับหวังว่าจะทำลายเขตแดนของพวกเทพอสูรได้   ทว่ามันก็ไร้ผลเพราะอีกฝ่ายคือเขตแดนระดับตำนาน

                ศิลาดีดร่างถอยออกมาตั้งหลัก   เขาคือแม่ทัพของอาชญากรความจริงแล้วเขาไม่ควรออกมาลงสนามรบแบบนี้ด้วยซ้ำเขาควรจะดูสถานการณ์และถ่ายทอดคำสั่ง   ศิลามองสถานการณ์รอบตัวของเขาที่กำลังพลิกผัน  แม้แต่เขตแดนของพวกสามพี่น้องซุนหงอคง  สัมพาทีและสดายุยังไม่อาจทำลายเขตแดนของสี่สัตว์เทพอสูรได้    

                “ไม่ดีแน่”  เขาเปรยออกมามองรอบตัว  สีหน้าเครียด  “ไม่คิดว่าเขตแดนของพวกหงอคงยังเอาไม่อยู่  อีกสองชั่วโมงหรอ”  เขาเงยหน้ามองบนฟ้า  “เขตแดนของเราสามารถทำลายเขตแดนพวกมันได้แน่  แต่ว่ามันทรงพลังเกินไปหากในสามสิบนาทีสงครามยังไม่จบเราเองที่จะจบเพราะผลกระทบจากเขตแดนตัวเอง”

                ในขณะที่เขากำลังยืนลอยอยู่กลางอากาศครุ่นคิดหนัก  เสียงหวานใสของฟ้าครามดังขึ้น  “ใช้เขตแดนรัตติกาลซิค่ะ”

                “จริงซิ”  เขาเบิกตานึกขึ้นได้  เขายังคงไม่ค่อยชินกับสภาวะร่างผสานวิญญาณทำให้ศิลาชอบเผลอคิดหลงๆลืมๆตลอดว่าฟ้าครามอยู่ในร่างของเขา     

                เสียงเพ๊งดังสนั่นสะเกล็ดกระจกหลากสีโปรยทั่วท้องฟ้าเวหา  เขตแดนทั้งหมดถูกทำลายลงในพริบตา  และปรากฎเขตแดนสีดำรัตติกาลกระจ่างดาวขึ้นมาแทน

                เสียงเอะอะโวยวายพลันดังขึ้นเมื่อสี่สัตว์เทพคืนร่างเป็นอสูร  ปรากฎร่างมังกรสีทองมีเขาสีดำตัวขนาดมหึมาขึ้นตามมาด้วยหงส์เพลิงขนาดใหญ่มังกรเขียวขนาดเท่าภูเขาและเสือขาว  

               “มันต้องอย่างงี้”  สัมพาทีฉีกยิ้มออกมา      

               บึ่ม...   เสียงระเบิดดังสนั่นคลื่นพลังสีแดงเลือดมหาศาลพุ่งขึ้นฟ้าเป็นเสาเลือดวินาทีต่อมาพลันแตกระเบิด  “อ๊ากกกกกก”  สัมพาทีคำรามก้องเกรี้ยวกราด  กางปีกทั้งสองกลางหลังมีดาบแปดเล่มหมุนวน  

               “บะ...บ้าน่า”  เซริวในร่างมังกรเบิกตาตลึงมองสัมพาทีตรงหน้า    ขนาดตัวของสัมพาทีใหญ่กว่ามันถึงสองเท่าและออร่าคลื่นพลังของสัมพาทียังมากกว่าเดิมถึงสิบเท่า  “นี่แก”  เซริวกัดฟัน  “แกจงใจออมพลังเอาไว้อย่างงั้นหรอ  หยามหน้ากันชัดๆ”

                สัมพาทีหุบปีกยกนิ้วกรงเล็บขึ้นมาพร้อมส่ายนิ้วชี้  “จิจิ..ชิชิ  ข้ามิได้ดูถูกท่านเลย  ในร่างมนุษย์ข้าต้องสะกดพลังเอาไว้เพื่อคงสภาพร่างมนุษย์  แหม่แต่ถ้าคืนร่างนี้ตั้งแต่เริ่มสงครามมีหวังมันก็จบเร็วกันพอดีอ่ะเด้”

                “นี่เจ้า!”  เซริวแคนเสียงเคือง

                “เรามาต่อกันเลยไหมท่านจิ้งจกเขียว”   สัมพาทียั่วยกมือขวาขึ้นควักท้าทาย  “อุ๊ย!..ตายลืมไป”  สัมพาทีรีบบินขึ้นฟ้าเพื่อไม่ให้เหยียบพวกเดียวกันเองเพราะเพียงแค่เท้าข้างเดียวของสัมพาทีก็ใหญ่แทบจะเท่าพื้นที่ทั้งเมือง

                “มะ..มันตัวบ้าอะไร”  โอริวโผยบินหยุดมองสัมพาทีตาค้าง      สัมพาทีบินผ่านเหนือร่างของมันไป   เงาสีดำขนาดมหึมาใหญ่เกินร่างมังกรทองแม้แต่เจ้ามังกรอย่างโอริวยังมีขนาดตัวใหญ่ไม่เท่าสัมพาทีหากแค่ขนาดตัวโอริวไม่ได้สนใจอยู่แล้วทว่าพลังออร่าของสัมพาทีมันเกินจะหยัง    และสิ่งนี้ช่วยบอกอะไรหลายๆอย่างให้กับโอริว  ขนาดลูกน้องยังมีพลังเวทมนต์มากขนาดนี้  “ไอ้หมอนั่นยังไม่เอาจริง”  โอริวหันมองศิลาคอแทบหักเห็นชายหนุ่มกำลังนั่งขัดสะมาดลอยอยู่กลางอากาศพร้อมลูกแก้วด้านหลังแปลงสภาพเป็นอาวุธพุ่งโจมตีทั่วบริเวณ

                “สัมพาทีคืนร่างแบบนี้  ฟ้าว่าคงจบแล้วมั้งคะ”

                “อืมมม...   แต่ว่ามันก็ไม่แน่”  ศิลาตอบเสียงเรียบ  “ถ้าพวกมันมีดีแค่นี้ก็คงจะดี”

                “แล้วลูกกับตะลุงจังล่ะคะอยู่ไหน”  ฟ้าครามถามด้วยความเป็นห่วง     ศิลากวาดส่ายตามองรอบด้านเห็นสดายุในร่างฟีนิกซ์กำลังโผยบินพ่นเพลิง  พ่นไอหนาวเผาแช่แข็งทั่วบริเวณอย่างบ้าคลั่ง  บนหัวเห็นแฮมเตอร์ยืนชี้มือชี้ไม้ประมาณว่าลุยเลยพี่น้อง

                แว๊กกก....แฟ๊กกกกก    เสียงร้องแสบแก้วหูของพญาหงส์เพลิงดังสนั่นเสียดแก้วหู        ตอนนั้นเองซูซาคุได้ยินเสียงของโอริวดังขึ้นในหัว  บอกว่าให้จัดการพวกจอมเวทย์    หลังจากนั้นโอริวก็ตวาดลั่น  “ใจกลางเมือง  บุกเข้าไปใจกลางเมือง  ตรงต้นไม้นั่น”

                หืม!   ศิลาขยับสายตาขมวดคิ้วเล็กน้อย            เรื่องต้นไม้สาระน่าจะมีแค่ฮาเดสที่รู้      สรุปว่าฮาเดส  โลกิร่วมมือกับพวกสี่สัตว์เทพจริงๆซินะ                  ศิลาไม่รอช้าเข้าขัดขวางโอริวทันที

                เสียงเอะอะดังขึ้นบริเวณใจกลางเมืองหน่วยอัศวินที่พอจะเหลือรอดพยายามต้านทานการโหมบุกของพญาหงส์เพลิงและโลกิอย่างบ้าคลั่ง   ยังดีที่เทพซึซาโนโอะและภุชจังขัดขวางยมเทพฮาเดสไว้ได้

                “หยุดมันไว้!   หยุดมันไว้ให้ได้”  พวกแปดมงกุฎรีบวิ่งปราดเข้ามาช่วยเหลือหน่วยอัศวินอย่างรีบเร่ง   

                “เพิร์จแย่แล้วโวย”  โซดาตะโกนลั่น  “ไอ้เทพบ้านี่เหมือนมันจะดีดจัดปลัดบอกเลย  จะเอาไม่อยู่แล้ว”

                เพิน์จกัดฟันกอดได้แต่ย้ำคำกับพรรคพวก  “ยันมันไว้ก่อน  พวกสามพี่น้องกำลังตึงมือกับเทพอสูร      เวรเอ่ย...ไอ้พวกนี้เหมือนไก่ชนได้น้ำเลยแหะดื้อสะจริง”

                ตอนนั้นเองเหมือนเสียงสวรรค์เทวาลงมาโปรด  “กระหน่ำยิงมันเลยไม่ต้องยั้ง”  อดัมสั่งหน่วยธนู  ทว่าครั้งนี้พวกเขากลับไม่ได้มาแบบธรรมดา   พวกเขามาพร้อมรถถังปืนใหญ่พลังเวทมนต์ที่ลุงเอาภาษีไปซื้อ                เสียงครืนดังกังวาลรถถังยิงพลังเวทมนต์มาจอดเรียงรายกระหน่ำยิงพลังเวทมนต์ไม่ยั้ง   ภาพที่เกิดขึ้นคล้ายกับสงครามข้ามจักรวาลไม่มีผิด

                “มีเท่าไหร่ใส่ให้หมดโวย”  อดัมร้องลั่น

                “นักบวช  จอมเวทย์”  ฮารุตะโกนสั่ง  “ร่ายคาถาป้องกันธาตุไฟและธาตุสายฟ้า  ใครที่ถึงขีดจำกัดถอยมาแนวหลังให้นักบวชฟื้นพลังให้ก่อน”

                “หน่วงเวทมนต์ธาตุน้ำเอาไว้”  ฮารุสั่งขึ้น

                “บรรจุพลังเวทย์ธาตุดิน  เตรียมทำลายธาตุสายฟ้า”  อดัมสั่งขึ้นอีกครั้ง

                “หน่วยรอบสังหารล่ะ”  น้ำแข็งหันมองรอบตัว  “หน่วยรอบสังหารอิสระอยู่ไหน  โพชั่นฟื้นพลังชีวิตกับโพชั่นฟื้นมานาทางนี้ใกล้จะหมดแล้ว”  

                “เมตตากับมุทิตากำลังคุ้มกันหน่วยส่งเสบียงที่เอาเสบียงไปเติมให้ทางใต้”  อดัมบอกอย่างร้อนรน

                “ชิ”  เพิร์จสบถออกมา  “ขนาดมีกลไกฟื้นฟูพลังทั่วเมืองยังฟื้นฟูไม่ทันอีกหรอเนี่ย    การรับมือกับเทพอสูรระดับตำนานพร้อมกันเนี่ยหนักกว่าที่คิด”

                ทันใดนั้นไอความมืดเป็นเส้นสายดูน่าหวาดหวั่นลอยขึ้นมาจากพื้นดินทั่วตรารางนิ้วของนครตำหนักศิลา   คลื่นออร่าสีดำไหลไปรวมกันจุดหนึ่งโดยมีฮาเดสเป็นศูนย์กลางมองดูคล้ายพายุ   ยมเทพเจ้านรกนัยน์ตาแดงฉานดุจเลือดทั่วร่างปกคลุมด้วยไฟอเวจีสีดำออกมา

                ไม่เพียงแค่ผู้ที่เข้าร่วมสงครามที่ตกตลึงกับภาพตรงหน้าแม้กระทั่งผู้ที่ชมการถ่ายทอดสดอยู่ยังแทบหยุดหายใจ    จีเอ็ม.วิ๊งแซ่บรีบเปิดคอมพิวเตอร์ค้นหาข้อมูลทันที  พลังของยมเทพฮาเดสในตอนนี้มันมากเกินค่าพลังที่พวกเขาคาดการเอาไว้มากนี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่เกิดเหตุการสัตว์อสูรมีค่าพลังเกินขีดกำจัดกว่าที่พวกเขานิยามเอาไว้  

              ก่อนหน้านี้เคยเกิดเหตุการแบบนี้มาแล้วครั้งหนึ่งกับผู้เล่นที่ชื่อศิลาที่มีพลังเกินขีดจำกัดจนระบบของเกมแทบจะลองรับไม่ไหว     และหลังจากเหตุการณ์นั้นทำให้ฟ้าครามต้องส่งเครื่องโคคูลระดับสูงมาให้ศิลาเพื่อป้องกันคลื่นสมองของเขาถูกทำลาย

                “ยะ...แย่แล้วครับ”  จีเอ็มหนุ่มเสียงติดขีดหน้าซีด  

                “อะไรหรอค่ะที่ว่าแย่”  จีเอ็มสาวใจร้อนแต่ไม่ร้อนใจถามสีหน้ากังวล

                “เจ้านรกฮาเดสกำลังอัญเชิญยมโลกขึ้นมาบนผืนภพ”  

                เวร!...        ชิงหลงอุทานออกมาเสียงหลง      “ระงับศึก!...  ระงับสงครามนครตำหนักศิลาเดี๋ยวนี้   เรียกประชุมหน่วยพัฒนาเกมด่วน   ประกาศภาวะฉุกเฉินระดับแดง”  ชิงหลงกล่าวด้วยความรวดเร็วพร้อมด้วยเหล่าทีมผู้พัฒนาวิ่งวุ่น

                “เอาไงดีครับคุณชิวหลง”  ลูกน้องร้องถามร้อนรน

                ชิงหลงสีหน้าเครียดมองจอภาพขนาดใหญ่  และเครื่องควบคุมขนาดมหึมา   ถึงเขาจะอยากชัทดาวน์รีเซ็ตสงครามนครตำหนักศิลาเพื่อกันเซิฟเวอร์ล่มขนาดไหน   ทว่าเขาเองก็รู้ว่าศิลาเองคงไม่ยอม  “ดึงฐานข้อมูลของผู้เล่นทุกคน  ฐานข้อมูลของทุกเมืองย้ายไปไว้ที่เซิฟเวอร์สำรอง  จะได้ลดภาระซุปเปอร์คอมพิวเตอร์เครื่องแม่จะได้รับภาระน้อยลง   ชิ...   ไม่งั้นเซิฟเวอร์ล่มแน่  บอสนะบอส  แทนที่จะรีบจบสงคราม”  ชิงหลงแอบนินทาศิลา

                การที่ยมโลกจะขึ้นมาผืนภพได้ตามเนื้อเรื่องการพิชิตเกมจะต้องเป็นหลังจากที่ดวงใจภูติและเศษวิญญาณธรรมชาติถูกรวมครบแล้วหลังจากนั้นพวกเขาจะค่อยๆทยอยอัพเดตข้อมูลเข้าไปเรื่อยๆ   ทว่าตอนนี้ทั้งหมดมันผิดเพี้ยนไปหมด     ชิงหลงคิดได้อย่างเดียวถึงการที่เนื้อเรื่องก้าวกระโดดไปแบบนี้คือดวงใจภูติและเศษวิญญาณธรรมชาติได้มาอยู่รวมกันครบแล้วที่นครตำหนักศิลา

               “คุณชิงหลงแย่แล้วคร้าบบบบบบ”  ชายหนุ่มในชุดนักวิทยาศาสตร์วิ่งมาหน้าตาตื่น  

                ชิงหลงหันมองคอแทบหักพร้อมเอามือทั้งสองขยี้หัวด้วยความปวดเศียรเวียนเกล้า  “อะไรอีก”  เขากระชากเสียงถาม

               “ไม่ใช่แค่ยมโลกที่ขึ้นมาบนผืนภพครับ   พาราไดรส์   แดนสวรรค์กำลังลงมาจากฟ้า   โลกมนุษย์   สวรรค์   นรก  ทั้งหมดกำลังรวมกันครับ”

                ทันทีที่ได้ยินลูกน้องบอกเขาแทบหยุดหายใจหน้าซีดสะตั้นไปสี่วินาทีก่อนจะหัวเราะออกมาราวคนบ้า    ฮ่า....ฮ่า...ฮ่า...   “บ้าไปแล้ว   มันบ้าไปแล้ว  จะมีเซอร์ไพรส์อะไรอีก   มาเลย”

                ตัดมาในเกม     “ประกาศ   ประกาศถึงผู้เล่นทุกคนเนื่องจากสงครามนครตำหนักศิลารุนแรงเกินไปขอให้ผู้เล่นที่ไม่ได้เข้าร่วมสงครามล็อคเอ้าท์โดยด่วนภายในสองนาที”

                “ประกาศ   ประกาศ  ถึงจีเอ็มและ SPC เนื่องสงครามนครตำหนักศิลารุนแรงเกินไปขอให้ทั้งหมดที่ไม่ได้เข้าร่วมสงครามล็อคเอ้าท์โดยด่วนภายในสองนาที

                ผู้เล่นที่นั่งชมการถ่ายทอดสดเมื่อได้ยินเสียงระบบเตือนต่างมองหน้ากัน   นี่เป็นครั้งแรกที่แม้แต่จีเอ็มและ SPC  ยังถูกบังคับให้ล็อคเอ้าท์   

                จำนวนการออนไลน์ของผู้เล่นล็อคเอ้าท์ออกมาจากโลกจำลองราวกับน้ำทะลัก   เมื่อออกมาจากโลกจำลองพวกเขาก็รีบเปิดเว็ปไซต์เกม Demonlord เพื่อชมเหตุการณ์ทันที    ด้านบนฟ้าปรากฎผืนดินเมืองขนาดใหญ่   บนผืนดินปรากฎพื้นดินสีแดงเลือดและไฟอเวจีเดือดระอุทั่วระแหงของโลก  กองซากศพ  ต้นไม้ตายซาก  เกลื่อนผืนภพ  สัตว์อสูร  เทพ  เทพอสูร  มาร  ปรากฎตัวขึ้นมาราวดอกเห็ด   

                ศิลาลอยตัวกลางอากาศเงยหน้ามองบนฟ้าจุดรอยยิ้มเหี้ยมเกรี้ยมนัยน์ตาอำมหิต  “มาแล้วหรอพาราไดรส์  รอเวลานี้อยู่เลย  เพราะฉันกำลังเบื่อๆในโลกเก่าอยู่พอดี”  

                “นั่นมันอะไร!?...”  ชายแก่หน้าตาแบบคนจีนนวดสีขาวนั่งชมการถ่ายทอดสดร้องลั่นด้านหลังปรากฎชายหนุ่มสามคนและสองสาว    เขาคืออาจารย์ของฟันโอ     ในจอภาพปรากฎเมฆแผ่ขยายออกเป็นวงกลมเหนือหัวของศิลาพร้อมฉายแสงสีทองพร่างพราวประกายดาวระยิบระยับออกมา    

                “จะเริ่มแล้วหรอ”  เพิร์จเงยหน้ามองศิลาที่ลอยตระหง่าบนเวหาสูง    สดายุ  สัมพาที  ซุนหงอคง  ภุชจังดีดเท้าปราดพุ่งเข้ารายล้อมรอบตัวศิลาป้องกันไม่ให้ศิลาถูกโจมตี

                ผู้ชมต่างอ้าปากค้างมองศิลาทียืนหลับตาเผยมือขวาออกมา   ในมือปรากฏดวงใจภูติทั้งเจ็ดลอยหมุนวนอยู่ในฝ่ามือของศิลา     เสียงระเบิด  เสียงคมดาบ  พลันเงียบกริบดุจป่าช้าทุกสายตาเงยมองไปที่จุดเดียวกัน   ท่ามกลางความเงียบได้ยินเสียงสายลมยังคงได้ยินเสียงสวดบริกรรมคาถาเสียงหนึ่งดังกังวาลหนักแน่น  ทรงอำนาจ  น่าเกรงขาม  เพียงแค่ได้ยินก็ทำให้ขนรุกความรู้สึกเต็มไปด้วยศรัทธา

                “บทสวดอะไรกันค่ะ”  จีเอ็มสาวหันมาถามจีเอ็มหนุ่ม    วิ๊งแซ่บส่ายหน้าไม่ตอบคำ   แม้แต่พวกเขาที่เป็นจีเอ็มมีสกิลพิเศษของระบบที่สามารถทำให้ฟังภาษาการร่ายเวทมนต์ได้ยังฟังเสียงสวดบริกรรมคาถาของศิลาไม่ออก   กล่าวให้ถูกคือมันไม่ได้เป็นบทสวดเวทมนต์ที่อยู่ในเกม   หรืออาจจะอยู่ในเกมแต่มันคือเวทมนต์ลับ

                ผู้ชมยิ่งเกิดคำถามเมื่อแม้แต่จีเอ็มยังฟังภาษาที่ศิลาใช้บริกรรมคาถาไม่ออก

                “บะ...บทสวดเฮลาติก”  อาจารย์ของฟันโออุทานออกมา

                “เป็นไปไม่ได้”  ฟันโอแย้ง

                “ไม่หรอก”  อาจารย์กล่าวเสียงเรียบตั้งสติ  “บทสวดเวทมนต์ภายในเกมก็คือบทสวดสรรเสริญพระเจ้าในโลกจริงและใช้พวกภาษาโบราณ  ภาษาเฮลาติกเองก็เป็นภาษาโบราณ”

                “มหาสัตตะภูติผู้ยิ่งใหญ่   เบิกทางทั่วพิภพ                                                                            “ข้าขอน้อมคาราวะ   องค์มารดาแห่งชีวัน                                                                              “อำนาจลิขิต   ทั้งนำมาและจากจร                  “ความพิโรธของสัตตะภูติ  มิมีสิ่งใดขวางได้                                                                        “ขอโปรดจงมอบพลังให้แด่ข้า   เพื่อพิฆาตรผู้ขวางหน้าให้อาจม”

                เปรี้ยง!.....    สายอัสนีบาตสีทองผ่าใส่ร่างศิลาพร้อมรอบกลายเขาปรากฎภูติสาวออกมาถึงหกตนได้แก่  ภูติดิน  ภูติน้ำ  ภูติลม  ภูติไฟ  ภูติสายฟ้า  ภูติแสงสว่าง  เหล่าวิญญาณภูติหญิงสาวโบยบินรอบกายศิลาก่อนจะซึมหายเข้าไปในร่างของเขา

               อ๊ากกกกกกกกก        เขากรีดร้องออกมาโหยหวนทรมานด้วยความเจ็บปวดแสนสาหัส  เนื้อหนังเริ่มฉีกเลือดสีแดงสดไหลทะลักออกมาจากดวงตาทั้งสองข้าง    เช่นกันเหล่าสามพี่น้อง  ภุชจังและตะลุงจังกรีดร้องออกมาก่อนจะมีบอลแสงสีทองขึ้นมาคลุมร่างของทั้งหมดเอาไว้

                “ผู้เล่นศิลา  ปฏิบัติบรรลุตามเงื่อนไข  กำลังเข้าสู่การวิวัฒนาการ”  เสียงจากระบบดังขึ้นในหัวของเขาพร้อมศิลาเข้าสู่สภาวะจำศีลในบอลแสงแสนอบอุน

                “มาแล้ว!...”  รูเซียโน่เอามือทุบโต๊ะรุกขึ้นยืนบนเก้าอี้  สีหน้าวาวโลด  ยิ้มสมใจราวกับกำลังได้อะไรที่เขาเฝ้ารอมานาน  “มันต้องอย่างงี้  ต้องงี้สิไอ้ลูกเขยของพ่อ  ไม่เคยทำให้ผิดหวังจริงๆ  ในที่สุด  ในที่สุดร่างสุดยอดกำลังจะจุติแล้ว   โอ่วววววเย่”  

                เห่อลูกเขยสุดๆ      ลูกน้องกุมขมับส่ายศรีษะปวดใจ