เกิดใหม่อีกครา ข้าจะเป็นราชันผู้อัญเชิญสัตว์อสูร

    ตอนที่ 65 ปณิธานแห่งบุปผาหยก

     

    เมื่อหลี่หยางผ่านบททดสอบทั้งสามอย่างสง่างาม ทั่วทั้งแดนลับพลันสั่นไหวเบา ๆ คล้ายสายลมฤดูใบไม้ผลิที่ไล้ผ่านผิวโลก เสียงใสกระซิบจากทั่วสรรพสิ่ง ดอกไม้เริ่มผลิบานพร้อมกัน พลังวิญญาณอบอวลทั่วทั้งบริเวณ

     

    ตรงกลางลาน สมุดเล่มหนึ่งลอยออกมาจากแท่นศิลา ปกห่อด้วยเส้นไหมแห่งพลังวิญญาณ บนหน้าปกสลักคำเพียงว่า

    “ปณิธานแห่งบุปผาหยก”

     

    เสียงหนึ่งเอ่ยขึ้น…

    เสียงของ ผีเสื้อบุปผาหยกวิญญาณ ที่ลอยอยู่ไม่ไกล น้ำเสียงของนางนุ่มนวลแต่แฝงด้วยกาลเวลาอันยาวนาน:

     

    “สวนแห่งนี้…หาใช่เพียงพื้นที่จำลองทั่วไป หากแต่คือ โลกวิญญาณชั้นใน ที่ถูกค้นพบโดยเจ้านายของข้าในอดีต

    เดิมเป็นวัตถุวิญญาณที่ไม่มีรูปร่าง แต่นายข้าคนก่อน บังเอิญค้นพบ และค่อยๆ บ่มเพาะมันจนกลายเป็นโลกใบเล็กที่สามารถบรรจุสิ่งมีชีวิต สมุนไพร แม้กระทั่งไอพลังได้อย่างสมบูรณ์”

     

    “นับแต่นั้น เขาได้ใช้ที่แห่งนี้เพาะพันธุ์สมุนไพร พัฒนาพลังโอสถ จนเป็นที่ยอมรับทั่วทวีปว่า—

    เทพแห่งโอสถ แห่งยุค”

     

    ผีเสื้อตัวน้อยเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะโบกปีกเบา ๆ พาเกสรเรืองแสงปลิวลงสู่ฝ่ามือหลี่หยาง พร้อมกับเอ่ยด้วยน้ำเสียงนุ่มลึก

     

    “จากนี้ไป…สวนแห่งนี้ เป็นของเจ้า

    หากหล่อเลี้ยงมันด้วยจิตแห่งธรรมชาติ ความเมตตา และความรู้ พลังของมันจะเติบโตยิ่งขึ้น ยามจำเป็น มันสามารถกลายเป็นแดนหลบภัย หรือแม้แต่สนามรบส่วนตัวของเจ้าได้…”

     

    หลี่หยางก้มมองโลกขนาดเล็กที่ลอยอยู่ตรงหน้า ราวลูกแก้วเรืองแสงจาง ๆ

    เขายื่นมือไปรับ พร้อมจิตที่สงบนิ่ง—ในใจลึก ๆ เขารู้ว่า

    นี่ไม่ใช่แค่มรดกโอสถ…แต่มันคือก้าวแรกของการเป็น ‘ผู้สร้าง’ ในโลกแห่งพลังนี้

     

    เมื่อหลี่หยางยื่นมือรับ “โลกวิญญาณแห่งบุปผาหยก” สมุดปณิธานและลูกแก้วเรืองแสงพลันลอยขึ้นสูงเหนือศีรษะของเขา

    ลำแสงอ่อนจางจากพลังวิญญาณแผ่ออก ราวกับทั้งสวนกำลังคลี่คลายตนเอง…เพื่อเปลี่ยนเจ้านาย

     

    ทันใดนั้น—พลังของมันแทรกซึมเข้าสู่จิตของหลี่หยาง

    ทะเลแห่งจิตอันสงบนิ่งของเขาเกิดระลอกคลื่นครั้งใหญ่

    โลกใบเล็กนั้น…ไม่ได้เพียงแค่อยู่ในความครอบครองของเขา แต่มัน “หลอมรวม” เข้ากับทะเลจิตโดยสมบูรณ์!

     

    “นี่มัน…!”

     

    เขาหลับตา รับรู้ได้ถึงพลังเชื่อมโยงโดยตรง ไม่ผ่านวัตถุใด ๆ

    ในห้วงจิต เขามองเห็นโลกเล็ก ๆ ใบนั้นลอยอยู่กลางทะเลแห่งจิตของเขา ราวกับดวงจันทร์กลางน่านน้ำ

    หลี่หยางรู้สึกได้ทันที—เขาสามารถ ควบคุมกฎแห่งกาลเวลา ภายในได้!

     

    “ข้า…ควบคุมมันได้ทั้งหมด”

     

    [ผลลัพธ์ของการหลอมรวม]

                1.         กาลเวลาไหลเร็วกว่าข้างนอก 100 เท่า

                •               หนึ่งวันภายนอก = 100 วันภายในสวน

                •               สามารถใช้ฝึกฝนสมุนไพร เลี้ยงสัตว์อสูร หรือทดลองปรุงโอสถได้อย่างไร้ขีดจำกัด

                2.         พืชและสัตว์อสูรธาตุไม้เจริญเติบโตเร็วขึ้น 100 เท่า

                •               สมุนไพรหายากใช้เวลาปลูกแค่ไม่กี่วันภายใน

                •               สามารถเพาะพันธุ์อสูรระดับสูงที่ต้องใช้เวลาหลายปีได้ในเวลาอันสั้น

                3.         วิญญาณผีเสื้อบุปผาหยกยังคงอาศัยอยู่ในโลกใบนี้

                •               ทำหน้าที่ดูแล รักษา และเป็นที่ปรึกษาเรื่องสมุนไพรให้กับหลี่หยาง

                4.         สามารถพกพาเข้าสู่สมรภูมิหรือใช้เป็นแดนลับส่วนตัว

                •               หากจำเป็นสามารถซ่อนตัวหรือหลบภัยจากศัตรูที่เหนือกว่าชั่วคราว

     

    หลี่หยางลืมตาขึ้นอีกครั้ง แววตาเขาเต็มไปด้วยความเงียบขรึม…

    นี่ไม่ใช่เพียงแค่พลังใหม่ แต่มันคือเครื่องมือที่จะเปลี่ยนทั้ง ชีวิต ของเขา

     

    “หากข้าใช้มันอย่างถูกทาง…ไม่เพียงแต่ตระกูลหลี่

    แต่แม้แต่โลกใบนี้ ก็อาจต้องจารึกนามของข้า”

     

    เขายิ้มบาง ๆ ก้าวต่อไปของการเดินทางครั้งนี้—ไม่ได้มีแค่พลังกับอสูร แต่มาพร้อม ปัญญาแห่งธรรมชาติและโอสถ ที่เขากำลังจะเป็นผู้ครอง

     

    ภายในโพรงถ้ำลึกกลางป่าอสูร—หลี่หยางนั่งขัดสมาธิอยู่กลางอักขระเวทที่เรืองแสงจาง ๆ ใต้ฝ่ามือของเขา คือแก่นวิญญาณแห่งโลกใบเล็กซึ่งเขาเพิ่งหลอมรวมเข้ากับทะเลจิต

     

    “ข้าจะลองดู…”

     

    เขาวางฝ่ามือบนพื้นเบา ๆ แล้วระบายจิตวิญญาณออก ชั่วขณะหนึ่ง ม่านแสงเรืองรองก็ลอยขึ้นรอบตัวเขา

    ภาพของสวนสมุนไพรโบราณ…โลกเล็กใบนั้นพลันปรากฏออกมาต่อหน้าราวกับภาพลวงตา

     

    “แม่ทัพบุปผาพิษสวรรค์…เข้าไปสิ”

     

    สัตว์อสูรของเขา—แม่ทัพบุปผาพิษสวรรค์

    เถาวัลย์ขนาดใหญ่สีม่วงอ่อนสลับเขียว

    มันเคลื่อนที่เบา ๆ แล้วเข้าสู่ม่านแสง—เข้าสู่ “โลกใบเล็ก” ในนั้น

     

    ทันทีที่เข้าสู่สวน

    กลิ่นอายแห่งธาตุไม้และแสงอาทิตย์อันเรืองรองก็ไหลเข้าโอบล้อมร่างของแม่ทัพบุปผา

    ภายในสวน ที่ซึ่งกาลเวลาไหลเร็วกว่า 100 เท่า

    พลังงานวิญญาณบริสุทธิ์ไหลเวียนหนาแน่นทุกอณู

    และมัน—มันก็เริ่มดูดซับทันที

     

    “ฮึ่ม…พลังนั่นมัน…”

     

    แววตาหลี่หยางสั่นไหวเมื่อรับรู้ถึงกระแสพลังที่แผ่จากภายในสวน

    กลีบดอกสีดำบนศรีษะของแม่ทัพบุปผาเริ่มสั่นสะท้าน—เส้นเลือดวิญญาณสีเขียวมรกตเริ่มส่องแสง

    เถาวัลย์พิษเล็ก ๆ ที่เคยหมุนวนรอบตัวมัน กลับกลายเป็นละอองหยกใส

     

    “มัน…กำลังเลื่อนระดับ?!”

     

    เวลาเพียงไม่กี่ช่วยามในโลกภายนอก

    แต่ภายในสวน ได้ผ่านไปแล้วนับเดือน

    แม่ทัพบุปผาพิษสวรรค์ พลันเปล่งประกายแสงพิษสีม่วงมรกตพวยพุ่งขึ้นสู่ท้องฟ้า

     

    “ระดับ…จอมพลขั้นที่ 1!”

     

    เสียงของหลี่หยางแทบไม่เชื่อหูตนเอง

    สัตว์อสูรที่เริ่มต้นจากชนชั้นสามัญ ได้วิวัฒน์จนถึงระดับ จอมพลชั้นต้น อย่างสมบูรณ์แบบแล้ว

    ความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นไม่ใช่แค่พลัง

    แต่เป็นโครงสร้างของร่างกาย—ระบบพิษ และกลิ่นอายพลังจิตที่ “กลายพันธุ์” ขึ้นอีกขั้น!

                •               แม่ทัพบุปผาพิษสวรรค์ เลื่อนระดับจากนักรบขั้น9 → จอมพลขั้น 1

                •               พิษของมันได้รับการกลั่นกรองระดับใหม่: พิษบุปผาหยกสวรรค์

    มีคุณสมบัติเพิ่มการสะกดจิตอ่อนๆและกัดกร่อนพลังวิญญาณของศัตรู

                •               พลังชีวิตโดยรวมเพิ่มขึ้น 2 เท่า

                •               เริ่มมี “เค้ารางแห่งการวิวัฒนาการ” ที่สูงกว่า จอมอสูร

     

    หลี่หยางยืนนิ่ง เงยหน้าขึ้นมองสวนสมุนไพรที่ลอยวนกลางทะเลจิตของตน

    ภายในใจเขาเกิดคลื่นอารมณ์ที่ซับซ้อน ทั้งตื่นเต้น ภาคภูมิใจ

     

    ม่านแสงจางๆ ค่อยๆ จางหายไป พร้อมกับร่างของแม่ทัพบุปผาพิษสวรรค์ที่บินวนกลับออกมาจากโลกใบเล็กภายในทะเลจิตของหลี่หยาง

     

    ร่างของมันเปล่งประกายจางๆ ด้วยไอวิญญาณ สีของกิ่งก้านเข้มขึ้น เปล่งประกายแวววาวดั่งหยกมรกตเจือม่วง เถาวัลย์ที่เคยอ่อนบางกลับดูแกร่งและทรงพลังขึ้นอย่างเห็นได้ชัด

     

    หลี่หยางยิ้มบาง ๆ พลางยื่นมือไปให้มันเกาะ

     

    “เจ้าทำได้ดีมาก แม่ทัพบุปผา…”

     

    กลีบดอกสีดำบนหัวมันสั่นเบา ๆ ราวกับรับรู้ในคำชม น้ำเสียงของหลี่หยางแม้เรียบเฉย แต่แฝงไว้ด้วยความอบอุ่น

     

    เขาจ้องตาของมัน แล้วเอ่ยช้า ๆ ด้วยน้ำเสียงหนักแน่น:

     

    “โอกาสในการวิวัฒนาการของเจ้า…จะมีโอกาสมากยิ่งขึ้นจากนี้ไป”

     

    “ที่นี่คือขุมพลังที่แท้จริง เป็นสถานที่ที่แม้แต่จอมอสูรยังต้องอิจฉา หากเจ้าฝึกอยู่ภายในเรื่อย ๆ ไม่ช้า…เจ้าอาจจะทะลุขีดจำกัดเดิม กลายเป็นอสูรเหนือจอมอสูรได้”

     

    แม่ทัพบุปผาพิษสวรรค์ส่งเสียงครืดคราดเบา ๆ คล้ายจะเข้าใจ ดวงตาคู่งามของมันสั่นไหวด้วยแววแห่งความมุ่งมั่น

     

    หลี่หยางกล่าวต่อด้วยรอยยิ้ม:

     

    “เจ้ามาจากสัตว์อสูรสามัญ ไม่มีใครเชื่อว่าเจ้าจะมายืนในจุดนี้ได้… แต่นับจากนี้ไป เจ้าไม่ใช่แค่อสูรตัวแรกของข้าเท่านั้น แต่คือหนึ่งในเสาหลักของข้า…ในเส้นทางสู่จุดสูงสุด”

     

    เขาหลับตาชั่วครู่ สูดลมหายใจลึก

     

    “เตรียมตัวไว้…ไม่นาน ข้าจะหาของที่เจ้าต้องการมาให้ แม้จะยากเพียงใด ข้าก็จะพาเจ้าวิวัฒนาการไปให้ได้ถึงขีดสุด…”

     

     


     

    คล้ายกับเรื่องเกิดใหม่อีกครา ข้าจะเป็นราชันผู้อัญเชิญสัตว์อสูร ที่คุณอ่าน