[จบ] เจ้าสำนักสาวไลฟ์สดปลดล็อกพลังสวรรค์

    บทที่ 39 ลูกทรพี

    บทที่ 39 ลูกทรพี


            ฉินเหยียนจินเดินออกมาดูพร้อมกับตะกร้าสมุนไพร วันนี้เธอสวมเสื้อผ้าธรรมดาสีขาวล้วน รวบผมยาวขึ้นสูงโดยใช้ปิ่นไม้ปักไว้เท่านั้น


            ด้วยชุดที่เรียบง่ายเช่นนี้ แม้ว่าจะไม่ได้ดูสง่างามอย่างนักพรตหญิงแต่ก็ยังสามารถมองเห็นถึงความอ่อนช้อยแบบเทพเซียน


            วันนี้มีผู้ศรัทธาเดินทางมาถึงเพียงสองคนเท่านั้น


            พวกเขาอยู่ที่สระบัว กำลังชมดอกบัวบานสะพรั่งท่ามกลางหมอกขาวในนั้น และยังมีถูเฟยกำลังจ้องอยู่ด้วยแววตาสงสัย


            หนึ่งในสองคนนั้นที่ดูเหมือนจะเป็นชายชราอาวุโสในตำแหน่งสูงกำลังยื่นมือออกมาปัดไปรอบ ๆ แต่ก็ไม่ได้ทำให้หมอกขาวนั้นจางไป


            คนที่อยู่ข้างกายเขาดูเหมือนจะเป็นผู้ช่วยหรือไม่ก็พ่อบ้านประจำตัว


            “ท่านครับ สระน้ำนี่...”


            ขณะที่พ่อบ้านกำลังจะพูด ชายชราก็เห็นฉินเหยียนจินกำลังเดินมาพร้อมกับรัศมีที่ดูสว่างไสว


            เขาหรี่ตาลงแล้วโค้งคำนับให้เธอโดยไม่ได้แสดงอาการถือตัวแต่อย่างใดแม้ว่าฉินเหยียนจินจะอายุน้อยกว่าก็ตาม และในความจริงแล้ว เมื่อดูจากท่าทางของเขาก็ยังให้ความรู้ว่านี่เป็นการแสดงความเคารพอย่างสูงอีกด้วย


            “สวัสดีอาจารย์ฉิน ผมไม่มีทางเลือกเลยต้องมาถึงที่นี่เพื่อรบกวน อาจารย์ช่วยทำนายชะตาให้ผมได้ไหมครับ?”


            พ่อบ้านที่อยู่ด้านข้างมองฉินเหยียนจินอย่างประหลาดใจแต่ก็ปกปิดความสงสัยนั้นไปอย่างรวดเร็ว


            ฉินเหยียนจินเลิกคิ้วเมื่อเห็นชายคนนี้


            เขาเป็นคนที่มีปราณชีวิตรัศมีทองแข็งแกร่งและล้อมรอบด้วยสีม่วงจาง ๆ รูปลักษณ์ก็แสดงถึงความร่ำรวยมั่งคั่ง


            เมื่อพิจารณาดูแล้วก็เข้าใจได้ทันทีว่าชายคนนี้กำลังตามหาอะไรอยู่


            “คุณฟู่เกรงใจเกินไปแล้วค่ะ เดิมทีสำนักชิงเหลียนก็ก่อตั้งขึ้นเพื่อบรรเทาทุกข์ของผู้คนอยู่แล้ว ดังนั้นไม่จำเป็นต้องขอร้องเลยค่ะ”


            ดวงตาเฉียบคมของชายชราหรี่ลงเล็กน้อย จากนั้นก็เต็มไปด้วยประกายแห่งความหวัง


            “อย่างที่คิดเอาไว้จริง ๆ อาจารย์เป็นคนที่มีพลังมาก ถึงได้รู้นามสกุลของผมได้ทันที อย่างนั้นอาจารย์ก็น่าจะรู้จุดประสงค์ที่ผมมาที่นี่แล้วใช่ไหมครับ”


            ฉินเหยียนจินยิ้มจาง ๆ และไม่ได้สนใจคำสรรเสริญของเขามากนัก


            เธอชี้ไปทางห้องโถงทางด้านข้างแล้วพูดขึ้น “คุณฟู่ ไปพักที่นั่นก่อนะคะ ให้ฉันได้เตรียมตัวให้เรียบร้อยสักครู่”


            คุณฟู่เห็นว่าเธอกำลังถือตะกร้าสมุนไพร และนิ้วเรียวสวยเหมือนแท่งหยกก็ยังเปรอะดิน แม้จะดูเปรอะเปื้อนไปเล็กน้อย แต่ก็ไม่ได้กระทบต่อรูปลักษณ์ที่งดงามนี้เลย


            “อาจารย์ฉินไม่ต้องรีบร้อนนะครับ ทำธุระให้เสร็จก่อนค่อยมาคุยก็ได้”


            ไม่นานหลังจากนั้น ฉินเหยียนจินก็กลับมาพร้อมเสื้อผ้าสะอาดและชุดน้ำชา เธอเริ่มชงชาให้แขกทั้งสองอย่างสงบ แต่ถูกพ่อบ้านที่รู้งานมาขวางไว้


            “อาจารย์ฉิน ให้ผมบริการดีกว่าครับ”


            นักพรตสาวไม่ปฏิเสธ มองดูคุณฟู่แล้วถามพลางยิ้มจาง ๆ ขึ้นมา “คุณฟู่ ต้องการตามหาลูกชายที่หายออกไปนานแล้วใช่ไหมคะ?”


            คุณฟู่ลุกขึ้นอย่างตื่นเต้นทันที น้ำเสียงของเขาก็สั่นเครือ


            “อาจารย์ฉิน คุณสามารถทำนายได้แม่นยำมากจริง ๆ ตอนแรกที่ดูไลฟ์ ผมค่อนข้างจะสงสัยในตัวอาจารย์อยู่บ้าง แต่ตอนนี้เข้าใจแล้วว่าคุณเป็นอาจารย์ที่มีความสามารถจริง ๆ”


            “คุณฟู่สงบใจไว้ก่อนค่ะ ร่างกายของคุณทนความตื่นเต้นเกินไปไม่ไหว” ฉินเหยียนจินออกปากเตือนอย่างรวดเร็ว


            “อาจารย์ครับ แล้วลูกชายของผม...” คุณฟู่พูดอย่างกังวล ท่าทางร้อนใจ


            ฉินเหยียนจินเลิกคิ้วเล็กน้อยแล้วปลอบให้เขาสบายใจ “ไม่ต้องเป็นห่วงนะคะ เขายังมีชีวิตอยู่ค่ะ และมีครอบครัวที่อบอุ่นเต็มไปด้วยลูกหลาน”


            เมื่อคุณฟู่ได้ยินแบบนั้นก็เริ่มน้ำตาคลอขึ้นมา ก่อนจะเอ่ยอย่างโล่งใจ “เอาละ แค่รู้ว่าเขายังสบายดีก็ไม่เป็นไรแล้วครับ”


            “คุณฟู่ เชิญนั่งลงก่อนและสงบจิตใจเถอะนะคะ เรามาคุยกันดี ๆ ดีกว่า”


            “จริงด้วย ๆ ผมลืมตัวตื่นเต้นมากเกินไปตลอดเวลาพอพูดถึงเรื่องลูก ขอบคุณอาจารย์ที่ห้ามเอาไว้”


            “ฉันเข้าใจว่าคุณฟู่เป็นห่วงลูกชายมาก แต่ฉันยังเล่าไม่จบเลยค่ะ”


            ฉินเหยียนจินกล่าวต่อ “ตั้งแต่ครั้งแรกที่ได้พบคุณฟู่ ฉันก็เห็นโชคร้ายออกมาจากตัวคุณ เมื่อวิเคราะห์ดูแล้วก็รู้ว่าโชคร้ายนี้ไม่ได้ตกกับตัวคุณและครอบครัวปัจจุบันของคุณ ถ้าฉันคาดเดาไม่ผิด โชคร้ายที่ว่าเกิดขึ้นกับทายาทที่พลัดพรากของคุณค่ะ”


            คุณฟู่เริ่มกังวลขึ้นมา “แบบนี้ผมควรทำยังไงดีครับอาจารย์ โชคร้ายที่ว่าคืออะไร เป็นเรื่องใหญ่มากไหมครับ?”


            ฉินเหยียนจินอธิบาย “โชคร้ายนั้นไม่ได้ร้ายแรงมากค่ะ มันเป็นความขุ่นมัวบางอย่างที่รายล้อมอยู่ หากถูกมันครอบงำอยู่นานเกินไปก็จะเริ่มแปดเปื้อน ทำให้สิ่งดี ๆ เสื่อมลง ตระกูลฟู่ร่ำรวยและสูงส่ง รัศมีสีม่วงที่ปรากฏออกมาเป็นความขุ่นมัวที่ปกคลุมอยู่จะถูกสลายได้ในเวลาไม่นาน แต่ระหว่างนี้จะทำให้ร่างกายอ่อนแอลงและเจ็บป่วยได้ง่าย”


            “ป่วยงั้นเหรอครับ? มันคงไม่ใช่แค่โรคเล็ก ๆ น้อย ๆ ด้วยใช่ไหม?”


            คุณฟู่เป็นคนฉลาดเข้าใจอะไร ๆ ได้รวดเร็ว ถ้าเป็นโรคเล็กน้อยฉินเหยียนจินคงไม่พูดขึ้นมา นี่ต้องเป็นเรื่องใหญ่มากแน่นอน


            เธอพยักหน้ารับและมองเขาด้วยสายตาเฉียบแหลม


            “ความจริงแล้วมันเกิดจากการที่เขาไปแตะต้องสิ่งที่ไม่สมควรด้วยความไม่ตั้งใจ แม้ว่าจะทำให้เจ็บป่วยเล็กน้อย แต่โชคดีที่ไม่ร้ายแรง แต่ก็เหมือนที่คนโบราณเคยว่าไว้ค่ะ ว่าไม่มีลูกศรที่พุ่งย้อนกลับเมื่อปล่อยสายธนูแล้ว ครั้งแรกอาจโชคดีแต่คราวหลังอาจไม่เป็นอย่างนั้น”


            ไม่ว่าจะเป็นการฆ่าคนหนึ่งหรือสองคนก็นับว่าเป็นการคร่าชีวิตคนเช่นเดียวกัน เพื่อให้บรรลุเป้าหมาย คนเราทำได้เพียงจำยอมเดินหน้าต่อไป


            คุณฟู่สับสนเล็กน้อย สีหน้าของเขามีแววของความตกใจ จากนั้นก็เริ่มเปลี่ยนเป็นความเสียใจที่แวบขึ้นมาในแววตา


            จู่ ๆ เขาก็ดูเหมือนจะแก่ขึ้นในทันที ร่างกายเริ่มอ่อนแรง กลิ่นอายของความมั่นคงเมื่อครู่ถูกสั่นคลอน และดูหมดอาลัยตายอยาก


            “ทั้งหมดเป็นความผิดผมเอง ผมเป็นพ่อที่แย่มาก สนใจแต่เรื่องเงินจนเอาเรื่องในครอบครัวไปฝากไว้กับเขาที่เป็นพี่ชายคนโตทั้งหมด แต่ลืมไปว่าเขาเองก็เป็นลูกชายที่ต้องการการดูแลเหมือนกัน เขาจะเป็นผู้ปกครองให้น้องอย่างดีได้ยังไงทั้งที่อายุมากกว่าแค่ 2 ปีเท่านั้น”


            คุณฟู่พูดอย่างเสียใจ “จะมีเงินมากมายไปทำไมถ้าไม่สามารถอยู่กับลูกหลานได้”


            สิ่งที่เขาเศร้าใจคือลูกคนที่สองได้พบกับครอบครัวของลูกชายคนโตโดยไม่บอกเรื่องนี้กับเขา และยังกล้าทำร้ายลูกชายคนโตเพื่อจะเป็นผู้รับมรดกครอบครัวเพียงผู้เดียวอีกด้วย


            ลูกคนที่สองเป็นคนเลวขนาดนี้ พ่ออย่างเขาควรจะจับสังเกตได้เป็นคนแรก ๆ แต่ตนเองกลับพยายามปกป้องลูกคนรองจนลูกคนโตหนีไป


            ลูกคนที่สองไม่ได้ซาบซึ้งในบุญคุณอะไรและยังจะพยายามล้างผลาญทุกคนในครอบครัวอีกด้วย


            จิตใจโหดเหี้ยมเกินมนุษย์!


            คุณฟู่กัดฟันเต็มไปด้วยความเสียใจ


            พ่อบ้านตระกูลฟู่ทำงานอยู่กับตระกูลนี้มาเกิน 20 ปี นานพอจะรู้เรื่องราวที่เกิดขึ้นทั้งหมดของตระกูลฟู่ เมื่อเห็นสีหน้าของชายชราก็อดไม่ได้ที่จะลอบถอนหายใจ กลัวว่านายน้อยรองจะทำเรื่องที่เลวร้ายเกินคาดคิดขึ้นมาจริง ๆ 


            คุณฟู่หายใจเข้าออกลึก ๆ ระงับอารมณ์ด้านลบของตนเองแล้วถามต่อ “อาจารย์ พอจะรู้ไหมครับว่าตอนนี้ลูกคนโตของผมไปอยู่ที่ไหน?”


            ฉินเหยียนจินเอ่ยตอบ “ที่คุนซื่อค่ะ เขาใช้ชื่อว่าเว่ยเริ่นชิว”


            คุณฟู่ตกใจ และเข้าใจทุกอย่างขึ้นมาในทันที


            ไม่แปลกเลยที่ไม่ว่าจะตามหาเท่าไรเขาก็หาไม่พบ มันเป็นเพราะว่าเขาเปลี่ยนไปใช้นามสกุลแม่นี่เอง


            เขาหันไปบอกพ่อบ้านอย่างกระตือรือร้นทันที “ให้คนออกไปตามหาตอนนี้เลย”


            พ่อบ้านมองไปทางฉินเหยียนจิน ใช้สายตาแทนคำถามว่าจะเกิดเรื่องไม่ดีขึ้นหรือไม่ถ้ารีบร้อนแบบนี้ แต่คุณฟู่ใจร้อนกว่า “รออะไรอยู่ล่ะ รีบไปสิ!”


            “ได้ครับท่าน”



            หลังพ่อบ้านออกไปแล้ว คุณฟู่ก็มองทางฉินเหยียนจินแล้วเอ่ยต่อไป “อาจารย์ครับ ผมถามอีกเรื่องได้ไหมครับ?”


            ฉินเหยียนจินไม่มีทีท่าแปลกใจเลยที่เขาถามขึ้นมาอีก


            “คุณอยากรู้ใช่ไหมคะว่าลูกชายคนที่สองของคุณมีแผนจะทำลายครอบครัวพี่ชายอยู่อีกไหม ถ้าอย่างนั้นฉันอาจจะต้องตรวจดูดวงชะตาของเขานะคะ”


            “ตรวจดูเถอะครับ!”


            คุณฟู่รู้ว่าฉินเหยียนจินมีพลังในการทำนายดวงชะตาที่สูงมาก ไม่อย่างนั้นเธอคงตามหาลูกชายที่หายไปของผู้หญิงคนนั้นและช่วยชีวิตเขาเอาไว้ด้วยวิธีที่เหลือเชื่ออย่างนั้นไม่ได้


            เขาเอามือถือออกมาจากกระเป๋า หรี่ตาลงและเริ่มค้นหารูปของลูกชายคนที่สอง


            ฉินเหยียนจินโบกมือให้เขา


            “คุณฟู่คะ ต่อให้คุณไม่มีรูปถ่ายของเขา ฉันก็ยังสามารถบอกได้ตอนนี้เลยว่าเขาหมดทางเยียวยาแล้ว เขาไม่เพียงแค่เกลียดพี่ชายตัวเองมาก แต่ยังคิดแค้นเคืองกับตัวคุณอีกด้วย หลายปีที่ผ่านมาคุณมุ่งความสนใจไปกับการตามหาลูกคนโต และยังบอกเขาด้วยว่าจะมอบทรัพย์สินหกสิบเปอร์เซ็นต์ให้ลูกคนโตอีก คนหวาดระแวงอย่างเขาไม่มีทางปล่อยคุณไปหรอกค่ะ”


            “อาจารย์หมายความว่าเขาวางแผนทำร้ายผมเหรอครับ?” ดวงตาของคุณฟู่เบิกกว้างอย่างไม่อยากจะเชื่อ


            ฉินเหยียนจินกระตุกมุมปาก “ไม่ใช่เรื่องแปลกเลยค่ะ เขาเป็นคนโลภในเงินทองและอำนาจ แต่คุณกลับมอบสิ่งที่เขาต้องการให้คนที่เขาเกลียดที่สุด คุณก็เลยกลายเป็นเป้าหมายของเขาด้วย


            คุณฟู่ตัวสั่น สีหน้าเต็มไปด้วยความขุ่นเคือง ในที่สุดก็กระแทกไม้เท้าอย่างแรง


            “ไอ้ลูกทรพี!”

    คล้ายกับเรื่อง[จบ] เจ้าสำนักสาวไลฟ์สดปลดล็อกพลังสวรรค์ ที่คุณอ่าน

    เหนือพิภพ สยบสวรรค์ (ภาค 2 สยบสวรรค์)

    เหนือพิภพ สยบสวรรค์ (ภาค 2 สยบสวรรค์)

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    1.13M 1288
    (จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

    (จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

    นิยาย เกมออนไลน์
    603K 912
    อภินิหาร ทายาทมังกรจอมราชันย์ [แปลจบแล้ว]

    อภินิหาร ทายาทมังกรจอมราชันย์ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    3.38M 1499
    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    18K 258
    พิชิตฝันเหยี่ยวั่งออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    พิชิตฝันเหยี่ยวั่งออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย เกมออนไลน์
    479K 1734
    คัมภีร์ลับแห่งฉางอัน [แปลจบแล้ว]

    คัมภีร์ลับแห่งฉางอัน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    388K 744
    บันทึกราชันย์เทพอสูร

    บันทึกราชันย์เทพอสูร

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    2.52M 508
    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    223K 810
    ความโกรธแค้นของชูร่า

    ความโกรธแค้นของชูร่า

    นิยาย เกมออนไลน์
    2.39M 852
    ข้าจะเป็นเศรษฐีแห่งราชวงศ์หมิง

    ข้าจะเป็นเศรษฐีแห่งราชวงศ์หมิง

    นิยาย แฟนตาซี
    81K 280