เมื่อเหินบินมาสักพักนึง ก็มาถึงพื้นที่ของสำนักศักดิ์สิทธิ์ อาคารต่างๆสูงใหญ่ ใจกลางสำนัก มีลานประลองขนาดใหญ่กว้างนับพันเมตร ถัดไปจากนั่น มีแท่งหินศิลาสูงยาว ตั้งตระหง่านอยู่ใจกลางสำนัก ไม่ว่าใครก็มองเห็นมันได้ง่าย ๆ บนหินมีตัวอักษรสลักเอาไว้ด้วย ตัวอักษรส่องแสงสว่างจ้า
เย่ชิงหยูกับคนอื่นๆหันไปมองมัน มันเขียนว่า ทำเนียบยอดยุทธ เย่ชิงหยูพลันรู้สึกสนใจ เขาไล่เรียงชื่อตั้งแต่คนแรกลงมาเรื่อยๆ
อันดับที่ 1 จ้าวเฟิง อายุ20ปี ขั้นพลังขุนพลนภาขั้นต่ำ
อันดับที่ 2 อู่ตี่ อายุ 20ปี ขั้นพลังขุนพลปฐพีขั้นสูงสุด
อันดับที่ 3 ฟงฟง อายุ21ปี ขั้นพลังขุนพลปฐพีขั้นสูงสุด
โทมัสกับคนอื่นๆก็สูดหายใจ ในดวงตาตกตะลึง อายุห่างกันแค่หนึ่งปีพลังก็ต่างกันมากแล้ว สมแล้วที่เป็นสำนักศักดิ์สิทธิ์ ขนาดนั่นพวกเขาคงลืมอะไรไปอย่าง พวกทำเนียบยอดยุทธไม่สามารถเทียบได้กับสัตว์ประหลาดข้างๆตัวของพวกเขาได้แม้แต่น้อย
เย่ชิงหยูหัวเราะเบาๆ อันดับหนึ่งมีพลังแค่นี้เราก็จัดการได้สบายๆ ขนาดนั่นเหินก็ร่อนลงบนลานประลองขนาดใหญ่ ศิษย์ในสำนักก็มามุงดูกัน เฟยเซียนกับจักรพรรดิยาจก มองหน้ากัน
"เดียวข้าไปก่อนจะไปรายงานเรื่องนี้ให้กับผู้อาวุโสสูงสุด" จักรพรรดิยาจกเอ่ยขึ้น
เฟยเซียนพยักหน้ารับ ขนาดนั่นศิษย์คนอื่นๆก็ตะโกนทำความเคราพทั้งสองคน เสียงพวกเขาดังลั่นสนั่นเวทีประลอง
เฟยเซียนกับจักรพรรดิยาจกพยักหน้า ไม่รอช้าเขาพลันทะยานตัวออกไปจากบริเวณทันที
เย่ชิงหยูกับคนอื่นๆลงมาจากเหิน ศิษย์คนอื่นๆพลันมองด้วยสายตาดูถูก เย่ชิงหยูก็ไมไ่ด้สนใจ เดินตามเฟยเซียนไป
เมืองมาถึงตึกแห่งนึง เฟยเซียนพลันขอแยกตัวออกไปทำธุระก่อน เขาส่งต่อเรื่องนี้ให้กับ ตาแก่คนนึงในสำนักทันที
"พวกเจ้าตามข้ามา" ตาแก่เอ่ยขึ้นเขาหันหลังเดินออกไป พวกโทมัสก็เดินตามไปติดๆ
เมื่อมาถึงสำนักลงทะเบียนพวกเขาก็แจ้งระบุตัวตนทันที พวกเขาได้รับชุดประจำสำนัก มันตัดเย็บด้วยหนังสัตว์อสูร สีขาวแถบดำ ชุดดูสง่างามอย่างมาก แถมยังป้องกันการโจมตีได้ระดับนึึง ทั้งได้รับที่พักอาศัยภายในสำนัก ไม่รอช้า ตาแก่พาเดินไปที่พัก
พวกเขามาถึงตึกขนาดมหึมาแห่งนึง รอบๆบริเวณเต็มไปด้วยพันธุ์ไม้สวยงาม ตาแก่ส่งกุญแจห้องพักแต่ละห้องและแหวนมิติคนละวง ข้างในจะเป็นพวกเม็ดยาบ่มเพาะพลังในแบบต่างๆ
โทมัสกับคนอื่นๆพลันตื่นเต้น แค่เข้ามาในสำนักก็ได้รับทรัพยากรแล้ว
เย่ชิงหยูไม่รอช้าช้าขอแยกตัวไปห้องของตัวเองทันที
เมื่อเข้ามาถึงข้างในมีสิ่งอำนวยความสะดวกครบครั้น ห้องนอนใหญ่โต หรูหราเป็นอย่างมาก เย่ชิงหยูพยักหน้า สมแล้วที่เป็นสำนักศักดิ์สิทธิ์ ขนาดนี้เขามีแต้มหลายแสนแต้ม หลังจากสังหารพวกสัตว์อสูร ร่ำรวยขึ้นมาทันที หัวใจเขาพองโตมีความสุข
เขากระโดดนอนตัวลงไปที่เตียง กลิ้งตัวไปมาสักพัก ขนาดนั่นเย่ชิงหยูส่งสัมผัสออกไปกระจายไปทั่วหลายร้อยกิโลเมตร เขาเห็นมีที่พักบ้านหลังใหญ่อยู่ด้วยหลายร้อยหลัง เย่ชิงหยูตรวจสอบสิ่งต่างๆอย่างรวดเร็ว เขาเห็นตึกวิชา ตึกสมุนไพร ตึกเสริมร่างกาย ฝูงศิษย์เดินเข้าออกกันพุ่งพล่าน
ในสำนักจะการแลกเปลี่ยน หรือซื้อขายต่างๆจะถูกแทนที่ด้วย แต้มประจำสำนัก พวกเขามีมันคนละ 1000แต้ม ถ้าจะหาเพิ่มก็ต้องไปทำภารกิจหรือท้าประลอง หรือทำลายสถิติต่างๆ มีอยู่มากมายหลายวิธี แต้มสามารถเอาไว้ใช้ แลกเปลี่ยนทรัพยากรบ่มเพาะอาวุธ หรือแม้แต่ ทักษะวิชาระดับสูงสูง ถ้ามีีแต้มที่เพียงพอนะ
เย่ชิงหยูคิดอย่างสักพักเขาตัดสินใจที่จะไปตึกวิชาก่อน เพราะว่าเขาได้สิทธิ์เรียนทักษะระดับสูงสามวิชา
เขาเดินออกมาจากที่พัก ผู้คนเดินพุ่งพล่าน ต้องบอกว่าคนเยอะจริงๆ ในสำนักมีศิษย์หลายแสนคน อัจฉริยะจากทั้งทวีปมารวมตัวกันในที่แห่งนี้กันหมด
มองเย่ชิงหยูมองซ้ายมองขวาอย่างสนใจ เมื่อเขามาถึงตึกวิชา ฝูงชนมากมาย ศิษย์แต่ละคนเดินเข้าออกกันให้ขวัก หน้าประตูมีตาแก่คนนึงนอนอยู่บนเก้าอี้ เย่ชิงหยูเดินเข้ามาสอบถามทันที เมื่อเย่ชิงหยูใช้จิตสัมผัสก็พบว่าตาแก่นี้มีพลังขุนพลนภาขั้นสูงสุดเลยทีเดียว
ตาแก่ที่นอนอยู่พลันลืมตาขึ้น นัยต์ตาเขาจ้องมองมาที่เย่ชิงหยูเขม็ง ขนาดนั่นเขาอุทานขึ้นดวงตาแทบทะลักออกมาจากเบ้า
"แข็งแกร่ง แข็งแกร่งมากพลังในร่างกับอสูรร้ายโบราณ"
ศิษย์คนอื่นรอบๆก็หันมามองกันให้ขวับ
"ขั้นขุนพลปฐพีขั้นต่ำงั้นหรอ" พวกเขาตรวจสอบได้แค่ผิวเผินเท่านั้น พวกเขามองอย่างสงสัยว่าทำไมไม่เคยเห็นศิษย์คนนี้เลย
"ถึงขนาดที่ผู้อาวุโสศิลาเอ่ยปากชมได้ ต้องไม่ธรรมดาอย่างแน่นอน" ศิษย์คนอื่นๆพูดคุยกัน
เย่ชิงหยูไม่ได้สนใจเขาเอ่ยกับผู้อาวุโสศิลาตรงหน้า
"ผมได้สิทธิ์เรียนทักษะวิชาระดับสูงสามวิชาน่ะ" เย่ชิงหยูส่งใบเอกสารให้
"อะไรนะ" ศิษย์คนอื่นๆอุทานขึ้น ทักษะวิชาระดับสูงใช้แต้มในการเรียน หลายหมื่นแต้มเลยทีเดียว แต่นี้ตั้งสามวิชา
ตาแก่ศิลารับเอกสารมาพลันตรวจดูขนาดนั่นเขาพยักหน้า ส่งหินรูปร่างประหลาดไปให้กับเย่ชิงหยู
"ขึ้นไปที่ชั้นสาม เมื่อเลือกเสร็จแล้วมาให้ข้าตรวจดู"
เย่ชิงหยูรับมา เขาโค้งตัวเล็กน้อยพลันเดินเข้าไปในตึกวิชาทันที
ศิษย์คนอื่นๆได้แต่อิจฉา พวกเขาแต่ละคนถ้าจะเรียนสักวิชานึงต้องทำภารกิจมากมายกว่าจะได้
ตาแก่ศิลาพลันถอนหายใจ เขาเอ่ยออกมาในความคิด
"เฮ้อ สัตว์ประหลาดน้อยมาแล้ว คราวนี้จะสร้างเรื่องอะไรอีกละเนี่ย" ระดับเขาต้องได้รับข่าวเรื่องของเย่ชิงหยูอยู่แล้ว แต่เหตุการณ์ล่าสุดเขายังไม่ได้ทราบ ถ้ารู้เข้านี้คงช็อคตายคาเก้าอี้เลยก็ว่าได้
เย่ชิงหยูเดินเมื่อเดินเข้ามา เขาเห็นที่ชั้นหนึ่ง เป็นห้องโถงขนาดใหญ่ มีชั้นหนังสือตังเรียงรายยาวเป็นทอดๆ หนังสือทักษะวิชามีเยอะมากมายเป็น หมื่นๆเล่ม เย่ชิงหยูไม่ได้สนใจ พลันเขาเห็นบันไดเดินขึ้นชั้นสองทันที ที่ทางขึ้นมีม่านพลังบางๆกั้นอยู่ ถ้าไม่ได้รับอนุญาติจากผู้อาสุโสศิลาก็ขึ้นไปไม่ได้ ศิษย์คนอื่นๆมองกันให้เพียบ
เมื่อเย่ชิงหยูมาถึงชั้นที่สอง ผู้คนก็เริ่มน้อยลงในชั้นนี้จะมีแต่ทักษะระดับกลาง เย่ชิงหยูก็ยังไม่ได้สนใจเขาหาทางเดินบรรไดขึ้นไปชั้นที่สามทันที ขนาดที่เขากำลังก้าวขึ้นไป ศิษย์คนอื่นๆในชั้นสองก็อุทานขึ้น พวกเขาพูดคุยกันว่าไม่เคยเห็นหน้าเจ้านี้มาก่อนเลย คนที่ขึ้นไปยังชั้นสามได้จะต้องเป็นผู้มีชื่อในทำเนียบยอดยุทธเท่านั่นเพราะว่าพวกนั่นมีแต้มให้ใช้มากมาย แต่เย่ชิงหยูพวกเขาไม่เคยเห็นเลยสักนิด
เมื่อเย่ชิงหยูผ่านขึ้นมาชั้นที่สาม ในชั้นนี้จะไม่ใหญ่มาก ห้องโถงขนาดราวๆร้อยเมตรเท่านั่น มีศิษย์อยู่แค่ 30ถึง40คน เมื่อเย่ชิงหยูขึ้นมา พวกเขาก็สัมผัสได้หันมามองกันให้ขวับหลังจากเห็นเย่ชิงหยูแล้วพวกเขาก็ไม่ได้สนใจ หันไปศึกษาตำราในมือต่อทันที
เย่ชิงหยูใช้จิตสัมผัสตรวจสอบ ในชั้นนี้มีทักษะระดับสูงกว่า หนึ่งร้อยวิชา ซึ่งมันเยอะมากๆ แต่ว่ากันว่าในสำนักศักดิ์สิทธิ์มีทักษะระดับสูงสุดอยู่ด้วย
เย่ชิงหยูไม่รอช้าเดินเข้าไปที่ชั้นตำราแรกทันที