"พอจะรู้แล้วล่ะว่าทำไมคุณตาของนายถึงเลือกพี่สาวแต่ไม่เลือกนาย..."
บทสนทนาที่แสนทำร้ายจิตใจนั้น ควรจะเป็บทสนทนาของคนสองคน หากแต่เป็เฉินตงที่เข้ามาผิดจังหวะ
หลังจากเขาทำข้อตกลงกับลู่ซูลี่ งานแรกที่เธอมอบหมายให้เขา คือการตามดูแลน้องชายของเธออยู่ห่าง ๆ เขาต้องขับรถตามเด็กหนุ่มสองคน แล้วยังต้องมาทำตัวเป็โรคจิตแอบฟัง ทั้งที่ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าลู่ซูลี่จะให้โอกาสเขาจริง ๆ หรือไม่
เฉินตงแอบมองดูเด็กหนุ่มทั้งสองจากในรถส่วนตัว บานกระจกเลื่อนลงเล็กน้อยทำให้เขาได้ยินบทสนทนาของสองคนนั้น
ลู่ซูลี่คำนวณเอาไว้แล้วว่าเหตุการณ์แบบนี้จะต้องเกิดขึ้นในสักวันหนึ่ง แต่ก็ไม่คิดว่าจะเกิดขึ้นเร็วขนาดนี้
เหยียนเต๋อสบถ ทั้งยังพ่นข้อเสียของลู่อันออกมาไม่หยุด
วินาทีนั้นเฉินตงมั่นใจว่าเด็กหนุ่มคนนั้นจะต้องถูกลู่อันตบแน่ สิ่งที่พูดออกมานอกจากจะไม่ให้เกียรติคนรัก ยังเป็การทำร้ายอีกฝ่ายโดยตรงอีกด้วย
"จะไม่พูดอะไรหรือไง!" เหยียนเต๋อโวยวาย
ลู่อันยกมือขึ้น
ตบแน่!...เฉินตงคิด
แต่แทนที่จะทำแบบนั้น ลู่อันเพียงวางมือลงบนไหล่ของแฟนหนุ่ม สีหน้ายังคงเรียบเฉย หากแต่ั์ตาไร้ซึ่งประกาย ไม่หลงเหลือเยื่อใย น้ำเสียงที่เปล่งออกมาเ็าเสียยิ่งกว่าตอนที่พูดคุยกับลู่ซูลี่เสียอีก
"เหยียนเต๋อ...เลิกกันเถอะ"
"หา?" คำพูดของลู่อันทำเอาคนฟังถึงกับช็อก "นะ นายว่าไงนะ?"
"เรา เลิกกันเถอะ" ลู่อันย้ำเสียงหนักแน่น
จู่ ๆ อารมณ์ร้อนของเหยียนเต๋อเย็นลงฉับพลัน เขาจับมือลู่อัน "นายพูดผิดใช่ไหม?...นายจะมาเลิกกับฉันเพราะเื่แค่นี้เนี่ยนะ? เราคบกันมาตั้งสองปี..."
"เพราะคบกันมาสองปีนั่นแหละ..." ลู่อันปัดมือเหยียนเต๋อทิ้ง "นายควรเป็คนที่รู้จักฉันดีที่สุด ใกล้ชิดฉันที่สุด อยู่ข้างฉันมากที่สุด แต่ที่นายทำวันนี้มันไม่ใช่เลย..."
"แต่ นั่นก็เพราะนายทำตัวงี่เง่าเองนี่นา"
"งี่เง่า?" ลู่อันยกยิ้ม ต่างจากั์ตาที่แฝงความเ็ป "ใครจะด่าฉันยังไงก็ได้ ดูถูกฉันยังไงก็ได้ ฉันไม่สนใจเพราะพวกเขาเป็คนอื่น...แต่ต้องไม่ใช่กับนาย"
"..."
"เลิกเถอะ...ฉันไม่คิดว่าจะให้อภัยกับเื่นี้ได้" ลู่อันกระชับกระเป๋าสะพาย "อย่ามาเสียเวลาอยู่กับฉันเลย ไปหาคนรักที่สมบูรณ์แบบพอที่นายจะไม่ด้อยค่าหรือทำร้ายจิตใจเขาด้วยคำพูดเถอะ..."
เหยียนเต๋อพยายามวิ่งตามอดีตคนรักขึ้นไปบนอะพาร์ตเมนต์ เขาถูกลู่อันเมินอย่างสมบูรณ์ หลังจากตะกายประตูห้องอยู่นาน สุดท้ายผู้ดูแลอะพาร์ตเมนต์ก็เชิญให้เขากลับไป
เหยียนเต๋อทั้งหงุดหงิดทั้งเสียใจ เขาเตะถังขยะหน้าอะพาร์ตเมนต์เพื่อระบายอารมณ์ นั่นเป็การกระทำที่โง่ เพราะเมื่อเช้ามีใครบางคนเล่นพิเรนทร์เอาอิฐมาโยนใส่ในถังขยะ ทำให้เท้าของเหยียนเต๋อพลิกอย่างน่าอนาถ
"โถ่โว้ย!" ชายหนุ่มสบถ พยายามเดินกะเผลกไปเอารถจักรยานยนต์ที่ตัวเองจอดทิ้งไว้แล้วจากไป
จากที่เฉินตงประเมิน เขาไม่คิดว่าเหยียนเต๋อและลู่อันจะกลับมาคืนดีกัน อาจจะเพราะลู่อันดูเป็คนเด็ดขาดและจริงจังอยู่เสมอ
เฉินตงกดโทรศัพท์รายงานสถานการณ์ที่เกิดขึ้นแก่ลู่ซูลี่
["ดีแล้ว"]
"น้องชายของเธอเพิ่งเลิกกับแฟน แต่เธอกลับบอกว่าดีแล้วเนี่ยนะ?"
["เขาไม่ใช่คนดีอะไร งั้นยิ่งเลิกเร็วก็ยิ่งดีไม่ใช่หรือ"]
"อา...ไม่ใช่แค่น้องเธอนะที่เ็า เธอก็เ็าเหมือนกัน" เฉินตงเชื่อแล้วว่าสองคนนี้เป็พี่น้องกันจริง ๆ "เด็กนั่นกลับเข้าห้องไปแล้ว งั้นวันนี้ฉันกลับบ้านแล้วนะ"
["เดี๋ยวสิ!...วันนี้น้องฉันเพิ่งเลิกกับแฟน นายจะทิ้งคนที่ถูกบอกเลิกไว้คนเดียวหรือไง ใจร้ายไปนะ"]
"ที่จริง...น้องชายเธอต่างหากที่เป็ฝ่ายบอกเลิก"
["ไม่ต่างกันหรอก ตอนนี้เขาต้องเ็ปมากแน่ ฉันอยากให้นายดูอาการเขาอีกสักพัก แค่อาทิตย์เดียว ไม่สิ สามวัน แค่สามวันก็ได้ ช่วยตามดูอยู่ข้าง ๆ เขาทีนะ"]
"เธอจะทำให้ฉันกลายเป็ไอ้โรคจิตจริง ๆ ใช่ไหม?"
["ไม่ขนาดนั้นน่า"]
"ขนาดนั้นแหละ"
["เมื่อก่อนนายยังตามจีบฉันตั้งสามปีเลย..."]
"พอเลยพอ!...อย่าขุดอดีตดำมืดของฉันมาพูด"
ลู่ซูลี่หัวเราะ ["ถ้านายยอมทำให้ ฉันจะเคลียร์ตารางให้ว่างแล้วหาวันไปเดตกับนายเป็ไง"]
"เธอ...ชักจะนิสัยเสียขึ้นทุกวัน"
["แล้วจะทำไหม?"]
"ทำ"
["จริงสิ เพื่อความสะดวกสบายในการจับตาดู ฉันซื้อที่พักใหม่ให้นายแล้ว"]
เม็ดเหงื่อผุดขึ้นบนใบหน้าเฉินตง "ทำไมรู้สึกสังหรณ์ใจไม่ดีเลยแฮะ..."
ติ๊ง!
ลู่ซูลี่ส่งตำแหน่งที่พักใหม่ให้เฉินตง เมื่อเปิดดูเขาก็ถึงกับปวดหัว
"เอาจริงดิ"
หลังวางสายจากลู่ซูลี่เฉินตงต้องเอนกายนั่งอยู่ในรถพักใหญ่
มันเป็จุดที่ดีที่สุดในการแอบดู ทั้งยังเห็นทุกคนที่เข้าออกตึก มีความเป็ไปได้ว่าคนอกหักจะไปหาของมึนเมาเข้าท้อง ที่รู้เพราะเฉินตงเคยเป็แบบนั้นมาก่อน...
นิ้วมือยาวเคาะไปบนพวงมาลัยรถดัง กึก! กึก! กึก!
เฉินตงนึกถึงคำพูดของลู่อัน
ครั้งแรกที่เจอกัน เขาเผลอเปรียบเทียบเด็กหนุ่มกับพี่สาว ซึ่งเป็สิ่งที่ไม่ควร มันทำให้เขารู้สึกผิด
ทั้งคำพูดที่ว่า...พวกคุณเคยรู้หรือเปล่าว่าผมต้องผ่านอะไรมาบ้าง
หรือแม้แต่ตอนที่พูดกับแฟนหนุ่มว่า...ใครจะด่าฉันยังไงก็ได้ ดูถูกฉันยังไงก็ได้
คำพูดเ่าั้วนเวียนอยู่ในหัวเฉินตง ไม่สามารถสลัดออกไปได้
ระหว่างที่กำลังคิดเื่นั้น หน้าทางเข้าอะพาร์ตเมนต์ปรากฏการเคลื่อนไหว เป็ลู่อันในชุดเสื้อกันหนาวหนา สวมหน้ากากอนามัยและฮู้ดสีดำ
แม้จะแต่งตัวมิดชิดแต่ไม่อาจหลบซ่อนจากสายตาเฉียบคมของเฉินตงได้
ชายหนุ่มสตาร์ตรถหลังจากลู่อันเข้าไปในรถโดยสารประจำทาง
เขาขับตามไปช้า ๆ เว้นระยะห่างพอประมาณเพื่อไม่ให้เป็ที่สังเกต
รถโดยสารประจำทางจอดลงตรงทางเปลี่ยวแห่งหนึ่ง
เฉินตงค่อนข้างมั่นใจว่าแถวนี้ไม่มีสถานบันเทิงหรือร้านเครื่องดื่ม
ลู่อันลงจากรถโดยสาร เป้าหมายของเขาคือร้านกระจกที่เปิดไฟสีส้มส่องสว่างอยู่โดดเด่นข้างทาง
มันเป็ร้านขายตุ๊กตา
ลู่อันหายเข้าไปในร้านครู่หนึ่ง ก่อนจะกลับออกมาพร้อมกับหิ้วตุ๊กตาหมีสีน้ำตาลตัวใหญ่เอาไว้ด้วย
ในหัวเฉินตงมีแต่เครื่องหมายคำถาม
เขาทำอะไรไม่ได้นอกจากตามดูลู่อันต่อไป
เด็กหนุ่มคนนั้นไม่ได้ไปร้านเหล้า เพียงแค่ออกมาซื้อตุ๊กตาแล้วกับบ้าน
คืนนั้นเฉินตงไม่ได้นอนเพราะกลัวว่าดึก ๆ ลู่อันจะหนีออกไปทำอะไรข้างนอกอีก แต่ปรากฏว่าเขาคิดมากไปเอง นอกจากซื้อตุ๊กตาหมีตัวใหญ่ ลู่อันก็ไม่ได้ออกไปไหนอีก
"นี่ฉันมัวทำอะไรอยู่" เฉินตงถึงกับทอดถอนใจกับตัวเอง
่รุ่งสาง ลู่อันออกมาอีกครั้ง แต่ครั้งนี้ เขาสวมชุดสบาย ๆ ทับกับเสื้อกันหนาว เขาปั่นจักรยานไปยังร้านอาหารแห่งหนึ่ง ซึ่งไม่ใช่ร้านที่เขาไปทำงานเมื่อวาน
"เ้าเด็กนี่ทำงานพิเศษกี่ที่เนี่ย"
เฉินตงตัดสินใจลงจากรถ หนึ่งเพราะเขานั่งอยู่ในรถมานานหลายชั่วโมง หากอยู่นานกว่านี้ร่างกายของเขาต้องกลายเป็ส่วนหนึ่งของเบาะหน้าคนขับแหง
เขาหยิบแว่นสายตาและหน้ากากอนามัยสีขาวขึ้นมาสวม ยีเส้นผมข้างหน้าให้กระเซิงเล็กน้อย ถอดเสื้อสูทราคาแพงออก ปลดกระดุมคอเสื้อเชิ้ตและกระดุมข้อมือ เพื่อให้ตัวเองดูเหมือนพนักงานออฟฟิศที่เพิ่งได้กลับบ้านหลังจากทำงานโต้รุ่งมาทั้งคืน ก่อนจะเดินเข้าไปในร้านอาหารที่ลู่อันทำงานอยู่
โชคดีร้านอาหารแห่งนี้เปิดตลอดยี่สิบสี่ชั่วโมง พนักงานกะกลางคืนค่อย ๆ ทยอยออกจากร้าน ข้างในมีลูกค้าอยู่แค่หกคน แต่ละคนเป็ผู้ใหญ่สภาพอิดโรยเพราะเหนื่อยจากการทำงาน
เฉินตงเดินไปนั่งที่โต๊ะริมหน้าต่าง สั่งอาหารง่าย ๆ มาหนึ่งอย่าง
เขากินไปด้วยสังเกตการณ์ทำงานของลู่อันไปด้วย
แม้เวลาปกติเด็กหนุ่มคนนั้นจะชอบทำหน้านิ่ง ไม่ยิ้ม และพูดจาไม่เข้าหู แต่พออยู่ในเวลางาน เขากลับสามารถเข้าหาลูกค้าได้อย่างมืออาชีพ ทั้งสำเนียงการพูดอ่อนหวาน และรอยยิ้มบนใบหน้า ราวกับเป็คนละคนกับที่เฉินตงรู้จัก
ถ้าฉันถ่ายรูปของหมอนั่นส่งให้ซูลี่ เธอต้องพอใจแน่...(เฉินตงกำลังคิดไปเอง)
ชายหนุ่มนักปลอมตัวทำเนียนเป็เล่นโทรศัพท์ ขณะเก็บบันทึกรูปภาพทุกอิริยาบถของลู่อัน
"โอ้...รูปนี้ดูดีใช้ได้" ในขณะที่เฉินตงกำลังก้มหน้าก้มตาแต่งรูปที่เขาแอบถ่ายเพื่อส่งไปให้ลู่ซูลี่ พนักงานคนหนึ่งเดินมาหยุดที่โต๊ะของเขา
"เครื่องดื่มได้แล้วครับ"
"หืม? ผมไม่ได้สั่ง..." เฉินตงชะงักเมื่อพบว่าเด็กเสิร์ฟคนนั้นคือลู่อัน
"สะกดรอยตามหรือครับ?" รอยยิ้มบนใบหน้าลู่อันขัดกับน้ำเสียงเย็นะเืที่เปล่งออกมา
"มะ ไม่ใช่...เฮ้ย!"
ลู่อันฉวยโทรศัพท์ของเฉินตงไป แน่นอนว่ารูปภาพของลู่อันที่เขาแต่งยังคงโชว์หราอยู่บนหน้าจอเป็หลักฐานชั้นดี
"แถมยังแอบถ่ายด้วย?"
เฉินตงฉวยเอาโทรศัพท์คืน พยายามปั้นหน้าเหมือนตนไม่ใช่ฝ่ายผิด "มันไม่ใช่อย่างที่นายคิด"
ไม่ว่าจะพูดอะไรออกมา เฉินตงไม่เหลือความน่าเชื่อถืออีกแล้ว ดังนั้นสิ่งเดียวที่เขามีสิทธิ์พูดในตอนนี้คือ "ขอโทษ"
"ผมรู้ว่าคุณทำแบบนี้เพราะพี่สาวของผมขอร้องมา แต่มันไม่มีประโยชน์...เพราะงั้น พอแค่นี้เถอะครับ"