เทียนได้เงินมาจากการชดเชย ของแปดตระกูลจำนวน 4 พันล้านเหรียญทอง เทียนก็ได้มอบอาวุธระดับสวรรค์ให้กับ 8 ตระกูลเอาไว้ป้องกันตัว ห้ามไปรังแกใครหากว่าเทียนรู้ เทียนจะริบกลับคืนมาทั้งหมด
ส่วนนายท่านสาม เทียนก็มอบกระบี่มังกรระดับสวรรค์ให้เช่นเดียวกัน สร้างความยินดี ให้กับทุกคนยิ่งนัก เพราะว่าอาวุธสวรรค์นั้น มีค่ามากว่าเงินที่พวกเขาสูญเสียไปยิ่งนัก ซึ่งเทียนไม่ได้คิดเรื่องมูลค่า เพียงคิดแต่อยากให้ทุกคนมีความสามัคคีกัน เท่านั้น แต่ว่าเรื่องไม่จบอีก 7 ตระกูล กับนายท่านรอง กลับยินยอมพร้อมใจมอบเงินให้เทียนอีกคนละ 500 ร้อยล้าน เหรียญทอง เพื่อเป็นการรับผิดชอบต่อการกระทำของ 8 ตระกูล ซึ่งเทียนก็รู้สึกว่าพวกเขาคงอยากได้ อาวุธสวรรค์มากกว่า แต่เทียนก็ไม่ได้ขัดอะไร เพราะยังไง ก็เป็นคนที่อยู่ในสำนักเทพยุทธ์ด้วยกัน เทียนเลยมอบอาวุธสวรรค์ให้กับทุกๆคน ส่วนนายท่านตระกูลลี่ เทียนยังไม่ได้เปิดเผยตัวตนที่แท้จริง กลัวว่าหากเกิดเรื่อง จะทำให้ตระกูลี่ เดือดร้อนเหมือนคนอื่น จึงต้องรับเงินขึ้นมาเหมือนกับคนอื่นๆ
เทียนขยายเวลารักษาต่อไปอีก 1 เดือน เพราะได้เงินมามากมายคราวนี้ก็เป็นเพราะเกิดจากชาวเมืองเทพยุทธ์ จึงตอบแทนกันหน่อย แล้วเม็ดยา อัครพรหมเทพที่ส่งไปร้านประมูลที่ ทวีปศักดิ์สิทธิ์ เมฆคราม ก็มีตัวเลขออกมา
“ ท่านหมอเทียน เม็ดยาสามเม็ดมีคนประมูลไป อย่างรวดเร็วด้วยราคาเม็ดละ สามร้อยล้านเหรียญ นี่คือสมุนไพรเทพทั้งสามที่ท่านสั่งไว้ 50 ชุด และนี่คือเงินที่เหลือ” ลุงคิมส่งถุงมิติใส่เงิน และ ถุงมิติใส่สมุนไพร มาให้เทียน
“ ลุงคิมกำชับพวกเขาหรือเปล่า หากกินไปแล้ว ให้รออีกอย่างน้อย สามเดือน รอให้พลังที่เพื่มขึ้นมาเสถียรก่อน แล้วค่อยกินเม็ดต่อไป” เทียนเอ่ยเตือน
“ บอกเรียบร้อยแล้วขอรับ แต่ว่า สาขาที่ทวีปศักดิ์สิทธิ์เมฆคราม ยังคงมีความต้องการเม็ดยาอีกมาก หากท่านหมอปรุงยาได้อีก ทางนั้นต้องขอจำนวนมากหน่อย” ลุงคิมรีบเอ่ยก่อน เทียนพยักหน้าตอบรับ สร้างความยินดีให้กับลุงคิมยิ่งนัก เย็นวันนั้นกลับไปถึงที่พักเทียนก็รีบปรุงยาเม็ด อัครพรหมเทพทั้ง 50 ชุดทันที
ได้เม็ดยามาทั้งสิ้น 600 เม็ด เทียนนำมาส่งให้ ลุงคิม 50 เม็ดสร้างความยินดีให้ลุงคิมยิ่งนัก จากนั้นเทียนก็กลับสำนัก มอบเม็ดยาอัครพรหมเทพให้กับ ท่านเจ้าสำนักอีก 100 เม็ด โดยให้ศิษย์พี่ชิงอี้ลองกินต่อหน้า ท่านเจ้าสำนัก หลังจากที่ศิษย์ชิงอี้กินเม็ดยาอัครพรหมเทพเข้าไป พลังปกติของศิษย์พี่ที่มีอยู่ในอัครพรหมเทพระดับที่ 45 ก็เพิ่มขึ้นเป็น 47 ทันที สร้างความดีใจให้กับศิษย์พี่ยิ่งนัก
“ ต่อไปสำนักของเราคงได้แข็งแกร่งขึ้นกว่าเดิมเป็นแน่ แต่ว่าเรื่องนี้ข้ายังอดห่วงไม่ได้ หากเจ้าปรุงยาที่สร้างความตื่นตะลึงแบบนี้ พวกเขาสืบได้ว่าเจ้าเป็นคนปรุงยา พวกเขาคงต้องตามล่าตัวเจ้า ไปเป็นคนของพวกเขาอย่างแน่นอน”
อาจารย์เจ้าสำนักเอ่ยเตือน
“ อาจารย์อย่าห่วง ทางร้านประมูลมีกฏเรื่องนี้ พวกเขาไม่ยอมเปิดเผยแหล่งที่มาของลูกค้า และเพื่อผลประโยชน์ของพวกเขาเป็นแน่” เทียนมั่นใจว่าไม่มีปัญหา
“ แต่ก็ต้องระมัดระวังตัวไว้ เจ้ามาวันนี้ก็ดี ตามข้าไปไหว้อาจารย์ปู่กับข้า” อาจารย์เจ้าสำนักพาเทียนไปแค่คนเดียว ไม่ได้พาศิษย์พี่ไปด้วย ทางที่ไปเทียนสงสัย ทำไมมันซับซ้อน ลึกลับ และมีค่ายกลขวางไม่ให้คนอื่นเข้ามาอีก เทียนเดินมาถึงชั้นใต้ดิน และเปิดประตูอีกบานเป็นสถานที่อีกแห่งหนึ่ง เป็นลานหินกว้างประมาณสนามครึ่งสนามฟุตบอล มีหุบเขาล้อมรอบเอาไว้ ด้านหน้ามีป้ายหินใหญ่ อยู่ 4 อันเป็นป้ายชื่อของ สี่บรรพบุรุษ ที่ก่อตั้งสำนักเทพยุทธ์ เทียนคุกเข่าคำนับทันที จากนั้นก็พาเทียนเข้ามาในถ้าแห่งหนึ่ง มีป้ายชื่อบรรพบุรุษทั้งสี่ อยู่ด้านหน้า มีตราหยกตั้งอยู่ด้านหน้า และ มีหินสีดำก้อนหนึ่งวางไว้คู่กัน
“ ที่นี่คือหุบเร้นลับ เป็นที่ฝึกฝนของบรรพบุรุษของสำนักเราก่อนที่จะมาก่อตั้งสำนักยุทธ์แห่งนี้ พวกท่านเคยเป็นแม่ทัพแห่งจักรวรรดิต้าหลี่ถัง ครั้งนั้นมีการกบฎ ต่อราชบัลลังก์ ท่านทั้งสี่ก็ได้หลบหนีมาอยู่ที่นี่
โดยนำตราราชลัญจกรแผ่นดิน กลับมาด้วยโดยหวังว่า วันหนึ่งจะหาทายาทไปช่วงชิงแผ่นดินต้าหลี่ถังกลับคืนมา แต่ผ่านมาร้อยกว่าปี ท่านบรรพบุรุษก็ไม่สามารถทำได้ แค่ส่งไปบุตรหลานไปศึกษาวิชาที่ สำนักม่านกู่ ยังเรียนไม่สำเร็จกันสักคน” อาจารย์เจ้าสำนักเอ่ยออกมาอย่างท้อใจ ในขณะที่เทียนมองตราราชลัญจกรที่ทำจากหยกมีสีเขียว ที่มีรูปมังกรอยู่ด้านบน มองแล้วรู้สึกถึงพลังบางอย่างที่อยู่ในหยก
“ อาเทียน เจ้าไปสัมผัสหินสีดำก้อนนั้น เป็นความรู้ด้านพลังยุทธ์ทั้งหมดของบรรพบุรุษทั้งสี่ ที่ได้ทิ้งไว้ให้กับ ผู้สืบทอด” ท่านเจ้าสำนักเอ่ยจบเทียนก็นำมือไปสัมผัสหินสีดำทันที ความรู้ของท่านทั้งสี่ไหลเวียนเข้ามาในหัวของเทียนเหมือนสายธารน้ำไหล ไม่ถึง 5 นาที ความรู้ของท่านบรรพบุรุสทั้งสี่ ก็เข้ามาในหัวของเทียนทั้งหมด โอ้ ที่แท้บรรพบุรุษทั้งสี่ ก็เป็นจอมเวทย์สี่ธาตุนี่เอง เทียนลืมตาขึ้น
“ เจ้ารู้แล้วซินะ ว่าท่านทั้งสี่เป็นจอมเวทย์ ไม่ใช่ยอดยุทธ์ พวกเราลูกหลานไม่มีใครสามารถแสดงพลังวิญญาณยุทธขั้นอัครพรหมเทพได้เลย ทำให้ไม่สามารถเรียนรู้พลังจอมเวทย์ของท่านบรรพบุรุษได้เลยสักคน ดังนั้นพอข้ารู้ว่าเจ้ามีพลังวิญญาณยุทธสูงถึงระดับ อัครพรหมเทพ และยังสามารถเพิ่มได้อีก ข้าจึงพาเจ้ามา
เรียนรู้พลังจากท่านบรรพบุรุษเสียแต่ตอนนี้เลย ต่อไปเจ้าก็เข้ามาฝึกฝนในที่แห่งนี้ ด้านในมีสมบัติของบรรพบุรุษได้ทิ้งเอาไว้ ให้เจ้าฝึกฝนแต่ก่อนที่จะใช้ได้ เจ้าต้องบรรลุจอมเวท์พลังขั้นที่ 4 ก่อน นี่คือหยกเคลื่อนย้าย
เวลาเจ้าเข้ามาก็ไม่ต้องผ่านด่านประตูเข้ามา เพียงแค่สัมผัสหยกชิ้นนี้ร่างของเจ้าก็สามารถเข้าออกที่นี่ได้ ส่วนด้านนี้เป็นประตูมิติ เพื่อออกไปยังอีกมิติหนึ่ง ซึ่งถ้าฝึกไม่ถึงระดับ ที่ 4 ห้ามเปิดใช้ ” อาจารย์เจ้าสำนักเอ่ยกับเทียน จากนั้นก็ปล่อยให้เทียนศึกษา อยู่ที่นี่ไปก่อน แล้วเจ้าสำนักก็จากไป เทียนไม่เคยเรียนวิชาจอมเวทย์มาก่อน จึงเริ่มนั่งสมาธิทบทวนวิชาจอมเวทย์ของท่านบรรพบุรุษทันที
วิชาจอมเวทย์ ผู้ที่ฝึกจะต้องมีพลังวิญญาณยุทธระดับ 41 ขึ้นไปโดยเริ่มต้นจากการตรวจสอบธาตุประตัวว่าเป็นธาตุอะไร บางคนเป็นอัจฉริยะ มีธาตุคู่ แต่เทียน สามารถเรียกใช้พลังได้ทั้ง 4 ธาตุเขาจะเรียกว่าอะไรนะ ในตำราไม่ได้บอกเอาไว้ซะด้วย
การเรียนจอมเวทย์ต้องเริ่มจากการเขียนยันต์ เพื่อสำหรับดึงพลังธรรมชาติเพื่อนำมาใช้ แต่ว่าเทียนไม่ต้องเขียนยันต์ก็สามารถใช้เรียกพลังธรรมชาติมาใช้ได้ แต่ว่าเทียนศึกษาไปอย่างลึกซึ้ง ก็พบว่า พลังจอมเวทย์ไม่จำเป็นต้องมีพลังเทพยุทธ์แค่มีพลังวิญญาณยุทธ์อย่างเดียวก็สามารถต่อกรกับ คนที่พลังเทพยุทธ์ที่สูงกว่าได้ โดยเฉพาะการใช้พลังธรรมชาติ เช่น พลังปฐพี จอมเวทย์สามารถเสกหินให้กลายเป็นยักษ์ หรือ ให้กลายเป็นมังกร หรือตัวอะไรก็ได้ และยังสามารถรวมตัวกับจอมเวทย์กลายเป็นหนึ่งเดียวได้อีกด้วย ขึ้นอยู่กับพลังจอมเวทย์ของแต่ละคน ในพลังจอมเวทย์ มีระดับเช่นกัน โดยเริ่มต้นจอมเวทย์ระดับที่ 1 จนถึง จอมเวทย์ระดับ ที่ 20
ภายในสามเดือน เทียนก็สามารถเรียนรู้วิชาจอมเวทย์เบื้องต้น แล้วสามารถเลื่อนขั้นเป็นจอมเวทย์ระดับที่ สองได้แล้ว โดยมีวงแหวนเวทย์ขึ้นมา 2 วง ช่วงนี้เทียนไม่ต้องไปรักษา เพราะลุงคิมบอกชาวบ้านว่า หมอเทวะ ไปบำเพ็ญตนบนสวรรค์ อีกเป็นปี กว่าจะกลับ เทียนเลยมีเวลา ปรุงยา กับ ฝึกวิชาเวทย์ เวลานี้เทียนมีอายุครบได้แปดปีแล้ว อาจารย์ลี่ชิงก็มาหาเทียนถึงสำนักเทพยุทธ์ พอเห็นหน้าเทียน อาจารย์ลี่ชิงก็เข้ามากอดมาหอมแก้มเทียนเหมือนทุกครั้ง
“ อายุ แปดปีแล้ว นี่เจ้าไม่ไปหาอาจารย์เลยนะ” อาจารย์ลี่ชิงเอ่ยกับเทียน
“ ก็ต้องฝึกวิชาเยอะ อาจารย์กับท่านลุงลี่มู่สบายดีนะขอรับ”
“ อาจารย์สบายดี ท่านพ่อก็เช่นกัน วันๆ เอาแต่รำทวนสวรรค์ที่ท่านหมอซูเทียนให้มา ทุกวันนี้ยังนำไปนอนกอดด้วยทุกคืน” อาจารย์ลี่ชิงเริ่มหัวเราะพ่อตัวเอง เทียนหยิบเม็ดยาอัครพรหมเทพมา สิบเม็ด ให้อาจารย์ลี่ชิง
“ อาจารย์ท่านนำยาเม็ดเพิ่มระดับพลังให้ท่านลุงลี่มู่ด้วย นะขอรับ” อาจารย์ลี่ชิงเปิดกล่องก็ตกใจ
“ นี่มันยาเม็ดอัครพรหมเทพ ระดับสวรรค์ 100% นี่เจ้าไปเอามาจากไหนกัน”
“ อาจารย์ข้าเป็นศิษย์สืบทอดของสำนักเทพยุทธ์ เรื่องนี้ไม่ยากที่จะได้มา แต่ท่านบอกกับท่านลุงลี่มู่ด้วย ห้ามบอกเรื่องนี้กับใคร” เทียนไม่บอกว่าเขาเป็นคนปรุงยาขึ้นมาเอง
“ นั่นซิ อาจารย์ลืมไป แล้วหมู่นี้เจ้าฝึกปรุงยาบ้างหรือเปล่า” อาจารย์ลี่ชิงถามด้วยความเป็นห่วง
“ ฝึกอยู่ อาจารย์ นี่คือเม็ดยารักษาอาการบาดเจ็บภายนอก” เทียนมอบเม็ดยารักษาภายนอกให้อาจารย์ลี่ชิงอีก 20 เม็ด อาจารย์ลี่ชิงเปิดดูทันที
“ อืม เม็ดยารักษาอาการบาดเจ็บภายนอกจริงๆ นี่เจ้าสามารถปรุงยาระดับสวรรค์ 95% ได้แล้วหรือนี่” อาจารย์ลี่ชิงรู้ว่าเทียนสามารถปรุงยาได้ระดับ 90% แต่ครั้งนี้สามารถเพิ่มเป็น 95% ก็รู้สึกดีใจ
“ ขอรับ เพิ่งได้ไม่นานนี้เอง”
“ ดีมาก เจ้าค่อยๆ ฝึกไปไม่ต้องรีบร้อนขาด สมุนไพรตัวไหนก็ไปหาอาจารย์ไม่ต้องไปเสียเงินซื้อ รู้ไหม” จากนั้นอาจารย์ลี่ชิงก็เรียกเทียนมากอดจนหายคิดถึงแล้วก็กลับไป แล้วสั่งว่ามีเวลาให้ไปหาอาจารย์ที่บ้านบ้าง
วันนั้นเทียนก็ไปหานายท่านสี่ เพื่อมอบเม็ดยาอัครพรหมเทพ
“ อ้าว มาได้ยังไง มานายท่านสี่ยังเอ่ยถึงเจ้าอยู่ ช่วงนี้หายหน้าไปเลย” เทียนเข้าไปในโฉมของซูเทียน เจอกับอวี้หลันที่ไม่เจอกันเกือบปี เริ่มโตเป็นสาวแล้ว
“ ท่านพี่เทียน” อวี้หลันค่อยเดินเข้ามาหาเทียนอย่างสุภาพเรียบร้อยไม่วิ่งเหมือนเมื่อก่อน และก็ไม่มาเกาะแขนเหมือนก่อนเช่นกัน
“ อวี้หลัน โตขึ้นเยอะเลยนะ” เทียนทักทาย
“ พี่เทียนมาก็ดีแล้ว อวี้หลันมีเรื่องจะบอก” อวี้หลันเดินเข้ามาใกล้แล้วก็แอบกระซิบ
“ อะไรหรือ”
“ ข้าต้องไปเรียนที่สำนักเทพวิสุทธ์ที่ทวีปศักดิ์สิทธิ์เมฆครามแล้ว”
“ สำนักเทพวิสุทธ์?” เทียนเพิ่งเคยได้ยิน
“ ท่านอาจไม่รู้จัก ที่สำนักนี้มีแต่สตรีเท่านั้นที่ไปเรียน พอดีว่าเมื่อปีก่อน ท่านอาจารย์ได้ผ่านมาเมืองเทพยุทธ์ ได้มาเจอข้า เลยรับข้าเป็นศิษย์ อีกไม่กี่วันพวกเขาก็จะส่งคนมารับข้าไปเรียนแล้ว” อวี้หลันเอ่ยด้วยน้ำเสียงเหมือนจะร้องไห้
“ ไปเรียนไม่กีปีก็กลับ คิดถึงบ้าน ก็ให้ท่านลุงสี่กับท่านป้าไปเยี่ยม ไม่เห็นต้องทำหน้าม่อยแบบนี้เลย” เทียนเอ่ยปลอบใจ
“ น้องสาวข้า คงอยากให้เจ้าไปเยี่ยมมากกว่านะ” อวี้คังเดินออกมาทักทายแล้วหยอกเย้าน้องสาวตัวเอง
“ พี่ใหญ่” อวี้หลันหน้าแดง พูดไม่ออก พอดีนายท่านสี่ออกมาพอดี
“ ลุงสี่”
“ อาเทียนมาพอดีเลย ลุงมีเรื่องจะคุยด้วย” นายท่านสี่เอ่ยออกมา
“ อะไรหรือขอรับ”
“ อีกสามวัน อวี้หลันจะไปเรียนที่สำนักเทพวิสุทธิ์ โดยจะมีคนจากสำนักเทพวิสุทธิ์มารับไป ข้าอยากให้เจ้ามาที่บ้านข้า เพราะว่า วันนั้นจะมีเยาวชนจากสำนักยุทธ์ จากทวีปศักดิ์สิทธิ์เมฆคราม มาที่นี่ หลายสำนัก พวกเขามาทำภารกิจบางอย่าง
จากนั้นก็มาแวะรับ อวี้หลันไปด้วย”
“ ท่านลุงจะให้ข้ามาทำไม ข้าไม่อยากรู้จักพวกเขาสักหน่อย” เทียนเอ่ยตามตรง
“ เด็กโง่ อีกไม่กีปี อาจารย์ก็จะส่งเจ้าไปสอบเข้าที่สำนักม่านกู่ หากที่ม่านกู่ไม่รับก็ยังมีสำนักอื่น อีกหลายสำนัก หากรู้จักเอาไว้ ก็จะได้ไปเรียนที่สำนักอื่นยังไงเล่า” นายท่านสี่แนะนำ เทียนยังไม่ได้คิดเรื่องเรียนที่นั่นเลย
“ ก็ได้ ข้าจะถือว่าข้ามาส่งน้องอวี้หลัน ก็แล้วกัน”
“ ได้ เจ้าคิดยังนั้นก็ได้” นายท่านสี่พอใจ แล้วเทียนก็หยิบเม็ดอัครพรหมเทพมาให้นายท่าน สี่ จำนวน 10 เม็ด แล้ว มอบง้าวมังกรเขียวให้ ส่วนเฒ่าอินทรีเทียนก็มอบเม็ดยาอัครเทพให้ 5 เม็ด แล้วมอบตะขอกรงเล็บอินทรี ให้ ส่วนอวี้คังเทียนมอบทวน8กลีบที่เขาอยากได้ให้ไป ทั้งหมดตกใจมากที่เทียนมอบของขวัญที่มีค่าขนาดนี้ให้
“ นี้เจ้าสร้างอาวุธขึ้นมาเองได้หรือยังไงกันเนี่ย ถึงได้นำมาแจกผู้คนมากมายราวกับแจกขนมหวานแบบนี้” นายท่านสี่กล่าวแบบอารมณ์ดีสุดๆ พร้อมกับลูกง้าวมังกรเขียวไปด้วย เพราะเขาเห็นพลานุภาพของมัน ตอนที่เทียนใช้กำราบ ราชทัณฑ์ทั้งสิบมาแล้ว
“ สมบัติของเทพอักษร ที่ข้าเคยบอกไว้ ข้าเก็บเอาไว้ใช้คนเดียวยังไงก็ใช้ไม่หมด” เทียนพูดไปเรื่อย ๆ
“ พี่เทียน ท่านไม่เคยให้ของขวัญอะไร ข้าเลยนะ” อวี้หลันเห็นเทียนให้ของขวัญคนอื่น แต่ไม่ให้ตนเลย เอ่ยแบบน้อยใจ
“ ก็ลูกได้กระบี่ไปแล้วยังไงเล่า”
“ นั่นท่านพ่อเป็นคนให้ข้าเป็นของขวัญวันเกิด” อวี้หลันพูดตามจริง
เทียนมองหน้าอวี้หลันด้วยรอยยิ้ม แล้วนำเสื้อเกราะสีขาวเงินออกมา 1 ชิ้น
“ นี่คือเสื้อเกราะมังกรขนแม่น เจ้าสวมใส่ไว้ป้องกันอันตราย อาวุธใดไม่อาจกร้ำกราย นอกจากตัวเกราะจะป้องกันอาวุธระดับสวรรค์ได้ทุกชนิด แล้ว ยังมียันต์ ป้องกันพิษได้ทุกชนิด หากใครใช้ฝ่ามือสัมผัสตัวเจ้า ก็จะถูกขนแม่นอ่อนทำร้ายกลับไป ข้าเตรียมไว้ให้เจ้าอยู่แล้ว” เทียนยื่นเกราะมังกรขนเม่น ให้กับ อวี้หลัน ที่ยื่นมือมารับด้วยความความซาบซึ้งใจ จนน้ำตาคลอ ไม่คิดว่าของวิเศษอย่างนี้
พี่เทียนจะมอบให้ตน ทุกคนก็อดตกใจไม่ได้ ไม่คิดว่า จะมีเสื้อเกราะที่มีอานุภาพป้องกันได้มากขนาดนี้
“ ข้าอยากได้มั่งต้องทำยังไงเนี่ย” อวี้คังเอ่ยออกมา ทำให้บรรยากาศครื้นแครงเมื่อเห็นบรรยากาศเริ่มดราม่า เข้าทุกที
“ พี่ใหญ่คิดว่า ของแบบนี้มันตกมาจากฟ้าทุกวันหรือไง” อวี้หลันย้อนพี่ชายออกไปทำให้ทุกคน มีรอยยิ้มขึ้นมา
เกราะมังกรขนเม่นเทียนเพิ่งจะทำเสร็จเมื่อคืน หลังจากอัพเกรดเกราะมังกรขนเม่นธรรมดา เป็นชุดเกราะระดับสวรรค์แล้ว เทียนเริ่มเขียนยันต์กันพิษนานาชนิดใส่เข้าไปในเกราะ ทำให้มันกลายเป็นเกราะที่ไม่เคยมีใครทำมาก่อน มีเทียนคนเดียวเท่านั้นที่ทำได้ เทียนกำลังฝึกสร้างศัสตราวุธ แล้ว ฝึกเป็นจอมเวทย์เลยต้องทำอาวุธวิญญาณมากๆ เพื่อฝึกตน อีกสามวัน อาจต้องทำอาวุธวิญญาณแบบเพิ่มพลังให้กับ อวี้หลันอีกสักชิ้นหนึ่ง จากนั้นเทียนก็ไปตลาดเพื่อหาซื้ออุปกรณ์ทันที...