(จบ)พฤกษาวิญญาณกับสงครามมนุษย์พิฆาตเทพมังกร

    ตอนที่ 42 ลัทธิศักดิ์สิทธิ์บูชามังกร

            เมื่อเจียงเฉินได้เห็นถึงแววตาที่แน่วแน่และเจตจำนงอันมั่นคงซึ่งสะท้อนอยู่ในดวงตาของหวงเยี่ย


            สีหน้าของชายวัยกลางคนก็ค่อยๆเปลี่ยนแปลงไปจากความเคร่งขรึม กลายเป็นความปลื้มปิติที่ไม่อาจปิดบังได้


            รอยแผลเป็นที่พาดผ่านใบหน้าทำให้รอยยิ้มของเขาดูดุดัน ทว่าภายในกลับอบอุ่นอย่างประหลาด


            ตัวของเขามองชายหนุ่มตรงหน้าเหมือนกำลังพิจารณาเพชรเม็ดหนึ่งที่เพิ่งถูกขุดพบจากชั้นหินลึก ศักยภาพอันล้ำค่าที่ซ่อนอยู่ในร่างนั้นไม่ใช่สิ่งที่พบเห็นได้บ่อย และไม่ใช่สิ่งที่จะปรากฏขึ้นทุกยุคทุกสมัย มันเป็นความแตกต่างที่อัจฉริยะคนอื่นๆล้วนพึงมี


            ยิ่งคิดถึงพรสวรรค์และอนาคตอันยาวไกลมากเท่าไร ความรู้สึกหนักอึ้งบางอย่างก็ยิ่งผุดขึ้นจากส่วนลึกของจิตใจมากเท่านั้น


            เจียงเฉินเงียบไปชั่วขณะ ก่อนจะกล่าวออกมาด้วยใบหน้าที่จริงจังและเคร่งเครียดขึ้น


            “หวงเยี่ย.. ตัวของเจ้าเคยได้ยินขั้วอำนาจที่เรียกตนเองว่าลัทธิศักดิ์สิทธิ์บูชามังกรหรือไม่?”


            ตัวของชายหนุ่มพอได้รับฟังก็ขมวดคิ้วเล็กน้อย ความประหลาดใจฉายวาบในแววตา


            ก่อนที่เขาจะส่ายศีรษะไปมา เหมือนเป็นการบอกนัยๆว่าตนเองไม่เคยได้ยินชื่อดังกล่าวมาก่อนเลยซักนิด


            เจียงเฉินพยักหน้ารับอย่างช้าๆ สีหน้าของเขากลับสู่ความจริงจังอีกครั้ง


            “ฟังนะเจ้าหนุ่มหวงเยี่ย”


            “นี่คือเรื่องสำคัญมาก!!”


            “ลัทธิศักดิ์สิทธิ์บูชามังกร เป็นขั้วอำนาจลึกลับที่ถือเป็นศัตรูโดยตรงต่อเผ่าพันธุ์มนุษย์ของพวกเรา มันกำเนิดขึ้นมาในช่วงเวลาเดียวกันกับสมาพันธ์นักล่ามังกร เมื่อประมาณสองร้อยปีก่อน หลังจากโลกพลิกผันและมังกรก้าวเข้าสู่เวทีประวัติศาสตร์!”


            เขาหยุดเล็กน้อย ดวงตาข้างเดียวที่เหลืออยู่ส่องประกายแข็งกร้าว


            “พวกมันเป็นกลุ่มคนที่เชื่อว่าเผ่าพันธุ์มังกรคือเทพเจ้า เป็นดั่งพระเจ้าของโลกแห่งนี้”


            “มองเผ่าพันธุ์มังกรว่าเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่ปรากฏตัวออกมาเพื่อชำระล้างโลกใบนี้ให้บริสุทธิ์ตามความเชื่ออันบิดเบี้ยวของตนเอง!”


            หวงเยี่ยฟังอย่างเงียบงัน ขณะที่ตัวของเจียงเฉินยังคงกล่าวต่อโดยไม่ลดน้ำเสียง


            “พวกมันไม่สนใจวิธีการ! ไม่สนใจศีลธรรม! ไม่สนใจกฎเกณฑ์ของอารยธรรมเผ่าพันธุ์มนุษย์!”


            “สามารถทำได้ทุกสิ่งทุกอย่างเพื่อบรรลุเป้าหมายของตนเอง”


            “ไม่ว่าจะการลอบสังหาร!”


            “การปลุกปั่น!”


            “หรือการทรยศ!”


            “โดยเฉพาะกับเหล่านักล่ามังกร พวกมันถือว่าพวกเราคือศัตรูของเทพเจ้าที่ตนบูชา!”


            “เพราะงั้นการกำจัดนักล่ามังกรจึงเป็นสิ่งที่พวกมันทำโดยไม่ลังเล!”


            คำพูดแต่ละคำชัดเจนและหนักแน่น


            “จนถึงวันนี้เวลาก็ได้ล่วงเลยผ่านไปนับร้อยปี ลัทธิศักดิ์สิทธิ์บูชามังกรมีเครือข่ายกระจายไปทั่วทั้งอาณาเขตของโลก ไม่ว่าจะเป็นทวีปทางเหนือหรืออีกสี่ดินแดนหลัก ทุกแห่งล้วนมีเงาของพวกมันซ่อนอยู่ เต็มไปด้วยความบ้าคลั่งที่ยากจะเปรียบเทียบกับสิ่งใด!”


            หวงเยี่ยเลิกคิ้วเล็กน้อย


            “ถึงขั้นนั้นเลยหรือ?”


            เจียงเฉินพยักหน้ารับ


            “ใช่แล้วละ พวกมันร้ายกาจถึงขั้นนั้นเลยเชียว แถมข้าเคยได้ยินรายงานมาหลายครั้งแล้ว ว่าพวกมันชอบสังหารนักล่ามังกรรุ่นใหม่ที่มีเจตจำนงแห่งพลังอันแข็งแกร่ง เพื่อไม่ให้คนเหล่านั้นเติบโตขึ้นมาเป็นภัยในภายภาคหน้าต่อพวกมันในอนาคต!”


            “ผู้มีพรสวรรค์จำนวนมากหายตัวไปอย่างไร้ร่องรอย บางคนถูกพบเป็นศพ บางคนถูกลอบโจมตีระหว่างการทดสอบ”


            “พวกมันลงมืออย่างเป็นระบบและไม่ปล่อยให้เหยื่อได้มีโอกาสตั้งตัว!”


            คำกล่าวนั้นไม่ได้เกินจริงไปเลยซักนิด เพราะมันเป็นข้อเท็จจริงที่ถูกบันทึกไว้ในรายงานลับของสมาพันธ์อยู่มากมาย


            “เจ้าเองก็เป็นหนึ่งในนั้น!”


            “เจตจำนงธาตุพฤกษาระดับราชาในวัยเช่นนี้ ย่อมดึงดูดสายตาของทั้งฝ่ายเราและฝ่ายศัตรู เพราะงั้นจงระมัดระวังตัวเอาไว้!”


            “ยังไงสักวันหนึ่ง พวกมันจะต้องมาปรากฏตัวต่อหน้าเจ้าเพื่อทำการสังหารเป็นแน่ เป็นสิ่งที่เกิดขึ้นมาแล้วกับหลายคน!”


            ความเงียบแผ่คลุมห้องรับรองอีกครั้ง


            สิ่งที่ชายวัยกลางคนเอ่ยออกมานั้นเป็นเรื่องจริงที่ถูกบันทึกไว้ในประวัติศาสตร์ หลังจากเผ่าพันธุ์มังกรปรากฏตัวขึ้นบนโลกใบนี้ มันก็มีนักล่ามังกรกลุ่มหนึ่งที่หันหลังให้มนุษย์ชาติ ก่อตั้งลัทธิศักดิ์สิทธิ์บูชามังกรขึ้นมา โดยเชื่อว่าการยืนเคียงข้างเผ่ามังกรคือหนทางเดียวที่จะอยู่รอด


            ตั้งแต่นั้นมาพวกมันก็กลายเป็นภัยร้ายที่ชอนไชอยู่ทั่วทุกหนแห่งของอารยธรรมมนุษย์ แฝงตัวอยู่ในเงามืด รอคอยจังหวะลงมืออย่างเงียบงัน


            หวงเยี่ยรับฟังโดยไม่แสดงอาการหวาดหวั่น แววตาของเขากลับนิ่งลึกกว่าเดิม ราวกับคลื่นใต้น้ำที่สงบและเต็มไปด้วยพลัง


            เขาพยักหน้ารับช้าๆ


            “เข้าใจแล้วท่านเจียงเฉิน!”


            “หลังจากนี้ข้าจะระมัดระวังตัว จะไม่ยอมตกเป็นเหยื่อของไอ้พวกชั่วที่บูชาเผ่าพันธุ์มังกรหรอก!”


            เจียงเฉินมองเด็กหนุ่มตรงหน้าอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะพยักหน้ารับอีกครั้งด้วยรอยยิ้ม


            “ดีมากเจ้าชายน้อย!”


            น้ำเสียงสั้นๆดังก้องขึ้นและแฝงความพึงพอใจเอาไว้อย่างชัดเจน เปลวไฟในดวงตาข้างเดียวของผู้บัญชาการสะท้อนประกายแน่วแน่


            “จงจำเอาไว้นะหวงเยี่ย..”


            “ศัตรูที่แท้จริงน่ะ บางครั้งก็ไม่ได้อยู่บนท้องฟ้าเช่นไอ้พวกเผ่าพันธุ์มังกรสารเลว หากพวกมันแฝงอยู่ในเงาของพวกเราเอง!”


            หวงเยี่ยพยักหน้ารับและฟังโดยไม่ตอบโต้ เพราะตัวของเขาเข้าใจดีถึงสิ่งที่เจียงเฉินได้สื่อสารออกมา


            ทำให้ความเข้าใจระหว่างทั้งสองก่อตัวขึ้นอย่างเงียบงัน


            ขณะที่นอกหน้าต่าง อาคารบัญชาการยังคงตั้งตระหง่านท่ามกลางแสงไฟของเมืองที่ไม่เคยหลับใหล


            และในเงามืดของโลกใบนี้ ลัทธิศักดิ์สิทธิ์บูชามังกรยังคงเคลื่อนไหวอย่างลับๆ และรอคอยโอกาสของตนเองอยู่เสมอ


            โดยชายหนุ่มผู้ครอบครองเจตจำนงธาตุพฤกษาระดับราชาเพิ่งตระหนักว่า การยืนอยู่บนยอดคลื่นแห่งพรสวรรค์ มันย่อมหมายถึงการตกเป็นเป้าสายตาของเงามืดที่ซ่อนเร้นอยู่ทั่วทุกหนแห่งได้เช่นเดียวกัน จนระบบกลืนกินมังกรก็ยังเบะปากแล้วกล่าวขึ้นอย่างตลก


            【ไอ้พวกไร้สาระนั้นกล้าบูชาเผ่าพันธุ์มังกรเหรอ】


            【เดี๋ยวแม่คนนี้จะให้โฮสต์ตบสั่งสอนให้เองละกัน】


    คล้ายกับเรื่อง(จบ)พฤกษาวิญญาณกับสงครามมนุษย์พิฆาตเทพมังกร ที่คุณอ่าน