บรรยากาศภายในอาราม์นั้นแตกต่างจากป่าดงดิบชื้นแฉะที่พวกเขาเดินผ่านมาโดยสิ้นเชิง พื้นดินที่เต็มไปด้วยดินโคลนและเศษซากจากภัยพิบัติ ถูกแทนที่ด้วยพื้นดินหนาแน่นที่มีหญ้าอยู่ประปรายสวยงาม
“เ้าสองคนตามข้ามา” ฮเยพูดพลางก้าวนำทางไปยังส่วนหนึ่งของอารามซึ่งดูเหมือนเป็พื้นที่สำหรับคนรับใช้ ดร๊อกป้าพยักหน้า ขณะที่ชายหนุ่มผมขาวเดินตามไปอย่างสับสนเล็กน้อย เพราะความรู้สึกที่แปลกประหลาดเมื่อกี้ก็หายไป
เมื่อฮเยพาพวกดร๊อกป้าและชายหนุ่มผมขาวมาถึงพื้นที่ของคนรับใช้ เธอหยุดยืนที่หน้าลานกว้างที่เต็มด้วยผู้คนในชุดสีน้ำตาลอ่อน ชายชราผมหงอกก็เดินมาหาฮเยและก้มศีรษะคารวะ
“ยินดีต้อนรับ ท่านหญิงฮเย ไม่ทราบว่าท่านมีธุระอะไรกับสถานที่แห่งนี้”
“นี่เป็ผู้รอดชีวิตที่มีชีวิตรอดจากภัยพิบัติด้านนอก คนหนึ่งเป็คนป่าไร้เผ่า อีกคนสูญเสียความทรงจำ ข้าเลยรับพวกเขามาเป็ผู้รับใช้” ฮเยกล่าวด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่ง กับชายชรา “ฝากเ้าดูแลพวกเขาหน่อย ข้าจะไปจัดการเื่ที่จำเป็ก่อน”
ชายชราผมหงอกพยักหน้ารับคำ “ท่านหญิงฮเย โปรดวางใจ ข้าจะดูแลพวกเขาเอง”
“งั้นข้าขอตัวไปก่อน” ฮเยพยักหน้า ก่อนจะหันมากล่าวกับพวกเขา “พวกเ้าทั้งสองไม่ต้องกังวล ถ้ามีปัญหาอะไรข้าจะจัดการเอง ั้แ่วันนี้พวกเ้าเป็ผู้รับใช้ของอาราม์”
“พวกเราขอบคุณท่านมาก” ดร๊อกป้าก้มศีรษะ พร้อมกับดันหัวชายหนุ่มผมขาวลงด้วย
ฮเยเห็นภาพนั้นก็ยิ้ม “เ้าก็ดูแลเขาด้วย”
“แน่นอนครับท่าน”
หลังจากฮเยจากไป ชายชราผมหงอกก็มหันมาองสำรวจพวกเขาทั้งสอง ก่อนจะเว้นนานไปที่ชายหนุ่มผมขาวที่มีเถาวัลย์พันรอบเอวไว้นานพอสมควร
“ตามข้ามา” ชายชราพูดสั้นๆ และเดินนำทางไป
ระหว่างทางชายชรา “ข้าชื่อเหลียง เป็หัวหน้าผู้รับใช้เขตวารีนี้ ไม่ว่าข้างนอกเ้าจะเป็ยังไง แต่ที่นี่เ้าต้องปฏิบัติตามกฎอย่างเคร่งครัด”
“ข้าชื่อดร๊อกป้า ส่วนเขายังเ้าชื่อตัวเองไม่ได้ อารามแห่งนี้มีกฎอะไรหรือท่านเหลียง” ดร๊อกป้าถามกลับด้วยความสงสัย
“หนึ่ง ห้ามเกียจคร้าน สอง ห้ามฝ่าฝืนคำสั่งของเหล่าผู้ควบคุมธาตุในอาราม” ชายชรากล่าวและหยุดเดินหันมามองพวกเขาด้วยสายตาคมกริบ “และข้อสุดท้าย สาม ห้ามพยายามออกจากเขตอารามโดยไม่ได้รับการอนุญาต หากฝ่าฝืน จะมีโทษร้ายแรง”
สองข้อแรกดร๊อกป้ายังพอเข้าใจ แต่ข้อสามทำไมกัน
“จากสีหน้าเ้าคงสงสัย ความจริงแล้วไม่ซับซ้อน เหมือนกับที่มนุษย์ธรรมดาไม่สามารถมายังอารามได้ มนุษย์ธรรมดาก็ไม่สามารถออกจากอารามได้เช่นกัน
“ข้าไม่รู้กฎแบบนี้มาก่อนเลย” ดร๊อกป้ากล่าวอย่างนิ่งงัน
“จากที่ท่านฮเยบอกกับสภาพภายนอกของเ้า ทางเลือกนี่คงเป็ทางเลือกที่ดีที่สุดแล้วไม่ใช่รึ จำเป็ต้องเลือกด้วยเหรอ”
ดร๊อกป้ามองที่แขนซ้าย และหันไปมองชายหนุ่มผมขาวที่ยังเดินตามมา
“ใช่ อย่างที่ท่านพูดมา” ดร๊อกป้าพยักหน้าตอบ
ชายชราเหลียงไม่แปลกใจ ชีวิตข้างนอกเมื่อเทียบกับชีวิตไร้อิสระที่นี่ความจริงแล้วแย่กว่ามาก สัตว์ที่ดุร้ายอันตราย ผู้คนที่ป่าเถื่อน และธรรมชาติอันโหดร้ายที่ไม่เคยปรานีตุ่์
“นี่คือที่พักของพวกเ้าชั่วคราว” ชายชรากล่าวเมื่อถึงประตูห้องพักที่ดูเรียบง่าย แต่จัดเป็ระเบียบ ด้านในห้องมีฟูกบางๆ และโต๊ะไม้เล็กๆ พร้อมเก้าอี้อีกสองตัว
ดร๊อกป้าพยักหน้าและเดินเข้าไปก่อน ขณะที่ชายหนุ่มผมขาวยืนมองไปรอบๆ
“วันนี้พวกเ้าพักผ่อนไปก่อน เดี๋ยวข้าจะนำชุดมาให้เปลี่ยน” ชายชราบอก ก่อนจะหันหลังกลับและเดินออกไปจากห้อง
เมื่อประตูปิดลง ดร๊อกป้าหันไปมองชายหนุ่มผมขาวที่ยังคงยืนนิ่งอยู่ตรงมุมห้อง “เป็อย่างไรบ้าง?”
ชายหนุ่มผมขาวหันมามองตาเขา ดวงตาของเขานิ่งเฉย “สบายดี แล้วเ้าละ”
“ข้าก็สบายดี..ไม่สิ ร่างกายข้ายังปวดไม่หาย” ดร๊อกป้าตอบ ก่อนจะนั่งลงบนฟูกและถอนหายใจ “แต่ข้าต้องฟื้นตัวให้เร็วที่สุด เพราะเราต้องทำงานที่นี่”
ชายหนุ่มผมขาวไม่ตอบอะไร เพียงแค่เดินไปนั่งลงบนเก้าอี้ตัวหนึ่ง แล้วหันไปมองท้องฟ้าที่มองเห็นได้จากหน้าต่างห้อง มองไปยังพฤกษา์
ทั้งห้องตกอยู่ในความเงียบ ดร๊อกป้าเอนตัวลงบนฟูกบางๆ เขาพยายามหลับตา แต่ความเ็ปที่เหมือนจู่ๆ ก็กลับมาอีกครั้งและความคิดที่ตีกันในหัวทำให้เขาหลับตาลงได้ไม่นาน
“เฮ้อ…” ดร๊อกป้าถอนหายใจ ก่อนจะลุกขึ้นจากฟูกมานั่งและมองชายหนุ่มผมขาวที่ยังคงนั่งอยู่อย่างเงียบๆ “เ้าคิดว่าเราควรจะทำอะไรต่อดี?”
ชายหนุ่มผมขาวมองดร๊อกป้า ตอบด้วยน้ำเสียงจริงจัง “..ข้าไม่รู้”
“ใช่ ข้าก็ไม่รู้เหมือนกัน แต่พอเ้าตอบข้าก็พอรู้บ้างแล้วว่าต้องทำอะไร” ดร๊อกป้าหัวเราะ เขาหันไปมองหน้าต่างที่เปิดอยู่และพยายามฟังเสียงจากภายนอก เสียงเบาๆ ของธรรมชาติรอบๆ ตัวทำให้เขารู้สึกสงบขึ้น
ทั้งสองคนไม่ได้พูดอะไรออกมาอีก มีเพียงเสียงลมหายใจของพวกเขา
ความจริงแล้วพวกเขาก็ไม่ได้สนิทกันจนมีเื่ราวให้พูดคุยกันเลย
แม้แต่ชื่อของชายหนุ่มผมขาวก็ยังไม่รู้ด้วยซ้ำ
พอคิดถึงเื่นี้ เขาก็มีความคิดเื่ที่จะพูดขึ้นมา ดร๊อกป้าอ้าปากอย่างลังเลสักพัก ก่อนจะพูดขึ้น “หลังจากนี้ไป พวกเราคงต้องอยู่ด้วยกันอีกนาน ข้าช่วยเ้า เ้าช่วยข้า เพราะงั้น ถึงเ้าจะยังจำอะไรไม่ได้ แต่ตอนนี้ก็ควรมีชื่อชั่วคราวเพื่อความสะดวกในการเรียกหากัน”
“ชื่อชั่วคราว?” ชายหนุ่มผมขาวพูดอย่างไม่ค่อยแน่ใจ
“ใช่ เ้าควรคิดมัน เหมือนที่เ้าเรียกข้าว่าดร๊อกป้า แต่ข้ากลับไม่สามารถเรียกเ้าได้เพราะเ้ายังไม่มีชื่อ เ้าคิดว่ายังไงละ”
ชายหนุ่มผมขาวนิ่งไปสักพัก แล้วพยักหน้า
เมื่อเห็นชายหนุ่มผมขาวตกลงอย่างว่าง่าย ดร๊อกป้าก็พูดต่อ” ในการเดินทางที่ผ่านมามีอะไรที่เ้าชอบและอยากตั้งเป็ชื่อไหม?
ชายหนุ่มผมขาวครุ่นคิด เขานึกถึงเสียงแรกที่ได้ยิน ประโยคที่ดร๊อกป้ากล่าว
“สังหาร์” ชายหนุ่มผมขาวตอบ
“อะไรนะ!” ดร๊อกป้าสะดุ้ง
“สังหาร์” ชายหนุ่มผมขาวกล่าวทวนซ้ำ
“ไม่ได้!” ดร๊อกป้าตอบปฏิเสธ
“ทำไมละ ข้าชอบ” ชายหนุ่มผมขาวกล่าวอย่างมั่นใจ
“มันเป็ชื่อที่น่าอาย” ดร๊อกป้ากล่าว
“แต่ข้าไม่อาย” ชายหนุ่มผมขาวเอ่ย
“แต่ข้าอาย!”
“ทำไม”
“ยังไงก็เถอะ ยังไงก็ห้ามเอาชื่อนี้!” ดร๊อกป้ากล่าวอย่างเด็ดขาด ต้นเหตุของชื่อนี่ ดูก็รู้ว่ามาจากคำพูดของเขาที่เคยพูดว่าจะสังหาร์ ถ้าใครรู้เหตุผลเข้า เขาอายแย่เลย
ชายหนุ่มผมขาวดูไม่พอใจเล็กน้อย แต่ในที่สุดก็ตัดสินใจยอมแพ้อย่างว่าง่าย
จากนั้นเขาก็หันไปนึกถึงประสบการณ์ที่ผ่านมาแล้วพบว่าการอยู่ในน้ำนั้นสบายมาก
“วารี”
“วารีเหรอ เรียบง่าย แต่มันยังไม่พิเศษมากพอ ข้าขอคิดชื่อที่เกี่ยวข้องกับน้ำก่อน”
ดร๊อกป้าเริ่มคิด ก่อนจะกล่าวขึ้น
“ในภาษาของเผ่าหนึ่ง อาโป มีความหมายว่าน้ำ”
"เ้าคิดว่าไงกับชื่อ อาโป"
“อาโป…” ชายหนุ่มผมขาวพูดด้วยน้ำเสียงเงียบสงบ สำหรับเขาแล้วจะชื่อไหนก็ไม่สำคัญ ก่อนจะหันมามองดร๊อกป้า “ตกลง ข้าจะใช้ชื่อนี้”
ดร๊อกป้ายิ้มอย่างโล่งอก “ดีแล้ว ข้าจะเรียกเ้าแบบนี้จากนี้ไป”
การตั้งชื่อที่ไม่มีอะไรพิเศษนี้ เหมือนกับการเริ่มต้นชีวิตครั้งใหม่อีกครั้งของชายหนุ่มผมขาว ขณะเดียวกัน สำหรับดร๊อกป้าแล้วมันก็เป็จุดเริ่มต้นในการลืมเลือนความเ็ปที่เกี่ยวข้องกับอดีต
พวกเขาจะเดินไปทีละขั้นในจุดเริ่มต้นใหม่ต่อจากนี้
หลังการผ่านไปสักพักชายชราเหลียงก็นำชุดมาให้พวกเขา
จากนั้น ดร๊อกป้าก็มองชุดสีน้ำตาลอ่อนและมองชายหนุ่มผมขาวหรืออาโปด้วยความปวดหัว
ขั้นถัดมาคือการเริ่มต้นเรียนรู้เกี่ยวกับการใส่เสื้อผ้าก่อน
ไม่รู้ทำไมดร๊อกป้ากลับรู้สึกว่าขั้นตอนนี่อาจจะเป็ขั้นตอนที่ยากที่สุด
…….
จากนักเขียน
นิยายจะลงทุกวันนะครับ วันละ 1 ตอน เวลาไม่แน่นอนเพราะ่แรกผมยังสำรวจตลาดอยู่ ในส่วนของเนื้อหานิยาย ภาคแรกจะเน้นไปที่การปูเื่ราวผ่านมุมมองของดร๊อกป้าและคนอื่นนะครับ ซึ่งผมยังไม่รู้ว่าจะเปลี่ยนมุมไปที่ตัวเอกยังไง เพราะคาแรคเตอร์ที่วางเอาไว้คือนิสัยมึนๆ นิ่งๆ คาดเดาการกระทำไม่ค่อยได้นั่นเอง
ตัวเอกบ้าอะไรพึ่งมามีชื่อในตอนที่ 9
หรือว่าดร๊อกป้าคือตัวเองหว่า?
นักเขียนรู้สึกสับสน