เจ้าหญิงฮิเมรากิ กับไข่มุกแห่งภูผา (Himeragi Princess and The Pearl of Mountain)

    บทที่ 168: คมดาบแห่งตะวันตก (Edge of The Western)

            ทางด้านอันจินก็ได้เรียกดาบคาตานะออกมาจากแหวนศาสตราแห่งนพเก้าให้มาอยู่ในกำมือหนาของเขา พร้อมกับเรียกดาบคาตานะมายาออกมาอีก 4 ชุดให้ลอยอยู่บนกลางอากาศตรงบริเวณข้างหลังของเขา ก่อนที่เขาจะรีบพุ่งเข้าไปฟันใส่พวกอสูรโยไคชนิดต่างๆ ที่อยู่ตรงหน้าด้วยความรวดเร็วอย่างต่อเนื่อง

            ในขณะเดียวกัน เขาก็คอยควบคุมทิศทางการเคลื่อนที่ของดาบคาตานะมายาทั้ง 4 เล่มที่ลอยกลางอากาศอยู่ตรงบริเวณด้านหลังของเขาให้ลอยพุ่งเข้าไปฟันใส่พวกมันด้วยความเร็วสูง พลางสลับเปลี่ยนอาวุธชนิดต่างๆ กันไปมา ทั้งที่ถืออยู่ในกำมือหนา และแบบมายาทั้ง 4 ชุดที่ลอยกลางอากาศอยู่ข้างหลัง เพื่อใช้ในการจัดการกับพวกมัน

            ชนิดของอาวุธทั้ง 12 ชนิดที่อยู่บนแหวนศาสตราแห่งนพเก้านั้นจะประกอบไปด้วยดาบคาตานะ ดาบยาวโอดาจิ ดาบสั้นวากิซาชิ หอกยาริสองด้าม ง้าวนางินาตะ ขวาน กรงเล็บ โซ่เคียว ธนู ปืนไฟ แหลนเพลิงลูกระเบิด และดาวกระจายคู่ที่มีขนาดกลาง อันจินนั้นคอยจัดการกับเหล่าอสูรโยไคที่อยู่ตรงหน้า พร้อมกับสลับเปลี่ยนไปใช้อาวุธชนิดอื่นๆ ควบคู่กันไปด้วย

            ทางด้านเทนไกนั้นก็รีบพุ่งเข้าไปฟันใส่เหล่าอสูรโยไคชนิดต่างๆ ที่อยู่ตรงหน้าด้วยหอกมนตราแห่งสังฆราช ซึ่งมีลัก ษณะรูปร่างที่คล้ายกับง้าวนางินาตะที่มีใบมีดขนาดยาวกว่าด้ามจับอยู่เพียงเล็กน้อยอย่างรวดเร็วและต่อเนื่อง ในระหว่างนั้น เขาก็ได้มีการใช้พลังมนตราแห่งธารณีโพธิญาณในการจัดการกับพวกมันควบคู่กันไปด้วย

            ทางด้านโมโมทาโร่ก็รีบพุ่งเข้าไปฟันใส่พวกอสูรโยไคที่อยู่ตรงหน้า ด้วยดาบคาตานะที่ชักออกมาจากฝักดาบที่ติดอยู่กับแขนกลชิโนบิที่อยู่ข้างซ้าย ในระหว่างนั้น เขาก็ได้มีการใช้อาวุธเสริมต่างๆ ที่มาจากแขนกลชิโนบิในการจัดการกับพวกมันควบคู่กันไปด้วย

            ซึ่งอาวุธเสริมจากแขนกลชิโนบินั้นจะประกอบไปด้วยดาวกระจาย มีดบินผีเสื้อวารี เหรียญสายฟ้า หอกเพลิง ร่มใบ พัด ประทัดดินระเบิด ขวานเหมันต์ ใบพัดสายลม ขนนกอัคนี เครื่องพ่นไฟ ดาบสั้น และปืนไฟพก นอกจากนั้นแล้ว เขายังได้มีการใช้วิชานินจาควบคู่ไปกับพลังมนตราธารณีแห่งโพธิญาณในการจัดการกับเหล่าอสูรโยไคที่อยู่ตรงหน้าด้วย

            ส่วนทางด้านจินซาเอม่อนที่มีทักษะและความชำนาญในด้านการฟันดาบคาตานะด้วยมือข้างเดียวนั้นก็รีบพุ่งเข้าไปฟันเหล่าอสูรโยไคที่อยู่ตรงหน้าด้วยกระบวนท่าต่างๆ ที่มาจากเพลงดาบแห่งสำนักยางิว ซึ่งมีทั้งความพริ้วไหว ความรวดเร็ว และความฉับไวในเวลาเดียวกัน

            ทางด้านยาสุเกะก็รีบทำการเสกเปลวไฟอันร้อนระอุลงบนคมดาบสั้นคู่วากิซาชิที่มีโซ่ติดไว้ที่ปลายด้าม ก่อนที่เขานั้นจะรีบตวัดคมดาบสั้นทั้งสองเล่มใส่พวกอสูรโยไคที่อยู่ตรงหน้าจากในระยะไกลด้วยความรวดเร็วและฉับไวอย่างต่อเนื่อง ในระหว่านนั้น เขาก็มีการเปลี่ยนไปใช้ขวานในการจัดการกับพวกมันด้วย

            ยาสุเกะนั้นก็รีบทำการเสกเกล็ดน้ำแข็งอันเย็นยะเยือกที่มาพร้อมกับกลุ่มควันน้ำแข็งขึ้นปกคลุมไปทั่วทั้งคมขวาน ก่อนที่เขานั้นจะรีบพุ่งเข้าไปฟันใส่พวกอสูรโยไคด้วยความรวดเร็วอย่างต่อเนื่อง พลางควงด้ามขวานไปมาด้วยความชำนาญและพริ้วไหว ทางด้านโซกิก็รีบพุ่งเข้าไปฟันใส่เหล่าอสูรโยไคที่อยู่ตรงหน้าด้วยความรวดเร็วอย่างต่อเนื่อง และในระหว่างนั้น เขาก็ได้มีการร่ายเวทย์ธาตุต่างๆ ลงบนคมดาบคาตานะคู่ใจทั้งสองเล่มของเขา เพื่อใช้ในการจัดการกับพวกมันด้วย

            ทางด้านมาจิรันก็รีบดีดบิวะโบคุโบคุที่อยู่บนมือหนา เพื่อทำการปล่อยคลื่นเสียงออกมาโจมตีใส่เหล่าอสูรโยไคที่อยู่ตรงหน้าอย่างต่อเนื่องด้วยการบรรเลงเสียงบิวะจากในระยะไกล

            “ข้าขอสวดภาวนาแด่พระองค์ผู้ทรงเมตตา ได้โปรดจงคุ้มครองลูกให้รอดพ้นไปจากภัยอันตรายด้วยเถิด...อาเมน”

            ส่วนทางด้านมาเรียกับกราเซีย สองสาวพี่น้องฝาแฝด ผู้เป็นมือปราบมารอสูรแห่งศาสนจักรต่างก็รีบยกไม้กางเขนขนาดเล็กที่ติดอยู่กับสายสร้อยที่พวกเธอกำลังสวมใส่อยู่ตรงบริเวณคอขึ้นมาไว้ที่ตำแหน่งริมฝีปากคู่งามของพวกเธอ พลางกล่าวคำอธิษฐานต่อพระผู้เป็นเจ้าอย่างพร้อมเพรียงกัน

            หลังจากที่กล่าวคำอธิษฐานจนจบ พวกเธอทั้งสองต่างก็จุมพิตเข้าไปที่ไม้กางเขนอย่างแผ่วเบา จากนั้น มาเรียก็รีบพุ่งเข้าไปจัดการกับเหล่าอสูรโยไคที่อยู่ตรงหน้าด้วยดาบปลายปืนที่ติดอยู่กับปืนไฟศักดิ์สิทธิ์อย่างรวดเร็วและต่อเนื่อง และในระ หว่างนั้น เธอก็มีการยิงกระสุนเงินออกมาจากปืนไฟศักดิ์สิทธิ์ใส่พวกมันด้วย

            และทางด้านกราเซียก็รีบพุ่งเข้าไปจัดการกับเหล่าอสูรโยไคที่อยู่ตรงหน้าด้วยตะขอที่ติดอยู่กับแหลนเพลิงศักดิ์สิทธิ์อย่างรวดเร็วและต่อเนื่อง และในระหว่างนั้น เธอก็มีการยิงลูกระเบิดออกมาจากปลายกระบอกแหลนเพลิงใส่พวกมันด้วย

            ส่วนทางด้านไรเร็นนั้นก็รีบพุ่งเข้าไปจัดการกับเหล่าอสูรโยไคที่อยู่ตรงหน้าด้วยการฟาดใส่พวกมันอย่างต่อเนื่องด้วย คฑาสังฆราชที่ถืออยู่บนมือหนาของเขา ในระหว่างนั้น ก็ได้มีการฟันใส่พวกมันด้วยดาบยาวโนดาชิขนาดยักษ์ พร้อมกับมีการใช้พลังมนตราแห่งธารณีโพธิญาณในรูปแบบต่างๆ เพื่อโจมตีใส่พวกมันด้วย

            และทางด้านจินซาเอม่อนนั้นก็รีบพุ่งเข้าไปฟันใส่เหล่าอสูรโยไคที่อยู่ตรงหน้าด้วยเพลงดาบประจำตระกูลยางิวในกระบวนท่าต่างๆ แต่มันก็ยังสามารถหลบหลีก และป้องกันการโจมตีของอีกฝ่ายไว้ได้ทั้งหมด

            ในระหว่างที่เหล่าพวกพ้องของฝ่ายอันจินกำลังจัดการกับเหล่าอสูรโยไคอยู่นั้น พวกเขาทั้งหมดต่างก็ได้มีการอัญเชิญเหล่าภูติพิทักษ์ประจำกายของแต่ละคนให้ออกมาช่วยจัดการกับพวกมันด้วย

            ทางด้านโคโตบุกิ สัตว์เทพ 12 นักษัตรมหามนตรา ภูติพิทักษ์ประจำกายของอันจิน จะใช้พลังเวทย์ธาตุต่างๆ ในการจัดการกับเหล่าอสูรโยไคที่อยู่ตรงหน้า

            โคโตบุกิ ภูติพิทักษ์สัตว์เทพ 12 นักษัตรมหามนตรานั้นจะมีหัวเป็นมังกรที่มีเขาเป็นแพะ หูเป็นกระต่าย และจมูกเป็นหมู 1 หัว มีผมเป็นม้าที่ตรงบริเวณสันคอ ตามด้วยหัวสุนัขที่มีหูเป็นหนูอีก 2 หัว มีกายท่อนหน้ากับปีกเป็นไก่ หน้าท้องเป็นลิง ท่อนหลังเป็นเสือ และมีหางเป็นหัวงูที่มาพร้อมกับส่วนเขาเป็นวัว

            ทางด้านชิสะ สิงห์สุวาน (สิงโตผสมกับสุนัข) แห่งคิมหันต์ กับโคมะอินุ สิงห์สุวานแห่งเหมันต์ สองภูติพิทักษ์ประจำกายของเทนไก ก็ได้ทำการเปิดฉากโจมตีใส่เหล่าอสูรโยไคที่อยู่ตรงหน้า

            โดยชิสะ ภูติพิทักษ์สิงห์สุวานแห่งคิมหันต์จะทำการพ่นไฟอันร้อนระอุใส่พวกมัน และโคมะอินุ ภูติพิทักษ์สิงห์สุวานแห่งเหมันต์ก็จะทำการพ่นควันน้ำแข็งอันเย็นยะเยือกออกมา เพื่อแช่แข็งร่างของพวกมัน ก่อนที่จะพุ่งเข้ากระโจนใส่จนทำให้ร่างพวกมันที่ถูกแช่แข็งได้แตกกระจายออกมา

            ทางด้านโฮมุระแพนด้า หมีแพนด้าแห่งไฟโลกันตร์ ภูติพิทักษ์ประจำกายของยาสุเกะก็ได้ทำการหมุนตีลังกาแล้วพุ่งเข้าชนใส่เหล่าอสูรโยไคที่อยู่ตรงหน้าอย่างไม่ยั้ง ในขณะเดียวกันนั้น ก็ได้มีเปลวไฟอันร้อนระอุพุ่งขึ้นมาจากบนพื้นไปตามทิศทางการเคลื่อนที่ของมัน ส่วนทางด้านโฮะโนเค็นโทคาเงะ กิ้งก่าเพลิงหางดาบ ภูติพิทักษ์ประจำกายของโซกิก็ได้พุ่งเข้าไปฟาดหางดาบใส่พวกอสูรโยไคที่อยู่ตรงหน้า พร้อมกับพ่นลูกไฟใส่พวกมันอย่างต่อเนื่อง

            ส่วนทางด้านไบร์ทกันด้า พญานกสองหัวแห่งแสงอำไพตัวแม่ ภูติพิทักษ์ประจำกายของมาเรีย และไลท์เบอรันด้า พญานกสองหัวแห่งแสงอำไพตัวลูก ภูติพิทักษ์ประจำกายของกราเซียนั้นต่างก็รีบทำการปล่อยพลังธาตุต่างๆ เพื่อโจมตีใส่เหล่าอสูรโยไคที่อยู่ตรงหน้าด้วยความต่อเนื่อง

            ทางด้านฮายาอิดาโช นกกระจอกเทศแห่งความเร็วแสง ภูติพิทักษ์ประจำกายของมาจิรันนั้นก็รีบวิ่งเข้าไปพุ่งชนใส่เหล่าอสูรโยไคที่อยู่ตรงหน้าด้วยความเร็วแสงอย่างต่อเนื่อง ส่วนทางด้านคาจิราฟุ ยีราฟแห่งเปลวไฟ ภูติพิทักษ์ประจำกายของไรเร็นนั้นก็ได้ทำการพ่นเปลวไฟอันร้อนระอุดั่งนรกอเวจีออกมา เพื่อจัดการกับเหล่าอสูรโยไคที่อยู่ตรงหน้าอย่างไม่ยั้ง

            ทางด้านมิสึรุ นกกระเรียนแห่งสายน้ำ ภูติพิทักษ์ประจำกายของจินซาเอม่อนนั้นก็รีบบินเข้าพุ่งชนใส่เหล่าอสูรโยไคที่อยู่ตรงหน้าด้วยความเร็วสูง ในระหว่างนั้น ก็ได้มีสายธารที่มีขนาดยาวและเต็มไปด้วยละอองน้ำลอยอยู่บนกลางอากาศไปตามทิศทางการเคลื่อนที่ของมันด้วย

    คล้ายกับเรื่องเจ้าหญิงฮิเมรากิ กับไข่มุกแห่งภูผา (Himeragi Princess and The Pearl of Mountain) ที่คุณอ่าน