ไตรภพขับรถตาม Google Map ไปยังหมู่บ้านอัสดางหมู่บ้านแห่งนี้เป็นคฤหาสน์อยู่ทางทิศตะวันออกไม่ไกลจากอำเภอเมืองมากนักมีระบบการรักษาความปลอดภัยที่เข้มงวด
เอี๊ยด
ไตรภพจอดรถในปั้มน้ำมันอยู่ก่อนถึงหมู่บ้านอัสดางหนึ่งร้อยเมตรเขมิกามองไตรภพอย่างสงสัยว่าจะเข้ามาจอดที่ปั้มน้ำมันทำไม
“เธอรอที่นี่เดี๋ยวฉันมา”
“นายจะไปไหน ?”
“มีธุระจะคุยกับฉันไม่ใช่หรอฝากเฝ้ารถฉันด้วยแล้วกัน นี่กุญแจ”
ไตรภพหยิบกุญแจรถในกระเป๋าวางไว้บนมือหญิงสาวก่อนที่จะเดินออกไปจากปั้มน้ำมัน เขารู้สึกลึก ๆ ว่าเขมิกาไว้ใจได้จึงไม่ได้กังวลอะไรที่จะฝากกุญแจไว้
เมื่อพ้นที่ลับตาชายหนุ่มโคจรวิชาตัวเบามังกรเทพเคลื่อนย้าย พริบตาเดียวในทะยานเข้าไปในหมู่บ้านโชคดีที่บ้านเลขที่ 99อยู่ด้านในสุด สังเกตง่าย จึงหาได้ไม่ยาก ไตรภพรีบทะยานร่างไปทันที
ฟึบ
ไตรภพสังเกตเห็นกล้องวงจรปิดหน้าบ้านจึงใช้พลังลมปราณกระแทกกล้องวงจรปิดจนแตก จากนั้นได้กดออดหน้าบ้านเลขที่ 99
ออดดดดดดดดดดดดดดดดดดดด
ตึง ตึง
คฤหาสน์หลังนี้กว้างประมาณหนึ่งไร่ชายสวมใส่ชุดสีดำสามคน เดินมาที่ประตูใหญ่หน้าบ้าน มองไตรภพอย่างดุร้าย
“แกเป็นใคร”
“ไปเรียกเจ้านายแกออกมา”
“ไอเด็กนี่เฮ้ย อุ้มมันเข้าไปสั่งสอนในบ้าน”
ชายที่เอ่ยถามไตรภพทนคำพูดของชายหนุ่มไม่ไหวสั่งลูกน้องอีกสองคนให้อุ้มไตรภพทันทีเขาได้รับผิดชอบในส่วนของการรักษาความปลอดภัยในบ้านหลังนี้จึงไม่อยากให้มีอะไรผิดพลาด
ตุบ ตุบ
ไตรภพพุ่งเข้าหาชายทั้งสองคนทันทีโดยไม่รอให้พวกเขาเข้ามาหาก่อนเหวี่ยงหมัดไปที่ท้อง ความหนักของหมัดที่โคจรด้วยพลังลมปราณมีน้ำหนักมากถึงหนึ่งตัน พวกเขาจึงสลบไปโดยไม่ทันได้ทำอะไร
ฟึบ
ไตรภพเคลื่อนร่างเข้าไปหาชายดุร้ายคนนั้นบีบคออย่างแน่น ดวงตามองประสานไปที่ชายคนนั้น ซึ่งกำลังดิ้นอย่างทรมาน
“พาฉันเข้าไป”
“ไม่อ๊ากกกกกกก”
ไตรภพเพิ่มแรงบีบจนชายคนนั้นเริ่มจะหายไปไม่ออกสุดท้ายเขาได้พาไตรภพเข้าไปในตัวบ้านในระหว่างทางที่กำลังจะเข้าไปที่ประตูด้านหน้าของตัวบ้านไตรภพเหลือบเห็นผู้คุ้มกันสองคนถือปืนอาก้า ยืนเฝ้าประตูซ้ายขวา
“ขอบใจ”
พลั่วะ
ไตรภพชกไปที่ท้องของชายคนนั้นจนแน่นิ่งไปแม้ว่าเขาจะโหดเหี้ยม แต่ทั้งสามคนยังไม่ได้เล็งอาวุธมาที่เขาเขาจึงยังคงเมตตาปราณีโดยทำให้สลบไปเท่านั้น
ฟิ้ว ฟิ้ว
ไตรภพเคลื่อนที่อย่างรวดเร็วขาขวาเตะก้านคอชายด้านซ้าย ส่วนขาซ้ายตวัดเตะด้านคอคนด้านขวา เพียงแวบเดียว ทั้งสองคนได้ล้มลงเหตุการณ์เมื่อครู่ผ่านไปแค่สองวินาทีเท่านั้น
ชั้นสองในคฤหาสน์ชายชุดดำได้สูบบุหรี่ด้วยความเบิกบานรอลูกน้องเขาติดต่อมาเท่านั้น หากได้ของที่ประมูลมาได้ผลประโยชน์มหาศาลจากเจ้านายเขาย่อมตกถึงเขาแน่นอน
“เทคนิคการบ่มเพาะ!”
แต่ก่อนตัวเขาเองเป็นแค่หัวหน้าแก๊งใหญ่ในจังหวัดพิจิตรเท่านั้นมีลูกน้องใต้บังคับบัญชากว่าร้อยคน เรียกได้ว่าทรงอิทธิพลมากในจังหวัดแม้จะไม่ได้เป็นแก๊งเดียวที่คุมจังหวัดก็ตาม
เขาเองก็เป็นผู้ฝึกยุทธ์คนหนึ่งแต่อยู่แค่ระดับสี่ ไม่ได้โดดเด่นอะไรเลยหากจะนำไปเทียบกับกองร้อยพิเศษในกองทัพจังหวัดพิจิตรหรือแม้แต่ผู้ฝึกยุทธ์คนอื่น ๆ โชคชะตาทำให้เขาได้พบกับคนลึกลับผู้หนึ่งโลกของเขาก็เปลี่ยนแปลงไป
เพียงระยะเวลาแค่ห้าปีเขากลายเป็นผู้ฝึกยุทธ์ ขั้นปรับร่างกาย ระดับที่สิบถือว่าแข็งแกร่งที่สุดในประเทศไทยแล้วในโลกแห่งผู้ฝึกยุทธ์แต่เมื่อเขาค้นพบความจริงบางอย่าง เขาได้แต่โอดครวญในความคิดที่เป็นกบในกะลาของเขา
โลกนี้ยังมีสิ่งที่เหนือกว่าผู้ฝึกยุทธ์นั่นคือ ผู้บ่มเพาะ ชายลึกลับคนนั้นเองก็เป็นผู้บ่มเพาะ ทั้งยังแข็งแกร่งมากพอที่จะจัดการเขาได้โดยกระบวนท่าเดียว
จากหนึ่งในแก๊งใหญ่ในจังหวัดเขาได้แผ่ขยายอิทธิพลไปจนสามารถกำจัดแก๊งขู่แข่งต่าง ๆ ได้ มีอำนาจเหนือกองทัพเหนือภาครัฐในจังหวัด เป็นเพราะชายลึกลับที่เขานับถือเป็นเจ้านาย
ภารกิจวันนี้เป็นภารกิจที่สำคัญมากที่สุดเขาได้รับคำสั่งมาว่าไม่ว่าอย่างไรจะต้องนำเอาโสมหิมะพันปีจำนวนสามต้นและตราลัญจกรของจักรพรรดิปูยีมาให้ได้ แล้วชายลึกลับผู้นั้นจะสอนเทคนิคการบ่มเพาะให้
ณ ตอนนี้เขาได้แต่สูบบุหรี่ แย้มยิ้มด้วยความพึงพอใจ หากกลายเป็นผู้บ่มเพาะได้จริง ๆเขาจะพาแก๊งของเขาผงาดยึดครองประเทศนี้
ก๊อก ก๊อก
“ใคร”
ชายชุดดำเอ่ยถามแต่ไร้เสียงการตอบรับใด ๆ ประตูยังคงถูกเคาะอีกครั้ง เขาวางบุหรี่ลงเดินไปเปิดประตูนั้นอย่างไม่สบอารมณ์
“ทำไมไม่เข้ามาวะโอย”
ชายชุดดำกำลังจะบ่นทันทีที่เปิดประตู ร่างของเขาก็ปลิวจากประตูกระแทกไปที่โต๊ะทำงานจนหักเป็นสองท่อนเขาร้องโอดครวญอย่างเจ็บปวด เมื่อมองไปที่ประตู เห็นเด็กหนุ่มวัยเยาว์คนหนึ่งหน้าตาหล่อเหลา จึงตะโกนถามอย่างโกรธเคือง
“แกเป็นใครกัน”
“โอ้ ! ส่งคนมาอุ้มฉัน จะขโมยของประมูลยังมีหน้ามาถามอีกว่าฉันเป็นใคร”
ไตรภพยักไหล่ตอบด้วยน้ำเสียงเรียบเฉยชายฉกรรจ์ที่เฝ้าอยู่ในตัวคฤหาสน์ล้วนถูกชายหนุ่มจัดการทำให้สลบหมดแล้วในตอนนี้จึงเหลือแค่ชายตรงหน้าแค่คนเดียวที่ยังมีสติอยู่
“กะ แก… แกคือ คนที่ประมูลตราลัญจกรและโสมหิมะพันปีได้?”
“ใช่แล้วฉันเอง แกกล้ามากนะที่ทำแบบนั้น”
ไตรภพค่อย ๆเดินไปจนหยุดอยู่ตรงหน้าของชายชุดดำ ร่างของชายชุดดำตอนนี้อยู่กึ่งกลางโต๊ะทำงานที่หักเป็นสองท่อนเขาพยายามตะเกียกตะกายลุกขึ้นมาเพื่อไม่ให้เสียหน้า
ผลั่วะ
ไตรภพใช้ขาขวาเตะไปที่ใบหน้าของชายชุดดำจนหน้าเขาหันไปอีกทาง ฟันแท้ในปากหลุดออกหลายซี่
“กลัวไม่เท่ากันฉันแถมอีกข้าง”
ผลั่วะ
ชายหนุ่มใช้ขาซ้ายแตะไปที่ใบหน้าอีกข้างของชายชุดดำตอนนี้ฟันของชายชุดดำหักออกจนหมดปากแล้ว เขาบ้วนฟันออกมา เลือดสด ๆได้ไหลรินลงพื้นพร้อมกับฟันในปากเขา
“กะ แก…”
“ตอบฉันมาแกต้องการของประมูลไปทำไม ?”
ไตรภพเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงคาดคั้นลางสังหรณ์ของชายหนุ่มบ่งบอกว่าเรื่องนี้ต้องมีสิ่งผิดปกติบางอย่างไม่น่าจะใช่แค่การเอาของประมูลไปสะสมเท่านั้น
“ฉันไม่บอกแกหรอก”
ชายชุดดำพยายามจะพยุงตัวเองขึ้นมาเขาเป็นถึงผู้ฝึกยุทธ์ขั้นปรับร่างกายระดับที่สิบ แล้วทำไมถึงไม่สามารถสู้กับเด็กหนุ่มตรงหน้าได้เลยนี่มันเรื่องอะไรกัน
“วันนี้เจอแต่คนปากแข็งดูเหมือนถามดี ๆ จะไม่ตอบสินะ”
ไตรภพลอบสำรวจร่างกายของชายชุดดำร่างกายของเขาไหลเวียนด้วยพลังยุทธ์หนาแน่นจนถึงขั้นปรับร่างกายระดับที่สิบเทียบเท่ากับร่างหงส์น้ำแข็งของมะลิเลย เรื่องนี้อาจจะไม่ใช่ธรรมดาเสียแล้ว
“กะแกเป็นผู้ฝึกยุทธ์ ?”
ชายชุดดำเอ่ยถามไตรภพอย่างตะกุกตะกักในบรรดาผู้ฝึกยุทธ์เขาเชื่อว่าเขาแข็งแกร่งที่เป็นลำดับต้น ๆมีเพียงคนที่นับนิ้วได้ที่จะพอต่อสู้กับเขาแล้วทำไมเขาจึงพ่ายแพ้อย่างหมดรูปเช่นนี้
ตึง
ไตรภพใช้พลังลมปราณจ้องไปร่างของชายชุดดำยกตัวเขาให้ลอยขึ้น ศีรษะของชายชุดดำติดเพดานห้องก่อนที่ไตรภพจะปล่อยลงมากระแทกพื้นซ้ำไปซ้ำมานับสิบรอย
ตอนนี้ร่างกายของชายชุดดำโชกไปด้วยเลือดทั้งกระดูกศีรษะและขาปริแตก จากการกระแทกอย่างรุนแรง ร่างกายของเขาปวดร้าวยิ่งนัก
“ฉันไม่บอกแกหรอกเจ้านายฉันไม่ปล่อยแกไว้แน่”
“เจ้านายแก ?ฮึ ดูเหมือนต้องใช้วิธีทรมานแกด้วยวิธีอื่น”
ไตรภพใช้วิธีเดียวกันกับเหตุการณ์ในตอนบ่ายใช้มือขวาจับไปบริเวณหัวใจของชายชุดดำ ค่อย ๆ ขยำ ความรู้สึกของชายชุดดำทรมานมากยิ่งกว่ามดนับล้านตัวมาเกาะชอนไชหัวใจเขา
“บะ บอกบอกแล้ว ฉะ ฉัน ไม่ไหวแล้ว”
สุดท้ายชายชุดดำก็ยอมแพ้เขาไม่อาจทนกับทัณฑ์ทรมานเช่นนี้ได้ การบีบบริเวณหัวใจของไตรภพไม่ใช่แค่ใช้แค่พลังทางกายภาพเท่านั้นแต่ยังแผ่พุ่งพลังลมปราณสีม่วงเข้าไปที่บริเวณเส้นเลือดต่าง ๆที่เกาะกุมหัวใจอยู่อีก
“แกคือใครแล้วแกเอาโสมหิมะและตราลัญจกรไปทำไม”
“ฉันชื่อคงอินทร์เป็นหัวหน้าแก๊งพยัคฆ์ครามในจังหวัดน่านเจ้านายฉันสั่งให้ฉันมาประมูลตราลัญจกรและโสมหิมะไป”
“เจ้านายแกคือใคร?”
ไตรภพเอ่ยถามออกมาชายชุดดำได้แต่อ้ำอึ้ง ไม่รู้สมควรจะบอกอย่างไรตัวเขาเองก็ไม่เคยเห็นใบหน้าที่แท้จริงของเจ้านาย เพียงรู้จักกันผ่านเสียงเท่านั้น
สุดท้ายไตรภพได้คาดคั้นข้อมูลจนเป็นที่น่าพอใจตอนนี้ในใจของไตรภพหนักอึ้งเป็นอย่างยิ่ง เป็นที่แน่นอนแล้วว่าในโลกแห่งนี้กลับมีผู้บ่มเพาะอยู่ไม่ใช่แค่ตัวเขาเองที่เป็นผู้บ่มเพาะเท่านั้น
เจ้านายของชายชุดดำผู้นี้จะต้องอยู่ในระดับเดียวกับเขาแน่นอนไม่เช่นนั้นคงไม่รู้ความลับที่จะบ่มเพาะพลังโดยใช้โสมหิมะอายุหนึ่งพันปีและตราลัญจกรเพื่อรองรับการตัดผ่าน
“ไปเอาโสมหิมะมาให้ฉัน”
“ตะ แต่”
“ฉันไม่พูดเป็นครั้งที่สอง”
ชายชุดดำตะเกียกตะกายหยิบโสมหิมะอายุหนึ่งพันปีที่บรรจุในกล่องเช่นเดียวกับที่ไตรภพได้ส่งให้กับชายหนุ่มอย่างกล้า ๆ กลัว ๆ
“แกมีเงินเท่าไหร่กัน?”
“ถะถ้าตอนนี้มีอยู่สามร้อยสี่สิบล้าน”
“ฉันถามว่ามีเงินทั้งหมดเท่าไหร่ถ้าฉันพบว่าแกโกหก ฉันจะฆ่าแกตอนนี้”
ไตรภพแผ่พุ่งสายตาสังหารสบตากับสายตาคงอินทร์เขารู้ว่าเงินของคงอินทร์ไม่ได้มีแค่นี้อย่างแน่นอนแค่คฤหาสน์ของเขาก็ประเมินมูลค่าได้เป็นร้อยล้านแล้ว
“หนึ่งพันสามร้อยสี่สิบล้าน”
“ดีโอนมาบัญชีฉัน”
คงอินทร์โอนเงินไปที่บัญชีไตรภพด้วยสีหน้าสิ้นหวังเงินเก็บทั้งชีวิตของหมดสูญสลายไปหมด แต่ก็ยังดีกว่าถูกฆ่าตายที่นี่อย่างน้อยมันก็ยังมีแก๊งพยัคฆ์ครามอยู่ ในอนาคตเขาต้องเอาคืนชายหนุ่มให้ได้จับมาแล่เนื้อและทรมานทั้งเป็นจนกว่าจะตาย
ปึก
ไตรภพใช้นิ้วชี้จี้ลงบริเวณท้องของคงอินทร์อันเป็นที่ที่กักเก็บพลังยุทธ์ ตอนนี้เขาได้ทำลายพลังยุทธ์ของคงอินทร์แล้วร่างกายของคงอินทร์จึงไม่แตกต่างใด ๆ จากคนธรรมดา
“กะ แก”
คงอินทร์รู้สึกว่าพลังยุทธ์ค่อยๆ หายไป คำรามในคอด้วยความเสียใจ ร่างกายที่ได้รับการกระทบกระเทือนและจิตใจอันบอบช้ำได้ทำให้เขาสลบไป
“ฮึไหนลองดูตู้เซฟแกสิว่ามีอะไร”
ตู้ม