Emperor of the Immortal God

    ตอนที่ 45 บุกคฤหาสน์

    ไตรภพขับรถตาม Google Map ไปยังหมู่บ้านอัสดางหมู่บ้านแห่งนี้เป็นคฤหาสน์อยู่ทางทิศตะวันออกไม่ไกลจากอำเภอเมืองมากนักมีระบบการรักษาความปลอดภัยที่เข้มงวด

     

    เอี๊ยด

     

    ไตรภพจอดรถในปั้มน้ำมันอยู่ก่อนถึงหมู่บ้านอัสดางหนึ่งร้อยเมตรเขมิกามองไตรภพอย่างสงสัยว่าจะเข้ามาจอดที่ปั้มน้ำมันทำไม

     

    “เธอรอที่นี่เดี๋ยวฉันมา”

     

    “นายจะไปไหน ?”

     

    “มีธุระจะคุยกับฉันไม่ใช่หรอฝากเฝ้ารถฉันด้วยแล้วกัน นี่กุญแจ”

     

    ไตรภพหยิบกุญแจรถในกระเป๋าวางไว้บนมือหญิงสาวก่อนที่จะเดินออกไปจากปั้มน้ำมัน เขารู้สึกลึก ๆ ว่าเขมิกาไว้ใจได้จึงไม่ได้กังวลอะไรที่จะฝากกุญแจไว้

     

    เมื่อพ้นที่ลับตาชายหนุ่มโคจรวิชาตัวเบามังกรเทพเคลื่อนย้าย พริบตาเดียวในทะยานเข้าไปในหมู่บ้านโชคดีที่บ้านเลขที่ 99อยู่ด้านในสุด สังเกตง่าย จึงหาได้ไม่ยาก ไตรภพรีบทะยานร่างไปทันที

     

    ฟึบ

     

    ไตรภพสังเกตเห็นกล้องวงจรปิดหน้าบ้านจึงใช้พลังลมปราณกระแทกกล้องวงจรปิดจนแตก จากนั้นได้กดออดหน้าบ้านเลขที่ 99

     

    ออดดดดดดดดดดดดดดดดดดดด

    ตึง ตึง

     

    คฤหาสน์หลังนี้กว้างประมาณหนึ่งไร่ชายสวมใส่ชุดสีดำสามคน เดินมาที่ประตูใหญ่หน้าบ้าน มองไตรภพอย่างดุร้าย

     

    “แกเป็นใคร”

     

    “ไปเรียกเจ้านายแกออกมา”

     

    “ไอเด็กนี่เฮ้ย อุ้มมันเข้าไปสั่งสอนในบ้าน”

     

    ชายที่เอ่ยถามไตรภพทนคำพูดของชายหนุ่มไม่ไหวสั่งลูกน้องอีกสองคนให้อุ้มไตรภพทันทีเขาได้รับผิดชอบในส่วนของการรักษาความปลอดภัยในบ้านหลังนี้จึงไม่อยากให้มีอะไรผิดพลาด

     

    ตุบ ตุบ

     

    ไตรภพพุ่งเข้าหาชายทั้งสองคนทันทีโดยไม่รอให้พวกเขาเข้ามาหาก่อนเหวี่ยงหมัดไปที่ท้อง ความหนักของหมัดที่โคจรด้วยพลังลมปราณมีน้ำหนักมากถึงหนึ่งตัน พวกเขาจึงสลบไปโดยไม่ทันได้ทำอะไร

     

    ฟึบ

     

    ไตรภพเคลื่อนร่างเข้าไปหาชายดุร้ายคนนั้นบีบคออย่างแน่น ดวงตามองประสานไปที่ชายคนนั้น ซึ่งกำลังดิ้นอย่างทรมาน

     

    “พาฉันเข้าไป”

     

    “ไม่อ๊ากกกกกกก”

     

    ไตรภพเพิ่มแรงบีบจนชายคนนั้นเริ่มจะหายไปไม่ออกสุดท้ายเขาได้พาไตรภพเข้าไปในตัวบ้านในระหว่างทางที่กำลังจะเข้าไปที่ประตูด้านหน้าของตัวบ้านไตรภพเหลือบเห็นผู้คุ้มกันสองคนถือปืนอาก้า ยืนเฝ้าประตูซ้ายขวา

     

    “ขอบใจ”

     

    พลั่วะ

     

    ไตรภพชกไปที่ท้องของชายคนนั้นจนแน่นิ่งไปแม้ว่าเขาจะโหดเหี้ยม แต่ทั้งสามคนยังไม่ได้เล็งอาวุธมาที่เขาเขาจึงยังคงเมตตาปราณีโดยทำให้สลบไปเท่านั้น

     

    ฟิ้ว ฟิ้ว

     

    ไตรภพเคลื่อนที่อย่างรวดเร็วขาขวาเตะก้านคอชายด้านซ้าย ส่วนขาซ้ายตวัดเตะด้านคอคนด้านขวา เพียงแวบเดียว ทั้งสองคนได้ล้มลงเหตุการณ์เมื่อครู่ผ่านไปแค่สองวินาทีเท่านั้น

     

    ชั้นสองในคฤหาสน์ชายชุดดำได้สูบบุหรี่ด้วยความเบิกบานรอลูกน้องเขาติดต่อมาเท่านั้น หากได้ของที่ประมูลมาได้ผลประโยชน์มหาศาลจากเจ้านายเขาย่อมตกถึงเขาแน่นอน

     

    “เทคนิคการบ่มเพาะ!”

     

    แต่ก่อนตัวเขาเองเป็นแค่หัวหน้าแก๊งใหญ่ในจังหวัดพิจิตรเท่านั้นมีลูกน้องใต้บังคับบัญชากว่าร้อยคน เรียกได้ว่าทรงอิทธิพลมากในจังหวัดแม้จะไม่ได้เป็นแก๊งเดียวที่คุมจังหวัดก็ตาม

    เขาเองก็เป็นผู้ฝึกยุทธ์คนหนึ่งแต่อยู่แค่ระดับสี่ ไม่ได้โดดเด่นอะไรเลยหากจะนำไปเทียบกับกองร้อยพิเศษในกองทัพจังหวัดพิจิตรหรือแม้แต่ผู้ฝึกยุทธ์คนอื่น ๆ โชคชะตาทำให้เขาได้พบกับคนลึกลับผู้หนึ่งโลกของเขาก็เปลี่ยนแปลงไป

     

    เพียงระยะเวลาแค่ห้าปีเขากลายเป็นผู้ฝึกยุทธ์ ขั้นปรับร่างกาย ระดับที่สิบถือว่าแข็งแกร่งที่สุดในประเทศไทยแล้วในโลกแห่งผู้ฝึกยุทธ์แต่เมื่อเขาค้นพบความจริงบางอย่าง เขาได้แต่โอดครวญในความคิดที่เป็นกบในกะลาของเขา

     

    โลกนี้ยังมีสิ่งที่เหนือกว่าผู้ฝึกยุทธ์นั่นคือ ผู้บ่มเพาะ ชายลึกลับคนนั้นเองก็เป็นผู้บ่มเพาะ ทั้งยังแข็งแกร่งมากพอที่จะจัดการเขาได้โดยกระบวนท่าเดียว

     

    จากหนึ่งในแก๊งใหญ่ในจังหวัดเขาได้แผ่ขยายอิทธิพลไปจนสามารถกำจัดแก๊งขู่แข่งต่าง ๆ ได้ มีอำนาจเหนือกองทัพเหนือภาครัฐในจังหวัด เป็นเพราะชายลึกลับที่เขานับถือเป็นเจ้านาย

     

    ภารกิจวันนี้เป็นภารกิจที่สำคัญมากที่สุดเขาได้รับคำสั่งมาว่าไม่ว่าอย่างไรจะต้องนำเอาโสมหิมะพันปีจำนวนสามต้นและตราลัญจกรของจักรพรรดิปูยีมาให้ได้ แล้วชายลึกลับผู้นั้นจะสอนเทคนิคการบ่มเพาะให้

     

    ณ ตอนนี้เขาได้แต่สูบบุหรี่ แย้มยิ้มด้วยความพึงพอใจ หากกลายเป็นผู้บ่มเพาะได้จริง ๆเขาจะพาแก๊งของเขาผงาดยึดครองประเทศนี้

     

    ก๊อก ก๊อก

     

    “ใคร”

     

    ชายชุดดำเอ่ยถามแต่ไร้เสียงการตอบรับใด ๆ ประตูยังคงถูกเคาะอีกครั้ง เขาวางบุหรี่ลงเดินไปเปิดประตูนั้นอย่างไม่สบอารมณ์

     

    “ทำไมไม่เข้ามาวะโอย”

     

    ชายชุดดำกำลังจะบ่นทันทีที่เปิดประตู ร่างของเขาก็ปลิวจากประตูกระแทกไปที่โต๊ะทำงานจนหักเป็นสองท่อนเขาร้องโอดครวญอย่างเจ็บปวด เมื่อมองไปที่ประตู เห็นเด็กหนุ่มวัยเยาว์คนหนึ่งหน้าตาหล่อเหลา จึงตะโกนถามอย่างโกรธเคือง

     

    “แกเป็นใครกัน”

     

    “โอ้ ! ส่งคนมาอุ้มฉัน จะขโมยของประมูลยังมีหน้ามาถามอีกว่าฉันเป็นใคร”

     

    ไตรภพยักไหล่ตอบด้วยน้ำเสียงเรียบเฉยชายฉกรรจ์ที่เฝ้าอยู่ในตัวคฤหาสน์ล้วนถูกชายหนุ่มจัดการทำให้สลบหมดแล้วในตอนนี้จึงเหลือแค่ชายตรงหน้าแค่คนเดียวที่ยังมีสติอยู่

     

    “กะ แก… แกคือ คนที่ประมูลตราลัญจกรและโสมหิมะพันปีได้?”

     

    “ใช่แล้วฉันเอง แกกล้ามากนะที่ทำแบบนั้น”

     

    ไตรภพค่อย ๆเดินไปจนหยุดอยู่ตรงหน้าของชายชุดดำ ร่างของชายชุดดำตอนนี้อยู่กึ่งกลางโต๊ะทำงานที่หักเป็นสองท่อนเขาพยายามตะเกียกตะกายลุกขึ้นมาเพื่อไม่ให้เสียหน้า

     

    ผลั่วะ

     

    ไตรภพใช้ขาขวาเตะไปที่ใบหน้าของชายชุดดำจนหน้าเขาหันไปอีกทาง ฟันแท้ในปากหลุดออกหลายซี่

     

    “กลัวไม่เท่ากันฉันแถมอีกข้าง”

     

    ผลั่วะ

     

    ชายหนุ่มใช้ขาซ้ายแตะไปที่ใบหน้าอีกข้างของชายชุดดำตอนนี้ฟันของชายชุดดำหักออกจนหมดปากแล้ว เขาบ้วนฟันออกมา เลือดสด ๆได้ไหลรินลงพื้นพร้อมกับฟันในปากเขา

     

    “กะ แก…”

     

    “ตอบฉันมาแกต้องการของประมูลไปทำไม ?”

     

    ไตรภพเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงคาดคั้นลางสังหรณ์ของชายหนุ่มบ่งบอกว่าเรื่องนี้ต้องมีสิ่งผิดปกติบางอย่างไม่น่าจะใช่แค่การเอาของประมูลไปสะสมเท่านั้น

     

    “ฉันไม่บอกแกหรอก”

     

    ชายชุดดำพยายามจะพยุงตัวเองขึ้นมาเขาเป็นถึงผู้ฝึกยุทธ์ขั้นปรับร่างกายระดับที่สิบ แล้วทำไมถึงไม่สามารถสู้กับเด็กหนุ่มตรงหน้าได้เลยนี่มันเรื่องอะไรกัน

     

    “วันนี้เจอแต่คนปากแข็งดูเหมือนถามดี ๆ จะไม่ตอบสินะ”

     

    ไตรภพลอบสำรวจร่างกายของชายชุดดำร่างกายของเขาไหลเวียนด้วยพลังยุทธ์หนาแน่นจนถึงขั้นปรับร่างกายระดับที่สิบเทียบเท่ากับร่างหงส์น้ำแข็งของมะลิเลย เรื่องนี้อาจจะไม่ใช่ธรรมดาเสียแล้ว

     

    “กะแกเป็นผู้ฝึกยุทธ์ ?”

     

    ชายชุดดำเอ่ยถามไตรภพอย่างตะกุกตะกักในบรรดาผู้ฝึกยุทธ์เขาเชื่อว่าเขาแข็งแกร่งที่เป็นลำดับต้น ๆมีเพียงคนที่นับนิ้วได้ที่จะพอต่อสู้กับเขาแล้วทำไมเขาจึงพ่ายแพ้อย่างหมดรูปเช่นนี้

     

    ตึง

     

    ไตรภพใช้พลังลมปราณจ้องไปร่างของชายชุดดำยกตัวเขาให้ลอยขึ้น ศีรษะของชายชุดดำติดเพดานห้องก่อนที่ไตรภพจะปล่อยลงมากระแทกพื้นซ้ำไปซ้ำมานับสิบรอย

     

    ตอนนี้ร่างกายของชายชุดดำโชกไปด้วยเลือดทั้งกระดูกศีรษะและขาปริแตก จากการกระแทกอย่างรุนแรง ร่างกายของเขาปวดร้าวยิ่งนัก

     

    “ฉันไม่บอกแกหรอกเจ้านายฉันไม่ปล่อยแกไว้แน่”

     

    “เจ้านายแก ?ฮึ ดูเหมือนต้องใช้วิธีทรมานแกด้วยวิธีอื่น”

     

    ไตรภพใช้วิธีเดียวกันกับเหตุการณ์ในตอนบ่ายใช้มือขวาจับไปบริเวณหัวใจของชายชุดดำ ค่อย ๆ ขยำ ความรู้สึกของชายชุดดำทรมานมากยิ่งกว่ามดนับล้านตัวมาเกาะชอนไชหัวใจเขา

     

    “บะ บอกบอกแล้ว ฉะ ฉัน ไม่ไหวแล้ว”

     

    สุดท้ายชายชุดดำก็ยอมแพ้เขาไม่อาจทนกับทัณฑ์ทรมานเช่นนี้ได้ การบีบบริเวณหัวใจของไตรภพไม่ใช่แค่ใช้แค่พลังทางกายภาพเท่านั้นแต่ยังแผ่พุ่งพลังลมปราณสีม่วงเข้าไปที่บริเวณเส้นเลือดต่าง ๆที่เกาะกุมหัวใจอยู่อีก

     

    “แกคือใครแล้วแกเอาโสมหิมะและตราลัญจกรไปทำไม”

     

    “ฉันชื่อคงอินทร์เป็นหัวหน้าแก๊งพยัคฆ์ครามในจังหวัดน่านเจ้านายฉันสั่งให้ฉันมาประมูลตราลัญจกรและโสมหิมะไป”

     

    “เจ้านายแกคือใคร?”

     

    ไตรภพเอ่ยถามออกมาชายชุดดำได้แต่อ้ำอึ้ง ไม่รู้สมควรจะบอกอย่างไรตัวเขาเองก็ไม่เคยเห็นใบหน้าที่แท้จริงของเจ้านาย เพียงรู้จักกันผ่านเสียงเท่านั้น

     

    สุดท้ายไตรภพได้คาดคั้นข้อมูลจนเป็นที่น่าพอใจตอนนี้ในใจของไตรภพหนักอึ้งเป็นอย่างยิ่ง เป็นที่แน่นอนแล้วว่าในโลกแห่งนี้กลับมีผู้บ่มเพาะอยู่ไม่ใช่แค่ตัวเขาเองที่เป็นผู้บ่มเพาะเท่านั้น

     

    เจ้านายของชายชุดดำผู้นี้จะต้องอยู่ในระดับเดียวกับเขาแน่นอนไม่เช่นนั้นคงไม่รู้ความลับที่จะบ่มเพาะพลังโดยใช้โสมหิมะอายุหนึ่งพันปีและตราลัญจกรเพื่อรองรับการตัดผ่าน

     

    “ไปเอาโสมหิมะมาให้ฉัน”

     

    “ตะ แต่”

     

    “ฉันไม่พูดเป็นครั้งที่สอง”

     

    ชายชุดดำตะเกียกตะกายหยิบโสมหิมะอายุหนึ่งพันปีที่บรรจุในกล่องเช่นเดียวกับที่ไตรภพได้ส่งให้กับชายหนุ่มอย่างกล้า ๆ กลัว ๆ

     

     

    “แกมีเงินเท่าไหร่กัน?”

     

    “ถะถ้าตอนนี้มีอยู่สามร้อยสี่สิบล้าน”

     

    “ฉันถามว่ามีเงินทั้งหมดเท่าไหร่ถ้าฉันพบว่าแกโกหก ฉันจะฆ่าแกตอนนี้”

     

    ไตรภพแผ่พุ่งสายตาสังหารสบตากับสายตาคงอินทร์เขารู้ว่าเงินของคงอินทร์ไม่ได้มีแค่นี้อย่างแน่นอนแค่คฤหาสน์ของเขาก็ประเมินมูลค่าได้เป็นร้อยล้านแล้ว

     

    “หนึ่งพันสามร้อยสี่สิบล้าน”

     

    “ดีโอนมาบัญชีฉัน”

     

    คงอินทร์โอนเงินไปที่บัญชีไตรภพด้วยสีหน้าสิ้นหวังเงินเก็บทั้งชีวิตของหมดสูญสลายไปหมด แต่ก็ยังดีกว่าถูกฆ่าตายที่นี่อย่างน้อยมันก็ยังมีแก๊งพยัคฆ์ครามอยู่ ในอนาคตเขาต้องเอาคืนชายหนุ่มให้ได้จับมาแล่เนื้อและทรมานทั้งเป็นจนกว่าจะตาย

     

    ปึก

     

    ไตรภพใช้นิ้วชี้จี้ลงบริเวณท้องของคงอินทร์อันเป็นที่ที่กักเก็บพลังยุทธ์ ตอนนี้เขาได้ทำลายพลังยุทธ์ของคงอินทร์แล้วร่างกายของคงอินทร์จึงไม่แตกต่างใด ๆ จากคนธรรมดา

     

    “กะ แก”

     

    คงอินทร์รู้สึกว่าพลังยุทธ์ค่อยๆ หายไป คำรามในคอด้วยความเสียใจ ร่างกายที่ได้รับการกระทบกระเทือนและจิตใจอันบอบช้ำได้ทำให้เขาสลบไป

     

    “ฮึไหนลองดูตู้เซฟแกสิว่ามีอะไร”

     

    ตู้ม