ตอนที่ 34 – วางกลยุทธ์
ทวินนาตื่นมาตอนเที่ยง เธอรู้สึกหิวข้าวก็เลยลงไปด้านล่างเลย ก็พบสมาชิกกลุ่มเด็ม.ปลายกำลังนั่งทานข้าวกันอยู่ เมนูตอนเที่ยงมีมากมาย เต็มโต๊ะอาหารไปหมด เป็นสิ่งที่ทวินนาไม่เคยเห็นที่อาณาเขตเธอมาก่อน เธอเดินลงบันไดมาและก็เข้ามานั่งข้างๆ ปราชญา ณปภาก็เลยคดข้าวใส่จานให้เธอด้วย ทำเอาเธอต้องรีบยกมือไหว้ขอบคุณ
“ไม่เป็นไรหรอกจ้ะ” ณปภาบอกออกมาพร้อมรอยยิ้ม “ทานให้อร่อยนะ อย่าให้เหลือล่ะ เดี๋ยวน้าจะเก็บจานไปล้างเอง ไม่ต้องทำหรอก”
“เดี๋ยวหนูช่วยด้วยค่ะ” วรรณสาอาสาขึ้นมา ณปภาเห็นเธออยากทำจริงๆ ก็อนุญาต วรรณสาจึงยิ้มออกมาได้ เธอเพิ่งกลับจากการไปเดินตลาดกับพันธกรและปฏิคมมา
ตลอดเวลาการรับประทานอาหาร ทวินนาได้แต่จ้องไปที่พันธกรโดยที่เขาไม่รู้ตัวเลย แต่ปฏิคมรู้ เขาเอามือกระแซะพันธกรขึ้นมาพร้อมกับบอก “พี่นามองแกอยู่แน่ะ”
“พอเหอะ ไอ้คม” พันธกรพูดกระซิบเบาๆ เพื่อไม่ให้คนอื่นได้ยิน “พี่นาไม่ได้คิดอะไรกับฉันหรอก”
ปฏิคมได้แต่ส่ายหน้า พอทั้งหมดกินอาหารเสร็จ ก็ลุกขึ้นจากโต๊ะแล้วปล่อยจานชามไว้แบบนั้น วรรณสากับณปภาช่วยกันเก็บจานเอาไปล้างในที่อ่างล้างจาน ในตอนนั้นเอง ณปภาก็ถามถึงความคืบหน้าเรื่องของพันธกรจากวรรณสา
“เป็นไงมั่ง?” ณปภาถามขึ้นมา ทำเอาวรรณสาสงสัย
“อะไรหรือคะ?” วรรณสาถามขึ้น ณปภาก็เลยเฉลยออกมา
“เรื่องน้องพันไง ตกลงบอกเขาไปแล้วหรือยัง?” ณปภาถามขึ้น “แต่ถ้าให้เดา น้าว่าน้องสาคงยังไม่ได้บอกสินะ”
“คือ มันก็เกือบจะบอกออกไปแล้วค่ะ เกือบไปแล้ว” วรรณสาเล่าให้ฟังว่าปฏิคมมาขัดพอดี เธอเลยไม่กล้าบอกอีกครั้ง มันต้องใช้ความกล้าหาญมากกว่าจะบอกคำนี้ออกไป แน่นอน แค่บอกคำว่า ‘รัก’มันเป็นคำพูดง่ายๆ แต่ช่างเอ่ยออกมายากเหลือเกิน
“น้าแนะนำให้รีบบอกดีกว่านะ” ณปภาพูดอย่างหวังดี วรรณสาเองก็รู้สึกเช่นนั้นเหมือนกัน เธอขอบคุณณปภาออกมา แล้วก็เอาจานที่ล้างเสร็จแล้วไปคว่ำในที่คว่ำจาน
หลังจากทำงานเสร็จไปแล้ว วรรณสาก็ขึ้นไปบนห้องนอนของกมลและทวินนา เธอถอนหายใจออกมาเมื่อนึกถึงอัมพร ตอนนี้เธออยู่คนเดียวบนชั้นสาม และไม่มีทีท่าว่าจะลงมาเลย นอกจากเวลารับประทานอาหารเท่านั้น
“อ้าว? น้องสา ล้างจานเสร็จแล้วเหรอ?” ทวินนาถามขึ้นมา กมลก็หันไปมองเธอ วรรณสาก็พยักหน้า
“ดีนะ เป็นคนรักความสะอาด” ทวินนาบอกขึ้นมา แล้วก็พูดต่อ “ใครได้ไปเป็นแฟนคงสบายน่าดู”
จู่ๆ ทวินนาก็พูดแบบนั้นออกมา ทำเอาวรรณสาเงยหน้าจากพื้นขึ้นมามองทวินนา เพราะน้ำเสียงของทวินนาฟังดูไม่ค่อยพอใจเท่าไหร่ เหมือนจะไม่พอใจเธอเลย
“หนูยังไม่อยากมีแฟนหรอกค่ะ” วรรณสาโกหกตัวเอง แต่ทวินนาส่ายหน้า ก่อนจะบอกสิ่งที่วรรณสาคาดไม่ถึงออกมา
“น้องสาชอบน้องพันใช่ไหม?” ทวินนาตัดสินใจถามออกมาตรงๆ เลย เล่นเอาวรรณสาสะดุ้งสุดตัว แล้วหน้าเธอก็แดงขึ้นมาเป็นมะเขือเทศ ฝ่ายกมลที่นั่งในห้องก็หันไปมองทวินนากับวรรณสาสลับกัน แล้วก็พูด
“จริงเหรอ?” กมลถามออกมาอย่างไม่อยากเชื่อ “น้องสาชอบน้องพันเหรอ?”
“ไม่ค่ะ ไม่ได้ชอบ” วรรณสารีบแก้ตัว แต่ทวินนากลับบอกออกมาอีกอย่าง
“พี่น่ะรู้เรื่องของน้องพันทุกอย่างแหละ” ทวินนาพูดออกมาพร้อมกับจ้องหน้าวรรณสาเขม็ง “แล้วรู้ไหมว่ามันหมายความว่าอะไร?”
“เอ๋?” วรรณสาไม่เข้าใจคำถามของทวินนา ทวินนาก็เลยส่ายหน้าและบอกปัดไปเลย
“ไม่ต้องสนใจหรอก พี่ก็พูดอะไรงี่เง่าไปแบบนั้นเหมือนกันแหละ” ทวินนาส่ายหน้าอีกครั้ง ก่อนจะเดินไปที่เตียงแล้วก็ล้มตัวลงนอนไปเลย ทั้งๆ ที่เพิ่งกินข้าวเสร็จ วรรณสาเลยเดินไปตรวจสอบกระเป๋ายาปฐมพยาบาล พบว่ายามันเริ่มเหลือน้อยลงแล้วจริงๆ
“ที่นี่มีโรงพยาบาลไหมคะ?” เธอถามกมลขึ้นมา กมลก็ยักไหล่ก่อนจะตอบ
“พี่ก็ไม่รู้ ลองไปถามคุณภาสิ” กมลตอบออกมา วรรณสาเลยเดินออกไปจากห้อง แล้วตรงเข้าไปหาณปภาที่ทำงานบ้านอยู่ข้างล่าง โดยมีสายตาของทวินนามองตามตลอด
วรรณสาลงมาถามณปภาว่าที่อาณาเขตนี้มีโรงพยาบาลหรือคลินิกอะไรหรือเปล่า? ฝ่ายณปภาเลยถามว่าถามแบบนั้นไปทำไม?
“คือ ยาของพวกหนูใกล้หมดแล้วน่ะค่ะ” วรรณสาบอกความลำบากของเธอออกมา “ยาที่พกมาจากอาณาเขตใกล้หมดแล้ว หนูเลยอยากไปซื้อยาที่โรงพยาบาล”
“อ๋อ มีสิ” ณปภาบอกพร้อมกับบอกทางให้ วรรณสาพยักหน้าอย่างจำได้ แต่ปัญหาตอนนี้คือเธอไม่มีเงินสักบาทเลย แล้วจะไปซื้อยาได้อย่างไร? ณปภาเห็นดังนั้นก็พอเดาออก เธอเลยเดินเข้าไปในห้องหนึ่ง ก่อนจะหยิบเงินจำนวนหนึ่งมาส่งให้วรรณสา
“อ่ะ เอาไปซื้อยาซะ” ณปภาบอกแก่วรรณสา วรรณสาถึงกับรีบยกมือไหว้ก่อนจะขอบคุณ ทำเอาณปภาต้องรีบรับไหว้อีกแล้ว
“แหม อย่าไหว้น้ามากนัก มันดูเหมือนน้าเป็นคนแก่เลย” ณปภาพูดติดตลก วรรณสาก็อมยิ้ม ก่อนจะถือเงินออกไปจากบ้านของณปภาและไปยังโรงพยาบาล เธอเดินมาไม่กี่ก้าวก็เจอโรงพยาบาลแล้ว มันเป็นอาคารทั้งหมดสี่ชั้น ค่อนข้างใหญ่กว่าโรงพยาบาลในอาณาเขตเธอมากนัก แต่ข้างในก็ยังปิดพัดลมอยู่ เธอเดินขึ้นบันไดเข้าไปในโรงพยาบาล ก่อนจะเมียงมองหาที่ซื้อยา พอเธอเห็น เธอก็เลยเดินเข้าไปหา พร้อมกับบอกยาที่เธอต้องการจะซื้อ เภสัชกรก็เลยจัดการให้
หลังจากได้รับถุงยามาแล้ว วรรณสาก็เดินออกมาจากโรงพยาบาลด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม แต่ในตอนนั้นเอง เธอก็เดินสวนทางกับพันธกรพอดี เธองุนงงว่าพันธกรมาทำอะไรที่โรงพยาบาล?
“อ้าว? พัน” วรรณสาถามขึ้นอย่างแปลกใจ “มาทำอะไรที่โรงพยาบาลล่ะ?”
“มาเอายาแก้ปวดหัวน่ะ” เขาบอกออกมาพร้อมกับจับศีรษะของตัวเอง “จู่ๆ ก็ปวดหัว ไม่รู้เป็นอะไร”
“ในกระเป๋ายาของสาก็มียาแก้ปวด จะถ่อมาถึงที่นี่ทำไม?” วรรณสาถามอย่างไม่เข้าใจจริงๆ พันธกรเลยบอกออกมาว่า เขาไม่รู้ว่าวรรณสาเก็บกระเป๋ายาไว้ที่ไหน? วรรณสาเลยถอนหายใจออกมา
“มานี่ มา” วรรณสาจูงมือพันธกรออกไป พอกลับเข้าไปที่บ้านของณปภา ณปภาก็ถามว่าซื้อยาได้หรือเปล่า?
“อ๋อ ซื้อมาครบแล้วค่ะ” วรรณสายื่นเงินทอนให้ณปภา “นี่ค่ะ เงินทอน”
“ไม่เป็นไร หนูเก็บไว้เถอะ เผื่อต้องซื้อยาอีก” ณปภาว่าอย่างใจดี แต่วรรณสาไม่ยอม ณปภาก็เลยบอกออกมา
“ไม่เป็นไร เชื่อน้า ยังไงน้องสาก็ต้องได้ใช้เงินนั่นอยู่ดี” เธอว่าออกมา แล้วก็มองเห็นพันธกรเดินเข้ามาตามหลัง เธอเลยบอกให้วรรณสารู้ว่าพันธกรอยู่ด้านหลัง
“อ๋อ หนูเจอกับเขาแล้วค่ะ เขาบอกบ่นปวดหัว จริงๆ หนูก็มียานะ ทำไมต้องออกไปซื้อด้วยก็ไม่รู้?” วรรณสาบ่นขึ้นมา พันธกรที่กลับเข้ามาบ้านได้ยินพอดี เขาก็ร้องโอดครวญ
“แหม สา ก็พันไม่รู้จริงๆ นี่ว่าสาเก็บกระเป๋ายาไว้ไหน? ไม่งั้นไม่ไปถึงโรงพยาบาลหรอก” เขาบอกออกมา แล้ววรรณสาก็ถามว่าจะไปซื้อยาแล้วเขามีเงินหรือ?
“ก็ยืมไอ้คมเอา มันบอกยาแก้ปวดราคาไม่เท่าไหร่” พันธกรพูดขึ้นมา “พันปวดหัวจะแย่อยู่แล้ว สาช่วยเอายามาให้กินทีสิ”
“ได้ๆ” เธอเลยจัดการล้วงเข้าไปในถุงยา ก่อนจะเอายาแก้ปวดแฝงหนึ่งออกมา แล้วเธอก็ให้เขาหนึ่งเม็ดพร้อมกับให้พันธกรดื่มน้ำตามเข้าไปด้วย เมื่อพันธกรได้กินยาเข้าไปแล้ว เขาก็รู้สึกดีขึ้นทันที
“พันเป็นอะไร? ปวดหัว? ไม่ใช่เป็นไข้เพราะแผลติดเชื้อนะ?” วรรณสาเอ่ยถามอย่างเป็นห่วง พันธกรเลยบอกว่าเขาไม่มีไข้ เขาคงใช้ความคิดมากเกินไปก็เลยปวดศีรษะแบบนี้
“พันคิดเรื่องอะไรเหรอ?” วรรณสาถาม พันธกรเลยตอบออกไป
“อืม กลยุทธ์การรบน่ะ ถ้าหากพวกเอไอมันบุกเข้ามาอีก” พันธกรตอบออกไป “ตอนนี้พันกับไอ้คม แล้วก็พวกพี่วากำลังนั่งประชุมกันอยู่เพื่อจะวางแผนการโจมตี เผื่อพวกเอไอมันเข้ามาโจมตีอีก ตอนนี้กระสุนของพวกเราก็เหลือน้อยลงแล้ว”
“แหม ขอบคุณมากนะ น้องพัน” ณปภาที่ได้ยินเขาพูดก็บอกออกมา “โชคดีที่อาณาเขตเราได้พวกน้องพันมา ประหยัดกำลังของพวกเราไปได้เยอะเลย ต้องขอบคุณมากจริงๆ นะที่ช่วยเหลืออาณาเขตของเรา”
“ผมต้องทำครับ เพราะอาณาเขตแปดเป็นคนเริ่มทุกอย่าง” พันธกรว่าอย่างรู้สึกผิด “ถ้าอาณาเขตแปดไม่คิดต่อต้านพวกเอไอ อาณาเขตอื่นคงไม่โดนโจมตีแบบนี้”
แต่ณปภาก็ไม่ได้ว่าอะไรต่อ พันธกรก็เดินขึ้นกลับห้องไป ณปภาเดินไปยังอีกห้องหนึ่งพร้อมกับขยิบตาให้กับวรรณสา วรรณสาเห็นดังนั้น เธอก็หวนนึกถึงคำพูดของทวินนาที่บอกกับเธอเอาไว้ ก่อนที่เธอจะออกไปซื้อยาที่โรงพยาบาล
พี่รู้เรื่องน้องพันทุกอย่างแหละ แล้วรู้ไหมว่านั่นหมายความว่ายังไง?
“หมายความว่ายังไง?” วรรณสาถามตัวเองขึ้นมา “รู้เรื่องพันทุกอย่าง...มันเหมือนกับว่า...”
หรือว่าพี่ทวินนาจะชอบพันธกร? วรรณสาคิดได้ดังนั้นก็ตกใจ แล้วก็พอจะมั่นใจ เธอสารภาพอ้อมๆ ออกมาจริงๆ นั่นแหละ รู้จักเรื่องของพันธกรทุกเรื่อง ก็แสดงว่าแอบชอบพันธกรน่ะสิ เธอเลยเข้าใจว่าทำไมทวินนาถึงบอกกับเธอด้วยน้ำเสียงไม่ดีเท่าไหร่
“พี่นารู้เหรอว่าเราชอบพัน?” วรรณสาถามตัวเองอีกครั้ง “ต้องใช่แน่ๆ ถึงได้พูดประโยคประชดเราออกมา”
แต่วรรณสาไม่ยอมยกพันธกรให้ใครหรอก เธอตัดสินใจว่าจะสู้กับทวินนา ถึงแม้จะรู้ดีว่าทวินนาเป็นรุ่นพี่ในอาณาเขตที่แปดก็จริงเถอะ แต่เธอไม่ยอมให้พันธกรตกไปอยู่ในมือใครแน่ๆ
ขณะเดียวกัน พวกพันธกรก็กำลังวางแผนกันในห้องนอนของพวกเขา ทรัพย์สินวาดแผนที่อาณาเขตลงในกระดาษ แล้วก็พูดคุยกับคนอื่นๆ พวกเขาคิดกันมานานแล้ว แต่ก็ไม่ได้อะไรมากเท่าไหร่ ปฏิคมหันไปหาพันธกร ขณะที่ทุกคนกำลังคิดแผนตอบโต้อยู่
“ว่าไง? ไอ้พัน? มีอะไรแว่บเข้ามาในสมองไหม? ปกติแกวางแผนเก่งจะตายนี่” ปฏิคมถามเขาขึ้นมา พันธกรก็จับศีรษะอย่างกลับมาปวดอีกแล้ว ก่อนที่เขาจะใช้ปากกาวาดลงไปในกระดาษที่เขียนพื้นที่อาณาเขตเอาไว้ แล้วในที่สุด พวกเขาก็คิดแผนตอบโต้ได้
“น้องพันเก่งจริง” ทรัพย์สินถึงกับชมออกมา “นี่ถ้าไม่ได้น้องพันคิดออก พวกเราคงจนปัญญา”
“ใช่” ปราชญากับวาสุกรีก็เห็นด้วย “น้องพันเก่งเรื่องวางแผนจริงๆ ที่ว่าชอบอ่านหนังสือกลยุทธ์สงครามนั่นคือเรื่องจริงใช่ไหม?”
“ผมก็ไม่ได้เก่งเท่าไหร่หรอกครับ” พันธกรว่าอย่างถ่อมตน “ถ้าไม่ได้พวกพี่ๆ ร่วมหัวกันคิด ผมเองก็นึกแผนไม่ออกเหมือนกัน เออ เอาตามนี้นะ ถ้ามันจะบุกเข้ามาอีก”
“อืม” วาสุกรีพยักหน้าพลางขยับแว่นของตัวเอง ปราชญาที่เห็นวาสุกรีขยับแว่น ก็หันไปหาวาสุกรีก่อนจะถาม “ไอ้วา แกมีแว่นสำรองหรือเปล่า?”
“ทำไมถามแบบนั้น?” วาสุกรีถามปราชญากลับ ปราชญาก็เลยพูดออกมา
“ก็ถ้าแว่นแกเผลอพลาดทำแตกขึ้นมาจะทำยังไง? แกสายตาสั้นไม่ใช่เหรอ? ถ้าไม่มีแว่น แล้วแกจะต่อสู้กับพวกเอไอได้ยังไง?” ปราชญาเลยบอกเหตุผลออกมา ทำเอาวาสุกรีเข้าใจ เขาพยักหน้าไปมา
“นั่นสิเนอะ ถ้าแว่นเกิดแตกหรือหักไป ฉันคงแย่” วาสุกรีเองก็พูดเหมือนกัน “แต่ที่นี่ไม่มีร้านขายแว่นนี่”
“มีนะครับ ในตลาดน่ะ” พันธกรบอกขึ้นมา “ถ้าจำไม่ผิด ผมเห็นร้านขายแว่นในตลาดด้วย พี่วาน่าจะซื้อสักสองสามอันนะครับ”
“แต่พี่ไม่มีเงินนี่” วาสุกรีว่าออกมา ปฏิคมได้ยินดังนั้น จึงล้วงเข้าไปในกระเป๋ากางเกงของเขา พร้อมกับยื่นเงินทั้งหมดให้กับวาสุกรี ฝ่ายวาสกุรีก็มองอย่างสงสัย
“พี่เอาไปใช้เถอะ สำหรับผม มันไม่มีค่าอะไรแล้ว” ปฏิคมบอกออกมา ทำเอาวาสุกรีเกรงใจ เขาพูดตอบกลับไป
“จะดีเหรอน้องคม? นี่มันเงินของน้องไม่ใช่เหรอ?”
“ก็ผมบอกแล้วไงว่ามันอยู่กับผม มันก็ไม่มีค่าอะไร” ปฏิคมพูด “ให้พี่วานั่นแหละดีแล้ว เอาไปซื้อแว่นสายตาซะ จะได้เผื่อเอาไว้สถานการณ์ฉุกเฉิน”
วาสุกรีถอนหายใจออกมาก่อนจะรับเงินมาจากปฏิคม พอเขาได้รับเงินเสร็จแล้วก็เอาเก็บเข้ากระเป๋าทันที ในตอนนั้นเอง วรรณสาก็เข้ามาพร้อมกับถาดใส่คุกกี้กับกาแฟหอมกรุ่น
“มื้อว่างยามบ่ายจ้า” วรรณสาพูดอย่างใจดี ก่อนจะวางถาดลงบนโต๊ะ แล้วเธอก็เห็นว่าพวกทรัพย์สินกำลังวางแผนกลยุทธ์การรบอยู่ที่พื้นห้อง เธอเลยถาม “เป็นไง? คิดกันออกหรือยัง เรื่องแผนต่อสู้น่ะ?”
“คิดออกแล้ว เป็นเพราะน้องพันแท้ๆ” ทรัพย์สินชี้ไปที่พันธกร “ถ้าไม่ได้น้องพันช่วยคิด พวกเราก็คงคิดไม่ออก”
“แหม พี่ บอกแล้วไงว่าพวกเราร่วมหัวกันคิด ไม่ได้มีผมคนเดียว” พันธกรบอกกับทรัพย์สิน วรรณสาเลยยิ้มออกมา ก่อนจะถือถาดคุกกี้ที่เธออบเองมาวางพร้อมกับกาแฟที่พื้นห้อง
“แล้วนี่ภัทรกับชัยไปไหนเนี่ย?” วรรณสาถามขึ้นมาถึงสองคนนั่น ปฏิคมก็เลยตอบออกมาว่า ภัทรไปเล่นฟุตบอลที่โรงเรียน ส่วนชัชชัย น่าจะอยู่กับสุคนธาที่ตลาด
“คนอย่างชัยเนี่ยนะจะยอมไปกับคนอื่นด้วย?” วรรณสาถามอย่างไม่อยากเชื่อ เธอไม่อยากเชื่อเลยว่าคนอย่างชัชชัยจะยอมตามสุคนธาไปด้วย ตอนนั้นเอง ปราชญาก็บอกขึ้นมา
“สงสัยไอ้ชัยคงจะชอบน้องธาล่ะมั้ง?” ว่าแล้ว เขาก็หัวเราะ ทุกคนก็หัวเราะออกมา ในตอนนั้นเอง ชัชชัยก็กลับมาพอดีและได้ยินเรื่องทั้งหมดที่พวกพันธกรว่าออกมา
“ผมไม่ได้ชอบเธอ ไม่ตลกนะครับ” ชัชชัยกล่าวขึ้นมาอย่างไม่พอใจ วรรณสาถึงกับสะดุ้งเมื่อเห็นชัชชัยกลับมาแล้ว ชัชชัยที่เห็นท่าทางของเธอว่าตกใจก็ถามว่าตกใจทำไม?
“แหม ก็เล่นมาไม่ให้สุ้มให้เสียง” วรรณสาบอกออกมา “ก็ต้องตกใจสิ”
“เออ ขอโทษด้วย” ชัชชัยถอนหายใจออกมา ก่อนจะมองไปยังถาดใส่คุกกี้ที่วางบนพื้น ตอนนั้นเอง พันธกรก็ถามขึ้นมาเรื่องของสุคนธา ที่เขาบังเอิญไปเจอชัชชัยกับสุคนธาเดินตลาดด้วยกัน
“เป็นไง?” พันธกรถามขึ้นมา “ไปเดทกับน้องธา เป็นไงมั่ง? สนุกไหม?”
“นี่ ไอ้พัน” ชัชชัยยืนเท้าเอวอย่างไม่สบอารมณ์ “ไปเดทอะไร? ฉันก็แค่ไปกับน้องธาเท่านั้นเอง แค่ไปเดินตลาดด้วยกันเท่านั้นเอง”
“น้องเปลี่ยนไปนะ อ่อนโยนขึ้น” ปราชญาพูดออกมา “ตอนแรกน้องดูแข็งๆ แต่ตอนนี้น้องดูอ่อนโยนขึ้น เป็นเพราะน้องสุคนธาอะไรนั่นหรือเปล่า? ถึงทำให้น้องเป็นแบบนี้”
“ไม่หรอกครับ ผมก็เป็นของผมเหมือนเดิมนั่นแหละ” ชัชชัยเลยเดินมานั่งที่พื้นด้วย พร้อมกับมองแผ่นกระดาษที่วาดพื้นที่อาณาเขตนี้ขึ้นมา เขาก็ถาม “นี่มันอะไรกัน? กำลังทำอะไรกันอยู่เนี่ย?”
“อ๋อ พวกเรากำลังวางแผนตอบโต้มันอยู่น่ะ” วาสุกรีพูดเฉลยออกมา ชัชชัยจึงพยักหน้าแล้วก็หยิบคุกกี้ของวรรณสาขึ้นมากิน ก่อนที่เขาจะชมฝีมือวรรณสาขึ้นมา
“เฮ้ย ใครทำน่ะ? อร่อยมากเลย” เขาถึงกับชมเปาะ “คุณน้าภาเหรอ? ทำอร่อยมากเลย ไม่หวานจนเกินไป”
พันธกรเลยโบ้ยไปทางวรรณสา ชัชชัยเลยหันไปหาเธอ แล้วก็บอกว่า “อร่อยมากเลย สา สาทำเองเหรอ? ทำได้ไงน่ะ เก่งจัง ใครสอนมาเหรอ?”
“แม่น่ะ” วรรณสาตอบออกมา แล้วเธอก็ถอนหายใจออกมา “กินกันเข้าไปเยอะๆ เลยนะ วัตถุดิบมีเต็มตู้เลย จะทำเมื่อไหร่ก็ได้ กินให้อร่อยนะ”
แล้ววรรณสาก็เดินออกไปจากห้องของพวกหนุ่มๆ ชัชชัยเลยถามว่าแผนโต้ตอบพวกเอไอเป็นแผนอะไร? พันธกรก็เลยอธิบายแผนให้เขาฟัง เพราะชัชชัยเองก็ต้องมีส่วนร่วมด้วยในการออกศึกครั้งต่อไป
“อ๋อ แบบนี้นี่เอง” ชัชชัยได้ยินแผนโต้ตอบ เขาก็พยักหน้าอย่างเข้าใจ “เออ ถ้ามันบุกเข้ามาอีกที ก็เอาตามนี้ละกัน”
ในตอนนั้นเอง ภัทรก็กลับมาจากการเล่นบอลแล้ว เหงื่อเขาออกเต็มตัวไปหมด ขณะเข้ามาในห้องของพวกทรัพย์สิน “เฮ้! ทำอะไรกันอยู่” เขามองเห็นถาดใส่คุกกี้จึงโน้มตัวลงมาหยิบด้วย ทำเอาเหงื่อของเขากระเด็นไปโดนหน้าชัชชัย
“เฮ้ย แกไปอาบน้ำก่อนสิ สกปรกชะมัด” ชัชชัยต่อว่าภัทร ภัทรเลยหยิบขนมคุกกี้ขึ้นมากินชิ้นหนึ่ง ก่อนจะเดินไปถอดเสื้อผ้าและอาบน้ำในห้องน้ำ พออาบน้ำใหม่จนสะอาดแล้ว เขาก็สวมเสื้ออีกชุด แล้วก็เข้ามาหาพวกทรัพย์สินภายในห้องเหมือนเดิม
“กำลังทำอะไรกันอยู่?” ภัทรถามขึ้นมา ทรัพย์สินเลยอธิบายออกไปว่าพวกเขากำลังวางแผนการรบ และอธิบายหน้าที่ของภัทรด้วยว่าควรจะอยู่จุดไหน? เมื่อภัทรได้ฟังก็เข้าใจ
“เออ หมดห่วงละ” ภัทรบอกออกมาอย่างสบายใจ “ถ้าเราทำตามแผนก็ชนะแน่ ว่าแต่ ไอ้ชัย ฉันไม่เห็นแกที่โรงเรียน แกไปไหนมา?”
ชัชชัยจะตอบโกหกออกไปอยู่แล้ว แต่พันธกรดันขัดขึ้นเสียก่อน “ไอ้ชัยมันไปเดินตลาดกับน้องธา พวกเราบังเอิญเจอมันพอดี มันสองคนจับมือกันด้วยนะ”
“นี่ ไอ้พัน” ชัชชัยว่าอย่างโมโห “แกจะฉีกหน้าฉันไปถึงไหน? ยังไม่พอใจอีกเหรอ?”
“ฉันไม่ได้ฉีกหน้า ก็ฉันพูดความจริง” พันธกรพูดพร้อมกับยักไหล่ “จะให้ฉันโกหกไอ้ภัทรได้ไง? ฉันก็ต้องพูดความจริงสิ จริงไหม?”
“โห คนอย่างแกเนี่ยนะ ยอมไปกับคนอื่นด้วย?” ภัทรหันมาหาชัชชัย “ปกติแกไม่ชอบคนบังคับไม่ใช่เหรอ? แล้วทำไมคราวนี้ถึงยอมไปกับน้องธาล่ะ?”
“เอ่อ” ชัชชัยรู้สึกเหมือนน้ำท่วมปาก เขาพูดไม่ออก ภัทรเห็นดังนั้นก็รู้ว่าเพื่อนไม่อยากพูด เขาคงจะอายจริงๆ ภัทรเลยเปลี่ยนเรื่องไปเลย เขาหันกลับมาพูดเรื่องกลยุทธ์ที่พวกพันธกรคิดได้
แล้วพันธกรก็บอกให้ภัทรไปตามพวกผู้หญิงมาด้วย เพื่อจะมาช่วยกันให้รับรู้แผนการ ภัทรเองก็อยากไปตามพวกวรรณสาหรอก แต่กับอัมพร เขาไม่อยากขึ้นไปตามเลย อัมพรต้องด่าเขาแน่
“เออ ไปหน่อยเหอะ” พันธกรบอกออกมา “หรือจะให้ฉันไปเรียกเองก็ได้ แกไปเรียกสา พี่มลกับพี่นามาเถอะ”
“เออ ได้” ภัทรได้ยินอย่างนั้นก็หมดห่วง เขาเลยออกจากห้องของพวกผู้ชายแล้วก็ไปเรียกผู้หญิงที่ห้องผู้หญิง ส่วนพันธกรเขาเดินขึ้นไปบนชั้นสาม เข้าไปในห้องของอัมพรก่อนจะกล่าว
“พี่พร มาประชุมกันหน่อย พวกเรากำลังวางแผน...”
“อย่ามายุ่ง!” อัมพรหันมาพูดเสียงกระชากใส่ทันที ทำเอาพันธกรไม่พอใจเหมือนกัน เขายืนเท้าเอว
“ผมไปทำอะไรให้พี่โกรธเหรอ?” เขาถามอย่างสงสัยจริงๆ “พี่ถึงมาตวาดผมแบบเนี้ย”
“ทำสิ ก็เธอเล่นขึ้นไปบนเวทีก่อน ฉันถึงต้องตามออกไปด้วยไง” อัมพรเริ่มพูดไม่รู้เรื่องแล้ว พันธกรเลยถอนหายใจก่อนจะเดินออกจากห้องของอัมพรไปเลย แล้วกลับมายังห้องของพวกผู้ชาย ตอนนั้นเอง วรรณสา กมลกับทวินนาก็เข้ามาอยู่ในห้องแล้ว ภัทรถามพันธกรว่าอัมพรไปไหน?
“ช่างเขาเถอะ” พันธกรบอกอย่างเหลืออด ภัทรที่เห็นสีหน้าของพันธกรก็พอเดาได้ว่าเกิดอะไรขึ้น? แล้วทั้งหมดก็ทำความเข้าใจกับแผนของพวกเขาเอง ทรัพย์สินอธิบายอย่างละเอียดจนพวกสาวๆ เข้าใจแล้วว่าควรจะทำอย่างไร?
“โอเค” ทวินนาพูดขึ้นมา “เอาตามนี้ละกัน ถ้าพวกมันจะบุกเข้ามาอีก”
“แล้วพี่พรล่ะ?” ภัทรถามขึ้นมา “พี่พรก็ต้องเข้ามาช่วยเราด้วยนะ ไอ้พัน แกไปชวนพี่เขาอีกทีสิ”
“โอย ไม่เอาหรอก เข็ดแล้ว” พันธกรว่าออกมาพร้อมกับบอก “ตัดพี่พรออกจากแผนซะ แล้วก็มาคิดกันใหม่”
ภัทรถอนหายใจออกมา ทรัพย์สินเองก็ถอนหายใจเหมือนกัน ไม่รู้ว่าทำไมอัมพรต้องทำตัวแบบนี้ด้วย? ขณะเดียวกัน อัมพรที่นั่งอยู่บนห้องบนชั้นสามของตัวเอง เธอก็รู้สึกผิดขึ้นมาที่ไปปฏิเสธพันธกรแบบนั้น แถมยังพูดจาไม่รู้เรื่องใส่พันธกรด้วย
“เราทำผิดไปหรือเปล่า?” เธอถามตัวเองแล้วก็ส่ายหน้า ก่อนจะเดินลงไปยังชั้นสอง ไปยังห้องของพวกหนุ่มๆ ในตอนนั้นเอง ทรัพย์สินก็สังเกตเห็นว่าอัมพรยืนอยู่หน้าห้องแล้ว
“อ้าว? น้องพร มีอะไรเหรอ?” ทรัพย์สินเอ่ยถามขึ้นมา ทำเอาทุกคนหันขวับไปมองอัมพร กมลมองอัมพรด้วยสายตารังเกียจ แต่อัมพรไม่ได้เห็น
“เห็นว่าประชุมวางแผนกันอยู่เหรอ?” อัมพรถามออกมา “ให้ฉันเข้าร่วมด้วยสิ”
“ขอโทษนะครับ มันสายไปแล้ว” พันธกรพูดขึ้นมาอย่างไม่พอใจ ทำเอาวรรณสาต้องปรามเขา แต่เขาไม่สนใจแล้ว “พี่พรไปนอนพักเถอะ ให้พวกเราจัดการกันเองก็ได้ ไม่ต้องพึ่งพี่พรหรอก”
แล้วพันธกรก็หยุดพูด อัมพรที่ได้ยินอย่างนั้นก็รู้สึกผิดในใจขึ้นมา แล้วเธอก็เดินกลับขึ้นห้องของเธอบนชั้นสามไป