บทที่14. หมู่บ้านป่าหยกปราณ
เหยาเหยาตัวน้อยคิดอยู่เงียบๆคนเดียวหลังจากที่ได้ยินการสนทนาด้านนอก ก่อนจะขยับตัวเล็กป้อมๆของตนเองไปที่หน้าต่างยืดตัวขึ้นคุกเข่าบนเบาะรองนั่ง แล้วเปิดหน้าต่างรถม้าแง้มๆแอบดูข้างนอกว่าบรรยากาศเป็เหมือนหมู่บ้านป่าหมอกเหนือที่พึ่งจากมาหรือไม่
เมื่อเปิดหน้าต่างได้เ้าตัวน้อยก็วางคางแปะไว้ที่ขอบหน้าต่างในท่าเดิมเพิ่มเติมคือรอบนี้มีพี่รองลู่หยางมาทำท่าเดียวกันกับนางอยู่ข้างๆ ด้วยเด็กทั้งคู่มองดูบรรยากาศของหมู่บ้านแห่งนี้ด้วยความตื่นเต้นและแปลกใหม่ที่นี่ทั้งอากาศดี ร่มรื่นต้นไม้ก็อุดมสมบูรณ์ซึ่งต่างจากหมู่บ้านเดิมที่ถึงแม้จะมีูเาให้ขึ้นไปหาผักป่าหรือขอป่าแต่ก็ไม่อุดมสมบูรณ์มากเท่ากับที่นี่เลยทั้งที่นี่ยังดูสงบและงดงามยิ่งนักอีกด้วย
“ที่นี่น่าอยู่มาเลยน้องเล็ก”
“จริงด้วยเ้าก่ะพี่รอง”เหยาเหยาพยักหน้าหงึกหงักอย่างเห็นด้วย สายตามองไปตามบ้านเรือนที่ปลูกห่างๆ กันไม่ได้ติดกันเป็พืดอย่างแออัดเหมือนหมู่บ้านเก่า เหยาเหยาเห็นว่ามีต้นไม้ต้นเล็กๆที่ชาวบ้านปลูกเป็แปลงๆ แทบทุกหลังที่รถม้าเคลื่อนผ่าน เอ๋…มันไม่เหมือนผัก
เหยาเหยาคิดว่าน่าจะเป็สมุนไพรเสียมากกว่าสวนสมุนไพรมากมายหลากหลายชนิดที่ปลูกอยู่บนพื้นที่บริเวณรอบๆบ้านของชาวบ้านแต่ละหลัง จากที่สังเกตดูบ้านแต่หลังล้วนปลูกสมุนไพรกันคนละชนิดคิดว่าน่าจะเป็การตกลงและการจัดการของหัวหน้าหมู่บ้านก็เป็ได้เพราะเวลาเอาไปขายจะได้มีสมุนไพรที่หลากหลายขึ้นและสินค้าจะได้ไม่ล้นตลาดจนเกินไปนั้นเอง
เช่นนั้นหากมาอยู่ที่นี่บ้านของเหยาเหยาก็ต้องปลุกสมุนไพรด้วยรึเปล่านะคิดแล้วก็เอียงหัวไปซ้ายทีขวาทีตามจังหวะที่เ้าตัวกำลังฮึมฮัมเพลงในลำคอเป็ท่วงทำนองแปลกๆแต่ไพเราะออกมา ซึ่งเป็เพลงที่นางจำจากโลกของชาติภพก่อนจนพี่ใหญ่พี่รองและมารดาได้แต่มองเหยาเหยาที่ดูช่างสดใสร่าเริงและมีความสุขมากๆด้วยรอยยิ้ม
“ถึงแล้วที่นี่ล่ะพวกเ้ารอเดี๋ยวข้าไปบอกท่านผู้นำหมู่บ้านให้ก่อน” จากนั้นจางตงก็เดินผ่านประตูบ้านไปที่ลานหน้าบ้านหลังขนาดกลางของท่านผู้นำหมู่บ้านทันที
และในระหว่างที่จางตงเดินเข้าไปที่ลานหน้าบ้านเพื่อแจ้งท่านผู้นำหมู่บ้านนั้นเฟยเฟยก็พาลูกๆทั้ง 3 คนลงจากรถม้ามายืนรออยู่ที่หน้าบ้านกับลู่ฮัน
เพียงครู่เดียวก็มีชายวัยกลางคนอายุประมาณ50-60 ปีแต่ยังดูกระฉับกระเฉงแข็งแรงดีอยู่มากเดินออกมาโดยมีจางตงเดินตามหลังมา
“พวกเ้าหรือที่จางตงบอกว่า้าย้ายมาอยู่ที่หมู่บ้านป่าหยกปราณ”
“คารวะท่านผู้นำหมู่บ้านใช่แล้วขอรับ ตัวข้าหลินลู่ฮันส่วนนี่ภรรยาและลูกๆ ของข้าขอรับ”ลู่ฮันเอ่ยแนะนำตัวโดยใช้แซ่หลินแซ่ตามบิดาที่แท้จริงของเขาโดยเื่นี้ได้ปรึกษากับทุกคนแล้วว่าต่อไปจะใช้แซ่หลินนั้นเอง
“อืมเช่นนั้นเข้ามาพูดคุยกันก่อนเถิด”จากนั้นท่านผู้นำก็เดินนำไปนั่งกันที่โต๊ะไม้ทรงกลมที่มีไว้รับแขกตั้งอยู่ที่ลานบ้านอีกด้านหนึ่งซึ่งอยู่ใต้ต้นไม้ใหญ่ ไม่นานภรรยาของท่านผู้นำหมู่บ้านก็นำน้ำชามาให้พร้อมขนมสำหรับเด็กๆ
“เอาล่ะตัวข้ามีนามว่า กู้ิเทาเป็ผู้นำหมู่บ้านป่าหยกปราณคนปัจจุบัน ก่อนอื่นข้าคงต้องบอกพวกเ้าตามตรงหมู่บ้านป่าหยกปราณนี้มีกฎว่าจะไม่สามารถรับคนนอกเข้ามาอยู่อาศัยอย่างถาวรได้แต่หากเป็แขกที่มาติดต่อค้าขายก็ไม่ได้ห้ามแต่อย่างใดว่าแต่พวกเ้ามีญาติพี่น้องอยู่ที่หมู่บ้านนี้หรือไม่เล่า”
“มีขอรับท่านแม่ขอข้าเป็คนหมู่บ้านนี้ขอรับแต่ตอนนี้ท่านแม่ของข้าได้เสียชีวิตจากไปนานแล้วตัวข้าและครอบครัวจึงตัดสินใจเดินทางกลับมาอยู่ที่บ้านเดิมของมารดาข้าน่ะขอรับ”
“เช่นนั้นหรือแล้วมารดาเ้าเป็คนสกุลใดเล่า หากใช่คนของหมู่บ้านป่าหยกปราณจริงๆเ้าก็เข้ามาอยู่ที่นี่ได้เลย”
“ท่านแม่ข้าสกุลเซี่ยเซี่ยม่านม่านขอรับ”เมื่อได้ยินคำจากปากลู่ฮันท่านผู้นำหมู่บ้านถึงกับทำถ้วยน้ำชาที่กำลังยกขึ้นดื่มหลุดมือทันที
“เซี่ยม่านม่านหรือ เ้าพูดจริงๆหรือ”เมื่อได้สติก็เอ่ยถามด้วยความใทันทีเพราะข่าวการดักปล้นของโจรในครั้งนั้นถือเป็เื่ใหญ่มากทีเดียวและเพราะเซี่ยม่านม่านเป็คนของสกุลเซี่ยในหมู่บ้านของเขายามนั้นท่านผู้นำกู้ก็แจ้งแก่ทางการให้ช่วยออกตามหาคน แต่หลายปีผ่านไปก็ไม่เคยได้ข่าวคราวใดๆเลย
“ใช่แล้วขอรับ”ลู่ฮันมองท่าทีที่ใของท่านผู้นำกู้อย่างแปลกใจและไม่ใช่แค่เขาแต่ทุกคนในครอบครัวก็สงสัยเช่นกัน
“เช่นนั้นเ้ามีสิ่งนั้นหรือไม่เล่า”เพียงเท่านั้นลู่ฮันก็เข้าใจได้ว่าสิ่งนั้นน่าจะหมายถึงแหวนหยกของมารดาที่ทิ้งไว้ให้เขาเป็แน่จึงล้วงเข้าที่อกเสื้อพร้อมทั้งถอดออกจากคอ ก่อนจะนำมายื่นให้ท่านผู้นำหมู่บ้านดู
“ใช่จริงๆแหวนนี้มีลักษณะพิเศษตัวแหวนจะมีลวดลายอักษรที่สลักคำว่าเซี่ยอยู่ด้วย ”ท่านผู้นำหมู่บ้านกู้กล่าวออกมาทั้งจับแหวนอย่างทะนุถนอมด้วยกลัวจะทำตก เอ่ยขึ้นพร้อมทั้งพิจารณาหน้าตาของลู่ฮันไปด้วยที่หน้าตาไม่ได้เหมือนกับเซี่ยม่านม่านเสียทีเดียว แต่กลับเหมือนหลินลู่เฉิงผู้เป็บิดาของเขาเสียมากกว่าจึงยิ่งแน่ใจว่าลู่ฮันเป็บุตรของเซี่ยม่านม่านจริงๆ
เมื่อได้ฟังคำยืนยันจากปากของท่านผู้นำกู้ว่าแหวนของท่านแม่เป็ของสกุลเซี่ยจริงๆ ลู่ฮันและคนอื่นๆก็โล่งใจที่สามารถยืนยันตัวตนได้
“แหวนนี่คือแหวนของสกุลที่ร่วมก่อตั้งหมู่บ้านป่าหยกปราณแห่งนี้ขึ้นมาซึ่งก็มีแหวนหยกสกุลเซี่ย และกำไลหยกสกุลกู้ของข้าเป็เครื่องยืนยันแต่เพราะสกุลเซี่ยนั้นรักสงบจึงยกหน้าที่ดูแลหมู่บ้านให้แก่สกุลกู้ทั้งหมดแต่สกุลเซี่ยก็เป็ที่เคารพและเกรงใจขอชาวบ้านทุกคนอย่างมากเอาล่ะเช่นนั้นเ้าและครอบครัวก็สามารถเข้ามาอยู่ที่นี่ได้แน่นอนไม่ต้องกังวลไปเดี๋ยวข้าจะรีบออกหนังสือรับรองว่าเ้าเป็คนในหมู่บ้านป่าหยกปราณนี้ให้โดยเร็วเลยที่สุดนะ”ท่านผู้นำกู้กล่าวกับลู่ฮันอย่างยินดีเป็อย่างยิ่ง
ทุกคนเมื่อได้ฟังและรับรู้ความสำคัญของสกุลเซี่ยก็ใมากแต่เหยาเหยาเองได้ฟังก็ยังไม่ค่อยเข้าใจว่าเหตุใดหมู่บ้านป่าหยกปราณจึงดูพิเศษกว่าที่อื่นกันนะเ้าตัวน้อยเอียงคอมองด้วยสามตากลมแป๋วแหวว
“ที่นี่พิเศษหรือเ้าก่ะท่านตาปู้นำ”เสียงใสๆน่ารัก เอ่ยถามขึ้นมาอย่างสงสัยเสียเต็มประดาซึ่งก็ไม่ใช่แต่เหยาเหยาที่สงสัยแต่ทุกคนในครอบครัวก็สงสัยรู้เช่นกัน
“โอ้ว!นังหนูน้อยนี่แก้มยุ้ยน่ารักเสียจริงๆเ้าเข้าใจถูกแล้วล่ะจะว่าหมู่บ้านนี้พิเศษกว่าที่อื่นอยู่สักหน่อยก็ไม่ผิดนักหรอกเดิมทีหมู่บ้านป่าหยกปราณก็เหมือนๆ กับหมู่บ้านอื่นนั่นแหละเพียงแต่หมู่บ้านแห่งนี้นับว่าเป็ที่ที่มีพลังปราณิญญาหนาแน่นและบริสุทธิ์มากอย่างไรเล่า”
“พลังปราณบริสุทธิ์หรือขอรับ”ลู่ฮันเอ่ยทวนคำขึ้น
“ใช่แล้วก่อนหน้านี้ก็ไม่มีพลังปราณมากมายขนาดนี้หรอกนะแต่เมื่อประมาณ 80 ปีก่อนจู่ๆกลางหุบเขาชั้นในสุดของป่าหยกปราณก็กำเนิดต้นไม้ขึ้นมาต้นหนึ่งลำต้นสูงใหญ่จนเหลือคณาเกินที่มนุษย์ธรรมดาอย่างเราๆ จะเคยพบเจอแผ่กิ่งก้านสาขาปกคลุมไปทั่วทั้งหุบเขาแล้วแผ่ไอปราณิญญาออกมาปกคลุมทั่วทั้งบริเวณหมู่บ้านป่าหยกปราณนี่เลยทีเดียว”
เหยาเหยาได้ยินก็ตาโตอย่างใหรือจะเป็ต้นไม้พฤกษากำเนิดสรรพสิ่งที่นางไปเก็บดวงจิตกับท่านเทพกันแต่เหยาเหยาก็ไม่แน่ใจนักว่าจะเป็ต้นเดียวกันหรือไม่ ได้แต่ตั้งใจฟังต่อทันที
“ตอนนั้นข้าก็ยังไม่เกิดหรอกแต่ท่านพ่อของข้าก็เล่าให้ฟังว่ายามนั้นมีผู้คนและชาวยุทธที่กระหายในการเพิ่มพลังปราณิญญาแห่กันเข้ามาในหมู่บ้านทันทีที่ได้ข่าวเมื่อมีคนนอกเข้ามามากขึ้นก็ทำให้ชาวบ้านในหมู่บ้านอยู่กันไม่ค่อยสงบนักเพราะผู้คนที่เข้ามาต่างก็ฝักใฝ่ที่จะพื้นที่บริเวณของหมู่บ้านป่าหยกปราณแห่งนี้กันมีทั้งขอซื้อที่ต่อจากชาวบ้านหรือใช้เล่ห์เหลี่ยมกลโกงเพื่อให้ได้ครอบครอบพื้นที่แต่เพราะชาวบ้านไม่ยินยอมและไม่้าขายพวกเขาก็ข่มขู่โดยใช้พลังปราณที่มีทำร้ายชาวบ้านมากมาย
นานวันเข้าเหล่าชาวบ้านก็หวาดกลัวและไม่มีความสุขแม้ว่าชาวบ้านและท่านพ่อขอข้าที่ตอนนั้นก็เป็ผู้นำหมู่บ้านจะมีพลังปราณิญญาธาตุต่างๆแต่ก็เป็เพียงพลังขั้นพื้นฐานที่มีไว้เพื่อทุ่นแรงยามทำงานในไร่ในสวนก็เท่านั้นไม่อาจไปสู้กับชาวยุทธหรือคนที่มีเงินซื้อหาทรัพยากรในการฝึกฝนได้หรอก"
“แล้วทางการไม่เข้ามาช่วยหรือขอรับ”เสียงลู่จื่อเอ่ยถามขึ้นมาบ้าง
“เฮ้อท่านพ่อข้าเล่าว่าท่านเ้าเมืองคนก่อนที่ดำรงตำแหน่งอยู่ขณะนั้นก็โลบมากยิ่งนักอยากจะได้พื้นที่ป่าหยกปราณเช่นกันจึงให้การสนับสนุนผู้คนที่เข้ามาในหมู่บ้านอยู่อย่างลับหลังทั้งยังทำเป็วางเฉยทำไม่รู้สิ่งใด"
“แล้วทำอย่างไรต่อหรือเ้าก่ะ”เหยาหยานั่งฟังไปก็ลุ้นไป นี่มันอย่างกับตำนานปรัมปราเลย
“ยามนั้นจู่ๆก็เกิดสิ่งประหลาดขึ้น เมื่อผู้คนและชาวยุทธที่ไม่ใช่คนของหมู่บ้านป่าหยกปราณที่บุกรุกเข้ามาเสาะหาพลังก็สูญเสียพลังปราณไปเสียเฉยๆกลายเป็เพียงคนธรรมดาที่ไม่มีแก่นพลังปราณิญญาหลงเหลืออีกเลยจนกลายเป็เื่ใหญ่โตเพราะคนที่สูญเสียพลังต่างก็มีคนสำคัญของเมืองหลวงและยุทธภพอยู่ด้วยพร้อมทั้งต้นไม้ใหญ่ต้นนั้นก็ค่อยๆเลือนหายไปราวกับว่าไม่เคยมีอยู่มาก่อนทิ้งไว้เพียงไอปราณิญญาที่ไม่สลายหายไปนั้นเอง”
เหยาเหยานั่งฟังไปก็ห่อปากตาโตอย่างตื่นเต้นกับเื่ที่ได้ฟังนี่มันสุดยอดไปเลยท่านเทพคงลงโทษคนไม่ได้แน่ๆ
“หลังจากเหตุการณ์นั้นองค์ฮ่องเต้ก็สั่งลงโทษท่านเ้าเมืองที่ละเลยจนเกิดเื่เช่นนี้ขึ้นมาทั้งยังเกิดข่าวลือไปทั่วทั้งแค้วนโจวและแคว้นข้างเคียงว่าหมู่บ้านป่าหยกปราณเป็ที่ต้องห้าม หากคนนอกที่มีเจตนาจะมีอันต้องสูญสิ้นพลังปราณิญญาไปท่านพ่อของข้าที่เห็นว่าข่าวลือนี้มีประโยชน์ต่อหมู่บ้าน
ดังนั้นจึงหารือกับเหล่าชาวบ้านและตกลงกันว่าไม่้าให้มีคนนอกเข้ามาอยู่ที่นี่อีกนอกจากคนที่เป็ทายาทของคนในหมู่บ้านหรือคนที่แต่งเข้ามาเป็ครอบครัวเดียวกันเท่านั้นจึงตั้งกฎเื่การรับคนเข้ามาอยู่ในหมู่บ้านขึ้นและจัดตั้งให้มีคนทำหน้าที่ผลัดเปลี่ยนกันไปคอยเฝ้าที่หน้าหมู่บ้านเวลามีผู้คนเดินทางมาเยือนจะเข้ามาที่หมู่บ้านก็ให้สอบถามให้แน่ชัดถึงเจตนาเสียก่อน ทั้งยังได้รับความดูแลจากทางการเมื่อท่านเ้าเมืองคนใหม่มาทำหน้าที่อีกด้วย”
“เป็เช่นนี้นี่เอง”ลู่ฮันกล่าวขึ้นเมื่อได้ฟังเื่ทั้งหมด
“แต่พวกเ้าหาต้องกังวลไม่เพราะพวกเ้าเป็ลูกหลานสกุลเซี่ยซึ่งเป็สกุลเก่าแก่ที่ร่วมก่อตั้งหมู่บ้านป่าหยกปราณนี้ขึ้นมายิ่งเ้ามีแหวนหยกสลักลายสกุลเซี่ยมายืนยัน และข้าก็ดูแล้วว่าเป็ของจริงพวกเ้าไม่ต้องกังวลใจไปเลย อย่างไรก็สามารถอยู่ที่นี่ได้อย่างสบายใจนะ”ท่านผู้นำบอกกล่าวเพื่อให้พวกลู่ฮันสบายใจ
“ขอบคุณขอรับท่านผู้นำกู้”ลู่ฮันกล่าวขอบคุณอีกครั้งและดีใจที่พวกเขาจะย้ายมาอยู่ที่นี่
“เอาเถิดรีบไปกันเถิดหากพ่อเ้ารู้ว่าเ้ายังมีชีวิตอยู่คงดีใจมากทีเดียวนะ”ท่านผู้นำกู้ิเทากล่าวพร้อมลุกขึ้นยืนเพื่อจะได้พาพวกเขาไปที่บ้านสกุลเซี่ย
“หื้ม/ห๊า”
“โอ้วท่างปู่ของเหยาเหยาหรือเ้าก่ะ” เสียงเล็กๆ เอ่ยถามด้วยน้ำเสียงที่ตื่นเต้นนี่แสดงว่าท่านปู่ต้องยังมีชีวิตอยู่น่ะสิ
“ใช่แล้วนังหนูน้อยปู่ของเ้าอย่างไร ไปๆ ข้าจะพาไปบ้านสกุลเซี่ย”
ครอบครัวของลู่ฮันทั้งใและดีใจที่ได้รู้ว่าหลินลู่เฉิงนั้นยังมีชีวิตอยู่ทั้งยังอยู่ที่นี่อีกด้วย….