ตอนที่ 29 อ่อนหัด
"จริงสิ เจ้าพูดอะไรไม่ดีกับน่าหลัน?"
"ข้าเห็นนางหน้าตาเศร้าหมองวิ่งออกไปนอกบ้าน"
ทันใดนั้น ลี่ฮว๋า นึกถึงเรื่องใบหน้าน่าหลันที่มาตามตนเองได้ จึงเอ่ยออกมา
ลี่ฮว๋า มัวแต่สนใจผลลัพธ์ กับการทดสอบมากไป จนลืมเลือนเรื่องน่าหลันไปเสียสนิท
เต้าหมิงได้ยินเช่นนั้นก็คิดว่าคงเป็นเพราะเรื่องราวที่แต่งขึ้น ตนได้บอกความจริงไปแล้ว
แต่น่าหลันเข้าใจผิดคิดว่าตัวเองตั้งใจหลอกนางด้วยเช่นกัน
"มิน่า" ลี่ฮว๋า เข้าใจแล้วว่าทำไม ลูกศิษย์เธอถึงมีใบหน้าเช่นนั้นขึ้นมาได้
"ข้ากำลังจะอธิบายให้นางฟัง แต่นางกับพูดขัดขึ้นมาก่อน..." เต้าหมิง พยายามอธิบายออกมา เมื่อตนเองไม่ได้ตั้งใจจะหลอกลวงนาง
"หึ มาพูดกับข้าไปก็ไม่มีประโยชน์หรอก"
"มัวนั่งอะไรตรงนี้ ไม่รีบไปตามหานางอธิบายให้นางฟังละ"
ลี่ฮว๋า ตะคอกเสียงดังใส่เต้าหมิง
"เอ๊ะ!!!" เต้าหมิง รีบวิ่งไปตามหาน่าหลันอย่างรวดเร็ว
"เป็นชายที่ฉลาดหลักแหลม กับอ่อนหัดในเรื่องความรู้สึกของผู้หญิง" ลี่ฮว๋า สายตามองเต้าหมิงที่วิ่งออกไปอย่างเร่งรีบ บ่นพึมพำออกมาคนเดียว
หากลี่ฮว๋าไม่บอกกล่าวให้เต้าหมิงไปอธิบายกับน่าหลัน ป่านนี้คงคิดไม่ได้แน่ หรือยังคงใจเย็นรอให้น่าหลันกลับมาค่อยอธิบายเสียมากกว่าขืนปล่อยเวลาไว้เนิ่นนานแบบนั้น มีแต่จะทำให้ตนเองหมดคุณค่าลงไปเท่านั้น
"ข้านี้เป็นคนดีไม่น้อย"
ลี่ฮว๋า ไม่อยากให้ความสัมพันธ์ของเต้าหมิงกับนางลดน้อยลง จึงคิดว่ายิ่งอธิบายความจริงกับน่าหลันเร็วเท่าไร แสดงว่าใส่ใจ แคร์ความรู้สึกนางมากเท่านั้น
สำหรับลี่ฮว๋า มองน่าหลันเป็นเหมือนน้องสาวคนหนึ่ง จึงไม่คิดให้น้องสาวที่เรียกเต้าหมิงว่า"เพื่อน" ของนางมาลดความสัมพันธ์กันลงด้วยเรื่องไม่เป็นเรื่อง
"ข้าต้องไปตามหานางที่ไหนกัน?"
วิ่งสักพัก เท้่าสองข้างต้องหยุดลง เมื่อตนไม่รู้จุดหมายปลายทางว่าต้องไปตามหาที่ไหนดี
"ทำไมข้าต้องออกมาตามหานางเพื่ออธิบายเรื่องแค่นี้ด้วยกัน?" เต้าหมิง คิดว่ารอให้น่าหลันกลับมา ค่อยอธิบายก็ยังไม่สาย
"เฮ้อ" หลังจากเดินตามหาสักพัก ก็ไร้วี่แววน่าหลัน ไม่รู้ว่าไปหลบซ่อนตัวที่ไหนกันแน่
ด้วยการที่พรรคจันทรคราส ไม่ใช่พรรคเล็กนัก แต่ก็ไม่ใหญ่เกินไป จึงไม่ใช่เรื่องง่ายในการตามหาคนเพียงคนเดียว
เต้าหมิง ที่ลองสอบถามศิษย์พรรคคนอื่นดู ผลปรากฏว่าไม่มีใครรู้จักนางเลย
ตอนนี้เต้าหมิงเชื่อแล้วว่า น่าหลันไม่มีเพื่อนในพรรคแห่งนี้เลยนอกจากตน
โครก
"จริงสิ ข้าได้ยามายังไม่ได้กินเลย" เดินตามหาอยู่นาน เสียงท้องร้องดังออกมาเป็นสัญญาณของความ "หิว" หลังจากตนสลบไปนาน เพิ่งนึกยังได้ว่ายังไม่กินอาหารก่อนออกตามหาน่าหลันเลย
"ฮึก" ยาถูกโยนเข้าปากทันที หลังจากเสบียงที่เตรียมเอาไว้ได้นำเอาออกมาจากแหวนมิติทิ้งไว้ในโรงเตี๊ยมก่อนหน้านี้
ไม่นานร่างกายเต้าหมิง รู้สึกถึงพลังงานที่เอ่อล้นออกมาอย่างกะทันหัน
"นี้มัน..." พลังงานในร่างกายตนเองพลุ่งพล่านขึ้นมาอย่างรุนแรง
"อย่าบอกนะเป็นผลของเม็ดยาพวกนี้"
ไม่นานร่างกายเต้าหมิง รู้สึกร้อนรุ่มขึ้นมาทันที แต่ร่างกายกับไม่รู้สึกเจ็บปวดใดๆเลยสักนิด
"นี้สินะ ผลของกระดูกทองคำ"
ในใจรู้สึกยินดีมากยิ่งขึ้น เมื่อได้รับรู้พลังปราณเพิ่มขึ้นมาอย่างไม่หยุดหย่อน
30 นาทีผ่านไป
ลมปราณที่พลุ่งพล่านขึ้นมา ไม่นานก็หยุดลง
"จบแล้ว?" เต้าหมิงสำรวจร่างกายตัวเองอย่างรวดเร็ว
จากนั้นก็ลองปลดปล่อยลมปราณขึ้นมา
"นี้? ลมปราณของข้าตอนนี้" เต้าหมิง เห็นลมปราณมหาศาลขึ้นกว่าครั้งที่แล้วอย่างชัดเจน
"อืม ปราณของข้าตอนนี้คงอยู่ระดับนายเหนือหัวได้สินะ" เต้าหมิง ได้รู้เกี่ยวกับระดับปราณมากขึ้นจากการแนะนำของน่าหลัน
ลมปราณสำหรับจอมยุทธระดับแรก คือ เรียกว่า ลมปราณยอมมนุษย์ หากสูงขึ้นอีกระดับจะเรียกว่า ลมปราณนายเหนือหัว สูงกว่านั้นคือ ระดับลมปราณปรมาจารย์ แล้วทุกระดับมีขั้นย่อยอีก 9 ขั้น
"ถ้าจำไม่ผิดของ ลี่ฮว๋า คือ ลมปราณระดับปรมาจารย์สินะ" เต้าหมิง สังเกตุเห็นระดับลมปราณที่ปลดปล่อยออกมาได้ ตอนปรุงยา จึงคาดเดาขึ้นมา
เต้าหมิงคาดเดาไว้ว่า ระดับลมปราณส่วนใหญ่ของอาจารย์ที่นี้ คือ ระดับลมปราณปรมาจารย์ ตอนนี้เต้าหมิงเหลืออีกแค่ระดับเดียวจะมีลมปราณสูงเท่ากับอาจารย์ของพรรคแล้ว
"เอาละ ด้วยลมปราณระดับนี้น่าจะตรวจจับน่าหลันได้" แม้จะยังไม่ได้เรียนรู้เทคนิคการใช้ลมปราณ แต่ตนเองก็จดจำการใช้มันได้จากกาแนะนำของ น่าหลัน แล้วอีกฝ่ายยังแสดงให้ดูเป็นตัวอย่างอีกด้วย
ไม่นานปราณของเต้าหมิงก็ขยายออกมาขึ้นเรื่อยๆเป็นรัศมีวงกลม จนไม่นานก็หยุดลง
"ตอนนี้ข้าคงขยายได้เท่านี้"
ตอนนี้รอบตัวเต้าหมิง ได้มีปราณแผ่ขยายออกไปได้ประมาณ 100 เมตร
เต้าหมิง จดจำปราณของน่าหลันได้จากตอนที่อีกฝ่ายสาธิตวิธีการใช้ให้ดู จึงเริ่มเคลื่อนไหวอีกครั้ง โดยปลดปล่อยปราณออกมาตลอดเวลา
ตอนนี้สามารถสัมผัสพลังคนอื่นที่เข้ามาอยู่ในพลังปราณของตนเองได้ โดยไม่จำเป็นต้องหันไปมองด้วยซ้ำ เพียงแค่สัมผัสปราณตนเองก็รู้แล้วว่าใช่น่าหลันรึป่าว
"เป็นเทคนิคที่สะดวกดีแฮะ" ในใจคิดขึ้นมา หากมีเทคนิคนี้ใช้ในโลกจริง การเล่นบทบาทเป็น นับสืบในการตามหาคนคงง่ายดายอย่างมาก
"นางไปอยู่ที่ไหนกันแน่นะ?" ตอนนี้เริ่มรู้แล้วว่าต่อให้มีเทคนิคนี้ แต่หากปราณตนเองยังน้อย ช่วยให้ตามหาคนง่ายกว่าเดิมแต่ยังไม่สามารถเรียกว่า ยอดเยี่ยมมากที่สุดได้
หลังจากคิดสักพัก จึงลองไปตามสถานที่น่าสนใจในพรรคขึ้นมา หลังจากน่าหลันเดินแนะนำสถานที่สำคัญในพรรค ก็ได้พาเดินไปชมสถานที่ผ่อนคลาย หรือ สถานที่เงียบสงบของพรรคด้วยเช่นกัน
ซึ่งพรรคจันทรคราส ตั้งอยู่ติดกับภูเขา รายล้อมไปด้วยต้นไม้มากมาย จึงมีสถานที่น่าสนใจไม่น้อย โดยเฉพาะจุดที่ใกล้กับน้ำตกนับได้ว่าเป็นสถานที่พักผ่อนสวยงามนัก
แม้ว่าการเป็นศิษย์ของพรรคจันทรคราสจะต้องขยัน ตั้งใจฝึกฝน เพื่อเตรียมตัวสอบเลื่อนสาย แต่ไม่ค่อยเข้มงวดกับศิษย์สายนอก ส่วนใหญ่ปล่อยให้ฝึกฝน เรียนรู้กันเอง อาจารย์มีเพียงแค่ให้คำแนะนำนิดหน่อย จึงมีเวลาเป็นอิสระมากกว่าศิษย์สายในเสียอีก