เฉินหนานที่สะบัดผ้าคลุม ออกจากถ้ำใต้น้ำตก เตรียมฝ่าเข้าป่าดิบชื้น เต็มไปด้วยฝูงสัตว์อสูร ซากศพเดินได้เข้ามาจู่โจมชนิดไม่ขาดระยะ
เฉินหนานปล่อยหมัดออกไปไม่กี่ที ฟึบ! ฟึบ! ร่างของพวกมัน ต่างก็ปลิวกระเด็นตายตก จากแรงหมัดที่ไม่ธรรมดา
เปรี้ยง! ตู้ม!
ซากศพบางตัวถูกเฉินหนานเหยียบย่ำ ตอกตรึงร่างมันไว้กับพื้นดินเหนอะหนะ
แต่สิ่งที่ไม่ชอบใจหนุ่มน้อยที่สุด คือการที่สตรีนามว่าเหยาหนิง ตามเขามาด้านหลัง ห่างๆ
เมื่อเหยาหนิง กระชับดาบข้างเอว ของนางเตรียมพร้อมไว้ตลอดเวลา ตัดสินใจเร่งตามฝีเท้าเฉินหนาน มาด้วยความเร็วคงที่ ชนิดไม่รอคอยองครักษ์
แถมนางยังไม่ปิดบังตัวตน ให้เฉินหนานรับรู้อย่างโจ่งแจ้ง ว่านางแอบตามมานะ
เฉินหนานพลางต้องกล่าวพูดโพล่งเสียงดังไล่หลัง “เจ้าไม่คิดมาช่วยข้า ฝ่าพวกฝูงสัตว์อสูร ซากศพ เหล่านี้หน่อยหรืออย่างไร เหยาหนิง?”
พร้อมเท้าเฉินหนานเตะฝูงหมาป่ากระหายเลือดออกไป ส่วนหมัดก็ต่อย จนร่างมันพุ่งกระโจนเข้ามาขย้ำคอ ร่างมันทะลุ ตู้ม! เมื่อเลือดสดปลิวกระเด็น
กำลังหมัดของเฉินหนานพุ่งขึ้นไปเกือบ1500จินอย่างสมบูรณ์ หากเขาใช้ปราณพลังโกลาหล ด้านลบ เข้าร่วมด้วย พลังหมัดอาจพุ่งทะยานไปสู่ระดับ2500จิน ได้จากกำลังหมัด ที่รีดเค้นศักยภาพทั้งหมดของเขา
เหยาหนิงที่ยกมือ จิกปากตนเอง น้อยๆ คล้ายกำลังประเมินเฉินหนานอยู่ นางพลาง ตะโกนออกมาโต้ตอบกับเฉินหนานทันที “ไม่เป็นไรเฉินหนาน ขอข้าตามเจ้าไป ก็เพียงพอแล้ว”
เหยาหนิงค่อนข้างมั่นใจ ไอ้เด็กหนุ่มเฉินหนานที่เหมือนคุณชายบัดนี้ มันต้องเก็บซ่อนพลังอะไรไว้อีกแน่ นางจึงอยากจะดูให้แน่ใจ
“ทว่าพละกำลังกาย เจ้าเด็กเฉินหนานนี่ ไม่ธรรมดาจริงๆ” ข้อนี้เหยาหนิงค่อนข้างจะยอมรับ หากสู้ระยะประชิด นางไม่มีความมั่นใจเลยว่า จะจัดการเฉินหนานได้
เฉินหนานหางตากระตุก น้อยๆ คล้ายรู้สึกว่าถูกนางเอาเปรียบ ใช้เขาเป็นด่านหน้าทะลวง ทั้งๆ ที่นางไม่เสียกำลังกายแม้แต่น้อย
“ช่างนาง” เท้าที่ย่ำก้าวหนักๆ เฉินหนานรีบพุ่งตัวออกไปเบื้องหน้า เมื่อเห็นรอยแตกทางเข้า วิหารหน้าตาประหลาด ขนาดมหึมา ทรงกลมเบื้องหน้าอยู่อีกไม่ไกลแล้ว
…ครั้นมาถึงมิติทางเข้า เฉินหนานก็ก้าวฝีเท้า เข้าไปภายในมิติสีฟ้าบิดเบี้ยว อย่างไม่ลังเล วูม!
ชิ! เหยาหนิงแค่นเสียง พร้อมฝีเท้าไล่ตามเฉินหนาน “เจ้าไม่มีความลังเลเลยหรืออย่างไร?” แม้แต่นางยังหวั่นใจกับประตูมิติเช่นนี้ เมื่อตามเฉินหนานไปติดๆ
ภายในมิติ ราวกับอยู่บนห้วงท้องฟ้า คืนเดือนดับอันมืดมิด มองเห็นหมู่ดาวระยิบระยับ ผู้คนเข้ามาภายใน ต่างนั่งปิดขั้นพลัง รับผลพลอยได้ จากเศษอณูพลังงานด้านใน ที่กระจายอยู่ทั่วท้องฟ้าเทียม
ครั้นพวกเขาเห็นผู้มาใหม่ อย่างเจ้าเฉินหนาน ใส่ผ้าคลุมปกปิดตัวตนมาเยือน ต่างก็จ้องตาเขม็ง มาสำรวจอีกฝ่ายในเสี้ยวขณะ
ซึ่งมันแปลกใจพวกเขาไม่น้อย เมื่อเห็นคนเผ่าพื้นถิ่นมาถึงที่นี่ได้ “หายากแฮะ คนพื้นถิ่นแถบนี้งั้นหรือ?”
เฉินหนานต้องหยุดชะงักฝีเท้า กึก! รีบดึงผ้าคลุมลง ปิดบังใบหน้าทันใด เมื่อรับรู้แรงกดดัน จากสายตาจอมยุทธ์ ภายในที่แห่งนี้ มันก็คลายให้เฉินหนาน ได้สัมผัสความต่างระดับอีกขั้น
ทว่าการเปิดเปลือกตาของสตรีศักดิ์สิทธิ์หยุนซี มองชายหนุ่มผู้มาใหม่ ด้วยสายตาเย็นชา
ทำให้หลายคนประหลาดใจในข้อนี้ไม่น้อย
‘น้ำเต้าข้างเอวนั้น ใช่น้ำเต้าหล่อเลี้ยงหรือเปล่า?' หยุนซีที่ตั้งใจมองอย่างพิจารณาในเสี้ยวขณะ พลันทำให้นางนึกถึง เด็กหนุ่มปีนป่ายยอดเขา5นิ้วขึ้นมา
ครั้นสตรีศักดิ์สิทธิ์ หยุนซี จ้องมองสีน้ำเต้า ภายนอกกลายเป็นสีม่วง ช้ำเลือดของเฉินหนาน ไม่เหมือนน้ำเต้าสีเขียวสด ที่นางมอบไว้ให้… “คงจะคิดไปเองกระมัง?”
นางก็พลันปิดเปลือกตาลง ช้าๆ ไม่สนใจเฉินหนานอีกต่อไป
ไม่กี่เสี้ยวอึดใจ ที่เหยาหนิง เข้ามาก็เผลอเดินชน กับเฉินหนานจนล้มลง ปัก! ส่งให้รอบๆ ที่กำลังจับจ้องผู้มาเยือน กลายเป็นภาพน่าขบขัน บรรยากาศเปลี่ยนไปทันตาเห็น
“ฮ่าๆ”
“พวกเขาช่างซุ่มซ่ามกันเสียจริง”
“อืมๆ เจอแรงกดดัน นิดๆ หน่อยๆ ก็ทนกันไม่ได้แล้ว”
แม้แต่ด้านตี้เทียน ที่เผยสายตาลึกล้ำ จ้องมองเฉินหนาน ไม่กะพริบตา เขาพลันถอนสายตากลับทันใด
เมื่อชายหนุ่มหน้ายิ้ม ส่ายหัวออกมาน้อยๆ ไม่รับรู้แรงคุกคามกดดันจากเฉินหนาน…ก่อนตี้เทียนหันความตั้งใจ ไปดูดซับอณูพลังงาน รอบๆ อากาศ เข้าไปสะสม ภายในกายเริ่มเปล่งแสงขึ้นมา เนืองๆ ไม่ขาด
คล้าย ตี้เทียน มีความมั่นใจหลายส่วนว่า เขาสามารถเข้าสู่ขอบเขตขั้นพลังใหม่ได้…อีกในไม่ช้า
เฉินหนานอดไม่ได้ที่จะกล่าวขอบคุณความซุ่มซ่ามของเหยาหนิง “เจ้ามาได้ถูกจังหวะพอดี”
เมื่อเฉินหนานยื่นฝ่ามือ ออกไปรับสตรีสวมหมวกไม้ไผ่สาน แล้วพาร่างพวกเขา ไปแอบ ข้างๆ พื้นที่ไม่เด่นสะดุดตา พอมีอณูพลังงานวิเศษ รอบๆ ให้พวกเขาดูดซับ ขัดเกลากายาอยู่บ้าง
‘การเผชิญหน้ากับจอมยุทธ์จากโลกเบื้องบน ตอนนี้คงไม่ต้องพูดถึงซินะ’ เฉินหนานแอบลอบมองพวกเขาเล็กๆ
แต่เกรงว่าคนที่ไม่ชอบใจ การกระทำจับมือของเฉินหนาน กับแม่นางเหยาหนิงก่อนหน้านี้ที่สุด คงจะเป็นชายหนุ่มสำนักกองทหาร ที่รับรู้แท้จริงสตรีนางนั้นเป็นใคร
จูซือเจีย แม้แต่นางที่ย่นกระดูก ให้ร่างกายกลับเป็นเด็กสาวอีกครั้ง ยังกัดกรามกรอดไว้น้อยๆ เมื่อเห็นเฉินหนานยังคงมีชีวิตอยู่ดี แถมยังชำระล้างร่างกาย ผลัดเปลี่ยนไขกระดูกสำเร็จอีกด้วย
‘ไอ้เด็กบ้า มันชักจะตายยากตายเย็น เกินไปแล้วนะ’