ผู้ร่วงหล่น

    บทที่ 70 ห้องสมุดที่ขาดหาย.

    หู่เสวียมองดูการสังหารโหดของโคลนด้านล่างอย่างเยือกเย็น

    “การโจมตีของพวกโคลนมีกฎเล็กน้อยและถ้าวัดเอาพวกโคลนมีระดับพลังบรรพบุรุษส่วนใหญ่”

    หู่เสวียสงสัยว่าทำไมพวกโคลนถึงโดนการโจมตีของจอมเวทกับจอมนักรบถึงได้ตายลง

    ด้านล่างได้มีแสงหลายสีพุ่งไปพุ่งมาราวกับไฟสปอร์ตไลท์ที่เปิดในยามค่ำคืน มือสีดำเป็นตัวแทนของความตาย มือสีแดงเป็นตัวแทนของธาตุไฟ สีฟ้าคือน้ำ สีเหลืองคือดิน สีทองคือทองและสีอื่นอีกมากมาย

    จะสมบูรณ์แบบถ้าไม่มีเสียงกรีดร้องของผู้คนด้านล่างไม่งั้นคงดูเหมือนมีคอนเสิร์ตแน่แท้ จอมนักรบและจอมเวทพยายามจะลอยตัวให้สูงขึ้นทว่ามือที่พุ่งออกมาจากปากโคลนมันสามารถยืนมาถึงพวกเขาไม่ว่าจะพยายามสักเท่าไร

    คาร์ดินัลที่ 11ของศาสนาแห่งแสงตอนนี้ไม่มีท่าทางที่สง่างามเหมือนดังตอนเข้ามาป่าแห่งความเงียบ ฟารีบุตรแห่งแสงได้ตายลงด้วยน้ำมือของคาโนะเอง

    ในตอนที่มือสีแดงพุ่งเข้ามา คาโนะไม่สามารถตอบสนองร่างกายได้ทันจึงได้ใช้ตราประทับทาสที่ใส่เอาไว้ในวิญญาณของฟารีให้มารับมือแทน ฟารีไม่สามารถขัดขืนได้สิ่งที่ทำได้คือจ้องมองคาโนะด้วยความเครียดแค้น

    คาโนะได้ประทับตราทาสให้กับฟารีสิ่งที่คาร์ดินัลหลายคนได้ทำอย่างนี้กับบุตรแห่งแสงที่ตนรับเลี้ยงดูเพราะจะให้บุตรแห่งแสงเป็นตัวตายตัวแทนได้

    แต่สิ่งนั้นไม่ค่อยเกิดขึ้นมาเพราะคาร์ดินัลส่วนใหญ่จะพักอยู่ที่ศูนย์กลางของศาสนาแห่งแสงจึงไม่ค่อยมาทำภารกิจหรือให้บุตรแห่งแสงทำภารกิจแทนตนเอง

    การประทับตราทาสเป็นสิ่งต้องห้ามที่ศาสนาแห่งแสงได้บัญญัติไว้ในคู่มือทว่าถ้าไม่มีคนไปบอกก็ไม่มีใครรู้ได้

    พระสันตะปาปาคนปัจจุบันแก่มากและบาดแผลจากอดีตกาลทำให้อยู่ได้ไม่อีกไม่ถึง 100 ปี คาร์ดินัลหลายคนจึงได้ทำการประทับตราทาสลงให้บุตรแห่งแสงของตน

    ถึงแม้พระสันตะปาปาจะรู้เรื่องพวกนี้แต่ไม่สามารถทำอะไรได้เพราะอำนาจในมือเริ่มที่จะหายไปตามอายุขัย

    ทำให้คาร์ดินัลทั้งหลายไม่ได้กลัวพระสันตะปาปาอย่างแต่ก่อนจึงสามารถทำอะไรตามที่ใจปรารถนา ถึงคาโนะจะเสียใจที่ยังไม่ได้หลับนอนกับฟารีทว่าชีวิตสำคัญกว่าผู้หญิงแค่คนหนึ่ง

    ฟารีได้จ้องมองคาโนะด้วยความเครียดแค้น ฟารีเกิดที่หมู่บ้านเล็ก ๆแห่งหนึ่งแต่เป็นเพราะความสวยงามราวกับนางฟ้าพร้อมพรสวรรค์ธาตุแสงที่สูงส่งทำให้ต้องตาบาทหลวงแห่งแสงที่ตอนนั้นได้ผ่านมาที่หมู่บ้านของฟารีพอดีจึงได้รับตัวเข้าศาสนาแห่งแสง

    ใช้เวลาไม่ถึง 30ปีฟารีได้เข้าถึงระดับนักเวทเต็มตัวอีก 50ปีเข้าถึงระดับปรมาจารย์เวทและอีก 50ปีเข้าถึงระดับจอมเวท ในช่วงอายุ 100ปีของฟารีจึงสามารถเข้าถึงระดับจอมเวทได้ จึงทำให้ผู้คนในศาสนาแห่งแสงจัดว่าฟารีเป็นคนที่มีพรสวรรค์ระดับต้น ๆของศาสนาและให้ฟารีได้รับเลือกเป็นตำแหน่งบุตรแห่งแสง

    ฟารีไม่คิดว่าคาโนะจะใช้หมู่บ้านของตนเองมาเป็นตัวประกันเพื่อให้ฟารีมาเป็นผู้ช่วยของตน ฟารีตอนนั้นทั้งโกรธและเกลียดชังคาโนะมาก

    ฟารีรู้ว่าตำแหน่งของคาร์ดินัลสูงแค่ไหน การที่จะทำให้หมู่บ้านเล็ก ๆหายไปจากแผ่นที่ไม่ใช่เรื่องยากอะไรมากและพระสันตะปาปาที่อายุขัยใกล้จะหมดลง ทำให้เรื่องภายในศาสนาแห่งแสงปั่นป่วนมากขึ้น

    ฟารีทำอะไรไม่ได้จึงได้ทำข้อเสนอกับคาโนะว่าตนแค่เป็นผู้ช่วยเท่านั้นแต่ทว่าฟารีได้ตกไปในเล่ห์เหลี่ยมของคาโนะจนได้ คาโนะได้นัดเจอที่ป่านอกศาสนาแห่งแสงก่อนจะโจมตีฟารีด้วยลูกธนูพิษกัดกร่อนวิญญาณด้วยความประมาณจึงทำให้โดนลูกธนูนั้นเข้าก่อนคาโนะจะประทับตราทาสลงในวิญญาณของเธอ

    ฟารีเสียใจมากเพราะตนไม่สามารถฆ่าตัวตายได้หลังจากที่มีตราประทับทาสและตอนนี้คาโนะเอาเธอมาเป็นเหยื่อล่อมือสีแดงที่พุ่งเข้ามา ถ้าสามารถเลือกได้เธอจะแก้แค้นทั้งตระกูลของคาโนะต่อให้กลายเป็นปีศาจก็ตาม

    มือได้มาชนกับตัวฟารี

    ฟิ้ว บูม

    ฟารีได้แตกกระจายราวกับระเบิดจากภายใน กระดูก เลือด เนื้อได้กระจัดกระจายไปคนละทิศทางทว่ามือนั้นไม่ได้ชะงักราวกับฟารีเป็นแค่ฟองอากาศที่กระทบกับมือเท่านั้น

    คาโนะตกใจกลัวมากไม่คิดเลยว่าขนาดเอาฟารีไปเป็นโล่กำบังยังไม่สามารถหยุดมือได้ แสงสีแดงได้พุ่งเข้ามาหาคาโนะ

    “ยาป้องกัน”

    คาโนะหยิบยาป้องกันเป็นผลงานของเล่นแร่แปลธาตุของตนเองขว้างมันออกไปชนกับแสงสีแดง

    เคร้ง

    ยาป้องกันไม่สามารถป้องกันแสงสีแดงก่อนแสงสีแดงได้ทะลุผ่านหัวกะโหลกคาโนะ สิ่งที่คาโนะเห็นเป็นสิ่งสุดท้ายคือความมืดที่น่ากลัว

    อ๊ากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก

    บูม

    หัวของคาโนะระเบิดออกสมองถูกทำลาย หัวกะโหลกแตกละเอียด ลูกตาถูกบดเป็นเนื้อบด จอมนักรบและจอมเวทคนอื่นก็ไม่สามารถหนีรอดไปได้เช่นกัน

    สักพักหนึ่งเสียงกรีดร้องได้หายไปหลงเหลือเอาไว้แต่กลิ่นคาวเลือดที่ฟุ้งกระจายไปทั่วป่าแห่งความเงียบหลังจากที่สามารถกำจัดเป้าหมายได้หมดสิ้นโคลนทั้งหมดได้กลืนกินชิ้นส่วนมนุษย์ต่อ ผู้คนด้านล่างก็ถูกมือโจมตีเหมือนกันไม่รู้ว่าเป็นความโชคดีหรือเปล่าที่ไม่ต้องถูกกัดกินทั้งเป็นและการตายอย่างนี้อาจจะไม่ทรมานเท่าไร

    ทันใดนั้นพื้นดินได้สูบเลือดบนพื้นที่ ต้นไม้ที่ผิดพลาดได้เปิดปากก่อนจะกัดกินชิ้นเนื้อขาที่ลอยมาติดบนต้นไม้ ยักษ์ได้ละลายกลายเป็นส่วนหนึ่งของแผ่นดิน

    หู่เสวียได้เห็นทุกอย่างจากทางด้านบน

    “โคลนนี้อ่อนแอทว่าการโจมตีมันแข็งแกร่งเหมือนกับว่าจะให้ยักษ์ก่อนหน้านี้เป็นตัวป้องกันและโคลนนี้เป็นตัวโจมตี”

    เอาง่าย ๆยักษ์เป็นป้องปราการเคลื่อนที่และโคลนเป็นคนยิงธนูที่ยิงธนูออกมาจากช่องเล็ก ๆภายในยักษ์

    ยักษ์ตัวนี้ต้องมีคนควบคุมไม่เช่นนั้นจะกลายเป็นแบบนี้ที่ยักษ์โจมตีแทนที่จะป้องกันและโคลนไม่ได้ออกมาได้ในตอนแรกแต่ออกมาเพราะโดนผ่าครึ่ง

    นี้คือความน่ากลัวที่แท้จริงถ้าสามารถควบคุมมันได้ หู่เสวียเห็นว่าหลังจากที่ป่าแห่งความเงียบกลืนกินเลือดเนื้อทั้งหมดไป ป่าได้ขยายตัวออกมาอีก 100เท่า ต้นไม้ที่ผิดพลาดสูงถึง 500 เมตร ก่อนจะแตกกระจายเป็นต้นไม้ที่ผิดพลาดนับไม่ถ้วน 

    เมืองอาริโซที่อยู่ใกล้กับป่าแห่งความเงียบได้ตกตะลึงเพราะว่าป่าแห่งความเงียบขยายตัวเข้ามาใกล้กับเมืองอาริโซแล้ว อยู่ห่างแค่ 10กิโลเมตรเท่านั้น

    แค่ยืนบนกำแพงเมืองก็สามารถเมืองเห็นป่าแห่งความเงียบได้แล้ว

    หลังจากการขยายตัวเสร็จได้เข้าสู่สภาวะปกติ ยักษ์ได้หายไปเข้าสู่ใต้ดินโคลนได้ละลายเข้าไปในตัวยักษ์ หู่เสวียเห็นว่าป่าแห่งความเงียบขาดคนควบคุมทำให้ป่าเข้าสู่สภาวะปกติก่อนที่แจ๊คจะเข้าไปในป่า

    หู่เสวียพุ่งหายไปในทิศใต้ของดวงดาวเคอเซอร์ การขยายของป่าแห่งความเงียบและการหายตัวไปของคนนับล้านได้กลายเป็นข่าวใหญ่ในดวงดาวแห่งนี้

    ข่าวที่ใหญ่ที่สุดคือคาร์ดินัลที่ 11 คาโนะได้เสียชีวิตในป่าแห่งความเงียบ การตายของคาโนะคือคาร์ดินัลที่ตายในรอบ 30 ปีคนแรกจึงเป็นข่าวใหญ่มาก

    ผู้คนที่ตามไล่ล่าผู้นำพาแห่งความมืดไม่กล้าที่จะเข้าไปในป่าแห่งความเงียบได้แต่รอความหวังว่าให้ผู้นำพาแห่งความมืดจะออกมาเองเพราะว่าไม่รู้ว่ากับดักที่ผู้นำพาแห่งความมืดวางเอาไว้จะมีอะไรบ้างถึงแม้พวกเขาจะโลภทว่ายังไม่อยากตาย

    ...................

    ตัดมาทางแจ๊ค

    ตอนนี้บาดแผลจากกรงเล็บหมีกรงเล็บได้ฟื้นตัวเองเต็มทีเพราะว่าภายในรากไม้มีธาตุไม้ที่เข้มข้นเป็นพิเศษบาดแผลที่ต้องใช้เวลา 6 ชั่วโมงได้หายภายใน 30นาที

    เป็นเรื่องดีมาก ๆสำหรับแจ๊คและแจ๊คได้เห็นประตูทางเข้าไปยังศูนย์วิจัยที่เป็นเจ้าของป่าแห่งความเงียบ ประตูทางเข้าใหญ่มากมันขนาดเท่ากับรากไม้

    ประตูมีรูปสลักของต้นอ่อนที่มีใบ 3 ใบแต่สิ่งที่แปลกคือรากของต้นอ่อนกระจายออกไปนับไม่ถ้วนถ้ามองแต่รากไม้ราวกับต้นไม้ที่มีชีวิตอยู่มานานถึงเป็นล้านปี

    ประตูทางเข้าได้เปิดเองอัตโนมัติหลังจากที่แจ๊คมาถึงหน้าทางเข้า

    ครืน ครืน

    ด้านหลังประตูคือ ห้องนั่งเล่นขนาดใหญ่ที่มีทางแยกเข้าไปภายในอีกนับสิบ ตัวอักษรด้านบนทางเข้าทางซ้ายของแจ๊คคือห้องสมุด

    แจ๊คเห็นคำว่าห้องสมุดไม่รอช้าได้เดินเข้าไปอย่างรวดเร็วโดยไม่สนใจอย่างอื่น

    ระหว่างทางเป็นบันไดเลื่อนเหมือนเดิมแจ๊คจึงไม่ต้องทำอะไรมากแค่รอ

    พอถึงหน้าประตูแจ๊คเห็นลายสลักเป็นเทวดาที่มีปีกที่หลัง 7 คู่หรือ14ปีได้ทำท่านั่งอ่านหนังสือข้างกันมีต้นไม้ที่สวยงาม ผลไม้บนต้นเป็นหนังสือแปลกประหลาดมากสำหรับแจ๊ค

    แจ๊คยืนเกาหัวตนเองเพราะมีอีกมากมายที่เขาไม่รู้จัก แจ๊คจึงเดินเข้าตรงหน้าประตู

    ประตูห้องสมุดก็เหมือนกับทางเข้าคือเป็นประตูอัตโนมัติ ทันใดที่เปิดประตูออกมาแจ๊คได้ร้องออกมาด้วยความตกใจ

    “โหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหห”

    ห้องสมุดแห่งนี้มีพื้นที่ใหญ่เอามาก ๆ ราวกับเมืองขนาดเล็กที่แจ๊คเคยเข้าไปได้ตู้หนังสือเรียงกันยาวสุดลูกหูลูกตาไม่ได้มีแค่ชั้นเดียวแต่มีถึง 3 ชั้น

    แจ๊คกำลังจะยิ้มขึ้นมาทว่าพอแจ๊คมองเข้าไปยังขั้นหนังสือปรากฏตัว หนังสือได้หายไปเกือบหมดหลงเหลือแค่ไม่กี่เล่มเท่านั้น

    “อะไรกัน-----------------------------!”

    แจ๊คได้ตะโกนเสียงดังที่เต็มไปด้วยความเศร้าใจ เหมือนกับเจอขุมสมบัติที่หายสาบสูญมานานพอเปิดหีบสมบัติออกมาปรากฏตัวสมบัติในหีบได้สลายไปจนเกือบหมด

    แจ๊คได้ลุกขึ้นมาก่อนและสิ่งแรกที่ต้องทำคือดูว่ามีหนังสืออะไรหลงเหลืออยู่ แจ๊คจะตั้งชื่อห้องสมุดนี้ใหม่เป็นห้องสมุดที่ขาดหาย สิ่งที่ขาดหายคือสมุดในขั้นวางหนังสือ

    ............................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................



    คล้ายกับเรื่องผู้ร่วงหล่น ที่คุณอ่าน