สถานการณ์ของธัญญ่าย่ำแย่อย่างที่สุด แต่สถานการณ์ของคนอื่น ๆ ก็ไม่ต่างกัน คนต่างต้องเลือกเอาชีวิตตัวเองให้รอดก่อนถึงจะช่วยคนอื่นได้
ในเมื่อไม่มีใครมาช่วยเธอได้ ธัญญ่าจึงต้องหวังพึ่งตัวเองเท่านั้น เธอไม่มีทางเลือก เธอจำเป็ต้องเร่งพลังเวทของเธอมารวมที่ดาบทั้งสองของเธอ
“มนตร์แห่งน้ำ จงออกมา คลื่นดาบวารีถล่มอสูร” ธัญญ่าคำรามออกมาขณะแสงรัศมีสีฟ้าไหลไปหาดาบทั้งสองของเธอ
ทันใดนั้นกระแสน้ำที่หุ้มดาบทั้งสองเกิดการเปลี่ยนแปลง กระแสน้ำดูแข็งแกร่งขึ้นอย่างเห็นได้ชัดดูเหมือนมันจะต้านลำแสงได้สูสีมากกว่าเดิม
ในวินาทีต่อมาธัญญ่ารวบรวมกำลังเพื่อเหวี่ยงดาบไปข้างหน้า กระแสน้ำที่เคยห่อหุ้มดาบทั้งสองเอาไว้ มันดูเหมือนเป็กลุ่มก้อนพลังรูปร่างเหมือนใบดาบที่ถูกดาบเหวี่ยงซัดออกไป
ลำแสงที่เคยข่มเหนือดาบของธัญญ่าได้ ถูกคลื่นพลังนั้นซัดกระจายหายไป คลื่นพลังจากธัญญ่ายังไม่หายไป มันยังคงพุ่งไปหาเ้าของลำแสงอย่างรวดเร็ว
แต่ก่อนที่คลื่นดาบวารีถล่มอสูรของธัญญ่าจะทันได้ัักับหัวหน้าทหารนภา มันกลับชนเข้ากับบอลอัดอากาศขนาดใหญ่ของมนตร์มหาะุวารีที่หัวหน้าทหารนภาเร่งรีบเรียกมันออกมา
อาจเป็เพราะความเร่งรีบที่ต้องเรียกใช้อย่างกะทันหัน จึงทำให้บอลอัดอากาศออกมาอย่างไม่สมบูรณ์ หรืออาจเป็ความห่างชั้นของมหาะุวารีกับคลื่นดาบวารีถล่มอสูรก็ไม่ทราบได้ บอลอัดอากาศที่หัวหน้าทหารนภาเรียกออกมา มันไม่สามารถป้องกันคลื่นดาบวารีถล่มอสูรได้อย่างสมบูรณ์แบบ คลื่นดาบวารีถล่มอสูรได้ทำลายมหาะุวารีลงทันทีและฝ่าเข้าไปัักับร่างกายของหัวหน้าทหารนภาได้สำเร็จ
แต่ช่างโชคร้าย แม้ว่ามหาะุวารีจะป้องกันคลื่นดาบวารีถล่มอสูรไม่ได้อย่างสมบูรณ์ แต่มันก็ดีพอที่จะเบี่ยงวิถีของคลื่นพลังได้
คลื่นดาบวารีถล่มอสูรบินผ่านไหล่ของหัวหน้าทหารนภา มีเพียงปลายของคลื่นพลังที่ได้เฉือนเข้ากับหัวไหล่ของเขา
ผลจากการเฉือนของคลื่นดาบวารีถล่มอสูร ทำให้แขนข้างซ้ายของหัวหน้าทหารนภาห้อยลงราวกับมันไร้กระดูก เือาบไปทั้งแขน เขากรีดร้องด้วยความเ็ปออกมา
“แก นังแพศยา กล้าดียังไงมาทำให้ข้าคนนี้หลั่งเืออกมา” หัวทหารนภาคำรามออกมาอย่างเดือดดาล
เมื่อเห็นสภาพของหัวหน้าของพวกเขา เหล่าทหารนภาที่กำลังได้เปรียบต่างต้องย้อนกลับมารวมกลุ่มเพื่อช่วยคุ้มกันและรักษาพยาบาลหัวหน้าของพวกเขา
ดูเหมือนสถานการณ์ฝั่งธารากับวสุธาจะดีขึ้น แต่ไม่เลยเนื่องจากสภาพแต่ละคนย่ำแย่อย่างมาก แต่ละคนต่างเือาบไปทั้งตัวแม้กระทั่งปกรณ์เองก็กลับมาอยู่ในร่างปกติแล้ว ตอนนี้ร่างกายเขาแทนที่จะเป็น้ำแต่มันกลับเป็เืแทนที่กำลังอาบไปทั้งตัวเขา เขาแทบไม่เหลือพลังเวทเพื่อทำให้ร่างกายของเขากลายเป็น้ำอีกครั้ง
ไม่ต้องพูดถึงฝั่งทหารวสุธาเลย หลายคนสูญเสียแขนขากันไปบ้างแล้ว บางคนาเ็สาหัส หากไม่มีหน่วยพยาบาลคอยช่วยเยียวยา อาจเกิดการสูญเสียไปแล้ว
แม้ทุกอย่างั้แ่ต้นจนตอนนี้จะเกิดขึ้นภายในเวลาไม่ถึงสิบนาที ถึงกระนั้นด้วยความเสียเปรียบทางธาตุองค์ประกอบ มันยากเหลือเกินที่ฝ่ายวสุธาจะเอาชนะศึกครั้งนี้
ปกรณ์พยายามช่วยวสุธาอย่างสุดกำลัง แต่เมื่อถูกรุมโจมตีแบบนี้ มันยากเกินไปที่เขาจะรับมือได้ไหว
คงจะมีแต่ธัญญ่าแล้วที่น่าจะพอรับมือกับพวกทหารนภาได้ แต่ก็ไม่เลย สภาพของเธอตอนนี้เหนื่อยหอบมาก ๆ เป็ผลมาจากการต้องฝืนใช้คลื่นดาบวารีถล่มอสูร
ตอนนี้ภายในใจของพวกเขาได้แต่ภาวนาให้ใครสักคนนำกำลังเสริมมาช่วยพวกเขา หรือใครก็ได้มาช่วยพาพวกเขาออกไปจากสถานการณ์ในตอนนี้
อย่างไรก็ตามดูเหมือนหัวหน้าทหารฝ่ายนภาไม่้าเกิดเื่เช่นนั้น บวกกับโทสะของเขาที่กำลังพลุ่งพล่าน เขาไม่มามัวรอให้ไหล่ของเขากลับคืนสภาพเดิมก่อนแล้ว เขาใช้มืออีกข้างที่ยังใช้งานได้ ยกขึ้นมารวบรวมแสงรัศมีสีเขียวอ่อนแล้วท่องมนตร์คาถาทันที “มนตร์แห่งลม จงออกมา วายุกัมปนาท”
ปรากฏลำแสงสีเขียวอ่อนพุ่งออกมาจากมือของเขาทันที แต่ในคราวนี้ดูเหมือนประสิทธิภาพของลำแสงจะดูด้อยกว่าครั้งก่อน ลำแสงมันดูเล็กลงอย่างเห็นได้ชัด อาจเป็เพราะผลจากการที่เขาฝืนใช้มือข้างเดียวในการร่ายมนตร์บทนี้ออกมา
อย่างไรก็ตามถึงลำแสงนี้จะมีประสิทธิภาพที่ลดลง แต่ด้วยสภาพของศัตรูของเขา แค่ลำแสงนี้มันก็เพียงพอแล้วที่จะเอาชีวิตของผู้ที่ขวางทางมัน
“จบเสียที เ้าพวกเศษดินกับน้ำเสีย” หัวหน้าทหารนภาแสยะยิ้มออกมาอย่างหยิ่งผยอง