ไปต่างโลกทั้งทีขอความสามารถดีๆติดตัวไปด้วยสิ

    บทที่ 26 Bowsette กุปป้า[Hime] The Fire Keeper

            ผมหยิบที่นั่งออกมา 1 ชิ้นจากไอเทมบลอก แล้ววางมันเอาไว้ข้างๆกับกองไฟจากนั้นก็ให้ บราวเชอร์ฮิเมะนั่งลงตรงนั้น มันเป็นไปใด้ว่าพวกเราอาจจะต้องคุยกันอีกนานเลยละ

            [ยูจิ] กุปป้าฮิเมะจัง ช่วยบอกผมเกี่ยวกับ "ธุรกิจ" ที่เธอพึ่งจะทำไปเมื่อครู่นี้ให้ผมรู้ทีสิ ผมขอรายละเอียดทุกอย่าง ขอแบบทุกเสียวรายละเอียดที่เกิดขึ้นที่นี้เลยนะ

            [บราวเชอร์] คะ คือว่า ทำไมนายท่านถึงทำหน้าตาหน้ากลัวแบบนั้นละ แล้วอย่าขึงโซ่แบบนั้นสิคะ เรากล้วแล้วจ้า เราจะบอกทุกอย่างเลยค่า เพราะงั้นนายท่านอย่าทำตาหน้ากลัวแบบนั้นสิคะ

            [ยูจิ] ผมว่าผมไม่ใด้หน้ากลัวอะไรขนาดนั้นหรอกนะ เอาละกุปป้าจังบอกทุกอย่างมาใด้แล้ว

            [บราวเชอร์] แต่ตอนนี้นายท่านหน้ากลัวมากเลยนะคะ ถะ ถ้างั้นเราจะเริ่มอธิบายตั้งแต่ต้นเลยก็แล้วกันนะ

            [บราวเชอร์] เริ่มจากลูกค้าที่มาเลยก็แล้วกันนะคะ พวกเค้าคือหนึ่งในเอสชันวัน Undead ผู้เคลื่อนไหวด้วย โซลของเปลวไฟแห่งต้นกำเนิด The First Flame พวกเค้ามาที่นี้ผ่านกองไฟ เพื่อที่จะซื้อบางสิ่งจากเรายังไงละคะนายท่าน

            [ยูจิ] อืม เป็นการซื้อขายสินะ ถ้างั้นมันก็ไม่ผิดหรอกที่เธอจะเรียกมันว่าธุรกิจน่ะ แต่สิ่งที่สำคัญจริงๆ ก็คือเธอซื้อสิ่งใดมาแล้วขายอะไรไปต่างหากละ

            [บราวเชอร์] อย่าพึ่งรีบขึงโซ่ขึ้นมาสินายท่าน เรากำลังอธิบายอยู่นี้ยังไงละ สิ่งที่เราขายก็คือไอเทมเหล่านี้ละคะ แล้วก็ถ้าพวกเค้าต้องการอับเลเวล พวกเค้าสามารถอับเลเวลกับเราใด้ โดยใช้ค่า Soul ครึ่งนึงของการอับเลเวลปกติละ

            ว่าแล้วบราวเชอร์ฮิเมะก็ใด้นำเอาไอเทมแปลกๆ ออกมาจากกระดองหนามด้านหลังของเธอ ไอเจ้าสิ่งนั้นน่ะใช้เป็นที่เก็บของใด้ด้วยเรอะ ผมนึกว่ามันจะเป็นแค่เครื่องประดับเฉยๆสะอีก เมื่อเธอวางไอเทมทั้งหมดแล้ว เธอจึงเริ่มอธิบายเกี่ยวกับไอเทมเหล่านี้

            [บราวเชอร์] สิ่งนี้คือแหวนแห่งเปลวไฟของเจ้าหญิงแห่งมังกรคะ มันสามารถเพิ่มสเตตัสทั้งหมด +3 แล้วเมื่อผู้สวมแหวนนี้เสียชีวิต ผู้สวมแหวนนี้สามารถพื้นคืนชีพขึ้นมาในรัศมี 10 เมตรรอบตัวผู้ใช้งาน โดนมีค่า Hp Mp St ครึ่งนึงจากปกติ แต่ถ้าใช้ความสามารพื้นคืนชีพ แหวนวงนี้จะถูกทำลายทันทีนะ แล้วก็สามารถพกแหวนวงนี้ใด้แค่ 1 วงเท่านั้นนะ

            [บราวเชอร์] ส่วนขวดโพชั่นที่วางอยู่ตรงนี้ ก็คือโลหิตของเจ้าหญิงแห่งเปลวไฟ มันสามารถเพิ่มค่า Hp Mp St ใด้ 50 เปอเซ็นภายใน 10 นาที แต่จะเพิ่มใด้แค่อย่างเดียวนะคะแล้วแต่จะเลือก แล้วก็จะมีผลแค่ขวดเดียวเท่านั้นด้วย

            [บราวเชอร์] ส่วนกระดาษที่วางอยู่นี้ ก็คือตำราเวทย์ละคะ เพียงแต่ว่าตำราเวทย์ของเรานั้น จะแตกต่างจากตำราเวทย์ปกติที่พวกเค้าใช้กัน ก็คือตำราเวทย์เหล่านี้จะไม่ใช้ค่าสเตตัสในการใช้งาน แต่จะมีลิมิตการใช้งานแทนคะ ว่าจะสามารถใช้งานใด้กี่ครั้งต่อตำรา 1 ชิ้น

            [บราวเชอร์] อ่ะ แต่ไอเทมทั้งหมดนี้เป็นไอเทมที่เหล่า เอสชันวัน ใช้ได้เท่านั้นนะ มันเป็นไอเทมที่ถ้าเป็นสิ่งมีชีวิตละก็ จะไม่สามารถใช้งานใด้คะ แต่พวกเอสชันวันนั้นถือเป็น Undead​ ตนนึง เพราะแบบนั้นพวกเค้าถึงสามารถใช้งานไอเทมเหล่านี้ใด้

            ส่วนไอเทมอื่นๆนอกเหนือจากนี้ จากที่ผมฟังกุปป้าฮิเมะ อธิบายมานั้นผมก็คิดว่า มันเป็นไอเทมที่ดีอยู่ละครับ [ใครเคยเล่นเกมแนวนี้มา มันไม่ใช่แค่ดีหรอกครับ โครดโกงเลยละ]

            [ยูจิ] ผมพอจะเข้าใจความสามารถของไอเทมพวกนี้แล้วละ แต่ที่สำคัญน่ะ คือเธอหาของเหล่านี้มาใด้ยังไงต่างหาก

            [บราวเชอร์] ตั้งแต่ที่เราลิ้งตัวเองเข้ากับกองไฟ เราก็สามารถที่จะสร้างไอเทมเหล่านี้ ขึ้นมาด้วยเปลวไฟในตัวของเราใด้เลยคะนายท่าน แต่ก็ต้องใช้เวลาพอสมควรเลยละ

            [ยูจิ] ผมพอเข้าใจแล้วละ แต่เดียวนะ ใช้เปลวไฟของเธอในการสร้างขึ้นสินะถ้างั้น

            ผมเปิดใช้งานสกิลวิเคราะห์ แล้วตรวจดูที่ค่า Mp ของกุปป้าฮิเมะ แล้วมันก็เป็นอย่างที่ผมคิดเอาไว้เลยละ ค่า Mp ของเธอลดลงจนเหลือแค่ 40 เปอเซ็นเท่านั้นเอง

            [ยูจิ] กุปป้าฮิเมะจัง ผมรู้สึกว่าค่า Mp ของเธอลดลงไปเยอะพอสมควรเลยนะ เธอใช้มานาสร้างของไปขนาดไหนกันละเนี่ย แล้วมันจะไม่มีปัญหาอะไรหรอ

            [บราวเชอร์] อะเหะ รู้ด้วยสินะคะนายท่าน คือว่าเราต้องรีบสร้างไอเทมน่ะคะ ก่อนที่พวกเค้าจะมากัน มันก็เลยกินมานาของเราไปเยอะเลย แต่เดียวสักพักมันก็ฟื้นฟูแล้วละ

            [ยูจิ] อืมๆ แล้วจะว่าไปมันก็คือการค้าขายนี้นะ ผมไม่สงสัยเรื่องของที่เธอจะขายแล้วละ แต่พวกเอสชันวันอะไรนั้นน่ะ จะเอาอะไรมาแลกเปลี่ยนกับไอเทมของเธอกันละ แล้วอีกอย่าง ที่เธอว่าเธออับเลเวลของพวกเค้าใด้โดยใช้ Soul เพียงครึ่งเดียวน่ะมันหมายความว่ายังไงกัน

            [บราวเชอร์] สิ่งที่พวกเค้าใช้ซื้อของจากเรานั้น เราเรียกขานมันว่า Soul [พลังงานแห่งชีวิต] คะ มันสามารถเอามาใช้งานใด้หลากหลายเลยละ แต่ที่สำคัญจริงๆก็คือ เราสามารถใช้ Soul เพื่อแลกเปลี่ยนกับการใช้พลัง ของเปลวไฟแห่งต้นกำเนิด The First Flame​ ใด้โดยที่จะไม่มีผลเสียใดๆเลยนะคะ

            [บราวเชอร์] แล้วเกี่ยวกับการอับเลเวลของพวกเค้า เราสามารถใช้เปลวไฟของเราในการอับเลเวลของเหล่า เอสชันวัน ใด้ด้วยละ แต่ก็ไม่ใช่ว่าอับให้พวกเค้าใด้ทุกเลเวลนะคะ สิ่งที่จำเป็นก็คือความแข็งแกร่งของพวกเค้าด้วย โดยที่เราจะสามารถอับเลเวลให้พวกเค้าใด้ 1 ครั้งในทุกๆ 10 เลเวลเท่านั้นเองคะ

            [บราวเชอร์] ถ้าจะให้พูดง่ายๆก็คือ ถ้าพวกเค้าเลเวล 50 เราก็อับเลเวลให้พวกเค้าใด้แค่ 5 เลเวล ถ้าเลเวล 100 ก็อับใด้แค่ 10 เลเวลเท่านั้น แต่ข้อดีก็คือพวกเค้าจะใด้พอยเลเวลไปฟรีๆ โดยที่เลเวลของพวกเค้ายังคงอยู่เท่าเดินละนะ

            [ยูจิ] หืมม แล้วถ้าจะให้ผมเดาละก็ค่า Soul ที่เหลืออีกครึ่งนึงน่ะ เธอก็เก็บมันเอาไว้เอง แล้วก็เก็บมันเอาใว้ในกระดองเต่าอันนั้นละสิ

            [บราวเชอร์] อ่า แหะๆ ก็ มันเป็นธุรกิจนี่คะ   

            [ยูจิ] ผมเข้าใจละ ว่าทำไมเธอถึงต้องซื้อขายบางสิ่งกับพวกอัศวินเหล่านั้น แล้วก็นึกไม่ถึงเหมือนกันว่าเธอพอจะมีแนวคิด ทางด้านนี้ด้วยละนะ แต่ว่านะกุปป้าฮิเมะ

            ผมยืนมือออกมาแล้วลูบไปที่หัวของเธอ

            [ยูจิ] ผมแค่เป็นห่วงน่ะ ห่วงว่าเธอจะทำอะไรเกินตัวลงไปอีก แล้วอีกอย่าง ถึงเธอจะไม่ยอมบอกออกมา แต่ที่เธอฝืนลิ้งตัวเองเข้ากับกองไฟ ก็เพื่อผมใช่ไหมละ เราที่เชื่อมต่อดวงวิญญานเข้าด้วยกันน่ะ ถึงจะไม่บอกออกไป แต่เธอก็คงจะรู้ถึงความต้องการจริงๆของผม ที่ต้องการสิ่งที่เรียกว่าพลังน่ะ พลังที่จะเปลี่ยนโซคชะตาของตัวเอง

            [ยูจิ] เพราะต้องการสิ่งนั้นถึงใด้เรียนรู้ เพราะต้องการถึงใด้ก้าวเดิน และเพราะต้องการสิ่งที่เรียกว่าพลังยิ่งกว่าใครๆถึงใด้ต่อสู้ เธอที่รับรู้ถึงสิ่งนั้นดีถึงใด้เลือกที่จะทำบางสิ่ง ที่อาจจะทำให้ตัวเองต้องเสียใจไปตลอดชีวิตสินะ

            [บราวเชอร์] นายท่านแย่จังเลยคะ ความแตกแล้วสินะคะ แต่สิ่งที่นายท่านว่ามามีผิดอยู่อย่างนึงนะ เราไม่เคยเสียใจในสิ่งที่ทำลงไปเลยคะ ถ้าเพื่อนายท่านแล้วละก็

            [ยูจิ] สัญญากับผมสิ กุปป้าฮิเมะ ว่าจะไม่ทำอะไรเกินตัวแบบนี้อีก

            [บราวเชอร์] นายท่านคะ เราเข้าใจแล้วคะ เราขอสัญญาว่าจะไม่ทำอะไรเกินตัวลงไปอีกแต่ อ่ะ ถ้าอย่างงั้นเราก็ไม่ต้องไปเรียนแล้วสินะคะ เย้

            [ยูจิ] เรื่องนั้น กับเรื่องนี้ มันคนละเรื่องกันนะ ยังไงเธอก็ต้องเรียนอยู่ดีละ อย่างน้อยก็ต้องให้ผ่านชั้นประถมไปให้ใด้ก่อนนะ

            [บราวเชอร์] นายท่านอ่า เค้าไม่อยากเรียน เค้าไม่อยากเรียนอ่า ถ้าอย่างงั้นถ้าเราเรียนผ่านชั้นประถมแล้ว เราก็ไม่ต้องเรียนแล้วสินะคะ

            [ยูจิ] ก็ไม่รู้สิน้าา อ่ะ แล้วก็อีกอย่างนึง เวลาเธอซื้อขายกับพวกเอสชันวันน่ะ ให้ผมอยู่ข้างๆเธอด้วยนะ ผมจะใด้ช่วยเธอคิดคำนวนสิ่งต่างๆ แล้วก็ป้องกันไม่ให้เกิดอะไรผิดพลาดด้วย

            [บราวเชอร์] เข้าใจแล้วคะ ว่าแต่ว่าเรื่องเรียนของเราละคะ เรื่องที่สำคัญที่สุดละค้า

            [ยูจิ] นี้ก็สายมากแล้วเราไปกินข้าวกันเถอะ วันนี้เดียวผมจะทำอาหารให้สุดฝีมือเลยนะ

            [บราวเชอร์] เย้ อาหารของนายท่านอร่อยที่สุดเลยคะ ตะ แต่ว่าแล้วเรื่องเรียนละคะ ดะ เดียวก่อนสิค้านายท่าน อย่างพึ่งรีบไปสิคะ บอกเราก่อนสิค้า นายท่านนน

            ถ้าจะสรุปง่ายๆ สิ่งที่กุปป้าฮิเมะทำก็ไม่ต่างจากพวก NPC ขายไอเทมเลยละครับ แล้วก็เป็นไอเทมที่ดีมากด้วย จากที่ผมตรวดดูแล้วมันก็ไม่หน้าจะมีผลเสียอะไรนะ ผมก็เลยคิดว่าจะให้เธอทำหน้าที่ NPC ของเธอต่อไปละ


            [แต่การขายไอเทมที่ดีเกินไปนั้น จะนำพาความลำบากมาให้ในภายหลังแต่ตัวผมในตอนนี้ กลับไม่รู้สึกตัวถึงเรื่องนั้นเลยสักนิด]


            ระหว่างที่เราพักกันอยู่ในเซพโซนในชั้นนี้ นอกจากเรื่องการเรียนของกุปป้าฮิเมะแล้ว

            [ยูจิ] ขอหมอบกาดเพิ่มอีก 2 ใบและให้นักรบไกเซอร์ โจมตีไปที่ผู้เล่นโดยตรงไปเลย ไกเซอร์สแลดเชอร์

            [บราวเชอร์] กาดกับดักทำงาน บังคับฟิวชั่น เมื่อผู้เล่นอีกฝ่ายนึงโจมตีโดยตรง กาดใบนี้จะสามารถฟิวชั่นมอนสเตอร์ที่อยู่ในสุสาน ที่มีเลเวลต่ำกว่า 5 ดาวใด้ 2 ใบจงออกมา เซออสแห่งความมืด

            [บราวเชอร์] คิ คิ พลังโจมตีของเซออสแห่งความมืดคือ 2700 แล้วเมื่อสามารถทำลายมอสเตอร์ใด้ 1 ตัวจะสามารถโจมตีใด้อีก 1 ครั้ง พลังโจมตี 2000 ของไกเซอร์สแลดเชอร์ของนายท่านน่ะ ไม่มีทางต้านทานใด้หรอกคะ รับส่วนต่างของพลังโจมตี 700 กับการโจมตีโดยตรง 2700 หน่วยแล้วยอมรับความพ่ายแพ้ไปสะเถอะคะ

            [ยูจิ] กาดเวทมนต์ทำงาน คลายฟิวชั่น กาดเซออตแห่งความมืด แยกฟิวชั่นออกเป็น  2 ตัวพลังโจมตี 1700 กับ 1400 ไกเซอร์สแลคเชอร์ทำลายมอนสเตอร์พลังโจมตี 1700 ลงสะ

            [ยูจิ] แล้วก็การเวทมนต์ทำงาน บังคับต่อสู้ กาดใบนี้จะทำงานก็ต่อเมื่อทั้ง 2 ฝ่ายมีมอนสเตอร์คนละ 1 ตัวบนฟิว กาดใบนี้จะบังคับให้มอนสเตอร์ทั้ง 2 ตัวต่อสู้กันแล้วฝ่ายที่ชนะ จะสามารถนำพลังโจมตีของมอนสเตอร์ของอีกฝ่าย มาหักลบกับไลท์พอยใด้โดยตรง

            [บราวเซอร์] เอ๋ ทำไม ทำไมเราถึงแพ้อีกแล้วอะ นายท่านขี้โกงอะ ทำไมเราถึงแพ้เกมกาดตลอดเลยอ่าา

            [ยูจิ] ก็เธอเล่นแต่เดกฟิวชั่นตลอดเลยนี้นะ ทำให้ผมเสริมคีกาดแค่ไม่กี่ใบก็ดักทางเธอใด้แล้ว ผมก็บอกแล้วไงว่าบางครั้ง คนเราก็ต้องมีการพลิกแพลงกันบ้าง เรื่องจริงมันใม่เหมือนกับการที่เจ้าบ้าตัวนึง ที่เล่นแต่เดกฟิวชั่นฮีโร่ แล้วชนะแทบจะทุกเกมหรอกนะ

            [บราวเชอร์] ก็ เดกฟิวชั่นมันเท่ดีนี่นานายท่าน แบบเห็นแล้วมันปิ้งเลยอะ เดกแบบอื่นมันไม่เห็นจะ เท่ ตรงไหนเลย

            [ยูจิ] งั้น ถ้านี่เป็นการต่อสู้ที่เดิมพันกันด้วยชีวิต ระหว่างความ เท่ กับ ชัยชนะ เธอจะเลือกอะไรละ

            [บราวเชอร์] มันก็แน่นอนอยู่แล้วละคะนายท่าน ก็ต้องเลือกทั้งความ เท่ แล้วก็ชัยชนะสิคะ

            ผมลูบมือลงไปบนหัวของ กุปป้าฮิเมะ อีกครั้ง

            [ยูจิ] ผมพอจะรู้ถึงตัวตนของเธอแล้วละ นี่ถ้าเธอไม่ใด้เป็นมังกรแล้วละก็ ขืนปล่อยเธอลงไปตามถนน ใด้ถูกลักตัวไปแหงๆเลยละ

            [บราวเชอร์] มือของนายท่านอุ่นจังเลย รู้สึกดีจริงๆ แต่ว่านายท่านคะ เราก็พอมีสกิลแผนที่อยู่นะคะ เห็นแบบนี้แต่เราก็ ไม่หลงทางง่ายๆหรอกนะ

            ผมดึงมือขึ้นมาแล้วก็ลูบหัวของเธอมากขึ้น ก็อย่างที่เห็นนี่ละครับ ก่อนที่พวกผมจะลงดันเจี้ยนกัน ผมใด้เตรียมพวกสิ่งของ ที่เกี่ยวข้องกับการเล่นค่าเวลา เอาไว้เยอะพอสมควรเลยละ ไม่ว่าจะเป็นพวกเกมกระดานต่างๆ เกมกาด ร่ายยาวไปจนถึง PLAY สเต... ในตำนานเลยละ ถึงแม้ว่าจะสร้างใด้แค่เครื่องต้นแบบง่ายๆ ก็ตามทีเถอะครับ

            ส่วนเรื่องพลังงานไฟฟ้าในดันเจี้ยน ที่หลายๆคนอาจจะมีข้อสงสัย ก็ไม่ต้องเป็นห่วงไปหรอกครับ ผมก็แค่ลากสายไฟจากเสาไฟฟ้า ไปเชื่อมกับมอเตอร์ที่อยู่ด้านข้างก็เท่านั้นเอง ทั้งหมดนี้ก็ต้องขอบคุณคานะนี้ละครับ ถ้าไม่ใด้เป็นเพราะเธอทำงานในโรงงานนรกทั้งวัน อ่ะ ไม่ใช่สิต้องเรียกว่าสถาบันวิจัยสิ อุปกรณ์ที่เอาแต่ใจของผม มันก็คงไม่ถูกผลิตขึ้นมาละนะ

            [บราวเชอร์] นายท่าน นายท่านค้า เราไปเล่นเกมแข่งรถกันต่อเถอะคะ มาเร็วๆสิคะนายท่านไม่งั้นเราจะกอดนายท่าน จากด้านหลังไปตลอดทั้งวันเลยนะ

            เมื่อกี้เธอก็พึ่งจะเล่นเกมเศรษฐีไปไม่ใช่เรอะ แล้วทั้งๆที่โดนผมอัดเละไปแล้วแท้ๆนะ ยัยมังกรตัวนี้ก็ยังไม่เข็ดสินะ ขอมาผมก็จัดให้ละครับ ผมจะสอนให้รู้เองว่าความแตกต่างระหว่างโปร กับผู้เล่นมือใหม่น่ะมันแตกต่างกันมากขนาดไหน เอาจริงๆผมก็ออมมือให้ใด้อยู่หรอกนะ แต่การที่ใด้เห็นกุปป้าฮิเมะ เจ็บใจกับความพ่ายแพ้ จนนอนลงไปดิ้นเหมือนกับเด็กๆน่ะ ทำไมมันถึงทำให้ผมรู้สึกดีจนบอกไม่ถูกเลยละ ทำไมกันนะ   

            แล้วก็พวกเกมเก่าๆเนี่ย มันจะมีมนต์เสน่ห์ของมันอยู่ละครับ มันแปลกแต่จริงนะ ที่หลายๆเกมถ้าเล่นกัน 2 คนแล้วละก็จะสนุกมาก จนแทบจะหยุดเล่นไม่ใด้เลยละ

            [บราวเชอร์] อ๋าา หลบๆ หลบไปนะ อ่ะ ชนอีกแล้วละ หุ หุ อีกนิดเดียวเท่านั้นเอง ขออีกชิ้นเดียวเองเราก็จะ

            [ยูจิ] โห เก็บคอมโบจนใกล้จะครบแล้วสินะ เอ้า เอาเปลือกกล้วยไปซะ แล้วตามด้วยบ่อน้ำ ดักต่ออีกทีด้วยดาวกระจาย

            [บราวเชอร์] เอ๋ หลบๆ หลบสิค้า อ่ะ ลื่นแล้วอะเราคุมรถไม่ใด้ ดะ เดียวนะตรงนั้นมันบ่อน้ำนะ เอ๋ อย่าโดนดาวกระจายตรงนั้นนะ ฮึก ฮึก ของเราตกหมดเลย เราแพ้อีกแล้วอะ นายท่านขี้โกงอ่า

            [ยูจิ] จุดสำคัญของเกมนี้ก็คือ การเก็บของเอาใว้หลายๆอย่าง แล้วเอามาสร้างคอมโบเพื่อจัดการกับอีกฝ่ายนะ แต่เธอเล่นจะเก็บแต่คอมโบใหญ่ๆ เพื่อที่จะจัดการกับคู่แข่งทั้งหมดนี้นะ ที่ผมต้องทำก็แค่เก็บของที่จำเป็นแล้วยิงใส่เธอ ก่อนที่เธอจะเก็บของจนครบก็เท่านั้นเอง

            [บราวเชอร์] ก็เก็บของให้ครบแล้วยิงใส่รถของคู่แข่งทีเดียวหมดทุกคัน ถึงค่อยเข้าเส้นชัยมันสุดยอดกว่านี้นา

            [ยูจิ] ถ้าแข่งกันจริงๆ ไม่มีใครยอมให้เธอเก็บของจนครบกันง่ายๆหรอก เอาละนี้มันก็ดึกมากแล้ว เข้านอนกันใด้แล้วละ

            ผมที่อาบน้ำเสร็จเรียบร้อยแล้วก็เตรียบที่จะเข้านอนนั้น ก็ใด้พบว่า

            [เรม] ท่านยูจิช่วยทำอะไรกับยัยผู้หญิงโรคจิต คนนั้นทีสิคะ

            [ยูจิ] ทำอะไรของเธออยู่น่ะ เต็นท์นอนของเธออยู่ข้างล่างนี้ ไม่ใช่หรอไงกัน

            [บราวเชอร์] ก็มาทำหน้าที่เป็นหมอนข้าง ให้กับนายท่านยังไงละคะ

            [ยูจิ] เฮ้อ ผมนึกว่าจะพอเปลี่ยนนิสัยของเธอใด้บ้างแล้วนะ แต่ยังไงๆก็คงจะต้องสอนเธอกันอีกนานเลยน่ะสิ จงออกมาโซ่แห่งเสาสายฟ้า เอ๋ ทะ ทำไมกัน

            [บราวเชอร์] หุ หุ หุ ปล่าวประโยชน์คะนายท่าน ต่อให้พยายามเรียกแค่ไหน โซ่ ก็ไม่ออกมาหรอกคะ คิ คิ ในที่สุดเราก็พอจะเข้าใจการทำงานของโซ่ ของนายท่านแล้วละคะ ที่เราต้องทำก็แค่ ให้คำมั่นจากใจจริงๆว่าสิ่งที่เราทำนั้น เป็นการปกป้องนายท่าน แล้วการปกป้องนายท่านคือหน้าที่ แล้วถ้าทำหน้าที่อย่างถูกต้อง โซ่ ก็จะไม่มีวันออกมาจับตัวเราหรอกนะคะ

            [ยูจิ] โห อย่างงั้นสินะ ผมเข้าใจแล้วละ เราเข้านอนกันเถอะเรม นี้มันก็ดึกมากแล้ว

            [เรม] ดะ เดียวสิคะ แล้วยัยผู้หญิงโรคจิตนี้ละคะ

            [ยูจิ] ไม่ต้องห่วงไปหรอกนะเรม ถ้าผมเดาไม่ผิดละก็

            แล้วผมก็เข้านอนโดยกอดเรมที่อยู่ด้านหน้า แล้วให้กุปป้าฮิเมะ นอนหลับอยู่ด้านหลังของผมในเตียงเดียวกัน แล้วเมื่อรุ่งเช้านั้นมาถึง ผมก็ใด้เห็นมังกรตัวนึงที่ถูกโซ่รัดไปหลาย 10 เส้นแล้วก็นอนอยู่ด้านหลังของผม

            [บราวเชอร์] ทะ ทำไมมันถึงเป็นแบบนี้ละ

            [ยูจิ] ก็เธอให้คำมั่นไม่ใช่รึว่าจะปกป้องผม แล้วก็จะเป็นแค่หมอนข้างของผมน่ะ ถ้าเธอทำอะไรที่มันนอกเหนือไปกว่านี้ โซ่ ก็จะออกมารัดเธอยังไงละ แต่ก็เอาเถอะถ้าเธออยากจะมานอนกับผมด้วย ผมก็ไม่ว่าอะไรหรอกนะ

            [บราวเชอร์] ให้เรานอนด้วยใด้จริงๆสินะคะ

            [ยูจิ] ก็ผมไม่อยากให้เธอมาป้วนเปียนหน้าเต็นท์ ของผมทุกวันนี้นะ แล้วพอมาทีไรเธอก็โดนเรมอัดเข้ายอดหน้าไปทุกครั้ง แล้วดาเมทน่ะมันโดนเธอคนเดียวซะเมื่อไหร่ละ ถ้าอยากจะมานอนด้วยผมก็ไม่ว่าหรอกนะ

            [บราวเชอร์] คิก คิก ถึงจะจริงที่เราไม่สามารถยืนมือเข้าไปหานายท่านใด้ แต่ถ้านายท่านยืนมือเข้ามาหาเรา มันก็เป็นอีกเรื่องนึงนะคะ แล้วเราก็พอมั่นใจในรูปร่างของเราอยู่นะ ถึงจะนานสักหน่อยแต่เราก็เชื่อว่าสักวันนึง นายท่านจะอดใจไม่ไหวเองละคะ

            [ยูจิ] ไม่มีทางหรอกเฟ้ยย