ร้อยวิถี พันมรรค
แตกต่าง เปลี่ยนผัน
มิคาดว่าเกี่ยวข้อง ชิดใกล้ราวจัดวาง
หญิงสาวนิ่งงันไปพักใหญ่ ...คำตอบที่ได้รับกลับผิดจากการคาดเดาของนางสิ้นเชิงมิรู้ว่าโลกจะมีเรื่องบังเอิญเช่นนี้ พอนางได้ฟังคำของต้าขุย นางจึงย้อนระลึกไปถึงเรื่องราวเมื่อหนหลัง
‘สัตว์พาหนะของนายท่านคือปักษาขนเทาระดับหวงขั้นกลางคราศึกสามแคว้นที่ด่านหงกวน นายท่านพลาดท่าแต่เพราะภักดีจึงให้ปักษาขนเทาพาต้าหวางกลับเข้าเมืองแต่ทางแคว้นจ้าวก็ยังโจมตีต่อเนื่องจนต้าหวางถูกเกาทัณฑ์พิษ’คำของแม่นมซูย้อนกลับคืนมาเรื่องเล่าเมื่อครั้งก่อนกล่าวถึงวีรกรรมที่ด่านหงกวนของบิดาของนางเป็นเรื่องราวที่ผู้คนต่างรู้ดี ว่าปักษาขนเทาพาต้าหวางหลบหนีมาจากความเป็นความตายและกลับเข้าถึงวังหลวงได้ทันการณ์ เหลียนต้าหวางจึงมีเวลาเหลือพอให้ขับพิษร้ายออกจากร่าง
“เหตุใดเจ้าจึงรู้เล่า ว่าข้าเป็นบุตรสาวของท่านพ่อ”
“หกปีก่อนข้ากำลังบินอยู่ชายป่าอีกฝั่งกลับได้กลิ่นหอมประหลาดลอยลมมา เมื่อบินตามกลิ่นมาถึงก็พบว่าคุณหนูกำลังถูกพลังกระแทกจนตกผาข้าได้กลิ่นโลหิตของท่านก็คลับคล้ายคลับคลาเพราะภายในตัวข้ายังมีผนึกพันธะของนายท่านอยู่จนวันที่เกิดเรื่องแล้วท่านบาดเจ็บหนักกลางโถงถ้ำยามที่ท่านกระอักเลือดออกมาอย่างหนัก ผนึกพันธะของข้าก็เต้นรัวรับรู้ว่าคุณหนูกับนายท่านคือสายเลือดเดียวกัน”
“ที่แท้เป็นเช่นนี้ข้ายังมีเรื่องหนึ่งอยากถามเจ้าจำตอนที่ข้ากับเจ้าถูกพลังซัดจนตกลงไปในหุบเหวได้หรือไม่วันนั้นมีผู้ใดลอบโจมตีอยู่เบื้องหลังหรือไร”
“พลังนั้นรุนแรงขนาดที่ทำให้ข้าซึ่งมีระดับหวงขั้นสูงสุดพลาดท่าย่อมไม่ใช่พลังธรรมดา ยามนั้นนอกจากชายชุดดำผู้นั้นก็ไม่มีผู้ใดแล้ว”
“ช่างเถอะค่อยหาคำตอบวันหลังก็ได้แล้วตกลงเจ้าเห็นกระบี่ของข้าหรือไม่” หญิงสาวจำต้องตัดใจตอนนี้ปริศนาและความคาใจของน้องทับถมกัน จนอาจกลายเป็นภูเขาย่อม ๆ ลูกหนึ่งไปแล้วแต่จะทำอย่างไรได้ในเมื่อไม่มีคำตอบ
คว๊าก ๆขนเทากระพือปีกขึ้นบินสู่ท้องฟ้า และบินลับหายไปไกลลิบตาจนเวลาผ่านพ้นไปเกือบถ้วยชาเจ้าเวหาก็บินย้อนกลับคืน
“นั่น”ฝูอวี้ฉยงเห็นได้ชัดเจนว่าที่อยู่ในกรงเล็บของพญานกคือกระบี่เหล็กเย็นนางยกมือข้างขวาขึ้นเคลื่อนฝ่ามือเป็นรูปดรรชนีกระบี่ เจ้าเหล็กเย็นก็สั่นรับจนขนเทาต้องรีบกางกรงเล็บออกกระบี่เหล็กวิ่งฝ่าสายลมเข้ามาหาราวกับมีชีวิต มันหมุนวนรอบกายของนายของมันด้วยความดีใจ
ฝูอวี้ฉยงยื่นมือขวาของตนออกไปจับด้ามกระบี่ตวัดข้อมือทดสอบกำลังปราณยะเยือกรายล้อมคมกระบี่เพียงนางตวัดก็เกิดคลื่นปราณเป็นเส้นตรงทะลวงหินก้อนใหญ่ใกล้เคียงเมื่อรั้งกระบี่กลับคืน ปราณที่คั่งค้างในก้อนหินก้อนนั้นก็แตกกระจายราวพลุไฟหินก้อนใหญ่จึงกลายเป็นเศษชิ้นเล็กชิ้นน้อย ไม่เหลือเค้าโครงเดิมเลย
“ข้าจะจากไปแล้วเจ้าเล่าจะตามข้าไปด้วยหรือไม่” ฝูอวี้ฉยงเก็บกระบี่เข้าแหวนจัดเก็บ เงยหน้าขึ้นมองขนเทาแล้วถามขึ้นแม้นางจะรู้ว่าปักษาเวทตรงหน้าเคยเป็นสัตว์ใต้พันธะของบิดาแต่นางไม่คิดบังคับใจผู้ใด หากมันไม่ปรารถนาติดตามนาง นางก็ไม่คิดฝืนใจ
“ข้าย่อมติดตามท่านไปไม่ว่าที่ใดข้าก็ย่อมไป” เจ้าตัวดีรีบบอกทั้งตีปีกสนับสนุนคำของตนให้หนักแน่นน่าเชื่อถือชั่วลมหายใจถัดมาปีกกว้างก็กางออกจนสุดความยาวเกิดเป็นเส้นสายสีขาวลอยออกมาจากกลางอกของมันเส้นเชือกนั้นลอยเข้าหาฝูอวี้ฉยงซึ่งยื่นมือออกไปสัมผัสรออยู่ก่อนแล้วทันทีที่สัมผัสกันเส้นด้ายสีน้ำเงินจากปลายนิ้วของหญิงสาวก็เกาะเกี่ยวเชือกขาวเป็นเกลียวเดียวกัน
แสงสว่างส่องประกายหมุนวนเจิดจ้าเกิดเป็นวงเวทพันธะสัญญาระหว่างนายและบ่าว
“นับแต่นี้ข้าเรียกขานเจ้าว่าต้าขุย”สุ้มเสียงอ่อนโยนกล่าวคำ ก่อนหน้าเป็นนางฝ่ายเดียวที่เรียกมันด้วยชื่อนี้แต่มิเคยพูดจาเป็นเรื่องเป็นราว หลังสร้างพันธะรับใช้เสร็จสิ้น นางจึงถือโอกาสบอกมันเลยทีเดียว
ซึ่งเจ้าตัวดีก็เหมือนชอบอกชอบใจชื่อเรียกที่คุณหนูมอบให้เลยตอบแทนกลับมาเป็นเสียงกรีดร้องแหลมคมจนฝูอวี้ฉยงนึกขัน นางโบกมือเบา ๆให้มันสงบนิ่ง พลางประทับยันต์แผ่นหนึ่งกลางอากาศ ปลดปล่อยแก่นเทียน ๑แก่นออกมาจากตันเถียน แล้วประทับลงไปกลางหน้าผากของนกตัวใหญ่
ร่างสูงที่ปกคลุมด้วยขนสีเทามันวาวสั่นสะท้านอย่างตกตะลึงด้วยขุมปราณที่พุ่งเข้ามาในกายมีพลังมหาศาลเหลือประมาณมิคิดว่าการผูกพันธะรับใช้นายคนใหม่ จะได้รับผลตอบแทนในทันทีทันใด
มาตรว่ามิรู้ว่าที่คุณหนูประทับเข้ามาในร่างมันคือพลังชนิดใดหากพลังนี้กลับสูงส่งกว่าผลซานจาพันปีที่ช่วยให้มันเลื่อนระดับจากหวงขั้นกลางสู่หวงขั้นสูงและขั้นสูงสุดตามลำดับแม้แต่เน่ยตันและเลือดเนื้อของพญาอสรพิษดำยังไม่อาจเทียบ ๑ ใน ๑หมื่นของพลังที่ได้รับเมื่อครู่เลยด้วยซ้ำ
“เจ้าเข้าไปในแหวนของข้าแล้วเก็บตัวชักนำพลังดูก่อนหากมีการตัดผ่านจะได้ไม่ต้องกังวลเหตุการณ์ภายนอก”
“แหวนอันใดหรือคุณหนูมีแหวนที่สามารถใส่สิ่งมีชีวิตได้ด้วยหรือ” ขนเทาถามความอย่างตื่นเต้นมันรับใช้นายท่านคนเก่ามาหลายปีกลับไม่เคยได้ยินว่าอุปกรณ์จัดเก็บสามารถใส่สิ่งมีชีวิตเข้าไปได้ด้วย ครั้งนี้จึงเป็นครั้งแรกที่ได้ยินจากปากของนายหญิงคนใหม่
“ได้สิ” นางว่าพลางก้าวเข้าไปในแหวนหยกขาว ...เมื่อนั้นเจ้าขนเทาถึงกับตาเบิกโพลงใจเต้นระรัวด้วยอัศจรรย์ที่บังเกิด อยู่ ๆนายหญิงของมันก็หายไปต่อหน้าต่อตา หากเสี้ยวลมหายใจถัดมามันเองก็ถูกดูดเข้ามาในมิติลึกล้ำซึ่งคุณหนูของมันยืนรออยู่ก่อนแล้ว
“เจ้าฝึกฝนอยู่ภายในหากมีสิ่งใดผิดปกติก็ให้เรียกข้า” หญิงสาวเอ่ยคำ มือวาดขึ้นเบา ๆก็บังเกิดลูกแก้วกลมใสขนาดใหญ่รัศมีสามจั้งครอบคลุมร่างของต้าขุยไว้ เมื่อรามือลงแนบลำตัวเจ้าตัวก็นิ่งงันไปด้วยเพราะจับสังเกตได้ว่านางทำบางสิ่งออกไปโดยไม่รู้ตัว
เมื่อครั้งแรกที่ก้าวสู่โลกแห่งการฝึกตนก็แล้วครั้งที่สร้างกรงน้ำแข็งกักขังมังกรดำหรือครั้งที่เคลื่อนกายตัดผ่านพื้นที่จากยานมีอา ๖ ไปยังดาวหินทุกสิ่งล้วนเกิดขึ้นในพริบตา และเกิดขึ้นอย่างไม่ทันรู้ตัวคลับคล้ายเป็นสัญชาตญาณบางอย่างที่ใช้ออกเองโดยไม่ต้องผ่านความนึกคิด
หญิงสาวเลยเริ่มกังวลว่า ความลับและปริศนาที่ทับถมกันจนเป็นภูเขาลูกย่อมบางทีอาจมีความลับที่ใหญ่กว่าภูเขาลูกนี้ซ่อนอยู่ในตัวนางก็เป็นได้ !!!
เมื่อไม่มีต้าขุยนำทางฝูอวี้ฉยงเลยต้องใช้ความพยายามของตนเอง ด้วยหิมะตกต่อเนื่องแม้ตกโปรยปรายแต่ทุกสิ่งรอบกายกลับขาวโพลนราวกระดาษ หญิงสาวจึงเลือกวิธีเดินทางกลางอากาศเรือนร่างอรชรโผขึ้นสู่ท้องฟ้าราวปักษาแล่นลมด้วยระดับฝีมือเช่นนางไม่จำเป็นต้องเว้นช่วงแตะพื้นเพื่อรวมพลังใหม่แต่สามารถเดินทางบนท้องฟ้าได้ตามใจปรารถนา
แม้ฝูอวี้ฉยงผู้นี้จะชาญฉลาดและมากความรู้แต่นางก็ต้องยอมรับกับตนเองว่านางไม่รู้เส้นทาง ได้แต่มุ่งหน้าไปตามทิศทางที่คาดเดาไว้อย่างน้อยที่สุดที่นางต้องทำตอนนี้คือหาแหล่งชุมชน หรือไม่ก็จุดพักม้าเพื่อสอบถามเส้นทางหากโชคดีเจอจุดพักม้าก็คงต้องพึ่งพาร้านเช่าม้าเดินทางลงใต้เพื่อกลับต้าฉิน
แผนการคร่าว ๆ จึงเกิดขึ้นอย่างแรกสุดที่ต้องทำคือกลับจวนหนานกง อย่างถัดมาคอยติดตามแก้แค้นให้แม่นมซูลำพังตัวนางเองไม่กระไรนักกับความแค้น เพราะผ่านพ้นประสบการณ์นับหมื่นปีความคิดความอ่านของนางก็เติบโตขึ้น
แม้แต่เมื่อหกปีก่อนตอนที่นางคิดว่าตัวเองต้องตายตอนนั้นใจของนางกลับไร้ความแค้น มิยึดติดสิ่งใดให้เป็นบ่วงความแค้นสำหรับตนเองจึงเป็นเรื่องเบาบางดุจขนห่าน
หากความรู้สึกผิดที่ตนเป็นสาเหตุให้แม่นมซูต้องจบชีวิตลงทำให้นางต้องติดตามคนที่ร่วมมือในแผนการชั่วช้านี้มาลงทัณฑ์ทั้งหมด...นางมิคิดสังหารพวกมันแต่จะข่มขวัญให้พวกมันอยู่ด้วยความทุกข์ทรมานทุกลมหายใจที่เหลืออยู่ นี่จึงนับว่าเป็นการแก้แค้นที่ชั่วร้ายยิ่งกว่าการสังหาร
เพราะสังหารแค่ตวัดฝ่ามือก็ปลิดปลงชีวาให้ดับสูญแต่ข่มขวัญคุกคามจิตใจกลับเป็นไฟดวงน้อยที่ค่อย ๆแผดเผาชีวิตและจิตวิญญาณของพวกมัน ให้สูญเสียตัวตนไปอย่างช้า ๆ เต็มไปความทุกข์ทรมาน
ขณะที่ฝูอวี้ฉยงเดินทางอยู่บนฟ้าเกือบ ๑เค่อ ก็เริ่มรู้ว่าตนเองหลงทางเพราะในรัศมีร้อยลี้เบื้องล่าง มิอาจมองเห็นบ้านเรือนผู้คนแม้เพียงหลังเดียวนางจึงหยุดลอยอยู่กลางฟ้าเพื่อคิดหาหนทาง..แต่ขณะนั้นเองก็มีเสียงอาวุธฟาดฟันประหัตประหารมาจากที่ไกล ๆร่างกายของนางเลื่อนเข้าใกล้แม้มิคิดสอดมือแต่อย่างน้อยก็เป็นคนกลุ่มแรกที่นางพบตั้งแต่ขึ้นมาจากหุบเหวหากภาพที่เห็นกลับทำให้ใจของนางเกิดความสับสน
ผู้คนเกือบห้าสิบคนเบื้องล่างหยิบอาวุธมาโจมตีใส่กันทั้งที่พวกเขาทุกคนสวมอาภรณ์สีขาวฟ้าเหมือนกัน มองปราดเดียวก็รู้ ว่ามันเป็นชุดมาตรฐานของสำนักฝึกตนสักแห่ง
ริ้วแสงและปราณที่ถาโถมใส่กันเกิดประกายวูบวาบบอกระดับชัดว่าคนเหล่านี้ล้วนอยู่ในเขตแดนปฐพีขั้นกลางไปจนถึงนภาขั้นกลาง เพียงเท่านี้ก็พอให้นางแปลกใจอยู่มากแล้ว ต่อให้ขุนเขาวาตะเป็นเทือกเขาโบราณเต็มไปด้วยปราณธาตุ
แต่กลางฤดูหนาวที่หิมะปกคลุมเส้นทางเช่นนี้กลับมีคนสำนักเดียวกันยกอาวุธมาฆ่าฟันกันเอง หากนั่นกลับยังไม่ทำให้นางสนใจได้เท่ากับเด็กหญิงเด็กชายคู่หนึ่งที่กำลังถูกทำร้ายน้องชายถูกพลังซัดเข้าใส่จากชายร่างสูงดูภูมิฐาน ระดับของชายผู้นี้คือนภาขั้นกลางแต่พลังที่แสดงออกมากลับราวกับนภาขั้นสูง
“อาวุโสหลิว ท่านบ้าไปแล้วหรือไร เหตุใดทำร้ายเสี่ยวเหมิงเช่นนี้”เด็กหญิงที่คล้ายจะโตกว่าและน่าจะเป็นพี่สาวของเด็กชายที่ถูกทำร้ายจนกระอักเลือดรีบกล่าวด้วยเสียงแผดแหลม
หากชายผู้นั้นกลับไม่ตอบคำท่าทีก็เชื่องช้า เหม่อลอยเหมือนขาดสติโดยเฉพาะนัยน์ตาเรียวเล็กที่ถูกปกคลุมด้วยไอม่านสีดำสนิทคล้ายว่าเขาถูกบางอย่างควบคุมไว้เด็กหญิงพยายามขัดขวางจึงถูกเขาซัดฝ่ามือจนร่างกระดอนไปอีกฟาก
ขณะเดียวกันการฆ่าฟันในบริเวณใกล้เคียงก็เกิดขึ้นต่อเนื่องฝูอวี้ฉยงมองตามไปก็เห็นพื้นดินที่ปกคลุมด้วยหิมะถูกแต้มแต่งด้วยหยาดโลหิตเป็นสีสันตัดกัน แม้งดงามแต่กลับน่าสยดสยองยามพบเห็น
กรี๊ด !!!
เสียงกรีดร้องของเด็กผู้หญิงคนเดิมดังลั่นป่ากลางหลังของนางมีรอยดาบที่ฟันลงไปอย่างหนักหน่วง โลหิตไหลพุ่งออกจากบาดแผล ขณะที่ด้านหน้าของนางกลับเป็นร่างของน้องชายที่นางกอดเอาไว้ก่อนหน้านี้นางก็ถูกบุรุษผู้นั้นซัดไปหนึ่งฝ่ามือจนบาดเจ็บหนักมิคาดว่ายังเอาตัวมารับขวางคมศัสตราให้เด็กชายที่เยาว์ววัยกว่า
เพียงครู่ร่างของฝูอวี้ฉยงก็ปรากฏอยู่บนพื้นเบื้องล่างด้วยภาพของเด็กหญิงพาให้นางนึกย้อนไปถึงตอนที่จิงเว่ยใช้ร่างปกป้องนางจากหมาป่าขนเงินแม้ว่าตอนนั้นจิงเว่ยจะบาดเจ็บจากการโจมตีครั้งแรกอยู่แล้ว แต่กลับเลือกใช้ชีวิตของตนเองเพื่อป้องกันไม่ให้นางซึ่งเป็นนายต้องบาดเจ็บ
ภาพของเด็กหญิงที่ปกป้องเด็กชายตัวเล็กไว้จึงสะกิดแผลในใจหญิงสาวนางไม่สนว่าจะสอดมือยุ่งเกี่ยวเรื่องของชาวบ้านหรือไม่แล้วตอนนี้รอบกายของเด็กหญิงมีพลังปราณเข้มแข็งคุ้มกันอยู่ขณะที่นอกปราการชายที่ฟันดาบใส่กลางหลังของเด็กหญิงตัวน้อยก็ฟาดดาบใส่ปราการอย่างบ้าคลั่ง
ฝูอวี้ฉยงผินกายกลับย่อร่างลงแล้วหยิบโอสถฟื้นฟูออกมาจากแหวน หนึ่งเม็ดป้อนให้เด็กหญิงที่บาดเจ็บหนักส่วนอีกเม็ดก็ป้อนให้เด็กชายซึ่งบาดเจ็บไม่แพ้กัน
“ท่านเป็นใคร”เด็กผู้หญิงที่ยังพอมีสติเหลืออยู่เอ่ยถามดวงตาก็จ้องมองกลับมาที่คนป้อนยาให้อย่างสงสัย
“วางใจเถอะ ข้ามิทำอันตรายพวกเจ้าหรอก”ฝูอวี้ฉยงตอบกลับด้วยสุ้มเสียงอ่อนโยน ยามเมื่อนางยืดกายกลับขึ้นยืน ก็พบว่าเวลานี้ศึกด้านนอกทวีความรุนแรงเพิ่มขึ้นหากเมื่อสังเกตด้วยจิตอันตั้งมั่นกลับพบว่ากลุ่มคนที่กำลังต่อสู้กันอย่างเอาเป็นเอาตายมีบางคนไร้ลมหายใจเสียแล้วแต่ทว่ากลับยังหยัดยืนฟาดฟันอาวุธได้ต่อคล้ายมีพลังลึกลับควบคุมเบื้องหลัง
นางสะบัดฝ่ามือ ซัดพลังปราณส่งออกเป็นรัศมีกว้างครอบคลุมพื้นที่จนสามารถหยุดยั้งสถานการณ์ได้ชั่วคราว
“พลังอันใดกัน ?”หญิงสาวพึมพำกับตนเองอย่างไม่เข้าใจ ชั่วเสี้ยวลมหายใจถัดมาก็มีเสียงหนึ่งตอบขึ้นว่า
“ปราณหลัวช่า[๑]”
ที่ปลายแขนข้างขวาของฝูอวี้ฉยงมีแสงสีขาวส่องขึ้นกลางอากาศเป็นลักษณะกรวยสี่เหลี่ยมปากบาน ปลายแคบ ใจกลางกรวยนั้นปรากฎเป็นเส้นแสงรูปร่างคล้ายลูกแมวตัวหนึ่งหะแรกหญิงสาวย่อมแปลกใจว่ามันคืออะไร แต่พอมองดี ๆ ก็ขึ้นนึกได้ว่าตรงข้อมือด้านขวาเป็นอีกจุดที่นางผ่าตัดฝังชิปเข้าไป เจ้าแมวโปร่งแสงร่างอ้วนท้วนคงไม่แคล้วเป็นสิ่งที่เรียกว่าปัญญาประดิษฐ์นั่นเอง
นางเองก็ลืมเสียสนิทตั้งแต่ได้รับมาก็แทบจะลืมไปจากความทรงจำด้วยซ้ำด้วยเข้าใจว่ามันมีหลักการทำงานแบบเดียวกับชิปพลังงานชิ้นเดิมซึ่งฝังในสมองของตนตั้งแต่แรก มิคาดว่ามันจะสามารถแสดงรูปร่างออกมาได้เช่นนี้ด้วย
“ยินดีที่ได้พบ มิสฝูโปรดกำหนดชื่อเรียก โปรดกำหนดชื่อเรียก” แมวอ้วนส่งเสียงทักทายเป็นเสียงของเด็กหญิงวัยสักสิบขวบแม้เป็นเสียงสังเคราะห์และสามารถปรับเปลี่ยนได้ตามความต้องการของเจ้าของแต่เสียงกลับชัดเจนไร้ความแตกพร่าและฟังดูเป็นธรรมชาติมาก
“ชื่อหรือ ? เสี่ยวถงแล้วกันแล้วเรียกข้าว่าคุณหนู อย่างไรเสียที่นี่ก็เป็นผีโจว” ด้วยเห็นมันรูปร่างอ้วนท้วนก็พานจะนึกถึงหมูในตำราภาพสัตว์เวท ซึ่งมีสัตว์โบราณชนิดหนึ่งเป็นหมูสามารถฟักไข่มุกออกมาได้ คนเรียกขานว่าจูถุน หรือหมูไข่มุกหากมันมีเสียงร้องประจำตัวว่าถงถง จึงมีอีกชื่อหนึ่งว่าถงถงโดยปริยาย
“รับคำสั่ง เสี่ยวถงรายงานตัว” เจ้าแมวอ้วนรับคำก็ระบุชื่อของมันเอง พร้อมรับคำสั่งใหม่เข้าระบบปรับแต่งข้อมูล
“ปราณหลัวช่าที่เจ้าว่าคือสิ่งใด”
“ปราณหลัวช่าย่อมหมายถึงพลังงานชั่วร้ายของพวกอสูรซึ่งถูกขับออกจากหลิงโจวไปเมื่อแสนกว่าปีก่อน เมื่อตอนสร้างกำแพงเหล่าเฮยกั้นแดน” แม้ฐานข้อมูลของเสี่ยวถงจะเริ่มต้นตั้งแต่พันปีก่อนย้อนขึ้นไปจนถึงตอนที่ติดตั้งแท่นพลังงานแท่นแรกหลังนางเซียนขนนกข้ามมิติไปเมื่อช่วงปลายยุคหลิงโจวแต่ข้อมูลเหล่านี้ก็เพียงพอจะตอบคำถามที่ฝูอวี้ฉยงสงสัย
“หรือว่าเหตุที่คนของ ๔เผ่าโบราณซึ่งข้ามมาผีโจวเมื่อพันปีก่อน ลุกขึ้นมาฆ่าฟันกันเองจะเกี่ยวข้องกับปราณหลัวช่านี้”เพราะเหตุการณ์พันปีก่อนทำให้ ๔ เผ่าสะบั้นไมตรีแท่นพลังงานก็ถูกทำลายจากพลังลึกลับ เป็นเหตุให้ข้อมูลพันปีให้หลังไม่ได้ถูกเก็บรวบรวมไว้
“ขอตรวจสอบข้อมูล ๆ”เจ้าตัวอ้วนกลิ้งตีลังกา หมุนวนเป็นจังหวะต่อเนื่องจนหญิงสาวนึกเวียนหัวยังดีที่มันหมุนเพียงสิบลมหายใจก็หยุดแล้วตอบคำถามของนาง
“ยืนยันข้อมูล เป็นพลังงานชนิดเดียวกัน”
“แล้วกำจัดได้หรือไม่แม้ข้าพยายามถ่วงเวลาไว้ แต่เหมือนพลังพวกนี้จะมีอานุภาพรุนแรงไม่น้อย แม้แต่ตอนนี้พวกมันก็พยายามจะทลายปราการหยุดเวลาที่ข้าสร้างขึ้น”
“โปรดเรียกขนนกเหล็กออกมา”เสี่ยวถงตอบคำถามขณะที่หญิงสาวกำลังสงสัยว่าสิ่งที่เจ้าแมวอ้วนกล่าวถึงหมายถึงสิ่งใด นางครอบครองขนนกเหล็กอะไรนี่ตั้งแต่เมื่อใดกัน
“ขนนกเหล็กคือสิ่งใด”
มิทันที่จะได้คำตอบกลับคืนมาป้ายสนิมเขียวยาว ๑ ฉื่อ ก็ลอยออกมาจากแหวนหยกเขียว ดวงตากลมเบิกกว้างมองป้ายทีมองแมวที ยิ่งเห็นแมวน้อยพยักหน้ายืนยันยิ่งนึกแปลกใจป้ายโลหะเก่าเก็บกลับมีนามเรียกขานอย่างไพเราะว่าขนนกเหล็กเชียวรึ
“ขนนกเหล็กเป็นเทพศัสตราประจำกายของนางเซียนขนนกชุดเขียวคือเทพศัสตราอันดับหนึ่งในทำเนียบผีโจว”แมวน้อยร่ายข้อมูลที่เป็นประโยชน์ออกมาให้เจ้านายรับทราบแต่ผู้เป็นนายกลับจิตล่องลอยตั้งแต่คำแรกที่ได้รู้ว่ามันคือ เทพศัสตรามิหนำซ้ำยังเป็นอาวุธประจำกายของหนึ่งในประมุขทำเนียบเทวะ
ขนมเปี๊ยะไส้เนื้อชิ้นนี้ดูจะสั่นประสาทนางได้ดีกว่าที่ประเมินไว้เสียอีก
“ขนนกเหล็กมีอานุภาพทำลายล้างรุนแรงแต่กลับมีคุณสมบัติวิเศษคือดูดกลืนพลังอสูรหลัวช่าออกมาจากร่างสถิตได้โดยไม่ทำอันตรายใดแก่ร่างสถิตเมื่อดูดออกมาแล้วจะสามารถทำลายไอชั่วร้ายได้หมดจด”
“ปราณหลัวช่าร้ายกาจถึงขนาดต้องใช้เทพศัสตราเลยรึ”
“คุณหนูท่านควรทราบว่าเหตุที่หลิงโจวต้องแยกหวงไห่เป็นสิบสมุทร ก็เพราะจอมอสูรหลัวช่าผู้นี้”
**********
** ขอบคุณทุกความเห็นและกำลังใจเรื่องราวเผยเบาะแสออกมาเรื่อย ๆ ภัยร้ายปรากฏขึ้น เป็นภัยคุกคามที่แม้แต่ดาวหินในโลกอนาคตยังเทียบไม่ได้แม้แต่หนึ่งในหมื่นส่วนสิ่งที่รอเสี่ยวฉยงอยู่ยังมีอีกมาก ขอบคุณทุกกำลังใจที่เอาใจช่วยเสี่ยวฉยง
** ฝาก E book ด้วยนะ ใน Meb วันนี้ลดเป็นวันสุดท้าย ขอบคุณจ้ะ ติดตามได้ที่เพจนะ
ZHMX
[๑] หลัวช่าคือ รากษส หรืออมนุษย์ชนิดหนึ่ง ชั่วร้าย ชอบกินคน รากษสที่คนไทยน่าจะรู้จักดีคือทศกัณฐ์ เป็นราชาแห่งรากษส มิใช่ยักษ์ดังที่เข้าใจกัน อีกตนหนึ่งก็คือนางผีเสื้อสมุทร ในพระอภัยมณี ซึ่งเป็นรากษส เช่นกันส่วนทางฝั่งจีนที่น่าจะคุ้นหูกันคือ องค์หญิงพัดเหล็ก ในไซอิ๋ว เป็นนางรากษส ทั้งผีเสื้อสมุทรและองค์หญิงพัดเหล็กต่างมีความสามารถแปลงกายให้งดงามได้